- - Review- - คสอ ไตรภาคนับถอยหลัง วันคล้ายวันเกิด ภาค Base,Foundation, concealer +++

fernstu51

fernstu51

ดู Profile

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนเพลง และพี่ๆน้องๆชาวจีบัน ทุกท่าน
หลังจากห่างหายไปจากเวบบอร์ดไป ร่วมสามเดือนกว่า
กับการทำเรื่องเตรียมจบและศึกษาต่อ ป โท
วันนี้ขอกลับมาอีกครั้งกับ รีวิว เครื่องสำอางค์ฉบับไตรภาคนะคะ
ฮ่าๆๆ ทำเผื่อเคานท์ดาวน์วันคล้ายวันเกิดกันเลยทีเดียว

รีวิวครั้งนี้หวังว่าจะเผยประสบการณ์การใช้คสอ ทั้งหมดที่เคยใช้มา
มารีวิวให้ หมดเปลือกกันเลยทีเดียว
แต่ทั้งนี้ผลของการใช้งานของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันนะคะ
บางอย่างดีสำหรับอีกคน แต่อาจไม่ดีสำหรับอีกคนก็ได้

หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจซื้อของสาวๆ นะคะ >W<

เริ่มด้วย ข้อมูลของสภาพผิว จขกท กันก่อนนะคะ
จขกท
จะผิวมัน
สภาพรูขุมขนกว้าง ผิวอักเสบระคายเคืองและเป็นสิวง่าย
ทำให้เกิดรอยแดงและดำจากสิว
โดยเฉพาะรอบกรอบคาง และหน้าผาก>W<


ฉะนั้นการเลือกใช้ของของจขกท จึงมีจุดประสงค์เพื่อ
ปกปิด ป้องกันความมัน และปกปิดรูขุมขนนะคะ

เริ่มด้วยเบสเขียวกันก่อนเลย
= = เพื่อลดรอยแดง และปรับผิวหน้าให้กระจ่างใส = =
สำหรับตัว จขกท เอง
เบสเขียวที่มีครอบครองตัวแรกเลยคือ
Maybelline
เบสเขียวตัวนี้เอง
ตัวเนื้อเบสจะ เป็นแบบเหลวเกลี่ยค่อนข้างง่าย และเป็นเนื้อมุก
ผสมสารกันแดดในตัว

ข้อดี  ผ่อง เด้ง แตะแค่สามจุดแล้วเกลี่ยทั่วหน้า
ปกปิดรอยแดงได้เล็กน้อย

ข้อเสีย ใช้มากไป หน้าอาจวาวเป็นกระเบื้องได้ ถ้าทาแค่เพียงบางจุดอาจเกิดคราบได้เพราะความวาวของตัวเนื้อเบส

ตัวนี้เราเลยให้คะแนนไป   6/10 ค่ะ
หักที่ตรงเป็นคราบ และตรงเนื้อมุกเนี่ยแหละค่ะสำหรับเรามันแอบตกร่องตอนเกลี่ยเพราะรูขุมขนกว้าง T^T



เบสเขียวที่มีครอบครองเป็นตัวที่ 2 คือ
the face shop หลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ถึงความผ่องเด้ง
ของเจ้า เบสเขียวตัวนี้ เมื่อไม่นานมานี้จึงมีโอกาสได้สั่งพรีออเดอร์มาเป็นจ้าของ
พอบีบเท่านั้นแหละ

แปร๊ดด!!

แม่เจ้าเนื้อเหลวมาก ไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจ บีบไปซะเต็มแรง ฮ่าๆๆ
พอลองปาดลงที่หน้าปื้ด เฮ้ยเกลี่ยง่าย โพดอ่ะ เนื้อครีมไม่มุกทำให้ไม่ตกร่อง ตัวรอยแดง ปกปิดได้ โอมั่ก ๆ แต่ไม่ยักกะเห็นว่า มี spf อะไรเขียน


ข้อดี  ผ่อง เด้ง เกลี่ยง่าย รอยแดงจางลง 80 เปอร์เซนต์ ปกปิดรอยแดงได้เล็กน้อย

ข้อเสีย ไม่มี เพราะตอนนี้กำลังหลงไหลได้ปลื้มอยู่ ฮ่าๆๆ
ตัวนี้เราเลยให้คะแนนไป   10/10 ค่ะ
พอได้ตัวนี้มา เบสเมเบลลีนเลยได้แต่นอนนิ่งๆ  >W< ในกรุ . . .  



มาถึงเบสสีเนื้อกันบ้างของ Lunasol
ตัว Control makeup base

หลังจากปรับสภาพผิวรอยแดงแล้ว เราก็จะลงด้วยตัวเบสสีเนื้อตัวนี้ต่อ
ในกรณีที่ต้องการแต่งหน้าแบบเนี้ยบ  กริบจริงๆนะคะ

วิธีการใช้ กดมาไม่ต้องถึงขนาด 1 ปั๊ม ใช้แค่เม็ดถั่วเขียวแต้มสามจุด
บนใบหน้าแล้วเกลี่ย ไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้ทั้งฝ่ามือ
...  โอย อธิบายยาก เดี๋ยวจขกท จะหารูปมา ปลากรอบให้นะคะ ฮ่าๆๆ

เบสตัวนี้ราคาแพงโดดจริงๆค่ะ จากทุกชิ้นที่จขกท ใช้มา แต่นับว่าผลของมันโอเค สสมกับราคาจริงๆค่ะ ช่วยปรับสภาพสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอของ จขกท
ให้ดู กลมกลืนกันมากขึ้น   รูขุมขนดูเล็กลงด้วย

ข้อดี ปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้เป็นสีเดียวกันเพื่อพร้อมสำหรับลงรองพื้นขั้นตอนต่อไป ทำให้หน้าดูกระจ่างขึ้น

ข้อเสีย ราคาแอบโหดไปจึ๋งนึงสำหรับ นักศึกษาจบใหม่แต่ตอนนั้นเราซื้อเป็นชุดรองพื้น กับเบส ราคาเลย ลดลงมาเกือบครึ่งอ่ะค่ะ

สำหรับ ตัวคะแนนนี้เราให้ 9.5/10 หักตรงราคาเนี่ยแหละ
แต่ถ้าถามจะซื้อต่อไหม

ชัวร์ค่ะพี่น้อง !!!


วิธีการทาเบส ที่บีเอสอนมา คือ
ใช้สามนิ้วคือ ชิ้ กลาง และนาง เป็นตัวเกลี่ยนะคะ

ให้นิ้วโป้ง กับนิ้วก้อยสะดิ้งออกมาเล็กน้อย !!!
แล้วเกลี่ยไปในทิศทางเดียวกันค่ะ

เบสกันแดดของ คุณรำเพย
รบกวน ยืมรูปมาจาก ตัวเวบของคุณรำเพยนะคะ
เป็นกันแดดซิลิโคนเบส
ตอนได้ของ มาแอบคิดว่าราคาแพงเมื่อเทียบกับปริมาณ
ลองบีบ ดูเนื้อเหมือนจะหนาและเกลี่ยยาก แต่พอ ได้ปาดเท่านั้นแหละ
ลื่นปรื๊ดๆ เห็นหลอดไม่ใหญ่มากแต่ใช้ได้นานโข เลยทีเดียว
เลย เพราะเนื้อเป็นซิลิโคน ปาดไปตอนแรก หน้าอาจดูขาวว่อกๆ ได้ แต่พอทิ้งซักพักให้เซตตัว
จะดูกลืนตัวกันแดดจะเปลี่ยนเป็นแป้ง และเซต กับสีผิวมากขึ้นค่ะ  >W<  ชอบๆ

ข้อดี ช่วยอำพรางรูขุมขน ร่องรอยอารยธรรมบนใบหน้าได้ดีค่ะ เป็นที่น่าพอใจ ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม
และ ทำให้การแต่งหน้า ง่ายขึ้น

ข้อเสีย ไม่ควรทากันแดดตัวนี้ก่อนลงรองพื้น อื่นใดๆ นอกจาก mmu เพราะจะทำให้เหนอะ
และรู้สึกหนักหน้ามาก และมีสีให้เลือกเพียงสีเดียวและมีเนื้อสีที่ค่อนข้างขาวค่ะ

ถ้าแต่งหน้าปกติ เราจะใส่ แค่เบสเขียวกับ กันแดด ตามด้วยแป้งฝุ่น แค่นี้ก็กริบพอสำหรับ
ชีวิตปกติแล้วค่ะ >W< it's lert (เริ่ดดดด)
คะแนน 9.5/10 ค่ะแอบหักตรงที่ บางทีพอปาดแล้ว แอบตกร่อง บางทีก็ไม่ตก ฮ่าๆๆ



มาถึงเบสใส ไว้ลงก่อนรองพื้น เพื่ออำพราง ร่องหลุมอุกกาบาตบนใบหน้า
(ก็ว่าไป๊)

เบสซิลิโคน Facebase model co
พอได้ ยินถึงคำร่ำลือ บวกกับตอนนั้นเพิ่งเข้าไทย ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวใหม่ๆ
เฟิร์นไม่พลาดที่จะไป หยิบมาเป็นเจ้าของ และสมบัติกรุ ในบัดดล
ฮ่าๆๆ

ข้อดี บีบมาปริมาณเล็กน้อย แตะสามจุดแล้วปาด
โอ้ หน้ามันลื่นปรื๊ด ลื่นปรื๊ด รูขุมขน ดูหดลง
จากนั้นรอให้เบสเซตก่อน ประมาณ 3 - 5 นาที
เพื่อป้องกันตอนทารองพื้นแล้วจะหลุดเป็นขี้ไคล

พอทารองพื้นแล้วแทบจะไม่เห็นรูขุมขน

ข้อเสียเป็นที่น่าหวั่นใจสำหรับการที่ล้าง คสอ ไม่สะอาดเพราะเสี่ยงต่อการ
อุดตันรูขุมขนเป็นยิ่งนัก บางคนแพ้สิวเห่อ ก็มี
แต่สำหรับเรา มันโอค่ะ !!

คะแนนเราให้ 8.5/ 10 เพราะโอกาสใช้งานมีค่อนข้างน้อย
ใช้ในกรณีต้องการความเนี้ยบกริบ ไปงานเป็นต้น  ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยตอนนี้ยังเหลืออยู่เกือบเต็มหลอด แต่ก็ชอบนะคะ >W<

จบหมวดเบสที่เคยลองมาทั้งหมดแล้ว มาเข้าหมวดรองพื้นกันบ้าง
อย่างที่บอกนะคะ จขกท มีปัญหาเกี่ยกับรอยสิวที่ ทิ้งอารยธรรมไว้
จุดประสงค์ในการเลือกส่วนใหญ่จึงเน้นในเรื่องของการปกปิดเป็นส่วนใหญ่


มาถึง ตัวแรกที่จขกท เคยใช้กันเลย

l'oreal cashmere
รองพื้นที่ซื้อตัวแรก สำหรบนักศึกษาปี หนึ่งตอนนั้น
แอบหลงไหล กับคำโปรย ในแมกกาซีนที่ว่า
สร้างผิวให้นุ่มนวลดุจกำมะหยี่ จัดเลยค่ะ!!
เดินเข้า วัตสันทันที แอบขอให้บีเอเลือกสีให้

เป็นรองพื้นเนื้อครีมที่ ค่อนข้างหนาและมันพอสมควร
แต่ด้วยความที่ลองใช้เป็นครั้งแรก เรารู้สึกโอเคกับมันนะคะ
หมดหลอดแรก ก็ไปซื้อหลอดที่สอง
เพื่อนจะเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัด วันไหนที่ไม่ได้ทาไป
จะทักทันทีว่าทำไม หน้าไม่ ค่อยเรียบเหมือนเมือวาน

ข้อดี ปกปิด ดีค่ะ
ข้อเสีย เนื้อหนาและมัน ตอนนี้ ไม่รู้ว่ายังมีอยู่รึเปล่า เกือบห้าปีที่แล้วแล้วรุ่นนี้
โทนสีออกค่อนข้าง ชมพูไม่ออกเหลือง มากตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่าหน้า เทา
เพราะเลือกเฉดสีผิด มาตอนนี้เข้าใจแล้ว !!

ตัวนี้เอาคะแนนไป 7/10 ละกันค่ะ


รองพื้นตัวที่ 2 ที่เคยใช้ในชีวิต
เมเบลลีนมูสค่ะ
หลังจากที่เคยใช้แบบครีมแล้ว จขกท พยายามหารองพื้นที่ปกปิดดี
และเนื้อบางเบา มากขึ้นกว่าเคย
และด้วยคำโปรยในแมกกาซีน (อีกแล้ว !!) ที่ว่าเป็นเนื้อรองพื้น
ที่มีลักษณะแบบมูสบางเบา เกลี่ยง่าย

เดินไปวัตสันอีกเช่นเคย

คราวนี้ขอลองแบบบางเบาบ้างซิ

....
เกลี่ยยาก ขาว ไม่ปกปิด อาจจะเหมาะกับคนผิวหน้าไม่มีปัญหาอะไรมากกว่า
ใช้ไปสามที ยกให้แม่ค่ะ
T^T

คะแนน ตัวนี้ไม่ถูกกับเราจริงๆ แต่ก็เป็นตัวที่ 2 ที่เราจ่ายตังค์ควักมาซื้อเอง
ฮ่าๆๆๆ เลยเอามาลงรีวิวครั้งนี้ด้วย

จากนั้น จขกท ก็เฝ้าฝันถึงรองพื้น ที่จะมาตอบสนอง
หลังจากที่เริ่มศึกษาการ แต่งหน้าแบบจริงจังที่ว่า
การลงรองพื้นควร ลงแบบ 2 เฉดคือสีที่เข้ม กว่าสีผิว และตรงกับสีผิว
เพื่อทำไฮไลท์เฉดดิ้ง
แต่ด้วยงบที่ค่อนข้างจำกัด

รองพื้นตัวนี้ตอบสนอง ความต้องการ ของจขกทเป็นอย่างดี

revlon custom creation
แอบเฝ้าฝันถึงตัวนี้มานานเพราะเห็นรีวิวจากต่างประเทศ
เลยส่งเสียงกริ๊งกร๊างบอกเพื่อนที่ไปเวิร์กแอนด์ทราเวล ที่อเมริกา
ว่าช่วยทำให้ความฝันเป็นจริงที (ตอนนั้นยังไม่ได้นำเข้าไทย)

เพื่อนเลยจัดให้ มาสนอง need
ปกปิด ดีมากกก
ปรับเฉดสีได้ๆๆๆๆ  
แต่พอ ทาแล้วรองพื้นเรฟล่อนมันออกแดงๆอ่ะค่ะ
เลยเก็บไว้ ทากรณี ต้องการเฉดดิ้งกรอบหน้าอย่างเดียว >W<
คะแนน 7 เต็ม 10 เพราะสี ไม่ค่อยตรงกับสีผิว

แต่ติดทนจริง อะไรจริง เหมาะกับรับปริญญาเป็นอย่างยิ่ง



หลังจากค่อนข้าง ไม่สมหวังกับ รองพื้นฝั่งประเทศตะวันตก ที่เลือกเฉดสียาก พอสมควร T^T
เลยหันเข้าสู่ศาสตร์ตะวันออก
มาลองใช้ของ Kate ดูบ้าง


เพิ่งเคยเจอรองพื้นที่เหลืองตรงกับสีผิวขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ราคาย่อมเยาปกปิดหนา บาง ได้ตาม ความต้องการ ตบๆ เข้านิดๆหน่อย
ก็เนียนได้ นับเป็นคู่แท้ที่หากันจนเจอ
ฮ่าๆๆ !!

คะแนน 9.5 เต็ม 10 เพราะอะไร
รอดู รีวิวอันต่อไป


กับรองพื้นในเครือเดียวกันแต่คนละแบรนด์กับตัวด้านบน

...
ผสมด้วยอัตราส่วนน้ำเกือบ 55 %
โด่งดัง ในโต๊ะเครื่องแป้ง มานาน


เนื้อคู่ที่ต้องสละ kate มา หาคือ

Lunasol modeling water liquid foundation ผู้นี้นี่เองงง (ทำเสียงเหมือนทีวีแชมป์เปี้ยน)
หลังจากทดลองเทสเตอร์ก่อน จะตัดสินใจซื้อ
แค่นั้นแหละ เปลี่ยน ผันแปรพักตร์ ขอสยบกับ lunasol จริงๆ
รองพื้นอะไร๊ !! ตรงกะสีผิว ปานฉะนี้ เหลืองเหมาะกับ สาวเอเชียเป็นอย่างยิ่ง
ปาดก็ง่าย ยิ่งใช้กับเบสยิ่งผ่อง ปกปิดรอยแดงดำได้ชะงัด
แต่ไม่ยักจะหนักหน้า ถ้าปาดครั้งแรกยังไม่เนียน ให้เอาฟองน้ำ บีบรองพื้นมาตบทับ แหม๊ มันกริ๊บบบ บบ

ชอบค่ะ

คะแนน ไม่ต้องถาม หรอก 100 เต็ม 10 เลยเอาไปเล้ยยย!!
ข้อเสียอาจจะมีอย่างเดียว
ราคา โหดพอสมควร แต่คุณภาพสมราคาจริงค่ะ

และรองพื้นตัวสุดท้ายที่จะแวะมารีวิวนะคะ ความจริงยังมีแอบเก็บไว้อีกสองสามตัว แต่ยังไม่ได้ลองใช้ถ้าได้ใช้แล้วจะมารีวิวเพิ่มเติมนะคะ

Shu uemura face architect

หลังจากลองอ่านรีวิว  + กับ ชื่อตัวรองพื้น
architect . ..  . สถาปัตย์ ...
แหม้ มันช่างเหมาะกับชื่อล็อกอินเสียเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆ


ขีดเขียนถาปัดเลยขอไปลองกับหนังหน้ากับ บีเอที่สิงคโปร์ดูบ้าง
(ได้โอกาสซื้อตอนไปฝึกงานที่นู่นค่ะ )

ข้างนึงลองปกปิดแบบ น้ำ
อีกข้างนึงแบบครีม
....

ตัดสินใจไม่ยากค่ะ
ลองเอาแบบครีมมาใช้
เพราะปกปิดได้ค่อนข้างกริบ กว่า lunasol แต่เนื้อจะหนา และหนักกว่า
(ก็แน่นอนอ่ะเนาะมันเป็นเนื้อครีมนี่ )
ตัวนี้เอาไว้ใช้สลับกับ lunasol ค่ะแต่หน้าร้อนนี่คงต้องขอบาย
เอาเก็บไว้ ใช้ตอนหน้าหนาวค่ะเพราะหน้าจะดู ฉ่ำๆ เนียนๆ กว่า

รองพื้นตัวนี้ก็เป็นลูกรักอีกอันนึงค่ะ  >W<
ปกปิดรอยแดงได้ดี รอยด่างดำยังพอเห็นต้องแอบตบซ้ำค่ะ
เนื้อค่อนข้างแมท วิธีทำให้ติดทน จขกท จะเอาฝ่ามือ แนบหน้าหลังทารองพื้นเสร็จ และใช้ทิชชูกดเบาๆ เพื่อให้รองพื้นติดแน่นและทนขึ้นค่ะ

คะแนน 10/10 ค่ะตัวนี้ >W<
ถ้าหมดแล้วอยากรองแบบครีมของลูน่าโซลดูบ้าง อิอิ


มาถึง ภาค คอนซีลเลอร์กันบ้าง


จะว่าไปคอนซีลเลอร์นี่ คู่กั บจขกท มานาน
ตั้งแต่ ม ปลาย รู้จักตัวนี้ก่อนรองพื้นอีก
ฮ่าๆๆๆ

เริ่มจากอ่าน Cawaii แล้วเจอ รีวิวของ Kate
เลยเดินเข้าวัตสันอีกที
(จะว่าไป สื่อนี่ มีอิทธิพลกับเราพอสมควร เลยนะเนี่ย)


ปกปิดดีไหม
ดีค่ะ เนื้อครีม  ใช้งานสะดวกเพราะอยู่ในรูปลักษณ์แบบแท่ง
เนื้อค่อนข้างขาวไปนิด (เหมาะกับ เอามาปกปิดเฉพาะรอยแพนด้าใต้ตา)
ถ้าสาวๆ ผิวขาวใช้ นี่โอเคค่ะ แต่สำหรับเรา บางทีถ้าทามากมันจะดูเป็นรอยด่างๆ
แต่ก็ใช้มา 2 แท่งได้ ค่อนข้างติดใจกับการปกปิด

>W< คะแนน เอาไปเลย 8/10 หักที่สีให้เลือกน้อย กับแอบตกร่องค่ะถ้าเอามาทาใต้ตา


มาถึงตัวที่ 2 กับคอนซีลเลอร์สามหลุม


OP นั่นเอง

คสบ โดยรวมเหมือน OP
แต่ นี่มีสามสี และเฉดสีใกล้เคียงกับคนไทย มากกว่า
ตรงสีเข้มสุดนี่ กลืนกับสีผิวเรามากค่ะ สีนี้ใช้บ่อยสุดๆ
สีอ่อนสุดเอามาทาใต้ตา
สีกลางเอามาผสม กับสีเข้มแต้มรอยสิวช่วงแก้ม

สรุป
เป็นคอนซีลเลอร์ที่ครอบจักรวาล สามารถผสมสี ให้เข้ากับสีผิวตัวเองได้
รูปลักษณ์มาในแบบตลับ บางทีอาจจะยุ่งยากถ้าจะต้องใช้แปรง
แต่เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า Kate แน่นอนเพราะหัวแปรง ค่อนข้างเล็ก

ลักษณะเนื้อคล้ายกับ Kate แต่เกลี่ยง่ายกว่า แอบตกร่องเหมือนกัน
แต่ด้วยราคาที่ย่อมเยา ทำให้ได้คะแนน
ที่  9/10 สมราคา และ มีคุณภาพค่ะ

เริ่ดด



และกับตัวสุดท้าย
concealer ของลูน่าโซล
เป็นตัวเนื้อครีม (เหลว)  จึงค่อนข้างเกลี่ง่ายเมื่อเทียบกับสองตัว
ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ เหมาะกับการทาใต้ตาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ตกร่อง
และ ตาดูสว่าง ไม่เหมือนตรากตรำทำงานหนัก จริงจัง
เอามากลบ สิวก็ได้นะคะ สำหรับสาวผิวขาว เหลือง

พูดง่ายๆก็เริ่ดอีก  ยิ่งตอนบีเอ มาสาธิตการแต่งหน้า
ตบๆ ให้แป๊บเดียว โอ้!!!  ซาร่า สุดยอดค่ะ

แต่ราคาไม่ค่อยน่ารัก T^T  
อาจทำให้กระเทือนต่อสตางค์ในกระเป๋าได้

จัดไป 9.5 เต็ม 10 เนี่ยแหละค่ะ หักตรงที่ทำให้
เรากินมาม่าไปจนถึงสิ้นเดือนเนี่ยแหละค่ะ ฮ่าๆๆ




ขอจบรีวิว ไตรภาค ภาค เบส รองพื้น กับคอนซีลเลอร์ก่อนนะคะ ฮ่าๆๆ
ไว้ มาติดตามภาคต่อไปกันนะคะ
พุ่งนี้จะมารีวิวเกี่ยวกับพวก ภาค สีสรรกันค่า


ขอขอบคุณทุกคน ที่ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ
ไว้เจอกันวันพุ่งนี้ค่ะ
>W<
ปล ถ้าสาวๆ อยากถามอะไร ถามมาได้เลยนะคะ>W<
อยากให้รีวิวนี้เป็นประโยชน์กับสาวๆอยู่แล้วค่ะ



Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย