วิถีการสร้างแบรนด์ด้วยการแกล้งโง่แบบฉบับParis Hilton

candy

candy

ดู Profile

.
 
หากนึกถึง Influencer ตัวแม่ในตำนาน   ทายาทสาวหหาเศรษฐีที่กลายถูกเม้ากระฉ่อนเพราะคลิปหลุดสุดฉาวและอาจจะทำให้หลายคนคิดว่า เธอต้องเก็บตัวหนีสังคมไปด้วยความอับอาย

แต่เธอเธอกลับพลิกสถานการณ์มาสร้างความโด่งดังระดับ global  แม้จะมีข่าวในทางเสื่อมเสียไม่รู้กี่ครั้ง  แต่ก็ไม่อาจจะฉุดกระแสให้ตกต่ำลงไปได้  

ความดังของเธอน่ะเหรอ ?   ก็มากล้นเกินพอจน Kim K เคยยกเครดิตว่า  "เธอเป็นคนสร้างชื่อให้กับชั้นในวงการ"  

แต่ก็นั่นแหละ   ไม่มีอะไรอยู่จีรังยั่งยืน      จากที่เคยเป็นคนดังที่ผู้คนค้นหาข้อมูลใน internet มากที่สุด   และหยิบจับทุกอย่างเป็นทอง   เพื่อนสาวที่เคยเปรียบเหมือนนางบริวารอย่าง Kim  ก็ผงาดขึ้นมาดึงกระแสความสนใจไปยังตัวนางและครอบครัวไปจนหมด  ชื่อของ Paris Hilton  จึงถูกบรรยายต่อท้ายด้วยคำว่า "ในตำนาน"  เพราะตำแหน่งราชินี internet ถูกพี่น้อง Kardashian แทนที่มานานแล้ว
 แต่ไม่ว่าจะอย่างไร  วิถีการสร้างแบรนด์ของ Paris อันโดดเด่นตราตรึงใจผู้เสพกอสสิป   ถึงเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน   คน gen Y  ขึ้นไปย่อมจดจำความเผ็ดของเธอได้ไม่ลืม



แต่จู่ๆ  สาวไอโซแอ๊บแบ๊วตลอดกาลกลับประกาศออกสื่อว่า    "ที่ผ่านมา แค่แสร้งทำเป็นโง่"   reaction ของชาวเน็ทก็ประมาณว่า   "อะไรกันเนี่ย?!"


เรามาย้อนลำดับ character อันโดดเด่นที่ทำให้ Parisโด่งดังกันก่อนดีกว่า  


ความสัมพันธ์กับ Kim K   ผู้สืบทอดบัลลังก์ราชินีอินเทอร์เน็ท
- พูดเสียงมุ้งมิ้งเหมือนเด็กสาววัยเอ๊าะ  ตั้งแต่เริ่มมีชื่อในวงการจนตอนนี้จะขึ้นหลัก 4 ปีหน้า  เสียงพูดของแพก็ยังแบ๊วเสมอ



- แม้เวลาผ่านไปนานขนาดไหนก็ยึดชมพูเป็นสีประจำตัว และ theme เจ้าหญิงไม่มีเปลี่ยนแปลง



- ความ contrast กับท่าทางที่เหมือนเด็กสาวสวยใส แพไม่ปิดบังความเผ็ดเลยสักนิด เธออาจจะไม่ได้นำเสนอส่วนเว้าส่วนโค้งแบบพี่น้อง Kardashian แต่ก็สั่นสะเทือนโลกกอสสิปด้วยแฟชั่นที่ดูติดเรทมาแล้วหลายครั้ง ส่วนเส้นทางการเดทก็โลดโผนสุดชีวิต แฟนหนุ่มมาจากหลากหลายวงการ และมีภาพหลุดเผ็ดๆตามมาอีกหลายรอบ  แต่สถานะปัจจุบันคือโสด ไม่เคยเข้าพิธีวิวาห์


- เป็นนักสร้าง viral ก่อนจะมีsocial media จะกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 เธอจด trademark ประโยค That's Hot และปั้นเทรนด์ชุดวอร์ม Juicy Couture จนโด่งดัง ไหนจะภาพของ Vally Girl ยุค 2000s ที่ต้องอุ้มน้องหมาไซส์กระเป๋าไปทุกหนทุกแห่ง




