

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ประกาศวางจำหน่ายคอลเลคชั่นล่าสุดกับ อิเนส เดอ ลา เฟรซองจ์ (Ines de la Fressange) แฟชั่นไอคอนแถวหน้าระดับโลกที่มาร่วมออกแบบ เตรียมวางจำหน่ายในทุกสาขาทั่วประเทศไทยและทางเว็บไซต์ uniqlo.com/th ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป โดยสินค้าแต่สาขาอาจแตกต่างกันออกไป สำหรับคอลเลคชั่นนี้ยังคงลักษณะเด่นในสไตล์เสื้อผ้าที่หรูหราและล้ำลึก โดยได้ผสานรวมเข้ากับความเชื่อในการออกแบบของอิเนส ดีไซเนอร์ผู้ตั้งใจเนรมิตเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงเพื่อให้ทุกคนสามารถสวมใส่ได้อย่างสบายตัว พร้อมกับเผยเอกลักษณ์ความงามของแต่ละคน นอกจากนี้ คอลเลคชั่นดังกล่าวยังได้ยึดหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) จากยูนิโคล่ที่มุ่งสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายเปี่ยมคุณภาพ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ทั้งในแง่การออกแบบและความสวมใส่สบาย อีกทั้งยังตรงกับทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน
● อุทิศแก่ผู้นำวงการแฟชั่นยุค 70s
สำหรับคอลเลคชั่นนี้ อิเนสได้รับแรงบันดาลใจจากบรรดาผู้หญิงที่เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพในกลุ่มสตรีและวงการแฟชั่นในช่วงปี 1970 กลุ่มคนเหล่านี้รวมถึง เจน เบอร์กิ้น (Jane Berkin) นักแสดง นักแต่งเพลง และนางแบบ และนักแต่งเพลงอย่าง ฟรองซวส แมดแลน ฮาร์ดี (Françoise Madeleine Hardy) อิเนสได้บรรยายถึงเหตุการณ์ในสมัยนั้นว่า “ในช่วงยุค 70s ผู้หญิงหลายคนต้องการปลดแปลื้องออกจากขนบธรรมเนียมเดิมๆ กลุ่มคนที่รักอิสระเหล่านี้ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการแฟชั่นและนำเสนอแนวการใช้ชีวิตในทิศทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น” อาจกล่าวได้ว่าคอลเลคชั่นนี้ได้ร่วมยกย่องเหล่าผู้หญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายจิตวิญญาณอันรักอิสระ
● สาม แนวทางเบื้องหลังจากการออกแบบ
คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ ฤดูหนาวในครั้งนี้ได้สานต่อแนวคิดการออกแบบหลัก 3 แนวทาง แนวทางแรก แฝงกลิ่นอายในแบบโบฮีเมียนซึ่งได้แรงบันดาลจากการวัฒนธรรมเสรีนิยมในช่วงปี 1970 โดดเด่นด้วยกระโปรงและชุดเดรสจับจีบด้วยมือมาในลวดลายพาสลีย์ (Paisley) หรือ ลายลูกน้ำและโพลกา ดอท และเพื่อช่วยเติมความอบอุ่นให้กับฤดูกาลที่กำลังมาถึง ยูนิโคล่ได้นำเสนอไอเทมหลักจากผ้าถัก (Knitwear) ด้วยลาย Fair Isle ที่มอบความรู้สึกพื้นบ้านเฉพาะตัว คอลเลคชั่นนี้ยัง ถือเป็นครั้งแรกที่ UNIQLO/ INES DE LA FRESSANGE ได้ร่วมมือกันนำเทคโนโลยี 3D Knit มาใช้ เพื่อมอบความสบายแบบเหนือระดับในการสวมใส่และสร้างสรรค์กรรมวิธีการถักทอลายผ้าที่ชัดเจน แนวคิดถัดมาคือ ธีมนีโอบูร์ชัวร์ (Neobourgeois) ซึ่งนำเสนอไอเดียการออกแบบผ่านเสื้อเบลาส์ผ้าไหมแท้ 100% และเดรสผูกเอวซึ่งถือเป็นไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนต่างๆ ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า เหมาะสำหรับการจับคู่ทั้งกับแจ็คแก็ตปกขนสัตว์ เสื้อคาร์ดิแกนตัวยาว และกางเกงคูลอตสำหรับโอกาสแบบสบายๆ ปิดท้ายด้วยสไตล์การออกแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนผู้ชายและได้รับความนิยมจำนวนมากในกลุ่มผู้หญิงในยุค 70s ไม่ว่าจะเป็น เสื้อโค้ท แจ็คแก็ตผ้าทวีดแบบคลาสสิก กางเกงลูกฟูก (couduroy) และไอเทมต่างๆ ตามแบบฉบับเสื้อผ้าผู้ชายอีกมากมาย
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.uniqlo.com/ines/20fw/th/
คงไม่ใช่เรื่องธรรมดานัก หากจะมีใครสักคนที่มองเห็นความงดงามเมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกับความเจ็บป่วย ทว่าการไม่เห็นนั้น ก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าความงามนั้นมันไม่มีอยู่ โดยเฉพาะกับการจัดแสดงล่าสุดที่กำลังมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-16 สิงหาคม 2563 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ภายใต้การจัดงานวันรวมพลังสู้ภัยเบาหวาน (Together Fight Diabetes Fair) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการจัดแสดงผลงงานศิลปะ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘โรคเบาหวานชนิดที่ 1’
● เบาหวาน + งานศิลป์
เพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและไม่สามารถรักษาจนหายขาด จึงไม่ง่ายเลย ที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งมีเกือบ 5 ล้านคนในไทย จะสามารถทำความเข้าใจ ยอมรับ จนไปถึงจุดที่สามารถอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่เกิดในคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ เด็กวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายหยุดผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เบาหวานชนิดที่ 1 นี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดและไม่มีทางป้องกัน
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้จัดประกวดผลงานศิลปะเด็กและเยาวชน ในหัวข้อ Living with diabetes ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนผู้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้แสดงฝีมือผ่านงานศิลปะที่เปลี่ยนความเจ็บป่วยมาสู่พลังแห่งความสร้างสรรค์ และนำมาจัดแสดงผลงานในนิทรรศการส่วนแรก โดยผู้ชมจะได้สัมผัสกับเรื่องราวที่น้องๆได้ถ่ายทอดออกมาในหลากหลายแง่มุมของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคเบาหวาน และแตกต่างกันในหลายช่วงวัย ทั้งจากรุ่นอายุ 5-9 ปี 10-14 ปี และ15-18 ปี
● มองเบาหวาน ผ่านเลนส์หมอ
สำหรับนิทรรศการส่วนที่สองนั้น เป็นผลงานภาพถ่ายของนายแพทย์ กันตพงศ์ ทองรงค์ หรือหมอเปียง คุณหมออารมณ์ศิลป์ที่หลงใหลในการเดินทางและการถ่ายภาพ ที่สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน โดยผลงานครั้งนี้มาในชื่อ CHILDREN WHO LIVE WITH DIABETES เบาหวานชนิดที่ 1 กับเรื่องราวการใช้ชีวิตร่วมกับเข็มอินซูลิน
ผลงานนี้หมอเปียง ได้ถ่ายทอดความรู้สีกและเรื่องราวด้วยภาพของเด็กๆในอิริยาบถต่างๆ ที่ผู้ชมอาจไม่เชื่อว่าคนในภาพคือเด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับการฉีดยาด้วยตัวเองทุกวัน ฉีกทิ้งภาพจำเดิมๆว่าผู้ป่วยเบาหวานจะต้องภาพของผู้สูงวัยรูปร่างท้วมที่ชอบกินของหวาน ซึ่งจริงๆแล้วโรคเบาหวาน สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย
นิทรรศการส่วนนี้จะนำผู้ชมไปสู่การไขคำตอบว่าเด็กๆเหล่านี้เขาอยู่ได้อย่างไร? เพราะเบาหวานชนิดที่ 1 พิเศษกว่าเบาหวานที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันตรงที่ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ จะมีฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้จัดการกับน้ำตาลในเลือด ภาวะน้ำตาลสูงส่งผลต่อร่างกายทั้งระบบ จนอาจก่ออันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้เป็นโรคนี้มักต้องฉีดอินซูลินด้วยตัวเองอยู่ทุกวัน และต้องตรวจวัดน้ำตาลจากการเจาะเลือดปลายนิ้ว มากกว่า 3-4 ครั้งต่อวัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เป็นเพียงการรักษาโรค แต่เป็นการปรับชีวิตให้เข้ากับโรค เพื่อให้อยู่ร่วมกับโรคเบาหวานอย่างมีความสุข และมีชีวิตให้ใกล้เคียงคนที่ไม่ป่วยให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
● เรื่องเบาหวาน...ที่ไม่หวาน
นิทรรศการครั้งนี้ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ จัดขึ้นด้วยหวังสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังในสังคมไทย ซึ่งในนิทรรศการส่วนสุดท้ายนั้นเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจและบอกเล่าถึงภารกิจในการแก้ไขปัญหาโรคเบาหวาน ภายใต้ชื่อ Together Fight Diabetes สะท้อนให้ผู้ชมเห็นถึงบทบาทของตนเองที่มีต่อการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว ตลอดจนบทบาทในการให้ความช่วยเหลือไปยังผู้ป่วยที่มีอยู่ในสังคม
ปัจจุบันประเทศไทยมีเยาวชนที่เป็นเบาหวานตั้งแต่วัยเด็กเล็กและวัยเรียนอยู่ราว 100,000 คน แต่เรื่องเบาหวานนี้ ดูจะไม่หอมหวานนัก เพราะเด็กหลายหมื่นคนมีฐานะขาดแคลน ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ชนิดที่เจาะเลือดปลายนิ้วได้ ซึ่งอุปกรณ์นี้จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้พวกเขาตรวจวัดระดับน้ำตาลได้ด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้ในทุกๆวัน และเติบโตไปเป็นทรัพยากรที่สำคัญของสังคมและประเทศชาติ การระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆเหล่านี้ก็เป็นอีกภารกิจสำคัญของสมาคมฯ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถร่วมส่งความช่วยเหลือได้ด้วยการบริจาคผ่าน บัญชี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 041-017593-5
มาสก์หน้าสูตรเฉพาะ เปี่ยมด้วยประโยชน์จากวิตามิน 12 ชนิด และยังมีว่านหางจระเข้ เกลือทะเลของเกาะเชจู และสารสกัดข้าวของเกาะเชจู
เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (Herbalife Nutrition) บริษัทโภชนาการระดับโลก ประกาศเปิดตัวมาสก์หน้ารุ่นใหม่อย่าง Vitamin Mask พร้อมวางจำหน่ายใน 13 ตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย
Herbalife Nutrition Vitamin Mask เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูลผลิตภัณฑ์โภชนาการภายนอกของบริษัท โดยมีแผ่นมาสก์ให้เลือกใน 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่ Moisturizing, Brightening และ Firming เพื่อสนองความต้องการผิวที่แตกต่างกัน มาสก์แต่ละชิ้นมาพร้อมกับส่วนผสมวิตามินอันเป็นสูตรเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน 12 ชนิด และยังมีว่านหางจระเข้ เกลือทะเลของเกาะเชจู และสารสกัดข้าวของเกาะเชจู เพื่อให้ผิวออกมาสวยและดูสุขภาพดี
วิตามินเป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติของผิวมนุษย์ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ช่วยปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นความเครียดรอบตัว โดยมาสก์ Vitamin Mask ของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ช่วยให้ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีผิวชุ่มชื่นยาวนาน ผิวมีความยืดหยุ่นและเปล่งประกายมากขึ้น
● Vitamin Mask สูตร Moisturizing
มาสก์สูตรพิเศษที่รวมกรดไฮยาลูรอนิก 3 ชนิด พร้อมโปรตีนสกัดจากอโวคาโดและสารสกัดบัวบก เพื่อเติมความชุ่มชื้นที่คงทนตลอดทั้งวัน ให้ผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำ และนุ่มมากขึ้น
ในการศึกษาประสิทธิภาพของมาสก์ ผู้ร่วมการวิจัย 90% เผยว่าผิวของตนดูชุ่มชื่นและนุ่มขึ้น หลังใช้ Vitamin Mask สูตร Moisturizing เพียงครั้งเดียว
● Vitamin Mask สูตร Brightening
มาสก์ Vitamin Mask สูตร Brightening คิดค้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีผิวปกติหรือหมองคล้ำ และต้องการกระตุ้นให้ผิวเปล่งประกายมากขึ้น มาสก์สูตรนี้เปี่ยมด้วย Vita-Glow Complex ซึ่งเป็นส่วนผสมเฉพาะที่ประกอบด้วย Niacinamide, Adenosine, Pearles Rosee และ Omija Peptide โดยเป็นมาสก์ที่ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใสมากขึ้น
● Vitamin Mask สูตร Firming
Vitamin Mask สูตร Firming คิดค้นขึ้นเพื่อผู้ที่มีผิวปกติ แห้ง หรือหยาบกร้าน ช่วยเติมสารอาหารและยกกระชับผิว มาสก์รุ่นนี้เข้มข้นไปด้วยซีรั่ม เปี่ยมไปด้วย Vita-Lift Complex ซึ่งเป็นส่วนผสมเฉพาะที่ประกอบด้วย Niacinamide, Adenosine, เมล็ดลูปิน และสารสกัดจากโสมดำ Vitamin Mask สูตร Firming ช่วยทำให้ผิวยกกระชับและยืดหยุ่นเหมือนสูตร Brightening ขณะที่ให้ความชุ่มชื้นที่ผิวต้องการ
มาสก์ Vitamin Mask ของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น จะวางจำหน่ายในตลาดบางแห่งทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมปีนี้ และจะเปิดตัวในตลาดอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มเติมในไตรมาสสองของปี 2564
คิ้วท์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ..
คอลเล็กชั่นลิปที่ทุกคนกรีดร้องและอยากจับจองเป็นที่สุด
อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ เปิด Milk Tea Shop ส่งคอลเล็กชั่น ลิปเฉดสีลาเต้ สไปซี่ และแคนดี้นู๊ด นำเทรนด์ลิปสีชานม ชวนให้น่าลิ้มเลีย 12 เฉดสีใหม่ ใน 4 ลิป Format ตั้งแต่ Rouge Pur Couture, Tatouage Couture, Rouge Volupte Shine และ Vernis a Levres Vinyl Cream
วางขาย 12 สิงหาฯ ช้อปไปกับโปรฯวันแม่พร้อมกัน เครือเดอะมอลล์, พารากอน และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เท่านั้น!
#YSLBeautyth #YSLBeautyMilktea #ลิปชานม
Zelens สกินแคร์แบรนด์ดังจากอังกฤษ โดย ดร.มาร์โค เลนส์ (Dr. Marko Lens) ศัลยแพทย์ความงามและผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งผิวหนังและชะลอวัย หลังจากประสบความสำเร็จในการแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิงทั่วโลกว่าให้ผลลัพธ์ที่ได้ผลจริง โดยเมื่อเร็วๆนี้ Skin Lab Thailand ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Zelens แต่เพียงผู้เดียวในไทย ได้ชวนเซเลบริตี้และเหล่าสาวกร่วมงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สีสัน Zelens Active Color
ซึ่งดร.มาร์โค เลนส์ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่าผลิตภัณฑ์ที่สร้างสีสันให้ใบหน้า เพิ่มความสวยให้ผิวโดยยังคงได้รับประสิทธิภาพการบำรุงจากส่วนผสมออกฤทธิ์ที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Active Ingredient + Color จึงเป็นที่มีมาของชื่อไลน์ผลิตภัณฑ์ว่า Zelens Active Color
โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แขกที่มารวมงานได้ ทดลองสีลิปสติกและทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Zelens อย่างเต็มอิ่ม พร้อมเปลี่ยนลุคส์ ให้เข้ากับบรรยากาศแห่งค่ำคืน ปาร์ตี้สนุกสนาน โดยในค่ำคืนนั้น ได้ช่างแต่งหน้าชื่อดัง คุณ Puffpoy เมคอัพอาร์ทิสต์ที่มีสไตล์การแต่งหน้าที่ชัดเจน มาร่วมพูดคุยและแนะนำสีลิปสติกที่เข้ากับบุคลิกของแต่ละท่าน
On จับมือ Bang & Olufsen ครั้งแรก เปิดตัวรองเท้าวิ่งมาราธอน On Cloudboom พร้อมหูฟังไร้สาย Beoplay E8 Sport On Limited Edition
บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก และเป็นผู้นำเข้าพร้อมจัดจำหน่าย On Running (ออน รันนิ่ง) แบรนด์รองเท้าวิ่งอันดับ 1 จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ เปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ On Cloudboom (ออน คลาวด์บูม) ที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งระยะไกลและเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon-fiber infused Speedboard™ ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกับหูฟังไร้สายลิมิเต็ดเอดิชัน Beoplay E8 Sport On Limited Edition จากแบรนด์ Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงจากประเทศเดนมาร์ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Sound of Unstoppable” เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองแบรนด์ ที่จะนำปรัชญาการออกแบบและความหลงใหลมาสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์
โอลิวิเยร์ เบิร์นฮาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ On และเจ้าของแชมป์ Ironman World Champion หลายสมัย กล่าวว่า “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือการสร้างรองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่ดีที่สุด Cloudboom จึงถูกสร้างขึ้นโดยนำความคิดเห็นของนักกีฬาชั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา เพราะพวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันรูปทรงของ Cloudboom ยังสื่อถึงดีเอ็นเอของ On คือการออกแบบในสไตล์มินิมอลและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันกับของ Bang & Olufsen นั่นเอง”
ทางด้าน คริสตอฟเฟอร์ โพลเซน รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Bang & Olufsen กล่าวว่า “เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ On เพื่อมอบประสบการณ์อันสุดยอดให้กับนักวิ่งด้วย Beoplay E8 Sport หูฟังสำหรับนักกีฬารุ่นแรกของ Bang & Olufsen ซึ่งผสมผสานสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ คือ การออกแบบที่ปรับให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละคนได้ กันน้ำได้ ให้ความสบายขณะวิ่งหรือออกกำลังกายเป็นเวลานาน และที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม เป็นพลังผลักดันให้เหล่านักวิ่งมุ่งไปข้างหน้าและทำให้ดีที่สุด”
Cloudboom คือสุดยอดรองเท้าวิ่งแข่งสำหรับการวิ่งระยะไกล (10-42 กิโลเมตร) รุ่นแรกจาก On คิดค้นพัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นของนักกีฬาชั้นนำ ได้แก่ เรเชล คลิฟฟ์ เจ้าของสถิติที่ดีที่สุดของนักวิ่งจากแคนาดาในการแข่งขัน The Woodlands Half Marathon 2018 รวมถึงได้เหรียญทองแดงในการวิ่ง 10,000 เมตร ในการแข่งขัน NACAC Championships 2018 และ คริส ทอมป์สัน นักวิ่งระยะไกลชาวอังกฤษ เจ้าของเหรียญเงินในการวิ่ง 10,000 เมตร ในการแข่งขัน 2010 European Athletics Championships และแชมป์วิ่งรายการ Bath Half Marathon 2019
รองเท้าวิ่งมาราธอนรุ่นนี้มาพร้อมพื้นคุชชัน CloudTec 2 ชั้นที่ใช้เทคโนโลยีซูเปอร์โฟม Helion ให้ความกระชับทันทีที่สวมใส่และความสบายเมื่อวิ่งทางไกล ทั้งยังเป็นรองเท้า On รุ่นแรกที่ใช้พื้นรองเท้า Speedboard แบบผสมเส้นใยคาร์บอน ช่วยเพิ่มความเร็วในการวิ่ง ตัวรองเท้าเป็นผ้าตาข่ายชั้นเดียวที่ออกแบบมาอย่างดี น้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม พร้อมแผ่นยางกันลื่นออกแบบใหม่ช่วยในการยึดเกาะทางวิ่ง พื้นรองเท้าชั้นล่างเป็นทรงโค้งเหมือนเก้าอี้โยก ช่วยในการถ่ายเทน้ำหนักและเพิ่มแรงส่งในการวิ่งทะยานไปข้างหน้า
สำหรับหูฟังไร้สาย Beoplay E8 Sport On Limited Edition โดดเด่นด้วยคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 สวมใส่ได้กระชับไม่หลุดง่ายด้วยชิ้นส่วนซิลิโคนถอดเปลี่ยนได้ รองรับบลูทูธ V5.1 แบตเตอรีใช้ได้ต่อเนื่องสูงสุด 21 ชั่วโมง และมีจำนวนจำกัดเพียง 3,000 เครื่อง ทั่วโลกเท่านั้น หูฟังมาพร้อมกล่องชาร์จแบบไร้สายที่ผสานความโดดเด่นของโลกกีฬา ซึ่งเน้นสัมผัสแบบยางซิลีโคนขึ้นลาย และ เอกลักษณ์เฉพาะของอโนไดซ์อะลูมิเนียมจาก Bang & Olufsen ที่ได้รับการยอมรับมากว่า 50 ปีว่า มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อการสึกกร่อน นอกจากนั้นยังพิถีพิพันในการออกแบบหูฟัง อาทิเช่น ริ้วคลื่นที่ขอบหูฟังซึ่งช่วยให้การสวมใส่หรือการขยับหูฟังด้วยนิ้วมือที่เปียกเหงื่อ เป็นไปได้อย่างคล่องตัว โดยไม่ต้องหยุดชะลอหรือหยุดวิ่ง มากไปกว่านั้นผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเพลง รับสายโทรเข้า และเปิดใช้โหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency Mode) ได้ง่ายๆ ด้วยการแตะหรือปัดนิ้วไปบนหูฟังเท่านั้น
รองเท้าวิ่งแข่งระยะไกล On Cloudboom และหูฟัง Beoplay E8 Sport On Limited Edition เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป โดย Cloudboom มีจำหน่ายที่ Rev Runnr, Ari Running, Run 2 Paradise, Avarin, Monster Run และ 2Studio ในราคา 7,600 บาท ส่วน Beoplay E8 Sport On Limited Edition มีจำหน่ายที่ DotLife สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลบางนา และ www.dotlife.store ในราคา 12,900 บาท พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่ซื้อรองเท้า On หรือหูฟัง/เครื่องเสียง Bang & Olufsen ในช่วงระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการซื้อสินค้าแบรนด์ On หรือ Bang & Olufsen ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
เงื่อนไขที่ 1 : เมื่อซื้อรองเท้า On รุ่นใดก็ได้ สามารถซื้อหูฟัง เฉพาะรุ่น Beoplay E8 Sport On Limited Edition ในราคาพิเศษ
เงื่อนไขที่ 2 : เมื่อซื้อหูฟังหรือเครื่องเสียง Bang & Olufsen รุ่นใดก็ได้ สามารถซื้อรองเท้า On เฉพาะคอลเลคชั่น Spring Summer 2020 และ Fall Winter 2020 ในราคาพิเศษด้วยเช่นกัน
หมายเหตุ* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
Keds (เคดส์) ต้อนรับวันแม่ ด้วยคอคเลคชั่นพิเศษที่ทำร่วมกับ Draper James (เดรเปอร์ เจมส์) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดินแดนทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา “สำหรับคอลเลคชั่น Keds x Draper James นี้ เราได้นำเสน่ห์ทางตอนใต้ของอเมริกา และความเป็นผู้หญิงอันโดดเด่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบรองเท้าผ้าทั้งหมดในคอลเลคชั่น” ฮอลลี่ เคอร์ทิส, รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลกแบรนด์ Keds กล่าว
นอกจากนี้ เคทเธอรีน ซูกีย์, รองประธานฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Draper James พูดเสริมว่า “เราทำงานร่วมกับทีม Keds เพื่อเลือกสรรสไตล์ที่มีความหลากหลาย คลาสสิค และสวมใส่สบาย ทว่ายังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติอันเป็นที่นิยมตามแบบฉบับของผู้หญิง Draper James โดยเราต้องการให้ผู้หญิงทุกคนได้สนุกกับการใช้ชีวิตบนย่างก้าวอันแสนสบาย”
สำหรับคอลเลคชั่น Keds x Draper James ได้นำเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ Draper James อย่าง ดอกแมกโนเลีย ตาไก่ และผ้าฝ้ายลายตาราง โดยรองเท้าแต่ละคู่ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีความคลาสสิคและใส่สบาย เหมาะสำหรับใส่แมทช์กับเสื้อผ้าสไตล์ลำลอง ใครที่มองหาของขวัญสำหรับคุณแม่หรือรองเท้าสำหรับใส่คู่กับคุณแม่ในวันพิเศษ คลิกเข้าไปช้อปได้ทางเว็บไซด์ www.keds.co.th หรือทาง LINE : @KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine
ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก Keds Thailand ได้ที่ Instagram : @KedsThailand และ Facebook : Keds Thailand
Keds x Draper James Champion Magnolia (ราคา 2,450 บาท)
Keds x Draper James Double Decker Eyelet (ราคา 2,650 บาท)
Keds x Draper James Kickstart Chambray (ราคา 2,650 บาท)
อินทิรา นาคสกุล (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) องอาจ สุขเลิศกมล (กลาง) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และวุธพร ทองเงิน (ขวา) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมบราเก่าแลกบราใหม่ให้เพื่อนผู้หญิง ภายใต้แคมเปญ WOMEN,YOU ARE AMAZING ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยรับบริจาคบราเสื่อมสภาพทุกแบรนด์ ทุกการบริจาคจะสมทบบราใหม่เพื่อนำไปมอบให้สตรีภายใต้การดูแลของสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ หรือบ้านพักฉุกเฉิน ส่วนบราเสื่อมสภาพจะนำไปทำลายในเตาเผาระบบปิดความร้อนสูง เพื่อลดปัญหาโลกร้อนและลดฝุ่น PM 2.5 ณ พื้นที่จัดแสดงบรายักษ์วาโก้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 1 กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ สามารถบริจาคบราเสื่อมสภาพกับแคมเปญ WOMEN,YOU ARE AMAZING ได้ที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ตลอดเดือนสิงหาคม 2563
ครีมรองพื้นใน DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION มีเนื้ออ่อนนุ่มแบบบาล์ม ซึ่งดูหลอมรวมราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับผิวและช่วยปกป้องผิว พร้อมป้องกันรังสียูวีในระดับ SPF 50/PA +++ ขณะเดียวกัน พิกเม้นต์สีน้ำเงินอิเลคทริคบลู อนุภาคประกายมุก และอณูแป้งซึ่งด้านในกลวง จะทำงานร่วมกันเพื่อมอบความเปล่งปลั่งให้กับผิวในทันที พร้อมอำพรางสัญญาณความหมองคล้ำทุกประเภท ชั้นตาข่ายเนื้อละเอียดที่ขึงอยู่เหนือคุชชั่นรวมถึงวิธีการใช้พัฟจับเนื้อรองพื้นที่แตกต่างกัน 3 แบบ ได้แก่ แตะ ลูบ หรือปาด ทำให้คุชชั่นรองพื้นแนวคิดใหม่นี้มอบการปกปิดที่สามารถปรับระดับให้เหมาะกับความต้องการของผิวได้หลายระดับ
DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION ทั้ง 4 เฉด สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบการแต่งผิวให้ดูสวยสมบูรณ์แบบอย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีภารกิจหลายอย่างต้องทำในเวลาเดียวกัน แผ่นพัฟและตลับพกพาสะดวกช่วยให้ลงรองพื้นได้เรียบเนียนเสมอกันและสามารถแต่งเติมได้ทุกที่ ทุกเวลา
● The Revolutionary, Protective Formula สูตรปกป้องผิวแนวใหม่
DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอและผิวได้รับการปกป้อง คุชชั่น
รองพื้นสูตรนี้แต่งแต้มได้ลื่นไหลและช่วยสร้างสมดุลความชุ่มชื้นที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็มอบความรู้สึกเย็นสดชื่นขณะลงรองพื้น เนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่าร้อยละ 30
สูตรผสมแนวใหม่ของ DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION มีคุณประโยชน์ต่อผิวหลายประการ ทั้งปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีด้วย SPF 50/PA+++ เลือนความหมองคล้ำด้วยการผนึกกำลังของพิกเม้นต์สีน้ำเงินอิเลคทริคบลูและอนุภาคประกายมุก และเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยกลีเซอรินและไฮยาลูโรนิกแอซิด* ขณะเดียวกัน หยาดเอสเซ้นส์สีน้ำนมซึ่งเกิดจากอณูแป้งที่ด้านในกลวงรวมตัวกับน้ำก็ช่วยให้สีผิวดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
● Tailer-made Mesh, Ultimate Control ตาข่ายที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อการควบคุมปริมาณรองพื้นที่ยอดเยี่ยม
ตาข่ายเนื้อละเอียดถูกขึงไว้เหนือคุชชั่น นวัตกรรมล้ำยุคนี้ทำให้ DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION สามารถมอบรองพื้นในปริมาณที่เหมาะสมต่อการใช้งาน เพื่อผลลัพธ์ที่กำหนดได้ตามต้องการ และให้ความรู้สึกโปร่งเบาบนผิว
ผ้าตาข่ายชั้นเยี่ยมของอิตาลีนี้ช่วยควบคุมปริมาณรองพื้น เมื่อใช้แผ่นพัฟแตะ ลูบ หรือปาด DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION จะมอบรองพื้นในปริมาณที่เหมาะต่อการปกปิดในระดับที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ผ้าตาข่ายยังช่วยไม่ให้รองพื้นในคุชชั่นแห้งลง และป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้สัมผัสโดยตรงกับผิวหน้าของคุชชั่นอีกด้วย
● 3 Gestures, Endless Bespoke Results 3 วิธีการใช้พัฟ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ
ชั้นตาข่ายอัจฉริยะของ DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION ช่วยให้ควบคุมปริมาณรองพื้นได้อย่างแม่นยำ และพอเหมาะต่อการปกปิดจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้ดุจผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อใช้พัฟแตะบนคุชชั่น แผ่นพัฟจะซับรองพื้นขึ้นมาในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งพอเหมาะต่อการปกปิดบาง ๆ หากใช้พัฟลูบลงบนตาข่าย ตาข่ายจะทำให้รองพื้นอุ่นขึ้นและอ่อนตัวลง ซึ่งเหมาะสำหรับการปกปิดระดับปานกลาง หากใช้พัฟปาดไปบนคุชชั่น ตาของตาข่ายจะถ่างออก แผ่นพัฟจะจับสูตรผสมในปริมาณที่มากขึ้น และให้การปกปิดที่สูงขึ้น
นอกจากแผ่นพัฟที่ให้มาในตลับแล้ว คุณยังสามารถลง DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION ด้วยแปรงรองพื้น เพื่อให้ได้การปกปิดที่สูงขึ้นและฟินิชที่เนี้ยบดุจมืออาชีพ
● ผลลัพธ์คือผิวคงความเปล่งปลั่งยาวนานได้ตลอดวัน อีกทั้งยังรู้สึกสบายและชุ่มชื่นขึ้นอีกด้วย
ผลลัพธ์ที่คุณสามารถสัมผัสได้หลังใช้ทันที**
- ร้อยละ 85 รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ไม่หนักผิว
- ร้อยละ 88 รู้สึกว่าแต่งแต้มได้ง่าย
- ร้อยละ 86 รู้สึกว่าผิวชุ่มชื่นขึ้นหลังใช้
- ร้อยละ 90 รู้สึกสบายผิวหลังใช้
** ผลการทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัคร 61 คน หลังใช้ผลิตภัณฑ์ โดยสถาบันวิจัย SYRES ประเทศสิงคโปร์
DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION มีด้วยกัน 4 เฉดสี ได้แก่
#2
#3
#4
#5
● A Statement Design to Capture the Light ดีไซน์โดดเด่น เงาวาวล้อแสง
DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION บรรจุในตลับสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของชุดผลิตภัณฑ์ DESIGNER ซึ่งในโอกาสนี้ได้รับการออกแบบให้มีความเงาวาวเหลือบเงิน สะท้อนแสงเด่นสะดุดตาและสะท้อนถึงสูตรผสมที่บรรจุอยู่ภายใน บนฝาตลับตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์อักษรย่อ GA สีเงิน DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION ดูดีมีระดับราวกับแฟชั่นแอคเซสเซอรี่ชิ้นหรู พกพาสะดวกและง่ายต่อการหยิบขึ้นมาแต่งเติมขณะเดินทางหรือระหว่างวันอันเร่งรีบ
แผ่นพัฟของ DESIGNER ESSENCE-IN-BALM MESH CUSHION มีทั้งด้านที่กลมมนและด้านที่เป็นมุมแหลม เพื่อให้เหมาะกับการลงรองพื้นในส่วนโค้งเว้าและเข้าถึงซอกมุมต่าง ๆ ของใบหน้า พื้นผิวของพัฟให้สัมผัสนุ่มนวลขณะผัดแต่งผิว แถบริบบิ้นสำหรับสอดนิ้วมีขนาดกว้าง ช่วยให้ยึดจับพัฟได้ถนัดและใช้งานได้ง่าย แผ่นพัฟนี้ออกแบบมาเพื่อให้จับเนื้อรองพื้นในปริมาณที่เหมาะสม เกลี่ยรองพื้นให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมระดับการปกปิดตามความต้องการของผิวได้อย่างง่ายดาย
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่นพร้อมวางจำหน่ายคอลเลคชันล่าสุด ฮานะ ทาจิมะ (HANA TAJIMA) สำหรับยูนิโคล่ ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2020 โดยธีมของผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ในคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ คือ “สวมใส่เรื่องราวของคุณ” (Wearing Our Own Personal Stories) ซึ่งเป็นคอลเลคชันที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงได้เข้าถึงความรู้สึกของตัวเองและสามารถแสดงออกถึงตัวตนของพวกเธอ
“ผู้หญิงเรามีการปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ฉันต้องการเสื้อผ้าที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวฉัน เสื้อผ้าที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเปลี่ยนจากสไตล์หนึ่งไปสู่สไตล์อื่น ๆ โดยยังคงความสบาย ด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับรูปทรงมากกว่าการตกแต่ง ฉันต้องการให้เสื้อผ้าเหล่านี้กำหนดนิยามใหม่ของความเป็นผู้หญิง ให้เราได้สวมใส่เสื้อผ้าที่บอกเล่าเรื่องราวของเรา” ฮานะ ทาจิมะ แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ กล่าว
“สวมใส่เรื่องราวของคุณ” (Wearing Our Own Personal Stories) เกิดขึ้นจากไอเดียของฮานะ ที่มองว่าเสื้อผ้าควรเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ส่วนบุคคล และทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสงบและมั่นใจ ให้ความรู้สึกสบายและไม่ถูกจำกัด ควบคู่ไป กับแสดงถึงความงดงามของผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ ผ่านรูปทรงและรายละเอียดของเสื้อผ้า เสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้ ออกแบบมาให้สามารถปรับเปลี่ยนได้และเข้ากับอารมณ์และรูปร่างที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ลายพิมพ์ผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากต้นไม้ – ลวดลายพฤกษาสีสันสดใสซึ่งออกแบบโดยฮานะ ปลุกพลังจากธรรมชาติผ่านผลงานของเธอ พร้อมด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงในโทนสีเข้มที่เป็นกลาง คอลเลคชันนี้สื่อถึงพลังของความเป็นผู้หญิงและบรรยากาศของความทันสมัย
เช่นเดียวกับคอลเลคชันอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ คอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2020 ของฮานะ ทาจิมะ เปี่ยมด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมอบความสะดวกสบายพร้อมความสง่างามให้แก่ผู้หญิงทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความเชื่อทางศาสนา
คอลเลคชัน ฮานะ ทาจิมะ สำหรับยูนิโคล่ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2020 จะมีจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป เฉพาะสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และ ออนไลน์สโตร์ เท่านั้น
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม