กบในหม้อต้ม

    การปิดเทอมเพื่อขึ้น ม.4ต่อ ผมรู้สึกว่าผมใช้เวลาไม่คุ้มเลย คนส่วนใหญ่ในเวลานี้คงไล่ล่าหาเกียรติมัตรเตรียมพอร์ตกันหมดเเล้ว หรือไม่ก็ดูงานคณะที่จะเข้าวางเเผนอนาคตกัน เเต่ผมยังไม่ได้ทำอะเลย ผมไม่มีผลงานอะไรสักอย่างเลย ไม่รู้ว่าจะเข้าขณะอะไร ไม่รู้ว่าต้องไปเก็บพอร์ตสายใหน ควรติวอะไร ถึงผมจะรู้  เต่ผมก็ไมากล้าขัดคนในครอบครัวอยู่ดี กลัวว่าถ้าเข้าสถาปัตเเล้ว จะจบมาไม่มีงานทำ กลัวว่าครอบครัวจะไม่มีเงินรักษาดมื่อเเก่ พอจะไปสายสุขภาพ ตัวเองก็เรียนไม่เก่ง ไม่มีเกียรติบัต ไม่มีผลงาน ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้แดเทอมมาได้ครึ่งทางเเล้ว เเต่อีกไม่นานก็จะต้องจบไป ผมคิดว่า ถ้าผมไม่ทำอะตอนนี้ ในอนาคตผมคงเป็นคนล้มเหลว คนทั้งบ้านต่างมีความสามารถกันทั้งนั้น ทั้งลุงที่จบวิศวะ ป้าที่เป็นหมอ น้าที่เป็นสัตวเเพทย์ ป้าอีกคนที่เป็นหมอ เเถมพวกลูกพี่ลูกน้องต่างก็เป็น หมอ เเละ ข้าราชการกัน ผมล้มเหลวเเล้ว ไม่ต่างจากกบในหม้อน้ำเดือด เมื่อรู้ตัวอีกทีก็หนีไม่ทันซะเเล้ว  ผมไม่รู้ว่าจะไปเก็บสายอะไรดี ผมหน่ะอยากเข้าสายศิลป์ เเต่จบมาคงหางานยากมีคนที่ต้องดูเเล5คน เเล้วสัตว์เเพทย์ มีโอกาสเข้า1ใน300 ถึงจะเข้าได้เเต่กลัวว่าจะไม่สามารถดูเเล้ครอบครัวได้    หมอผมไม่มีผลงานอะไรเลย ทั้งไม่เก่ง เเละผมก็ไม่ได้ชอบด้วย เเต่ผมก็กลัวว่าถ้าเข้าไม่ได้ ผมจะดูเเลครอบครัวยังไง      ตอนนี้ผมเตรียมตัวไม่ทันซะเเล้ว สายเกินไปเเล้วตอนนี้...

Discussion (4)

อย่ากดดันตัวเองน้า น้องไม่ได้สายเกินไปเลยค่ะ อนาคตให้น้องนึกภาพตัวเองทำอาชีพนั้นในหัว ถ้ารู้สึกว่าทำแล้วมีความสุข สบายใจที่จะทำ อาชีพนั้นเราจะทำมันได้ดีและมีโอกาสเติบโตมากกว่าน้า
น้องกำลังกดดันตัวเองมากไปรึเปล่า พี่เข้าใจว่าอาจเพราะที่บ้านมีแต่คนประสบความสำเร็จตามแพลตฟอร์มชีวิต... แต่น้องบอกว่าน้องเรียนไม่เก่ง +สนใจสายศิลป์ แต่กลัวจบออกมาตกงาน ถ้าถามพี่ตอนนี้ทุกคนจบออกมาล้วนต้องตกงานกันก่อนทั้งนั้นค่ะ ทุกคนต้องผ่านโมเม้นนั้น เพราะชีวิตคือชีวิตไม่ใช่นิยายที่จะสมบูรณ์ทุกอย่าง ถึงเวลานั้นให้เรียนจบก่อนค่อยมาว่ากัน ถ้าไม่ชอบ ก็ต่ออีกใบนึงก็ได้ เรื่องอนาคตมันไม่แน่นอนจริงๆ ยกตัวอย่างนะ ญาติพี่ ย้อนไปตอนยี่สิบปีก่อน เค้าชอบเล่นเกมส์มากๆ ไม่ค่อยจะสนทนากับใครด้วย ใครๆก็หาว่าบ๊อง ช่วงนั้นคณะแพทย์ บริหาร วิศวะ บูมมากทุกคนอยากเข้า แต่เค้าไม่เลือก ตรงข้ามเค้าเลือกที่จะเรียนคณะสาขาเปิดใหม่เกี่ยวกับเกมส์ ตอนนั้นมีแต่คนว่าเค้าว่าโง่ จบออกมาก็ตกงาน ใครจะไปเอา ไม่มีงานรองรับ คณะก็ไม่ดัง แต่เชื่อมั้ยพอถึงช่วงเวลาเค้าจบออกมา เป็นช่วงตลาดเกมส์มาแรงมาก ทุกวันนี้เลยกลายเป็นผู้ผลิตเกมส์ออนไลน์ และอาจารย์พิเศษวิทยากรพิเศษ สุดท้ายประสบความสำเร็จกว่าพวกที่เรียนคณะดังๆซะอีก พี่ถึงบอกว่าอย่าเพิ่งคิดไกล เราคิดวางแผนได้ แต่อย่าวางแผนระยะยาวขนาดนั้น ขนาดแผนธุรกิจยังต้องปรับทุกไตรมาสเลย ชีวิตมันมีอะไรพลิกได้ตลอด ฉะนั้นคิดได้ แต่อย่าไกลเกินมากดดันตัวเอง อย่าจำกัดจนกรอบชีวิตดิ้นไปทางไหนไม่ได้  ชอบอะไรอย่างน้อยตอนนี้น้องรู้แล้วว่าตัวเองชอบทางไหน เลือกดูว่ามีคณะไหนบ้าง ลองสมัครแข่งขันไปเรื่อยๆ แล้วเอาสิ่งนั้นมาใส่เป็นพอร์ต ลองค่อยๆคิดทีละขั้น สุดท้ายนี้สำคัญมาก พี่ไม่อยากให้น้องมองอะไรเป็นรูปแบบแผนเดิมๆ เช่น เรียนก็ต้องมหาลัยดังๆ /เป็นหมอ วิศวะ ขรก. ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ 100% บางคนล้มเหลวในชีวิตก็มี (พี่เจอมาหลายคนแล้ว)  และหลายคนทำงานไม่ตรงที่จบมาด้วยซ้ำ บางทีน้องอาจประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องยึดแบบแผนเดิมๆเหมือนคนอื่น ความสำเร็จให้ดูที่ปลายทาง อย่าดูระหว่างทาง ไม่มีใครร้ว่าวันนึงชีวิตเราจะไปทางไหน ส่วนเรื่องดูแลครอบครัวพี่มองว่าอย่าเพิ่งเอาภาระมาแบกไว้แล้วกดดันตัวเอง พี่เชื่อว่าทุกคนในบ้านน้องคงต้องมีทางไปของตัวเอง คงไม่มานั่งรอน้องดูแลตลอด แค่น้องเรียนจบมีงานทำ เป็นคนดี แบ่งปันพ่อแม่ท่านบ้างยามมี พี่ว่าพ่อแม่ก็มีความสุขแล้ว