ไม่น่าแปลกใจว่า   ใครๆต่างก็ยกให้เธอเป็น Barbie เวอร์ชั่นเผ็ดแซ่บ
แม้หลายปีมาก่อนจะเคยมีข่าวว่า Paris และ Kim  แตกหักกันจนมองหน้าไม่ติด    และยิ่งในช่วงหลังๆ  เธอก็จะได้รับคำถามชวนหงุดหงิดใจว่ารู้สึกอย่างไรที่ช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองได้ผ่านพ้นไม่หวนกลับคืน   (เธอเคยลุกออกไปจากการสัมภาษณ์ดื้อๆ หลังจากที่พิธีกรยิงคำถามนี้ใส่)  ทำให้บางคนเชื่อว่า มิตรภาพระหว่างสองสาวคงเกินเยียวยา       แต่ทุกวันนี้ พวกเธอกลับดูแนบแน่นกันยิ่งกว่าในอดีตซะอีก
หลายปีก่อนที่ Kim จะโด่งดังกลายเป้นตัวแม่   Paris เคยจิกกัดเพื่อนเก่าแก่ออกสื่อ และมีท่าทีหมางเมินใส่ที่ fashion show ในขณะที่ Kim ดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด
"หลายปีก่อนที่ Kim จะโด่งดังกลายเป้นตัวแม่ Paris เคยจิกกัดเพื่อนเก่าแก่ออกสื่อ และมีท่าทีหมางเมินใส่ที่ fashion show ในขณะที่ Kim ดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด"
ทั้งสองกลับมาสนิทสนมกัน   แม้ Kim จะไม่ใช่สาวโนเนมที่เดินตามก้นParis อีกต่อไป  แต่ก็ให้เครดิตเพื่อนสาวไว้เต็มที่   Kim ได้เปิดเผยใน documentary ว่า


" Paris เป็นต้นแบบของของคนดังที่มีพาพาราซซี่คอยติดตามทกความเคลื่อนไหว ชั้นจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนทุกวันนี้หาก Paris ไม่ได้ทำรายการ reality และแนะนำให้ผู้คนได้รู้จักชั้น ส่วนคำแนะนำที่ดีที่สุดจาก Paris ก็คือ จงศึกษาด้วยการเฝ้ามองเธอว่าทำอะไรบ้าง"


หลายคนเชื่อว่า เบื้องหลังความสำเร็จของ Kim มาจาก Paris พวกเธอเจอกับ scandal เทปโป๊หลุด - เซ็นสัญญาเล่น reality show - ทำธุรกิจสร้างสารพัดผลิตภัณฑ์ป้อนตลาด - กอบโกยเงินทอง แต่ Kim ที่ตามมาทีหลังกลับพาครอบครัวทะยานแซงหน้าไป


  
This Is Paris    documentary ที่เปิดเผยตัวตนจริงที่โลกไม่รู้มาก่อน
คำวิจารณ์ที่พุ่งเป้ามายัง Paris  บ่อยที่สุดก็น่าจะเป็นข้อกล่าวหาว่าเธอเป็นสาวสมองกลวงที่มีดีแค่เงินและความสวย     จะมีสาวไฮโซคนอื่นอีกบ้างไหมที่ถูกGuinness Book ยกให้เป็น " บุคคลที่ถูกตีค่าสูงเกินความจริงที่สุดในโลก"!
Paris ไม่ได้พยายามเชิดชูภาพของผู้หญิง "มีกึ๋น"    หลายคำพูดของเธอกลายมาเป็น quote ให้ผู้คนเยาะเย้ยว่าว่าช่างฟังดูไร้สมอง  

" Walmart ที่ขายอะไรอะ พวกอุปกรณ์เกี่ยวกับผนังรึยังไง"


" ชั้นรักแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นแอฟริกาใต้หรือแอฟริกาตะวันตกก็เยี่ยมยอดทั้งสองประเทศ


"ชั้นไม่ค่อยคิดอะไรนักหนาหรอก ชั้นแค่เดินสวยๆแค่นั้นพอ"



"Britney กับชั้นเป็นคนคิดค้นการถ่าย selfie"    


(สื่ออย่าง BBC ยังต้องงัดเอาข้อมูลมาโต้ว่า มี selfie มาตั้งแต่ยุคภาพขาวดำแล้ว)  


" ชั้นเกลียดรสชาติของเหล้ามากเลย   ชั้นชอบดื่มแต่ Red Bull" 

( แต่ถูกจับเมาแล้วขับ และมีภาพเมาปลิ้นกลาง party มาหลายครั้ง)






ตลอดมา ผู้คนจำนวนมากไม่ได้ "ให้ราคา" กับ Paris Hilton ด้วยอคติว่าเธอเป็นคุณหนูสุดสปอยล์ที่ใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นมาเป็นรากฐานความโด่งดัง ภาพของ Barbie มีชีวิตที่ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าและดราม่าขัดแข้งขัดขากับคู่แข่งอย่าง Lindsay Lohan ทำให้เธอปรากฏอยู่บนปกแทบลอยด์สม่ำเสมอ


ทั้งหมดเป็นเพียงการแสดง

Paris ได้สร้างความฮือฮาจากคำยืนยันในสัมภาษณ์กับสื่อออสเตรเลียว่า

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา  ชั้นได้เล่นละครเข้าถึงบทบาทและทั้งโลกก็ไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของชั้น    ที่จริงแล้วชั้นเป็นคนเฉลียวฉลาด ไม่ใช่สาวบลอนด์โง่เง่า   ชั้นแค่เสแสร้งทำเป็นโง่ได้แนบเนียนเท่านั้น"


เสียงที่แท้จริงของ Paris ทำให้ชาวเน็ทต้องเซอร์ไพรส์     Paris ที่ออกสื่อสัมภาษณ์ documentary เปิดเผยตัวตนเป็นครั้งแรก ดูจะเป็นคนละคนในภาพความทรงจำของผู้คนมากมาย   เธอไม่ได้พูดจาด้วยน้ำเสียงและใส่จริตสุดแบ๊ว  แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า "แคแรคเตอร์"  สาวผมบลอนด์สวยใสไร้สติที่เธอสร้างขึ้นมามากทีเดียว
 

Paris ในวัย 39 ที่ยังดูอ่อนวัยไม่ได้ต่างจากช่วงเวลาที่เธอยังเป็นเบอร์หนึ่ง
"Paris ในวัย 39 ที่ยังดูอ่อนวัยไม่ได้ต่างจากช่วงเวลาที่เธอยังเป็นเบอร์หนึ่ง"

เพราะอะไร Paris จึงต้อง "แกล้งโง่"
Paris แสดงบทบาทสาวบลอนด์สวยใสไร้สติมานานจนเหมือนกับการกดสวิทช์ไปทีโหมดนั้นได้ทุกครั้งที่เธอเห็นกล้อง    เธออธิบายว่า   เสแสร้งทำแบบนี้เพื่อสร้างเกราะกำบังและเอื้อประโยชน์ในการสร้างแบรนด์อันแข็งแกร่งนั่นเอง  แต่เมื่อต้องถูกประเมินคุณค่าจากตัวตนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอปล่อยวางไปได้ง่ายๆ

" ชั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อต้องถูกพิพากษาและมีแนวคิดผิดๆเกี่ยวกับชั้นเพราะบทบาทที่ชั้นสร้างขึ้นมาก็ทำให้เหนื่อยใจค่ะ"

"แต่ในขณะเดียวกัน ชั้นสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจากวิธีนี้ ชั้นไม่เสียใจที่ทำมัน "
Paris ยังได้รับกระแสความสนใจล้นหลามจากต่างประเทศ
"Paris ยังได้รับกระแสความสนใจล้นหลามจากต่างประเทศ"


ถึงจะไม่ได้ peak เหมือนเดิม  แต่งาน "คนดัง" ก็ยังรัดตัวจนเครียดจัด แต่ก็ปล่อยวางไม่ได้
ทุกวันนี้ หัวข้อข่าวกอสสิปที่ชาวเน็ทสนใจเต็มไปด้วยสาวๆบ้าน KarJenner    และ Paris มักจะได้รับคำถามชวนกดดันว่า  รู้สึกอย่างไรที่ spotlightไม่ได้ส่องมาที่เธอเหมือนเดิม  แต่หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่า Paris ยังมีงานล้นมือ   เธอเดินทางไปโพรโมทแบรนด์ตลอดเวลา     แม้จะยืนยันว่าชอบหาเงินเยอะๆ และจะไม่พักจนกว่าจะทำเงินได้พันล้าน   แต่ชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่งกลับทำให้เธอนั่งซึมในห้องที่โรงแรมและนึกสงสัยว่า เธอยังเป็นคนเดิมอยู่รึเปล่า  

"ได้เดินทางไปทั่วโลก แต่ชั้นไม่ได้เห็นอะไรเลยนอกจากห้องพัก ห้างสรรพสินค้าและคลับ "


" ชั้นมักเปิดเผยความสุขกับชีวิตสมบูรณ์แบบเป็นฉากหน้า   เพราะชั้นวางแผนสร้างแบรนด์นี้และตัวตนนี้ขึ้นมา  แล้วชั้นจมอยู่กับตัวตนผู้หญิงที่สร้างขึ้นมาจนไปไหนไม่ได้    เมื่อก่อน  ชั้นไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"
ตอนเดินทางไปเกาหลี   นักข่างจำนวนมากไปรอทำข่าวที่สนามบิน และแฟนๆก็คลั่งไคล้เธอน่าดู
"ตอนเดินทางไปเกาหลี นักข่างจำนวนมากไปรอทำข่าวที่สนามบิน และแฟนๆก็คลั่งไคล้เธอน่าดู"

ใน documentary แม่ผู้ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเด็กหญิงวัย 12ได้แสดงความวิตกกังวลว่า ภาพของลูกสาวที่แสดงออกเหมือนนักแสดงดิสนีย์ เสแสร้งเป็นสาวไร้สมองนั้นเป็นเหมือนกับเกราะหรือเหลือกที่ปกปิดบางอย่างไว้


และก็มีการขุดไปถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอเลือกวิธีนี้ในการความสำเร็จ


มันเป็นเรื่องราวที่ dark กว่าที่คุณคิดมากค่ะ

ช่วงที่ครอบครัวย้ายมา New York    Paris ที่อยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อต้องพบกับปัญหาการปรับตัวเข้ากับเด็กสาวที่โรงเรียน   เธอถูกกลั่นแกล้งและไม่รู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับที่ไหนเลย  จนมาพบกับชีวิตยามค่ำคืน  Paris ใช้บัตรประชาชนปลอมเข้าไปสนุกสุดเหวี่ยงใน party ที่เต็มไปด้วยสิ่งมึนเมา และทำให้พ่อแม่ของเธอที่เลี้ยงดูอย่่างเคร่งครัดต้องวิกตกกังวลใจ โดยเฉพาะแม่ที่ไล่โทรตามหาลูกสาวไปตามคลับต่างๆ (พร้อมกับคำขู่ว่าจะแจ้งปิดคลับ)    และในที่สุดพวกเค้าก็ใช้ไม้ตายควบคุมเธอขั้นเด็ดขาดด้วยการว่งไปยังโรงเรียนและแคมป์ปรับพฤติกรรมเด็กมีปัญหา   นั่นได้สร้างความทรงจำที่เลวร้ายให้กับ Paris  เพราะนอกจากจะต้องถูกคุมตัวไม่ให้ออกไปสัมผัสโลกภายนอก  ครูผู้คุมยังมีพฤติกรรม abusive   ทั้งตะคอกใส่และตบตีเมื่อแหกกฎ    โดยเฉพาะ Provo  โรงเรียนสุดท้ายที่พ่อแม่ส่งเธอเข้าไปปรับพฤติกกรรมก่อนที่จะอายุครบ 18
Paris เปิดเผยด้วยท่าทางหวาดกลัวฝังใจว่า  สต๊าฟในโรงเรียนนี้ได้นำความรุนแรงมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับเด็กนักเรียนให้เชื่อฟัง   ทั้งการใช้คำพูดร้ายกาจ  ตะโกนใส่หน้า  ตบ  บีบคอ    เธอเคยถูกลงโทษด้วยการขังห้องเย็น และเด็กๆจะถูกบังคับกินยาที่ไม่รู้จัก การใช้ชีวิตในโรงเรียนกินนอนแห่งนั้นกลายมาเป็นฝันร้ายที่หลอกหลอนทุกวันนี้   แต่เธอไม่ยอมบอกความจริงกับพ่อแม่ว่าเคยถูกทำร้าย     ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อพ่อแม่ที่บังคับเธอให้มาอยู่โรงเรียนสุด abusive แห่งนี้ได้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้เธอโหยหาความสำเร็จที่ทำให้เธอสามารถหลุดออกจากการควบคุมของพ่อแม่ไปให้ได้  และนั่นหมายความว่า เพื่อเป้าหมายที่ว่า เธอจะต้องทำทุกวิถีทาง   รวมไปถึงการเล่นละครให้โลกได้เข้าใจว่า เธอเป็นสาวบลอนด์โง่เง่านั่นเอง


" ชั้นมุ่งมั่นจะสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จให้ได้   ชั้นมั่นใจว่า มันจะทำให้ฉันได้รับอิสระอย่างเต็มที่"

หลังจากพ้นโรงเรียนปรับพฤติกรรมมาได้    Paris ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเด็กสาวที่เชื่อฟังพ่อแม่   แต่เธอยิ่งต่อต้านมากขึ้นไปอีก
"หลังจากพ้นโรงเรียนปรับพฤติกรรมมาได้ Paris ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเด็กสาวที่เชื่อฟังพ่อแม่ แต่เธอยิ่งต่อต้านมากขึ้นไปอีก"


เมื่อถูกตั้งคำถามว่า จะยุติการสร้างแบรนด์แบบนี้รึเปล่า เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะมีอายุมากขึ้นไปเรื่อยๆจนไม่เข้ากับแบรนด์แล้ว Paris ตอบยังไม่ลังเลใจว่า


" ไม่ค่ะ  ชั้นจะเป๊ะแบบนี้ตลอดไป"

ช่างเป็นคำตอบที่สมศักดิ์ศรี Paris ซะจริงๆ!

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย