[Must Have] ของ 7 ชิ้นระดับ Elite เสกงานผิวจากแบรนด์ทั่วโลก

King of Eugenie

King of Eugenie

ดู Profile

ฮายยยยย ซิสสสสสส


เกริ่นก่อนว่าช่วงนี้ผิวคิสที่เคยบอกว่าแพ้ คือมันก็หายแล้วนะ ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว เนียนเหมือนเดิม มันดีขึ้นรวดเร็วมาก ก็เป็นโชคดีของคิสด้วย ผสมๆกัน 55


แต่เอาของใช้ที่เลือกใช้งานตั้งแต่เริ่มกลับมาแต่งหน้า(ก่อนหน้านี้ช่วงที่แพ้จะใช้แค่กันแดดมีสีเบจในตัวของ La Vita แล้วไม่ลงแป้งทับเลย เพราะแป้งตอนนี้ของคิสมี talc แป้งชองตาไคคิสหมดแล้วค่ะ หาซื้อลำบากด้วย)


พอผิวเริ่มจะดีขึ้นก็แต่งหน้าได้ ตอนนี้เน้น base makeup ให้ผิวดูรอดก่อน ให้ดูเป็น 2nd skin พอแล้ว ส่วน point makeup จะใช้เท่าที่จำเป็น อย่างเมื่อวานมีงานปาร์ตี้ก็จะแต่ง ถ้าไม่มีก็ขีดๆคิ้ว ขีดๆปาก จบบริบูรณ์


*คิสเชื่อว่าต้องมีคนแปลกใจในทรงคิ้วเพี้ยนๆของคิส บางวันก็ดี และหลายๆวันก็มาแบบแฟชั่นสมัยราชวงศ์ถัง คือคิสมีรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุที่ใหญ่มากบริเวณคิ้ว ใหญ่มากพอจะทำให้หน้าคิสเบี้ยว และถ้าวันไหนรีบ คิ้วที่เขียนก็จะไม่เสถียรเหมือนคลื่น FM/AM ค่ะ อันนี้คือตามสภาพมาก ถือว่าเป็นการได้สัมผัสประวัติศาสตร์บรรพบุรุษบ้างในบางวัน 55 อาร์ทส์อยู่รอบตัวเรา

คิสเลือกใช้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นในตอนนี้ และด้วยความ Elite (เอลีท) ของผิวคิส ที่ถึงคิสจะมีชีวิตที่ภูธรมากแค่ไหน ช่วงภาวะผิวพัง ผิวคิสจะเอลีทเสมอ ไม่คัด ไม่เลือก ไม่เริศ หน้าแหกยับกว่าเดิมค่ะ นี่คัดๆมา กลายเป็นว่าเอาแบรนด์มากันทั่วทั้งโลกเลยกอบกู้ผิวหน้าคิสในเวลานี้


ลองครีมซองมา 2-3 ครั้งละ พังทุกรอบ ไม่นับพวกของดรักสโตร์ หลายตัว แพ้หนักมากๆ หลายๆตัวไม่แพ้ แต่ไม่รู้สึกอะไรเลย คือไม่รู้จะใช้ไปทำไม เราเลือกได้ก็เลือก แค่นั้น กรุณาอย่าหมั่นไส้คิส ปุ่มปิดหน้าต่างเราทุกคนมี ไม่่รักกันก็เมตตาต่อกันไว้ค่ะ


คิสเอาของใช้มาตีแผ่ก็ขอให้พิจ-นากันตามลำบากนะคะ แต่คิสใช้ตามนี้จริงๆ


มี 7 ตัวถ้วนค่ะ และจะ review แค่หอมปากหอมคอ เพราะคิสว่ายำปลาแซลมอนในปาร์ตี้เมื่อคืนมันน่าจะตายมาแล้ว 1 ปีก่อนมาเสริฟ ผะอืดผะอมทั้งวันเลย

ขอเรียงตามพิธีกรรมที่ใช้งานจริงนะคะ ไม่เรียงตามรูป


1. Pre-Serum/Serum by Dr.Zen (Thailand)


ขอไม่อธิบายใดๆถึงตัวนี้มาก เอามาเข้าเฟรม เพราะบอกว่าใช้อะไรบำรุงก่อนลงเบสที่ผสมกันแดด เพราะตัวนี้เป็นของที่ผิดผีมาก La Vita ว่าก็หายากแล้ว แต่ La Vita ยังมีวางขายบ้าง ก็ถือว่ายังเป็นอะไรที่ commercial บอกไป คนก็ตามหาไม่ยาก

อันนี้คือเป็นเจลบำรุงคลินิคหมอ เป็นส่วนผสมของทองคำ กล้าใช้เพราะรู้จักกับหมอเป็นการส่วนตัว คิสใช้เวลากลางวัน เพราะรู้สึกเอาเองว่าช่วงไหนผิวโทรม ใช้ตัวนี้ช่วยได้ หมดขวดแล้วก็ไม่ค่อยซื้อต่อ รอหน้าแหกรอบใหม่ค่อยไปหาหมอ ถึงรู้จักกันแต่คิสซื้อนะคะ ไม่ใช่ได้รับแจกฟรีมา ราคาประมาณ 500 ขวดจิ๋วๆ คิสใช้เปลืองด้วย ใช้แค่ตอนเช้า ขวดนึงอยู่ไม่ถึงเดือนก็หมดค่ะ

สำหรับหลังจากใช้งานตัวนี้ คิสก็จะกลับไปใช้ Clinique Moisture Surge con. คนดีคนเดิมของคิส ซึ่งคงได้มารีวิววันหลัง มันก็ดีละ แต่ตอนนี้โทรมเลยเอาตัวนี้มาทดใช้ก่อน

2. Hybrid Serum by Farsali (Developed by Indian, Made in USA)


คือเคยรีวิวไปแล้วนะในโพสสักอันว่าคิสรู้ว่าเซลล์สมองคิสเสื่อมแถมจิตตกมากๆหลังซื้อเซรั่มตัวนี้มา คือแค่เริ่มใช้ก็เพลียแล้วค่ะว่าไม่ช่วยอะไรเล๊ย แล้ว over-hyped มากๆ มีแต่คนชม ชมจนงงว่ามันคงผิดที่ชั้นเองที่เอลีทไม่พอ แต่!! คิสก็ไม่แพ้ และมันก็ยังไม่่หมดสักที คิสก็ใช้ให้มันหมดๆค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น คือคิสก็ยังอุตสาหะไปซื้อ holiday set เค้ามานะที่มี 4 สูตรให้ได้ลองกันในราคาพันต้นๆ คือคิสมองว่า...ถ้าคนมันชอบกันขนาดนี้มันก็ต้องมีอะไรดีสิ เราอาจจะไม่ถูกกับ Unicorn แค่นั้นเอง เอาละ ถือว่าคิสก็คงจะได้มา Haul และเสี่ยงอีกรอบว่าอาลีจะทำให้คิสผิดหวังอีกรอบมั๊ย

ปล.คิสไม่ชอบความแอ๊บของแบรนด์นี้นิดๆ มันเป็นแบรนด์อินเดียที่ผลิตที่อเมริกา founder ก็คนอินเดีย แต่ดูหมกเม็ดอะ คนไม่รู้ก็นึกว่าแลปอเมริกันพัฒนา แค่แพคเกจก็กลิ่นไม่ดีแล้วปะ แพคเกจดีไซน์ห่วยมาก แนะนำให้หากราฟฟิกดีไซน์พร้อมจ้างคนออกแบบบรรจุภัณฑ์เก่งๆมาทำงานด้วย ไม่มีตัวไหนเข้าตาเลย ออกแบบไม่ดี ราคาก็แพง อย่าซื้อเลยค่ะ นี่มาบอกต่อว่าไม่ต้องซื้อนะ 555 คิสพลาดคนเดียวพอละ

3. Sebum Control Base: Banila co. (Made in Korea)


พิมพ์ไปชักงงๆว่านี่ชั้นมาเชียร์หรือมาแฉ เพราะไม่มีพูดดีๆเลยสักตัว คิสใช้เพราะมันไม่แพ้เป็นหลัก เน้นให้ผิวดูได้ ไม่ทำร้ายสังคม

ตัวนี้ก็เข้าข่ายค่ะ ตามความเข้าใจคิสเอง ตัวนี้น่าจะเป็นไอเท็มที่เตรียมตัวจะ discont. ในเร็ววันนี้ เพราะคิสเห็นมี dump ราคาโล๊ะสต๊อค ในขณะที่คิสซื้อตอนราคามันลด 20% ก็เจ็บใจเบาๆ แต่มันก็ดีนะ คือมันมีคุณสมบัติคล้ายๆกับ caudalie blemish control infusion serum ในฝั่งคุมมันถือว่าใกล้เคียง ในฝั่งส่วนผสม เนื้อสัมผัส กลิ่น การเกลี่ยยากง่ายต่างค่ะ แต่ราคาต่างกัน 2-3 เท่าก็ถือว่ารับได้ สาธุ ขอให้แค่ของ shortage เอามาขายต่อเถอะ คิสหน้ามันมาก และไม่ชอบทาแป้งด้วย ทาก็น๊อยยย เบสช่วยได้เยอะค่ะ

อันนี้คิสไม่ได้ทาทั่วทั้งหน้านะคะ ผิวคิสก็อายุ 35 แล้ว ทาเฉพาะจุดค่ะ และสมควรทาเฉพาะผิวที่บำรุงแล้วเท่านั้น พวกสกินแคร์กลุ่มนี้มักจะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ เพื่อให้สัมผัสที่ดีในทันที
คั่นเวลาด้วยน้ำในร้าน เพราะคิสก็เอาของไปถ่ายในร้านนี่ละ 55 ขี้เกียจหาพรอพอะ วางๆถ่ายไม่รบกวนใคร 3 นาทีเสร็จ ร้านเล็ก แต่น่ารักมาก เจ้าของร้านอัธยาศัยดี
"คั่นเวลาด้วยน้ำในร้าน เพราะคิสก็เอาของไปถ่ายในร้านนี่ละ 55 ขี้เกียจหาพรอพอะ วางๆถ่ายไม่รบกวนใคร 3 นาทีเสร็จ ร้านเล็ก แต่น่ารักมาก เจ้าของร้านอัธยาศัยดี"

4. Base(Primer) with sunscreen by THREE (Made in Japan)


ปกติคิสจะทากันแดดทุกวัน วันนี้ก็ทาค่ะ แต่ไม่ได้หยิบมาในรูปด้วย เป็น Biore รุ่นใหม่หลอดแดงที่เพิ่งพูดถึงไปในโพส Empty&Re คิสตั้งใจจะโพสรีวิวแยกแบบจัดเต็มหลังจากใช้ไปสักระยะนึง ตอนนี้ก็จะใช้ในวันที่รู้ตัวว่าต้องออกแดดมากหน่อย อย่างวันนี้คือออกมา outdoor ก็เลือกหลอดแดง ปาดค่อนข้างเยอะ

ตามมาด้วยไพรมเมอร์สีเนื้อที่ทำให้คสอ.ติดทนเป็นหลัก และทำให้ผิวดูเป็นผิว no makeup makeup ไม่ได้ให้แอฟเฟกแนว tone up เกาหลีหน้าขาวกระดาษร้อยปอนด์นะ ใครชอบแนวนั้นควรไปซื้อตัวอื่นค่ะ (อยากหน้าขาววอก 5 ระดับ แนะนำ moonshot รุ่นลิซ่า คิสทาแล้วเอาไม่ลงเลย ต้องผสมอย่างเดียว) ตัวทาแล้วผิวจะดูเนียนเรียบขึ้น ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น เรื่องกันแดดที่ให้มาคิสไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ เพราะต่อให้ใส่มา ก็ควรทากันแดดอยู่ดี

ตัวนี้คิสเอามาใช้งานฟังก์ชั่นเป็น Base เต็มตัว ไม่ได้ใช้รองพื้นต่อ จริงๆถ้าใครอยากได้งานกริบๆควรใช้ค่ะ เพราะมันไม่ได้ให้ coverage แต่ตัวนี้ให้งานผิวสวยธรรมชาติสุดๆ วันนี้แฟนคิสยังบอกเลยว่าไม่แต่งหน้าแบบนี้แล้วค่อยโอเคหน่อย ดูสวยขึ้นตั้งเยอะ ก็งงๆว่า เออ ดีจัง ผู้ชายแยกไม่ออกจริงๆด้วย 5555555555555 คิสไม่อยากทารองพื้นเท่าไหร่ในช่วงนี้ แต่ถ้าจะหยิบก็คงเลือก IT cosmetics CC ลูกรัก แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่ได้ใช้ ตัวนี้แล้วตามด้วยคอนซีลเลอร์ที่ใต้ตากับหางคิ้ว พอละ

5. Concealer by M.A.C (Made in Belgium)


อันนี้เป็นคอนซีลเลอร์กันตายของคิสมากๆ เคยทำรีวิวไว้แล้วใน Wear Test คือมันใช้แทนรองพื้นยังได้เลยนะ แล้วทำได้ดีด้วย

ตัวนี้คิสแนะนำมากๆสำหรับใครที่มีปัญหาผิว ต้องการ coverage ทีดี ทนตลอดวัน และไม่ cakey ดูแล้วมันไม่ทำให้ผิวเราแย่ไปกว่าเดิม คือหลายๆ concealer คิสว่าใช้แล้ว....พังอะ งานพังมาก ถ้าต้นทุนผิวไม่ได้ดีจริงๆ การทาอะไรที่ full coverage มันดูเหมือนจะไปรับงานนอกคาบาเร่ต์ค่ะ ดูหนัก ดูหนา เหมือนงานโป๊วสีเก็บงาน

คิสใช้เฉพาะจุดนะคะในช่วงที่ผิวมีปัญหา คิสมีแผลที่ต้องพยายามปิดถึงจะไม่มิดก็ตาม (สำหรับหางคิ้ว เวลาปรกติจะใช้รุ่น studio ที่เป็นกระปุกกลมๆค่ะ แต่มันจะหนักไปและล้างยากกว่า) ใช้น้อยมากๆ

ช้อเสียเดียวเลยนะ คือหัวปั๊มมันท้าทายความสามารถมาก ปั๊มทีนี่โอโห้ นึกว่าสูบพลังงานสะอาดมาจากกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ยากไปไหน คุมลำบากมาก กดก็ยาก แต่เดี๋ยวก็ชินค่ะ ใครไม่ชิน เดี๋ยวคุณชินแน่นอน คิสกล้ารับประกัน เพราะมันจะหกเรี่ยราด แบ่งกันไปปกปิดได้ทั้งซอย หลังจากนั้น learning curve คุณจะดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ under par ก็มาค่ะ งานนี้แคดดี้ไม่ต้อง เดี๋ยวมันอันเดอร์เอง

6. Under eye concealer by IT cosmetics (Made in China)*


ต้าเจียหาวววววว ไอ๋โย่วววว ถ้าไม่ทำรีวิวนี้ คิสไม่รู้เลยว่ามันข้ามไปผลิตทีจีนแล้วจ้า คือทำไม!! ตัว CC ที่ผลิตเกาหลีก็สะเทือนใจแล้วนะ* หรือเป็นเฉพาะของ Deluxe size ไม่่แน่ใจ

จริงๆคิสควรภูมิใจนะ คือเฮ้ย นี่มันยุคของแจ๊คหม่าปะ อาลีบาบาครองโลกอยู่ ครอบประเทศไทยไปแล้วด้วย คิสก็แค่นึกถึงเหล่าโจ้วกง เหล่าโจ้วม่าให้มากๆว่านี่เราประสบความสำเร็จแล้ว นอกจากไอโฟน ตอนนี้เครื่องสำอางระดับโลกก็ต้องมาที่แผ่นดินเกิดของเรา

แล้วคิสบอกเลยนะ ตัวนี้โคตรดีค่ะ ดีมาก คิสเคยคิดว่าคิสจะไม่เจอ eye concealer ดีๆแล้ว ใช้มากี่ยี่ห้อก็ไม่สุดสักตัว ที่เข้าใกล้ความดีคือ YSL แต่นั่นก็ too light coverage มันเบาไป แต่ราคาแรงเหมือนโดนปาเกียวหลังแหวนใส่ แพงเกิ๊น

เนื้อมันจะแน่นนะ ใช้นิ๊ดดดเดียวพอค่ะ วอร์มแล้วค่อยๆแทป คุณจะประทับอกประทับใจจนต้องระลึกถึงความสำคัญของเครื่องสำอางเลยละ เสกแพนด้าให้กลับมาเป็นคนได้ คิสรักมากนะตัวนี้ ส่วนการเซท คิสก็ใช้แป้งแตะนิ๊ดดดเดียว กด จบ ปิดงาน

*ที่ว่าสะเทือนใจเพราะใครไปงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าบิ้วตี้ของเกาหลีมาก่อนจะรู้ว่าประเทศนี้พัฒนาได้แข็งแรงมากและต้นทุนผลิตถูกพอๆกับจีน เหมือน erborian ที่ดีมาก แต่ผลิตเกาหลี/  ของคิสเป็น deluxe size (GWP) ของไซส์จริงๆอาจจะดีกว่านี้ หรือไม่เหมือนกันเลยก็ได้ แต่เดาว่าไม่น่าจะต่างกัน ก็ขอบคุณ sephora ที่มีการ redeem ทำให้คิสเจอเพชรในตม


7. Translucent Powder by LUSH (Invented in England, Made in Japan)


อีกตัวค่ะ ที่ถ้าไม่มารีวิวก็ไม่รู้อีก นึกว่าผลิตที่อังกฤษ แต่อันนี้ผลิตที่ญี่ปุ่น งานนี้คิสรู้สึกโอเคกว่า Farsali นะ เพราะแบรนด์ LUSH นีคิสมีความรู้สึกว่าหลายๆตัวมันก็อังกฤษ หลายๆตัวก็ญี่ปุ่น จนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นแบรนด์ที่มีเจ้าของอยู่ 2 ประเทศเลยรึป่าว

ล่าสุดที่คิสไปร้าน Lush คิสก็แพลนว่าปีหน้าคิสจะเปลี่ยนสินค้าหลายๆอย่างมาใช้ของ Lush ให้มากขึ้น เหตุผล?? คงไว้ค่อยมาเล่า เพราะมันก็ยาวและหลายเหตุผลมากๆด้วย

สำหรับแป้งตัวนี้คือเพิ่งจะเปิดใช้สดๆร้อนๆ เป็นตัวเดียวในทั้ง 7 ตัวที่ all new ของจริง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องแพ้ แต่มีปัญหาที่มันไม่มีพัฟมาให้!!

คือพนักงานบอกคิสไว้ก่อนแล้วละว่าแป้งตัวนี้ไม่มีพัฟมาให้ ซึ่งก็เหมือนของ LM แต่ LM มีขายแยก ของ LUSH ไม่มี เหตุผลหรอ??

เหตุผลของ LUSH ลึกซึ้งมาก Lush เค้าบอกว่า "เค้ารู้ว่าสาวๆทุกคนมีพัฟอยู่ที่บ้านกันแน่ๆอยู่แล้ว แบรนด์ให้ไปก็เพิ่มการผลิต เพิ่มต้นทุน เพิ่มราคา และเพิ่มขยะให้โลกนี้ คุณแค่ใช้พัฟที่มีอยู่กับแป้งเรา" คือเค้า conscious/business ethics เค้าแบบ...โห้ คิดได้ไง เรียนจบเอแบคมาใช่มั๊ย ตอบ!!

คือมันก็ก่ำๆกึ่งๆนะฟีลเนี้ย เหมือนคิสซื้อรองพื้น estee เมื่อก่อน ไม่มีหัวปั๊ม พอมีหัวปั๊ม ก็แยกขายอีก คือคิสก็จะคิดละว่าเฮ้ย ทำไมไม่ให้ๆมาด้วยกันไปเลย ชั้นซื้อวันนี้ ชั้นจะสวยวันนี้ปะอะ

ก็เอาว่ามันไม่มีพัฟ คิสใช้แล้วไม่แพ้ สีแป้งเนื้อละเอียดแบบ setting powder ที่อมชมพูกึ่งพิชนิดๆสุ่มเสี่ยงมากที่อาจจะทำให้เมคอัพที่แต่งไว้สีเพี้ยน แต่ไม่เลย กลืนกับผิวแบบ translucent จริงๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นคิสไม่รับประกันผลหน้าเป็นตัวค่างในกรณีโดนแสงแฟลช เหมือนๆหลายๆแบรนด์ที่ทำ setting แบบสีขาวๅในโลกนี้นะคะ เพราะเพิ่งจะเปิดใช้เอง ก็เดาว่าไม่เป็นนะ สัมผัสอะใช่เนียนแบบ setting แต่สีมันไม่ใช่สีขาวแบบยี่ห้ออื่น

ส่วนผสมน้อย ไม่มีอะไรเยอะรุงรัง คุมมันได้ทั้งวัน ประทับใจแบบงงๆ เพราะไม่เคยคิดว่าวันนึงจะมาใช้เครื่องสำอางแบรนด์นี้ เรียกว่าไม่รู้ด้วยว่ามี จนไปขอถ่ายรูปเห็นแล้วถึงถามพนง.ว่าดียังไง

คิดว่าเรื่องความดีงามของ setting powder ตัวนี้คงไม่ต่างกับพวก becca, LM, Hourglass, By terry มากนัก(แต่ตัวนี้ถูกกว่าหลายเท่า) คิสก็ซื้อมาลองเพราะคิสเพิ่งได้ความรู้ใหม่ว่า

ที่จริงแล้ว LUSH มีผู้ก่อตั้ง 7 คน ถ้าจำผิดก็ขอโทษ หรือถ้าพนง.พูดผิดก็อย่าว่ากัน 7 คนที่ว่าคือเซ็นไตที่ R&D ในด้านที่ตัวเองถนัด คิสจำไม่ได้ว่ามีสาย expertise ไหนบ้าง แต่มีคสอ.อยู่ด้วย มีด้านน้ำหอมด้วย

เล่ายาวเหมือนจะมาพูดถึงแต่ LUSH เลย เอาว่าก็เป็นของเล่นชิ้นใหม่ของคิสค่ะ และจากที่ลองคือชอบ ถูกใจ อย่าทำให้คิสรักคุณไปมากกว่านี้เลย ตอนนี้เค้าคือแบรนด์อันดับ 1 ของคิสในแง่ปรัชญาการทำธุรกิจ

LUSH ทำให้คิสฝันว่าวันนึงถ้าคิสทำธุรกิจ สมมติว่าคิสขายหมูปิ้ง คิสจะคิดให้มากๆ คิดถึงคนกิน คิดถึงเจ้าของฟาร์มหมูและครอบครัวคนเลี้ยงหมู คิดถึงวิธีการเลี้ยงหมู คิดถึงวิธีการฆ่าหมู คิดถึงอาหารที่หมูกิน คิดถึงคนกินหมูที่อาจจะไม่กินร้านคิส คิดถึงถุงใส่หมูปิ้ง คิดถึงผงหมักหมู คิดถึงกระบวนการปิ้งหมู ลามไปถึงข้าวเหนียว!!


คือคิดถึงทุกอย่างอะ ecosystem มีอะไรคิสจะใส่ใจให้เท่าที่ entrepreneur หนึ่งๆควรจะคิดได้ว่าเราทำอะไร เราทำแล้วกระทบใครบ้าง เราทำแล้วใครได้จากเราไป เราช่วยคนอื่นได้มั๊ย ถ้าเรามีโอกาสนั้น


พิมพ์แล้วตกใจ พิมพ์ LUSH อะไรยาวขนาดนี้ เอาไว้คิสจะมาเล่าแน่ๆค่ะว่าคิสได้ยินอะไรจากปากพนักงานร้านนี้บ้าง ประทับใจมากๆ รักมากๆ ไบแอสชัดเจน ไม่กลัวคนว่าคิสเป็นหน้าม้าเลย มัน proof ได้ค่ะ ม้าไม่ม้า PR หรือจริงใจ


LUSH แบรนด์ๆนี้ คิสอีเมลไปหาแบรนด์ ทางแบรนด์ตอบคิสกลับมาชัดเจนว่าบริษัทไม่มีนโยบายในการโฆษณาสินค้า (คิดถึง Zara คงแนวๆเดียวกัน) ถ้าคุณอยากจะกล่าวถึงแบรนด์ ชื่นชมแบรนด์ อยากได้ข้อมูลแบรนด์ เค้ายินดีให้ ขอได้ คำตอบมีหมด


แต่คือเค้าไม่มีการจ้างวานให้ทำ content ถ้าคุณเห็น ads ของแบรนด์นี้ที่ไหน อันนั้นคือคนทำเค้าทำเอง ซึ่งถ้าข้อมูลคิสผิดพลาดอะไรผิดไป ก็ขออภัยด้วย เพราะคิสได้รับคำตอบมาแบบนี้จริงๆ ซึ่งนั่นทำให้คิสถาม LUSH ไม่ยั้งจริงๆ จะได้ข้อมูลมาอย่างท่วมท้น พนักงานพูดกับคิสนานมากๆ ซึ่งคิสก็ลืมไปแล้วราว 90%


คิสว่าคิสควรไปพูดเรื่องนี้ในโพสอื่น เอาว่าตัดจบที่คิสใช้ของ 7 สิ่งนี้ในช่วงเวลาที่ผิวคิสดีขึ้นแล้วแต่คิสเองที่ยังไม่มั่นใจมากพอที่จะแต่งหน้าจัดเต็ม ทำให้เลือกใช้ของที่มั่นใจว่าจะไม่แพ้เท่านั้น และลดให้น้อยชิ้นที่สุด

หวังว่าสาวๆทุกคนจะถูกใจ คิสว่าจะพิมพ์สั้นๆ แล้วก็รีบไปนอน เพราะอาหารเป็นพิษ(ระหว่างการทำโพสนี้ คิสอ้วกไปหนึ่งรอบ และหวังให้มันเป็นรอบสุดท้ายแล้ว) คิสอยากจะประจานชื่อร้านอาหารมากๆ เพราะน้องในทีมก็ท้องร่วง แต่ไม่ทำละกัน ถือว่าเป็นโชคไม่ดีของเราที่กระเพาะอาหารก็ดันมีความ Elite ไปอีก


ผิวก็ Elite ท้องก็ Elite แต่ทำไมบัญชีเงินฝากคิสมันไม่ Elite เลยก็ไม่เข้าใจค่ะ


คืนนี้คิสขอลาไปจัดน้ำมะนาวล้างคอก่อนนะคะ ขอบคุณสาวๆที่ให้กำลังใจคิสมาเสมอ คิสจะทำ content ที่ดี ที่เป็นประโยชน์ออกมาเรื่อยๆ คิสขอเป็น user สายทางเลือกที่รีวิวในรูปแบบคนใช้งาน ไม่ใช่ Blogger คิสขอเป็นแค่นี้พอค่ะ


และขอบคุณบ้าน Jeban.com มากๆที่ให้คิสได้เป็น 1 ใน 100 คนที่ได้รับของขวัญสุดพิเศษ(ถึงมันจะได้มาเพราะความบ้าเห่อของคิสแท้ๆ ก็เรียกว่าเป็นรางวัลที่คิสหมดเงินไปมากพอจะดาวน์บ้านเดี่ยวใจกลางเมืองได้อีกหลังก็ละกัน) คิสมีความสุขกับสิ่งที่รักค่ะ ไม่ว่าจะของที่เสาะหา หรือจะเป็นการเขียนก็ตาม


ฝันดีนะคะคะสาวๆ ขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปด้วยความรู้สึกที่ดี พร้อมรับเช้าวันใหม่ วันที่เราจะได้พักผ่อน ใช้เวลานี้ไปกับคนที่เรารัก และรักเรา เก็บพลังงานดีๆเอาไว้ให้เต็มหัวใจ ก่อนจะถึงช่วงเวลาข้ามปีนี้ไป


^^

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย