SK-II​ น้ำตบมหัศจรรย์​ ที่ฉันหลงรักที่สุด


       เราเชื่อว่ามีหลายคนที่เสียเงิน, เสียเวลามากมายไปกับสกินแคร์​ เพราะต้องการให้ผิวหน้าของเรามีพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น​ และไม่เคยหยุดที่จะตามหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผิวที่เราต้องการในฝัน
       เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตามหาสกินแคร์มาเรื่อยๆ​เหมือนการค้นหาตัวเอง​ ค้นหาว่าแบรนด์ไหนที่เหมาะกับผิวของเรา​ ส่วนผสมไหนที่เหมาะกับเรา​ อะไรที่เหมาะกับเรา
       หลายครั้งก็มีผิดหวังบ้างสมหวังบ้างปะปนกันไป​ แต่ไม่เคยมีอะไรทำให้เราหยุดหรือรู้สึกว่าพอได้เลย
       จนเราได้พบกั​บ​ SK-II​ เป็นครั้งแรกเลยที่เรารู้สึกว่านี่แหละสิ่งที่ฉันตามหามาแสนนาน​ ฉันเดินทางเสี่ยงทายลองผิดลองถูกเสียเงินเสียเวลามาเพื่อเจอเธอ
       เราเป็นคนนึงที่ชอบการใช้เอสเซ้นส์มาก​ เพราะซึมซาบเข้าสู่ผิวง่ายไม่เหนอะหนะตรงข้ามกับพวกเนื้อครีมที่หนักผิวหน้าและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว​ SK-II​ ตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดีซึมซาบเข้าสู่ผิวไวไม่เหนอะหนะ​ ส่วนกลิ่นนั้นอาจมีหลายคนที่ไม่ชอบแต่ส่วนตัวเรากลับคิดว่ามันเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์มากจนทำให้เราเสพติดกลิ่นน้ำหมักของนางเลยล่ะ55
       แต่สำหรับเรื่องความชุ่มชื้นเราว่านางไม่ค่อยตอบโจทย์ซักเท่าไหร่​ ถึงนางจะบอกว่าให้ความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสมให้แก่ผิวหน้า​ แต่เราว่ามันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคนผิวแห้งแบบเรา​ซึ่งต้องการความชุ่มชื้นจากเอสเซ้นส์เพื่อเตรียมผิวสำหรับการบำรุงถัดๆไป
       แต่อย่างไรข้อเสียนั้นก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่นางสามารถทำได้​ โดยครั้งแรกที่เราไปทดลงที่เคาท์เตอร์ซึ่งพนักงานบริการดีมากเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ​ ประทับใจนะ​ โดยอย่างแรกที่เค้าใช้ให้เราคือ​ ตัวโทนเนอร์ของ​ SK-II​ : SK-II Facial Treatment Clear Lotion​ ตัวนี้เราดูรีวิวมาเค้าบอกว่าต้องใช้ตัวนี้ด้วย​ถึงจะเห็นผลสูงสุด
       เราก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะเพราะมันดูไม่มีเหตุผล​ แต่พนักงานเทียบให้ดูระหว่างด้านที่ใช้โทนเนอร์และไม่ได้ใช้พอลงเอสเซ้นส์ตามไปอันที่ใช่โทนเนอร์ก่อนเอสเซ้นจะซึมเข้าไปเลย แต่ทางฝั่งที่ไม่ใช้โทนเนอร์เอสเซนส์จะกลิ้งเป็นหยดอยู่บนผิวไม่ซึมลงไป​ เราเลยใช้โทนเนอร์ของ​ SK-II​ ด้วยเพราะหวังประสิทธิภาพสูงสุด
       แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเป็นเพราะผิวเรามันชุ่มชื่นหลังจากใช้โทนเนอร์หรือเปล่าทำให้เอสเซ้นส์ซึมเข้าสู่ผิวง่าย​ หรือเป็นเพราะส่วนผสมในโทนเนอร์ที่ช่วย​ ซึ่งเราก็สนใจแล้วสมัครเป็นสมาชิกทำให้เราได้ชุดทดลองมาใช้โดยเราใช้อยู่ประมาณ​ 2​ อาทิตย์
       ผลที่ได้ทำให้เราตกใจมากกก​ ผิวหน้าเราดูละเอียดขึ้นมากๆ​ ความหยาบกร้านบนผิวมันหายไปเลย​ ตอนนั้นเรารู้สึกหลงรักผิวตัวเองที่เป็นแบบนั้นมากๆ​ มันไม่ได้ขาวขึ้นนะแต่มันนุ่ม​และดูละมุนมากขึ้น​เป็นสิ่งที่สกินแคร์ไหนไม่เคยทำให้เรารู้สึกแบบนี้มาก่อน​ เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าไม่ขาวก็สวยได้ด้วยผิวที่เป็นแบบนี้​ นั่นทำให้เราไม่ลังเลเลยที่จะไปซื้อขนาดจริงมาเพื่อผิวที่ฉันหลงรัก
       สุดท้ายเราจึงสิ้นสุดการตามหาผลิตภัณฑ์เอสเซ้นส์แล้วล่ะตอนนี้​ เพราะ​SK-II​ ให้สิ่งที่เราตามหาแล้ว​ แต่บางทีเราก็นอกใจนางนะ55​ เพราะอย่างที่บอกบางทีเราต้องการความชุ่มชื้นแต่นางให้ไม่ได้เลยต้องใช้ตัวอื่นแทน​ และด้วยราคาที่แพงหูดับเราจึงพยายามหาสิ่งอื่นมาทดแทนนาง​ ตัว​ Dupe​ ต่างๆ​ที่ราคาถูกของนางที่มีส่วนผสมคล้ายคลึงกับนางซึ่งมีส่วนผสมหลัก​ คือ​ Pitera ที่ได้จากการบ่มยีสต์สายพันธุ์เฉพาะของ​ SK-II​ ซึ่งเราจะยกมาคุยกันอีกครั้งในกระทู้หน้า แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็พบว่ายังไม่มีอะไรมาแทนที่นางได้​ ณ​ เวลานี้

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย