FACIAL OIL สำคัญอย่างไร + แนะนำ 100% Natural Facial Oil จาก LHAMOUR

donut

donut

ดู Profile

พูดถึง Facial oil หลายๆคนคงรู้จัก

หลายคนขาดไม่ได้

และยังมีหลายๆคนที่อยากลองใช้

แต่อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้.....

ว่าจริงๆแล้ว Facial oil ช่วยอะไรกับผิว ?

โดนัทขอเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ (ขอเล่าอีกแล้ว - -" )

ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวเราสวย และมีสุขภาพที่ดี คือ

Barrier function หรือเกราะป้องกันผิวต้องแข็งแรงและ

Skin hydration คือผิวต้องชุ่มชื้นค่ะ

ภาพซ้ายคือผิวแข็งแรง Barrier Function ทำงานดี ป้องกันผิวเราจากปัจจัยก่อกวนจากภายนอกค่ะ ภาพขวาคือ Barrier Function ไม่สมบูรณ์ ต้องช่วยเสริมด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิวค่ะ ( Pic Cr. Truebotanicals)
"ภาพซ้ายคือผิวแข็งแรง Barrier Function ทำงานดี ป้องกันผิวเราจากปัจจัยก่อกวนจากภายนอกค่ะ ภาพขวาคือ Barrier Function ไม่สมบูรณ์ ต้องช่วยเสริมด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิวค่ะ ( Pic Cr. Truebotanicals)"

ซึ่งก็มีโมเดลที่ใช้อธิบายกันแบบง่ายๆค่ะ คือ

Brick-Mortar- Model (โมเดลอิฐ และปูน)

เซลล์Corneocyte คืออิฐ และปูนคือ Lipid ต่างๆค่ะ
"เซลล์Corneocyte คืออิฐ และปูนคือ Lipid ต่างๆค่ะ"

ซึ่งโมเดลนี้เปรียบเทียบผิวเราเป็นกำแพง และมีส่วนสำคัญคืออิฐและปูน


เพราะ “กำแพงผิวจะแข็งแรงได้ ต้องมีครบทั้งส่วนอิฐ และส่วนปูน”

โดยอิฐคือ เซลล์ผิว (Corneocyte) และส่วนปูนก็จะต้องประกอบด้วย


1. ส่วนของน้ำ (Water Layer)

ส่วนนี้คือ NMF หรือปัจจัยให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ

โดยมีส่วนประกอบเช่น Amino acid ,PCA,Urea เป็นต้น

2. ส่วนของน้ำมัน (Intercellular lipid)  

นั่นคือพวก Ceramide , Cholesterol ,Free fatty acid เป็นต้น

ซึ่งผิวเราควรต้องมี 2 ส่วนนี้อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียน้ำออกจากผิว

ซึ่งถ้ามีครบถ้วน ก็จะส่งผลให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง และผิวชุ่มชื้นสุขภาพดีนั่นเองค่ะ

ในภาพคือการมีเซราไมด์(กลุ่ม Lipid)แทรกอยู่ระหว่าง Corneocyte แบบสมบูรณ์
"ในภาพคือการมีเซราไมด์(กลุ่ม Lipid)แทรกอยู่ระหว่าง Corneocyte แบบสมบูรณ์"

โดย Face oil ที่ดีๆนี้...

จะมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวอยู่ในส่วนIntercellular lipid 

เนื่องจากใน Oil มักมี free fatty acid ที่ดีต่อผิวมากมายค่ะ

ซึ่ง Facial oil ชิ้นหนึ่งที่มีแน่นอน และโดนัทได้ทดลองใช้มาสักพักแล้ว 

คือ Lhamour Anti Pollution Facial Oil ค่ะ 

มาเป็นขวดแก้วดรอปเปอร์ทึบกันแสงเพื่อรักษาคุณภาพน้ำมันค่ะ
"มาเป็นขวดแก้วดรอปเปอร์ทึบกันแสงเพื่อรักษาคุณภาพน้ำมันค่ะ"

แบรนด์ Lhamour (ลามอร์) 

มีต้นกำเนิดมาจากประเทศมองโกเลีย ซึ่งมี philosophy ว่า

Love Yourself, Love Others, Love Environments

โดยผลิตภัณฑ์ของ Lhamour กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนทำด้วยมือ (Handmade)

ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานในกลุ่มสตรี  และวัตถุดิบที่ใช้ 100% มาจากธรรมชาติอีกด้วย  

ประเทศมองโกเลียขึ้นชื่อว่าสภาพอากาศโหดร้ายสุดๆ ค่ะ

โดยเมือง Ulanbaatarที่เป็นเมืองหลวงของประเทศมองโกเลีย อุณหภูมิหน้าหนาวอยู่ที่ -40

และมีค่าAQIระดับเลวร้ายที่สุดในโลก (มีค่า AQI ถึง 391 ในเดือนมีนาคม 2562)

ดังนั้น Founder ของแบรนด์ Lhamour คือคุณ Khulan Davaadorj 


ได้เล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์ต้านมลภาวะสำคัญมากๆสำหรับอากาศที่เลวร้ายแบบนี้

และก็ประจวบเหมาะกับเมืองไทยมากเลยทีเดียวนะคะ

เพราะค่า AQI ของเราก็ค่อนข้างสูง และยังมีมลภาวะที่เรามองไม่เห็นอยู่ตลอดเวลาแม้ข่าวเรื่องมลภาวะจะเงียบหายไปก็ตาม

ดังนั้นการเอาใจใส่ปัจจัยเรื่องป้องกันมลภาวะ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดเลยค่ะ

ใน Lhamour Anti Pollution Facial Oil ขวดนี้มีส่วนประกอบของน้ำมันออร์แกนิก และส่วนประกอบทั้งหมดในสูตรเป็นธรรมชาติ 100%

ไม่มีสารสังเคราะห์ใดๆ

สีของน้ำมันมาจากธรรมชาติ 100%
"สีของน้ำมันมาจากธรรมชาติ 100%"

โดยมีส่วนประกอบทั้งหมด 6 ตัวคือ

1. Avocado oil

2. Olive oil

3. Rosehip oil

4. Vitamin E

5. Sea Buckthorn oil

6. Lemongrass oil

ข้อมูลบนกล่องครบถ้วนค่ะ
"ข้อมูลบนกล่องครบถ้วนค่ะ"

ซึ่งน้ำมันใน Lhamour Anti Pollution Facial Oil นี้อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นมากมาย

โดยมีหลายตัวที่ร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ ทั้ง omega 3,6,7,9 ค่ะ

แต่ไฮไลท์อยู่ที่ Sea Buckthorn Oil

เพราะเป็นน้ำมันที่ถูกใช้เป็นยามาอย่างยาวนานในอดีต จนถึงปัจจุบัน


เพราะน้ำมันจากผล ซีบัคธอร์น ประกอบด้วย วิตามินอี , เบต้าแคโรทีน, Beta-Sitosterol

ซึ่งสามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากสภาวะแวดล้อม


และยังมีประโยชน์ในการช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหลายชนิด

ช่วยสมานแผล และฟื้นฟูสภาพผิวให้มีสุขภาพดี 

ทำให้เกราะปราการผิวแข็งแรง ลดอาการอักเสบของผิว


ซึ่งความเด่นอีกอย่างของน้ำมันจากผล ซีบัคธอร์น 

คือมี omega 7 ซึ่งน้ำมันอื่นไม่มีค่ะ

ส่วนประกอบหลังขวดค่ะ
"ส่วนประกอบหลังขวดค่ะ"

และนอกจากนั้นยังมี Rose Hip Oil

โดยน้ำมันโรสฮิปมี fatty acids มากมาย โดยเฉพาะ

linoleic (omega 6) linolenic acids (omega 3)

ที่จะช่วยปกป้องผิว และเสริมสร้างเกราะป้องกันของผิว


นอกจากนั้นในน้ำมันยังมี Vitamin C อีกด้วย แต่เสียดายที่มันไวต่อการเสื่อมสลาย จึงมักจะสลายไปในขั้นตอนการผลิตค่ะ

สำหรับสรรพคุณที่ดีต่อผิวของ Rose Hip Oil คือ 

ช่วยบำรุงผิว ลดเลือนริ้วรอย ลดเลือนรอยแผลเป็น และรอยแตกลายให้เนียนเรียบขึ้น

ความรู้สึกหลังใช้

หลังจากที่โดนัทได้ทดลองใช้ Lhamour Anti Pollution Facial Oil มา 10 วันแล้ว

รู้สึกว่าผิวหน้าดูอิ่ม ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น ผิวดูฟูเต็มขึ้น 

และรู้สึกหน้ามันน้อยลง (ปกติโดนัทเป็นคนผิวผสม มันช่วง T-Zone)


เนื้อสัมผัสของ Oil ซึมเข้าผิวได้ไวเลยค่ะ ทาปุ๊บก็ซึม ไม่เหนียวเหนอะหนะ

จึงทำให้การแต่งหน้าต่อไม่มีปัญหาเยิ้มเลยค่ะ 


สำหรับกลิ่นน้ำมันตะไคร้ในสูตรเค้า จะมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ติดอยู่บนผิวหน้าและมือบ้างค่ะ แต่กลิ่นจะค่อยๆจางลงตามเวลานะคะ  

กรณีจุดด่างดำ และรอยสิว โดนัทคิดว่าต้องใช้ให้ยาวนานกว่านี้จึงจะเห็นผลชัดเจนค่ะ

ขอเสริมว่า ปกติโดนัทชอบ Facial oil มากอยู่แล้ว

และ Facial oil แบบที่ชอบที่สุดคือแบบที่มีเนื้อสัมผัสเบาๆไม่เหนียวเหนอะหนะผิว

โดย Lhamour Anti Pollution Facial Oil ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ เบาสบาย


สีของ Lhamour Anti Pollution Facial Oil มาจากสีธรรมชาติของน้ำมันผลซีบัคธอร์นนะคะ (สีส้มมาจากส่วน Carotenoid ในน้ำมันค่ะ)

โดยสีของ Lhamour Anti Pollution Facial Oil ไม่ stain หรือติดบนผิวแบบเห็นได้ชัดนะคะ

เมื่อนวดลงผิว สีก็จะหายไปเองค่ะ

โดยวิธีใช้โดนัทใช้เรียงตามความหนืดตามปกติ

หนืดน้อยลงก่อน หนืดมากลงทีหลัง


หลังจากเช็ด Toner และตบ Essence เรียบร้อยแล้ว

ค่อยหยด Facial oil 1 หยดบนมือ วอร์มๆ แล้วประกบบนผิวหน้า

และอีก 1 หยดบนมือ วอร์มๆ และประกบช่วงคอลงมาถึงหัวไหล่


แล้วค่อยทา Serum และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขั้นตอนต่อๆไปค่ะ

โดยในช่วงทดลองใช้ที่ผ่านมา โดนัททาเช้า และเย็น ติดต่อกันทุกวันค่ะ 

ขอ Note นิดนึงนะคะ

สำหรับใครที่ไม่ชินหรือไม่ชอบกลิ่น Lemongrass Oil หรือตะไคร้ 

อาจจะรู้สึกว่ากลิ่นค่อนข้างชัดเจนไปหน่อย

แต่ถ้าใครชอบกลิ่นแนวสดชื่นๆของตะไคร้ จะชอบกลิ่นของ Facial oil ชิ้นนี้แน่ๆค่ะ

โดยโดนัทมีอีกทริคที่ติดใจที่สุดในช่วงนี้ 

ใครสายนวดตัวเหมือนกันแนะนำเลยว่าต้องจัดนะคะ

คือโดนัทเอา Lhamour Anti Pollution Facial Oil ผสมกับ Carrier oil ตัวอื่นๆ เช่น Argan oil แล้วเอาไปนวดตัวค่ะ

เพื่อให้ได้สารอาหารที่ดีต่อผิวกายไปในตัวด้วย ผิวจะได้ไม่แตกลาย


ซึ่งตอนที่โดนัทลองเอาผสมกันเพื่อนวดตัว 

Therapist ที่นวดให้เค้าชมค่ะว่าน้ำมันหอมดี นวดง่าย ลื่นพอดี 

และมือ Therapist นุ่มเลยหลังนวด 


และจริงๆถ้าไม่ขี้เกียจ ก็สามารถนวดเองหลังอาบน้ำได้ทุกวันด้วยนะคะ

เพื่อป้องกันรอยแตกลาย และทำให้ผิวสม่ำเสมอทั้งตัวเลยค่ะ

ขอยกให้ Lhamour Anti Pollution Facial Oil ให้เป็นไอเท่มติดบ้าน 

เผื่อเวลาไปเจอแสงแดดหนักๆ เจอมลภาวะมาก็เติมอาหารผิว

ที่มีมีใน Anti-pollution facial oil เพื่อฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงขึ้นค่ะ

ราคา

สำหรับ Lhamour Anti Pollution Facial Oil ชิ้นนี้

ขนาด 30 ml ราคา 1,380 บาทค่ะ  

ใครที่สนใจอยากลอง โดนัทแนะนำให้ลองเข้าไปดูที่

Facebook page : Lhamour Thailand

Instagram : Lhamour_Thailand

Website : lhamourthailand ได้เลยนะคะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Lhamour ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้โดนัทได้ทดลองใช้นะคะ ปลื้มปริ่มมากค่ะ

ขอบคุณที่รับชมนะคะ บ๊าย บาย ค่า <3


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย