เอ๊ะ! อยากแต่งหน้าต้องใช้อะไรบ้างนะ?
Jazzybrinkbrink22สวัสดีมิตรรักชาวจีบัน กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของชะนีหัวสิงโตผู้นี้ โอ้ย มือไม้สั่น ขอสูดยาดมสักปืด5555 ที่เขียนกระทู้นี้เพราะเราอยากแนะนำสาวๆ ที่เพิ่งเริ่มหัดแต่งหน้า แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่งยังไง ซื้อเครื่องสำอางยังไง หลายๆ คนอยากที่จะเริ่มหัดแต่งหน้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเบๆ อย่าง...เห้ยแก!ฉันมีความรัก หรือหนูกำลังจะเป็นเฟรชชี่ค่ะ หรือเหตุผลฮาร์ดคอร์อย่าง...อยากทำให้คุณผู้ชายที่กล้าทุบสะพานรักของคุณทิ้งหันกลับมาตะลึงปนเสียดาย แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดที่นำพาให้คุณกล้าที่จะปฏิวัติตนเองหันมาแต่งหน้าสวยๆ งานหน้าปังเหมือนเหล่าเซเลปซุปตาร์ ขอบอกว่าคุณมาถูกทางแล้วค่ะ Mack up is Magic นะเธอว์ แต่เอ๊ะ! แต่งหน้านี่เขาใช้อะไรกันบ้างนะ? ชักช้าอยู่ไย รออะไรละคะคุณ ไปดูกันเลยค่ะ
โปรดอ่าน!
ก่อนแต่งหน้าสาวจีบันควรเตรียมผิวหน้าด้วยครีมบำรุง หรือมอยส์เจอร์ ซะก่อนนะคะ เพื่อความราบรื่นของเนื้องาน จ๋าหร์เขียนตามลำดับการแต่งหน้านะคะ
1. รองพื้น (หลักร้อย-หลักพัน)
รองพื้นถือเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ของการหัดแต่งหน้า ซึ่งการเลือกซื้อรองพื้นดีๆ สักชิ้นไม่ใช่ว่าจะเอาแพงเข้าแลกนะคะ เพราะรองพื้นมันมีหลายแบบ หลายคุณสมบัติ ชวนให้มึนงงตาลายกันไป ก็ทั่วๆ ไปก็ให้เลือกประมาณนี้ค่ะ
-เลือกชนิดของเนื้อรองพื้น แบบครีม แบบลิควิด แบบแท่ง
-เลือกสภาพของผิว สำหรับคนผิวมัน ผิวผสม ผิวแห้ง
-สุดท้าย เลือกการปกปิด เป็นแบบปกปิดหรือแบบบางเบา
เลือกให้ตรงกับสภาพผิวเราที่สุด และที่สำคัญกาดอกจันล้านตัวเลยคือ เลือกเบอร์รองพื้นให้เหมาะกับสีผิวหน้าของเรามากที่สุด เลือกที่ขาวกกว่าสีผิวเราได้ค่ะ แต่ต้องไม่เกิน 1 เฉดครึ่งนะ(อารมณ์ต่อรองสุดๆ) อย่ามากไปกว่านี้เลยนะคะ เพื่ออนาคตที่สดใสของคุณเอง ยกตัวอย่างเช่นคุณเหมาะกับรองพื้นเบอร์ 03 แต่คุณดันซื้อเบอร์01 มาใช้ หึๆๆ รับรองค่ะว่าคุณจะเจอกับคำเหล่านี้หลังจากที่ซื้อมาใช้แน่นอน เทา! หน้าลอย! วอก!
ตอนไปซื้อรองพื้นเพื่อนๆ ควรลองเทสบริเวณท้องแขนก่อนว่าสีไหน เบอร์อะไรเหมาะกับเราที่สุด แต่จ๋าหร์เองใช้วิธีนี้เสริมมาค่ะคือ ลองแต้มๆ บริเวณกรามคางแล้วเดินเที่ยวในห้างสักพัก หรือกลับบ้านไปก่อนเพื่อดูว่าเบอร์ที่เราเลือกพอเจอแสงแดดจริงๆ มลพิษจริงๆ มันปกปิดไหวแค่ไหน ไหลไหม คุมมันหรือเปล่า กรุณาอย่าเชื่อคำหวานจากคนขาย และแสงไฟหน้าเคาท์เตอร์ ใจนิ่งๆ แล้วเดินออกมาก่อนถ้าโอเคตรงใจก็ค่อยกลับไปซื้อค่ะ ส่วนเรื่องราคาก็อยู่ที่หลักร้อยเรื่อยไปจนถึงหลักพันซื้อตามกำลังทรัพย์ที่เรามี เพราะคสอ.ถูกและดีมันมีอยู่จริงค่ะคุ๊ณ! หากคุณได้รองพื้นที่ดีชีวิตก็จะแฮปปี้เอนดิ้งเฉกเช่นละครหลังข่าว แต่ถ้าคุณเลือกรองพื้นผิดเบอร์ชีวิตคุณพัง! ค่ะอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ พัง พังแน่ๆ!!! เพราะฉะนั้นรองพื้นที่ดีต้องสีเบอร์เดียวกับเบ้าหน้านะคะ
2. แป้ง (หลักสิบ-หลักพัน)
อย่านำแป้งทาตัวมาทานะ ห้ามเด็ดขาดค่ะ ถ้าคุณใช้ละก็ ผื่นค่ะ! สิวค่ะ! มันมาแล้วค่ะ นั่นไงคะ บนหน้าคุณน่ะ! เพราะมันจะแย่งกันผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดเมาช่วงหน้าฝนแน่นอน แป้งที่ว่านี้จะเป็นแป้งพัพ(cake powder) แป้งฝุ่น(loose powder) ถูกแพงใช้ได้หมดค่ะ เอาที่เราสบายใจ
-Pressed powder หรือแป้งพัพ มีทั้งแบบผสมรองพื้น ที่เรียกกันว่าแป้งเค้ก และแบบไม่ผสมรองพื้นมีหลายหลายคุณสมบัติบางตัวคุมมัน บางตัวไม่คุมมันแต่บางเบา เลือกที่ชอบ ที่ใช่ แล้วสอยมาค่ะ 555
-Loose powder หรือแป้งฝุ่น มีทั้งแบบผสมรองพื้น และโปร่งแสง(Translucent) มีหลากหลายหลายแบรนด์ให้เลือก เช่นเดิมค่ะ เลือกที่ชอบ ที่ใช่ แล้วสอยมันมา
3. ดินสอเขียนคิ้ว (หลักสิบ-หลักร้อย)
หากคุณยังไม่ได้กันคิ้วละก็ กันมันออกซะเอาที่รกๆ ออกไปค่ะ จะกันร้านหรือกันเองก็ตามใจ แต่ถ้ากันเองบอกก่อนเลยว่า จงมีสติ ใจต้องนิ่ง และเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ที่สุดแสนสะเทือนใจ เช่น คิ้วแหว่ง คิ้วไม่เท่ากัน ไม่อยากเสี่ยงเดินเข้าร้านบิวตี้เลยค่ะ มาต่อกันที่ดินสอเขียนคิ้วกันบ้าง ดินสอเขียนคิ้วมีทั้งแบบเป็นดินสอให้เหลา หรือเป็นแบบออโต้หมุนๆๆ สีของดินสอเขียนคิ้วควรอิงจากสีผมของตัวเราเอง ถ้าผมสีบรอนซ์สีคิ้วก็ควรจะเป็นสีบรอนซ์หรือน้ำตาลอ่อน ผมสีดำคิ้วก็ควรจะเป็นน้ำตาลเข้มหรือดำ ผมสีแดงคิ้วก็ควรจะสีน้ำตาลแดง หากใช้สีที่เข้มเกินสีผมมากเกินไปจะทำให้เราหน้าเข้ม หน้าดุ และดูไม่จริงค่ะ อันนี้สำคัญ อย่าลืมว่าคิ้วคือมงกุฎของหน้า
4. อายแชโดว์ (หลักสิบ-หลักพัน)
มีแบบเนื้อครีม กับแบบฝุ่น อยากจะบอกว่าอาแชโดว์ราคาถูกๆ ก็ให้สีที่แน่นเข้มไม่แพ้แบรนด์แพงๆ นะจ๊ะตัวเธอ ส่วนเรื่องสีสมัยนี้มีหลายเฉดสีออกมาวางขายแข่งกันเยอะมาก เฉดสีล้านแปด บางครั้งมือใหม่อาจตาลายได้ตอนเลือกซื้อ แต่กลุ่มสีที่แนะนำคือ กลุ่มเฉดน้ำตาล เฉดชมพู เรารียกสีกลุ่มนี้ว่าสีธรรมชาติ หรือนู้ดค่ะ แต่งง่ายได้ทุกลุค สวยปัง เปรี้ยวแซ่บ หวานเจี๊ยบ คุมโทนสุดๆ และอายแชโดว์ที่ดีต้องให้เม็ดสีแน่นชัด เพราะถ้าซื้อมาแล้วสีมันจ๊างจาง เม็ดสีไม่แน่น รับรองว่าความเฟลและความรู้สึกวินาศจะประทับสู่ร่างคุณทันที
5. อายไลน์เนอร์ (หลักสิบ-หลักร้อย)
ตอนนี้มีให้เลือกมากมายหลายเฉดสี จนมีบางสีที่ทำให้ดิฉันตกตะลึงงันเลยว่าสีแบบนี้ใครมันจะใช้กัน 555 ต่อๆ เลือกอันที่ใช้แล้วแห้งเร็ว แต่จริงๆเวลาเขียนเสร็จเราควรหลับตาสักพักรอให้มันแห้ง เพราะถ้าเรากระพริบตาทันทีที่เขียนเสร็จมันจะเลอะตาของคุณ และความสยองก็จะตามมา 555 มาว่ากันที่ชนิดของอายไลน์เนอร์ค่ะ
-แบบปลายฟองน้ำทรงพู่กัน มีทั้งหัวตัด หัวแหลม ถ้าคุณยังเขียนไม่เซียนพอเราแนะนำหัวตัดเพราะจะได้ทาบไปตาหนังตาได้ง่าย แต่ถ้าคุณอยากท้าทาย หัวแหลมเลยจ้า ครั้งแรกๆ ที่หัดเขียน คุณจะรู้สึกแบบ โอ๊ย!ทำไมเส้นหนาอย่างนี้ยิ่งทายิ่งหนา หนากินพื้นที่ไปครึ่งตาฉันแล้วเนี่ย! แนะนำเลยค่ะว่า... ลบออกแล้วแต่งใหม่ค่ะ 55555 หรือถ้าใครพอแก้ไขได้ก็ลองนำคอตตอนบัดชุบรีมูฟเวอร์ค่อยๆ เช็ดส่วนเกินออกก็พอจะช่วยได้
-แบบพู่กัน อันนี้ยากที่จะควบคุมมากแนะนำ มือใหม่อย่าเพิ่งริลอง เพราะมันจะทั้งเลอะทั้งเปรอะ พาวุ่นวายใจเสียเปล่าๆ หัวพู่กันจึงเหมาะสำหรับคนมือนิ่งๆ เพราะคนกลุ่มนี้จะเขียนได้เส้นที่เฉียบคมเกริ๊บๆ
-แบบดินสอเนื้อเจล อันนี้ส่วนตัวจขทก.คิดว่าเขียนง่ายสุดในบรรดาทั้งหมด เพราะมันคือดินสอไง แท่งพอดีมือจับง่าย เนื้อไม่ค่อยลื่นไหลไปมา บังคับง่าย เหมือนวาดเส้นบนกระดาษ แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันนะตรงที่พลาดแล้วลบยาก เปรอะไม่แพ้สองตัวบนเลยล่ะ
6. มาสคาร่า (หลักสิบ-หลักร้อย)
เลือกอันที่เวลาเราปัดแล้วไม่จับกันเป็นก้อนๆบนขนตาของเรา ที่สำคัญเลยคือมันควรแห้งเร็ว! จะดีงามมาก ไม่งั้นอาจเลอะเหมือนไลน์เนอร์ และถ้ามันยังช่วยให้ขนตาเราหนาขึ้นดำขึ้น ส่วนแบรนด์ที่มันใช้แล้วให้อินเนอร์แบบฟรึ่มๆ แน่นๆ แนะนำแบรนด์เมเบอร์ลีนเลยค่ะ บล็อกเกอร์กูรูหลายคนแนะนำ และมันก็ดีงามมากจริงๆ
7. บรัชออน หรือปัดแก้ม
มีทั้งแบบครีมและแบบฝุ่น เลือกสีที่เหมาะกับผิวหน้า และโทนการแต่งหน้า ถ้าสายหวาน สายใสแนะนำโทนสีชมพู แต่ถ้าสายแซ่บเข็ดฟัน โทนสีแดง และสีส้มเลยค่ะ ปัดพองามนะคะ ค่อยๆ ปัดถ้ามันอ่อนไปค่อยปัดเพิ่ม อย่าปัดทีเดียวฟาดเต็มแรงเกิด หรือก้มหน้าก้มตาปัดจนไม่ได้มองกระจก เพราะเมื่อคุณปัดเสร็จคุณจะพบว่าคุณได้กลายร่างเปลี่ยนสปีชีส์เป็นลิงแสมแก้มแดงไปแล้วค่ะ ดังนั้นจงมีสติก่อนปัด
8. ลิปสติก
-Lip gloss สีสันใสๆ หัวใจสี่ดวง ใครชอบสีไม่เข้มมากแนะนำชนิดนี้ เพราะมันเป็นเนื้อเจล ทาแล้วให้สีจางๆ ขรุบขริบ ซึ่งมันมาพร้อมความหอมที่น่ากินมากๆ
-Lip balm เป็นเนื้อครีมส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อแมท แต่ก็มีมันวาว ให้สีชัดเจนดีงาม เหมาะสำหรับคนชอบสีแน่นๆ ถึงสีจะให้เลือกน้อยไม่เท่าลิปสติก แต่สีลิปเวลาทาแล้วสีแน่นระดับหนึ่งเลยล่ะ บางแบรนด์มีกลิ่นหอมน่ารักๆ ด้วย คำเตือน ถ้าใช้แบบแมทระวังปากจะแห้ง และควรทาลิปมันก่อนใช้
-Lipstick เป็นแท่งๆ หมุนๆ อิที่คุ้นตานั่นแหล่ะค่ะ มีทั้งแบบเนื้อแมท และเนื้อมันวาว มีสีให้เลือกล้านแปดแยกสีกันแทบไม่ออก สีแนะนำคือสีนู้ด ชมพู และแดงค่ะ มีแค่สามแท่งนี้ดีงามทุกงานจริมๆ คำเตือน ถ้าใช้แบบแมทระวังปากจะแห้ง และควรทาลิปมันก่อนใช้
ข้อแนะนำ
-โปรดทาสิ่งที่เป็นชนิดครีมก่อนลงพวกฝุ่น หากลองดีอาจเจอเลอะ เหนอะ เหนียว และสิ่งที่ชวนขวัญผวาที่สุดคือพวกเป็นเนื้อครีมต่างๆ มันจะตกร่อง! จับตัวกับชนิดฝุ่นเป็นก้อนๆ! แม่จ๋าหนูกลัว ชวนให้กรีดร้องกันไป
-ฝึกบ่อยๆ ประกอบการดูยูทูปสอนแต่งหน้า การฝึกช่วยให้คุณปังได้
-ช็อปเครื่องสำอาง ขอให้ช็อปอย่างมีสติ ใจต้องนิ่ง อย่าเชื่อคำเชียร์ใดๆของBA และไฟสปอร์ทไลท์หน้าเคาท์เตอร์ เทสก่อนลองก่อน ใจเย็นๆ อย่าใช้แค่ตามองแล้วสอยมาเลย มันจะเจ็บจี๊ดเวลาใช้แล้วมันไม่โอนะฮ๊า
อยากแต่งเก่ง ฝึกบ่อยๆค่ะ ช่วงแรกอาจจะยังทุลักทุเลเลอะบ้าง ไม่สวยบ้าง หัดไปค่ะ
แต่งบ่อยๆ ดูคลิปสอนในยูทูปไป แต่งตามไป หัดไปสักพักมันจะชินมือ มันจะดีงามพระรามห้าเองค่ะ พอคล่องแล้วทีนี้แหล่ะคุณเอ๊ย คำว่าปังจะบังเกิดและคุณจะเข้าสโลแกนของเราที่ว่า... สวยจนวัวตาย ควายเป็นลม สวยจนเพื่อนต้องกรัดร้อง และสวยจนผู้ชายต้องร้องขอชีวิต! หากกระทู้นี้ดีงามและเป็นประโยชน์ จขทก.ก็ดีใจปลาบปลื้มแล้วค่ะ หรือหากมีข้อสงสัย แนะนำติชมก็คอมเม้นต์กันมาได้นะคะ ไปละค่ะ บ๊ายบาย
Discussion (2)