[Review] สูตรลัดโกงอายุผิวด้วย Panpuri Night Oil

3rd

King of Eugenie

King of Eugenie

ดู Profile

ฮายยยย ซิสสสสส


วันนี้คิสจะมารีวิวต่อจากการพาสาวๆไปมินิทัวร์ใน [ครั้งแรกของฉันและปัญญ์ปุริ Ep.0] ไหน Panpuri ที่ใครๆว่าดีกัน


ชีวิตคิสก็มีเรื่องบันเทิงตลอดค่ะ ซื้อปุ๊บถ่ายรูปกะว่าจะได้ใช้งานละ วันถัดมาผิวแหกจากครีมที่ซื้อมาใช้กระปุกจิ๋วๆ แต่พลานุภาพร้ายกาจมาก ถึงหน้าแหกแต่ก็ดีค่ะที่รู้ตัวไว ทาปุ๊บ พังปั๊บ และก็แก้ไขทันที คิสเน้นเอาพวก detox mask ดูดออกมาให้หมดไวๆ และลง moisturizer ที่ดีแบบกลุ่ม ceramide ล้างหน้าผิวให้สะอาดแต่อ่อนโยนที่สุด งดการแต่งหน้า ช่วยได้ดีและรวดเร็วมากๆ


3 วันคิสก็ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ใช้ทันที คิสรอราว 1 อาทิตย์ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด อยากใช้แล้ว ใครเข้ากรุ๊ป Jeban รีวิวของแพงหรือพวกหน้า feed ใน FB/IG คงเข้าใจ มันบิ้วท์อารมณ์หนักมาก ทำได้แค่มองถุง ทั้งๆที่ใจเรามันอยากจะเทใส่หน้าลงไปแล้วค่ะ


ส่วนตัวคิสใช้ Retinol อยู่แล้ว เริ่มจาก Retinol แบบ Cream Base ติดต่อกันมานานมาก (คิสรู้ว่าคิสไม่มีแนวโน้มจะมีน้องด้วย แต่ใครที่อาจจะมีภาวะตั้งครรภ์ คิสอยากให้ปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ เพราะ article ยังไม่มีการรองรับ แต่คิสก็ถือว่ามันเป็นอนุพันธ์ Vitamin A อยู่ดี)


ก่อนหน้านี้คิสมีโพสเรื่องการใช้งานสกินแคร์ไว้  [Ctrl C+V] อยากสวยต้องอ่าน เมื่อสกินแคร์บางตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เผื่อใครสนใจไปอ่านดูได้ดีค่ะ ถ้าอยากใช้ Retinol หรือตัวฮิตอื่นๆให้ได้ผลดีสูงสุด ควรใช้หรือไม่ควรใช้กับอะไร

สำหรับตัว Panpuri ตัวนี้ก็มีที่มาจากสกินแคร์ที่คิสใช้อยู่เดิมคือ Sunday Riley Luna กำลังจะหมด คิสใช้ขวดเล็กนะคะ เวลาใช้ๆครั้งละ 3-5 หยด คิสไม่รู้ว่าปริมาณที่เหมาะสมจริงๆคือแค่ไหน แต่คิสใช้ปริมาณประมาณนี้ละ


ก็ใช้งานได้ประมาณ 2 เดือน มีสลับใช้งานกับ Clinique Fresh Pressed Vit C อีกราวๆ 2 อาทิตย์ และก็วนกลับมาใช้ใหม่ ตอนนี้ดูดไม่ขึ้นแล้วค่ะ เทอย่างเดียว


ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีมากที่คิสได้มาเจอตัวตายตัวแทนในราคาที่ถูกกว่า กลิ่นดีกว่า และเนื้อสัมผัสแบบ dry oil ปริมาณที่ใช้ๆเท่ากันค่ะ แต่ตัวนี้เนื้อ runny กว่า


ตอนนี้คิสใช้งานมาได้ 2 อาทิตย์ก็พอจะรีวิวได้ แต่ก็อยากจะทำรีวิวอีกครั้งหลังจากในจนหมดขวดด้วยเหมือนกัน แต่ขอทดไว้ก่อนค่ะ มาทำเพราะกระแส Panpuri โดยเฉพาะ


*ปล.ไม่ต้องแปลกใจที่รูป unbox รอบนี้แลดูสวยงามขึ้นผิดผีนะคะ พอดีวันที่คิสซื้อแล้วคิสไปเลาจ์ต่อเลยแกะถุงเลย คิดว่าจะได้ใช้แล้ว เห่อมาก แล้วก็เห่อมากจริงๆ สิวเห่อจนไม่ได้ใช้

PANPURI


Revive ArunaYouth Complex Bakachiol Age Delay Night Oil


(1.0% Phyto-Retinol)



 

Size: 30 ml

Price: 3,200 thb* 

Life time after opened: 6 months

Made in Thailand


*ในร้าน online มีโปรเรื่อยๆค่ะ แต่ใครแพ้ง่ายคิสว่าควรไปลองที่หน้าเคาทเตอร์ก่อนดีกว่า คิสซื้อที่ CTW, แต่มันเพิ่งเปิดเคาทเตอร์ที่เซนลาดเอง


PROs:


- ได้ผลเทียบเคียงกับ Retinol Oil ระดับตัวท๊อปเท่าที่คิสเคยใช้ ราคาถูกกว่าเล็กน้อย สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือการเป็น facial cocktail oils ในตัวคือไม่ต้องผสมให้ยุ่งยาก เค้าผสมมาให้แล้ว คือใช้ออยล์ตัวนี้ก็จบ


- เนื้อเป็น Dry Oil คือเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากกว่าและใช้งานง่ายกว่าสำหรับใครที่กลัวการใช้ออยล์ หรือแม้แต่ไม่เคยใช้ออยล์บำรุงผิวมาก่อนเลย*


- กลิ่นดีมากกกกกกกกกกกกก และนี่อาจจะเป็นข้อดีที่สุดเลยก็ได้ เพราะรู้สึกผ่อนคลายมากๆ และในส่วนผสมไม่มีน้ำหอม จากลีสส่วนผสม มันเป็นกลิ่นของ essential oils ที่เบลนด์มาร่วมกัน แต่หอมระดับ THREE มั๊ย ไม่ขนาดนั้นค่ะ ของ THREE คือกลิ่นหอมแบบแรงกว่า ปะทะหน้าแล้วแบบโห้ยยยย อันนี้หอมแต่หอมอ่อนๆบางๆ ตามสไตล์กลิ่นของน้ำมันสกัด


- 100% ออแกนิคล้วนๆ อันนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีการแพ้เลย แต่เป็นแค่ส่วนประกอบนึงเท่านั้นจากข้ออื่นๆที่ revive ตัวนี้มี(คือเค้าคุณงามความดีค่อนข้างเยอะค่ะ ไม่มีสารอันตรายเกือบทุกตัว ลองซูมรูปตามลำบากเลย)

 

*ถึงเนื้อตัวนี้จะเป็น Dry oil แต่ใช้เฉพาะกลางคืนเท่านั้นนะคะ



CONs:


- แพง คือข้อขึ้นต้นด้วยข้อนี้ก่อนเลย ราคาคือมันก็ถูกกว่าตัวที่คิสใช้อยู่ แต่ราคาก็ยังสูงมากๆ คิสหักล้างด้วยประเภทของ Retinol ที่คิสเองก็ใช้งานมานานมาก หลายประเภท หลายเบสด้วย อันนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้ Phyto-retinol ไม่ใช่แบบ traditional หรือ trans acid


สำหรับใครที่ไม่เกท ขอให้นึกง่ายๆถึง Vitamin C ที่เราคุ้นเคยค่ะ มันมีหลายเกรด หลายประเภท หลากหลายเทคโนโลยีที่ทำให้ร่างกายนำสารบำรุงไปใช้ได้อย่าง optimize ที่สุด ซึ่งบางคนไม่รู้ก็ซื้อแบบถูกที่สุดไว้ก่อน แต่คือยังไม่ทันจะกินหรอก มันสลายไปตั้งแต่เปิดขวดแล้ว เพราะเป็นแบบคุณภาพต่ำ แบบคุณภาพดี ก็ต้องดูอีกว่า type ไหน ปล่อยหมดเลยมั๊ย หรือทยอยปล่อยเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้ดีที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องของเทคนิคทางเคมีที่ร่างกายนำไปใช้งาน


คิสก็พยายามจะทำให้เข้าใจ คือคิสก็อ่านรีวิวหลายคนมากๆนะก่อนที่จะซื้อ และคิสก็ทำรีวิวแบบหลายๆคนไม่ได้ด้วย คือวิชาการคิสก็ไม่มี เคมีก็ไม่ได้จบมา ตอบได้คือแบบเท่าที่คนชอบสกินแคร์คนนึงและใช้ Retinol มานานพอจะเข้าใจบ้าง


- แพคเกจเป็น Dropper ซึ่ง...พระเจ้า ทำไมทุกเจ้าต้องใช้ Dropper ด้วย มันมีเหตุผลใช่มั๊ย ใครอธิบายคิสที คิสก็ไม่ได้ถามพนักงานและคิดว่ามันก็ควรไปถามผู้รู้มากกว่า เพราะคิสไม่เข้าใจจริงๆในแง่ความสะอาด หรือการเก็บความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ ทำไมถึงปล่อยให้ออยล์โดนอากาศด้วยละ

ขวดเป็นสีขาวทึบ sturdy ค่ะ หัว dropper เป็น slanted ที่ทำให้ง่ายต่อการใช้แบบ dropper มากกว่าแบบหัวตัดตรง ซึ่งก็เหมาะกับเนื้อที่ค่อนข้าง runny(เหลว) สไตล์ Dry Oil ด้วย

*ที่ต้องระวังคือแพคเกจของ serum และ oil ไม่ว่าจะเป็นไลน์ lotus / revive มันสีเดียวกันหมดเลย ถ้าจะซื้อแนะนำให้พนักงานหยิบให้ค่ะ ตอนคิดเงินพนักงานจะทวนให้เราตรวจสอบสินค้าเองว่าเป็นกล่องแดง แต่ถ้าซื้อออนไลน์ก็ตั้งสังเกตดีๆ Key word "Revive Night Oil" ไม่งั้นอาจจะได้อีกตัวมาแทน

สำหรับผลการใช้งาน อันนี้คิสขอลงรูปสยองก่อนนะคะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคิสถึงต้องพักผิวไปเลย 1 อาทิตย์ก่อนใช้งานตัวนี้ค่ะ และก็ใช้ราวๆ 2 อาทิตย์ ผิวก็กลับมาสู่สภาพฟูใสเหมือนเดิม

อันนี้คือหลังจากซื้อไปได้ 2 วันนะคะ แพ้ยับเยิน ผิวสากมาก สากเหมือนไปโดนพิษอะไรสักอย่าง ผิวมันตะปุ่มตะป่ำและบวมเห่อค่ะ คันด้วย
"อันนี้คือหลังจากซื้อไปได้ 2 วันนะคะ แพ้ยับเยิน ผิวสากมาก สากเหมือนไปโดนพิษอะไรสักอย่าง ผิวมันตะปุ่มตะป่ำและบวมเห่อค่ะ คันด้วย"

ผลการรีวิวคิสขอเทียบผิวของคิสก่อนการแพ้แทนนะคะ เพราะจะให้เทียบกับช่วงที่แพ้มันก็ดูไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ ตอนแพ้ หน้าคิสแย่มากจริงๆ อยากให้ดูผิวจากที่ผิวที่เป็นปกติก่อนหน้านี้ที่คิสใช้ Luna และตอนที่คิสใช้ Panpuri มากกว่า

อันนี้เป็นผลการใช้ตั้งแต่ 10/12/19 (ใช้ Luna Oil ยังไม่ใช่ Vit C) และหลังจากใช้ Night Oil 2 วีค
"อันนี้เป็นผลการใช้ตั้งแต่ 10/12/19 (ใช้ Luna Oil ยังไม่ใช่ Vit C) และหลังจากใช้ Night Oil 2 วีค"

ผลอาจจะดูออกมาแทบจะไม่ได้ต่างกัน คือผิวคิสมีปัญหาเรื่อง inner dry skin ที่จัดการยาก แต่รอยด่างดำ รอยสิว รอยแดง และริ้วรอยตามวัย(ถ้าคิสไปเซย์ฮัลโหลกับพระเจ้าตอน 70 ชีวิตตอนนี้คือมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่คิสไม่อยากอยู่ถึง 70 หรอกค่ะ 55)


ก็เอาว่าเทียบแล้วคิสว่าผลลัพธ์การใช้งานคือผิวคิสเหมือนเดิม คือดีเหมือนเดิม ดีสำหรับคิสนะคะ ไม่ได้แปลว่าดีของคนอื่น 55555555555 


สำหรับคำถามผ่านเพจเรื่องออยล์ตัวนี้ หรือหากใครเห็นแล้วอยากรู้ คิสบอกไปแล้วข้างบน แต่จะสรุปให้สั้นที่สุดว่าได้ผลเทียบเคียง Luna ในสัมผัสที่สบายผิวกว่า กลิ่นดีกว่า และถูกกว่า ตัวนี้ไม่ต้องเสียเวลาทำความรู้จักนานค่ะ คืนแรก ไม่ก็ไม่เกิน 3 วันก็รู้สึกแล้วว่าผิวมีความเปลี่ยนแปลง

ไม่ใส่ App, Filter แสงธรรมชาติ และหน้าดิบมากกกกก
"ไม่ใส่ App, Filter แสงธรรมชาติ และหน้าดิบมากกกกก"

อันนี้คือหน้าดิบของคิสจริงๆ ล้างด้วยเจลล้างหน้าแล้วเช็ดด้วยน้ำเกลือ ไม่ใช่โทนเนอร์ใดๆด้วยค่ะ คือดิบของแท้ อยากให้เห็นชัดๆ ไม่ทาอะไรเลยทั้งสิ้น ความดีเลวอะไรให้เห็นให้หมด


ถ้าคิสไม่ลืม อีก 2 เดือนคิสจะมาอัพเดทอีกครั้ง เพราะการใช้ Retinol ให้ได้ผลที่ดี ควรใช้แล้วหยุด พักหน้า เปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น(เช่น Vit C) แล้วค่อยวนกลับมาใหม่ เหมือนออกกำลังกายแบบ HIIT แล้วผิวเราจะดีขึ้นในแบบ "เหมือนเดิม" คือดีเหมือนเดิม เด็กๆอาจจะไม่เข้าใจว่าเหมือนเดิมดียังไง แต่ถ้าอายุเยอะ การที่ผิวยังดีเหมือนเดิม สิวไม่ขึ้น หน้าไม่ย้วย ริ้วรอยไม่เพิ่ม ถือเป็นพรจากพระเจ้าค่ะ

สิ่งที่คิสชอบเกี่ยวกับตัวนี้มากที่สุดคงเป็นเรื่อง innovation ของการนำ retinol oil base มาใช้ในสกินแคร์ ซึ่งก็ไม่ได้มีหลายแบรนด์นักที่ทำ คิสก็ไม่ได้เป็นพวก R&D เชื่อว่าหลักๆน่าจะเป็นเหตุผลเรื่องการต้นทุนการวิจัยและการทำสูตรของต้นทุนสารที่ราคาสูงกว่าสาร anti-aging ตัวอื่นๆในท้องตลาด


ซึ่ง Retinol Oil ที่ดีและเป็นประเภทสกัดคุณภาพ มีแต่ราคาระดับไฮเอนท์หมดค่ะ ต้องบอกว่าที่มีวางขายในประเทศไทย อาจจะมีไม่ถึง 5 ตัว เดานะคะ เพราะคิสไม่เจอจริงๆ ถ้าใครเจอก็แนะนำคิสด้วยจะตามไปสอยแน่นอนค่ะ


ส่วนใครที่อยากรู้อยากลอง แต่ยังไม่แน่ใจ พวกกลุ่ม Retinol ราคาถูกก็มีค่ะ จะเป็นพวกครีมเบสเยอะแยะเลย แต่ผลลัพธ์ต่างกัน คนละเรื่อง เหมือนกินกระทิงแดงกับโสมแดงสกัดอิลวาอะ คือ 10 บาทกับ 3000 มันต้องมีอะไรต่างกันแน่ๆละ ตาตั้งได้เหมือนกัน แต่เรากระปรี้กระเปร่าเพราะอะไร

ขอมาอวดรูปตอนนี้ที่ไม่ลงรองพื้น ใช้กันแดด Biore สีแดง ตามด้วยเบส THREE pristine veil และแป้ง LUSH! วันนั้นไปโบสถ์เลยจะไม่แต่งเยอะ บราเดอร์จะตกใจเอา


แต่ก็กล้องมือถือนะคะ อันนี้ไม่มีใช้ App แต่งเพิ่มค่ะ

ทิ้งท้ายโพสนี้ ขอเลือกที่เข้ากับโพสเลย ของไทยๆเราโกอินเตอร์ไปหมดแล้ว


กระเป๋ากล้องตอนนี้ที่คิสใช้อยู่เป็นกระเป๋าไลน์ใหม่ของ Naraya ราคาก็ไม่ได้น่ารักน่าชังเท่าไหร่ แต่คือคนทักหลายคนแล้วว่าของแบรนด์อะไร น่ารักจัง ก็ต้องขอบคุณน้องแนน (aka @nanearlybird) ที่แนะนำให้คิสใส่กระเป๋าและใส่ซองกันชื้นไว้ให้ดี ช่วยรักษาคุณภาพกล้องให้อยู่กับเรานานๆ


((แอบเลือกสี Pantone 2020 มาเลย น้องสวยมากก จริงๆเป็นกระเป๋าเครื่องสำอาง แต่คิสเอามาใช้แทนกระเป๋ากล้อง ช่วงนี้ไปไหนมาไหนกับเจ้แคทบ่อยและเจ้ติดการถ่ายรูปหนักมาก ก็ต้องพกพาไว้เหมือนทิชชู่เปียก เคยไม่เอากล้องติดตัวแล้วไปกับเจ้ คิสจะโดนดุค่ะว่าทำไมไม่เอามา 55 เค้าชอบถ่ายรูปมาก))


ก็หวังว่าในปีนี้คิสจะได้ค้นพบของดีของเด็ดของคนไทย แบรนด์ไทย เอามานำเหนอกันเรื่อยๆ รวมถึงของที่ organic, vegan และของ cruelty free ด้วย เมื่อก่อนคิสก็ไม่สนใจเลย ไกลตัวมาก ไม่รับรู้ ไม่สนใจ จนวันนี้ละ สนใจแล้ว


ก็หวังว่าโพสมหากาพย์นี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แบรนด์ไทยอย่าง Panpuri ทำสินค้าเจ๋งๆออกมาให้เป็น phenomenon อีก แต่อย่าเพิ่งรีบออกนะ 55 อีกสักครึ่งปีค่อยเปิดตัวก็ได้ คิสจะได้วางแผนทางการเงินถูกค่ะ


ไปแล้วนะคะ สวยขึ้น แต่กล้ามเนื้อมืออ่อนแรงแทน ไหลยาวตลอด คิสเบรคมือไม่อยู่จริงๆ ยังไงคิสขอขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่มีให้คิสมาเสมอค่ะ


^^

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย