ครีมกันแดดออร์แกนิค ขอเห่อหน่อย Vasanava Organic แบรนด์ไทยคุณภาพเริ่ด

Pinyamon

Pinyamon

ดู Profile

ช่วงนี้เทรนด์เครื่องสำอางแบบธรรมชาติก็ยังมาแรงอย่างต่อเนื่องเลยนะคะ ส่วนตัวเราเองก็เริ่มมาสนใจเครื่องสำอางออร์แกนิคเมื่อไม่นานมานี้ 

เนื่องมาจากว่ามีช่วงนึงที่บ้านมีการต่อเติมบ้านใหม่ แล้วฝุ่นเยอะมาก ตัวเราก็ต้องออกไปตากแดดตากลมบ่อย เพราะต้องคุมช่างเอง ปรากฏว่าหน้าดำ แขนดำ แขนขาคนละสีกันไปแต่ยังไม่หลอนเท่าฝ้า กระที่เริ่มขึ้นให้ขวัญเสียกันไป ก็เลยเริ่มจัดหนัก โบกมันทุกสิ่งอย่าง สกินแคร์ กันแดด รองพื้น ลิปมันกันแดด สีผิวก็เริ่มดีขึ้น แต่มีสิ่งที่ตามมาคือ หน้าแหก ค่ะ 

จากตอนแรกเริ่มเป็นผื่นขึ้นมาก่อน (อารมณ์เหมือนคนเป็นเซ็บเดิร์มเลย) เราก็คิดว่าล้างหน้าล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด ก็พยายามล้างให้สะอาดขึ้น พอผ่านไปสักพัก เริ่มสิวบุกค่ะ พอสิวบุกก็ทิ้งรอยดำไว้ อันนี้เครียดมาก เพราะว่าผิวจากที่ไม่เคยแพ้อะไรกลายเป็นว่าแพ้มันทุกสิ่งอย่าง บางอย่างแค่แตะโดนผิวก็แสบหน้าแล้ว
ทำให้เริ่มศึกษาและใส่ใจกับสกินแคร์ต่างๆที่จะใช้มากขึ้น เพราะพวกสกินแคร์ออแกนิคจะไม่มีสารเคมีตกค้างและอุดตันผิวอย่างพวกซิลิโคนและพวกสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง (แอลกอฮอลล์ น้ำหอม Mineral Oil ) ที่ทำให้หน้าเราแหกแบบนี้ ที่ผิวแพ้ง่ายหรือเป็นพวกเซ็บเดิร์มผิวจะไวกับสารเคมีมาก อุดตันง่าย เซนซิทีฟกับสารแปลกๆได้กว่าปกติ ใครมีปัญหาพวกนี้ลองเริ่มใช้สกินแคร์ออร์แกนิคดูค่ะ 

 เราสั่งกันแดดตัวนี้ของแบรนด์ VASANAVA Organic มาลองดูค่ะ อ่านดูแล้วชอบ อยากลองใช้ดู ราคา 690.- ค่ะ
ชื่อเต็มๆน้องคือ VASANAVA Organic Protect and Moisturize Sun Screen SPF 50 PA+++  ขนาด 20g แพ็คเกจดูคลีนๆ ปลายหลอดเป็นแบบหัวแหลมๆ ซึ่งเราชอบกันแดดที่แพ็คเกจปากแหลมมากๆ มันคอนโทรลปริมาณได้ง่ายดี ของบางแบรนด์จะมีแบบหัวใหญ่ บีบมาแล้วทะลัก ใช้ไม่หมด เสียดาย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนเป็นหัวแหลมๆแบบนี้กันหมดแล้วค่ะ
สิ่งน่าสนใจในกันแดดตัวนี้ที่ทำให้เราเลือกซื้อมา 
1. SPF 50 PA+++ กันแดดได้ทั้ง UVA และ UVB ทางแบรนด์เลยสามารถเคลมได้ว่าเป็นBroad Spectrum Sunscreen ที่สามารถกันแดดได้ทุกช่วงคลื่นนั่นเองค่ะ รวมถึง Infrared และ Visible Light ที่บางคนอาจจะมองข้ามไป อย่างแสงไฟในออฟฟิศที่เราเจอประจำ หรือแสงจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ Gadget ต่างๆที่เราเจอทุกวัน วันละหลายชั่วโมง แต่ลืมใส่ใจตรงนี้ไป
2. เป็นสูตร Organic Formula และปราศจากสารกันเสียอย่าง Paraben, Alcohol, Systhetic Color, ไม่มีน้ำหอม (ใช้เป็น Essential Oil แทน) ไม่มีการ Test กับสัตว์ (CRULTY FREE) ชาว Vegan ใช้ได้เลยค่ะ
3. เป็นกันแดด Anti-Pollution ที่ปกป้องผิวจากมลภาวะ ควัน ฝุ่น ต่างๆ เหมาะกับสาวสังคมเมืองมากค่ะ
4. สูตร Water Resistant ที่ทำออกมาได้ไม่เหนียวเหนอะหนะ
5. ไม่ต้องรอให้ครีมกันแดดเซตตัวก่อนออกแดด ทาแล้วออกไปท้าทายแสงแดดได้เลยทันที
6. เป็นกันแดดแบบ Physical (Titanium Dioxide, Zinc Oxide) เพราะฉะนั้นเรื่องผิวแพ้ง่ายไม่ต้องกังวัลค่ะ ใช้ได้ ทางแบรนด์เคลมว่าเด็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปก็สามารถใช้ได้แล้ว ซึ่งข้อดีของกันแดดแบบ Physical จะใช้หลักการสะท้อนแสงแดดออกไปและสามารถปกป้องผิวจากช่วงคลื่นแสงได้ค่อนข้างกว้าง แต่สารกันแดดจะทำให้ผิวดูขาวและหนา หลายๆคนอาจจะไม่ชอบ Texture นี้ (แต่มันดีกับผิวนะ) แต่ถ้าเป็น Chemical จะใช้หลักการ Absorb แสง ทำให้เกิดความร้อนที่ผิว จึงทำให้กันแดดแบบ Chemical คนที่แพ้เลยจะเยอะกว่าค่ะ
7. นอกจากคุณสมบัติที่กันแดดแล้ว ยังช่วยเรื่องลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำได้และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

สรุปความต่างของกันแดดแบบ Chemical และ Physical มาให้อ่านกันง่ายๆค่ะ
ต่อไปมาดูสารสกัดจากธรรมชาติที่ใส่มากันค่ะ ถือว่าจัดเต็มมากๆกับทั้ง 10 ตัว
1. Organic Scutellaria Ao-สารสกัดจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่บนเทือกเขาแอลป์ ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่โดนรังสี UV บนเทือกเขาได้เมื่อสกัดและนำมาใช้เป็นส่วนผสมในครีมกันแดด จึงช่วยซ่อมแซมผิวได้ดีค่ะ
2. Life Oreo Booster-สารสกัดรวมจากพืชฝรั่งเศส ช่วยปกป้องไมโทรคอนเดรียของผิวเมื่อต้องเผชิญแสงแดด อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าแครนเบอรี่ 33 เท่า ทำให้คงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ได้
3. Organic Aloe Vera-ว่านหางจระเข้ คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดีเพราะช่วยลดการแสบร้อนผิวจากความร้อนของแสงแดด ช่วยปรับผิวให้แข็งแรง
4. Organic Shea Butter-นอกจากเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดให้มีความแข็งแรงยืดหยุ่นขึ้น ผิวจึงเต่งตึงกระชับ
5. Organic Olive Oil-อุดมไปด้วยวิตามินอี ที่ช่วยให้ผิวเรานุ่มชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระและไม่ทำให้ผิวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี
6. Golden Jojoba Oil-เป็น oil ที่มีโครงสร้างเคมีคล้ายกับ Sebum ของผิว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีแล้วยังไม่ทำให้ผิวอุดตันด้วยค่ะ
7. Zinc Oxide, Titanium Oxide-สารกันแดดธรรมชาติที่ปลอดภัยและปกป้องผิวได้ครอบคลุมทั้ง UVA/UVB ได้ดีมาก
8. Essential Oil จากลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ กุหลาบ-ช่วยเรื่องกลิ่นค่ะ
เนื้อครีมค่อนข้างข้น แอบตกใจตอนแรก เกลี่ยหน่อย พอลองวนไปเรื่อยๆ ก็กลมกลืนกับผิวอยู่ค่ะ หลังทาเสร็จลองใช้กระดาษซับมันซับ ไม่มีความมันออกมาค่ะ
ลองกับผิวหน้าดูบ้าง ตอนเกลี่ยมีกลิ่นแบบสมุนไพรๆ ไม่หอมแต่ก็ไม่เหม็นค่ะ
ผิวฝั่งที่ทาจะดูขาวขึ้นมานิดนึงค่ะ (เวลาเกลี่ยจะฝืดๆกว่ากันแดดทั่วไปเพราะ Vasanava Organic เป็นครีมกันแดดออร์แกนิค เลยไม่ได้ใส่พวกสาร Coating ที่ทำให้เวลาเกลี่ยแล้วเราจะรู้สึกว่านุ่มลื่นเหมือนแป้งแบบนั้นแต่มันอุดตันนะ) 

พอลงเมคอัพทับลงไปก็เนียนอยู่ เพราะฉะนั้นคนที่แต่งหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าขาวนะ เกลี่ยๆให้มันกลืนๆไป แต่ตอนทาให้ทั่วหน้ามีแอบติดขนคิ้วหน่อยๆ ต้องเกลี่ยดีๆหน่อยค่ะ แต่ใช้ไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น อาการแพ้แสบและสิวลดลงขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวอุดตันด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่กันแดดแล้วล่ะ แต่เป็นตัวบำรุงผิวไปด้วยเลย 

Tips : สำหรับคนที่ใช้กันแดดแล้วหน้าลอย ไม่ต้องกลัวค่ะ เราใช่วิธีบีบครีมกันแดดใส่มือ แล้วบีบรองพื้นลงไป ผสมกันเลยให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วใช้พัฟฟองน้ำแตะกดๆให้ทั่วผิวหน้า นอกจากช่วยลดเวลาแต่งหน้าแล้ว เราจะได้กะถูกด้วยว่า เฉดสีนี้ตรงสีผิวเราหรือยัง ถ้ายังก็กดรองพื้นเข้าไปเพิ่ม หมดปัญหาหน้าวอกหน้าลอยค่ะ แล้วยังปิดรอยดำได้มิด แต่งหน้าได้เนียนกริบแน่นอน 

เผื่อใครสนใจกันแดดออร์แกนิค ที่คุณสมบัติครบถ้วน แบรนด์ VASANAVA Organic เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว ใครไม่สะดวกไปที่ร้านจะช็อปออนไลน์แบบเราก็ได้ แถมได้โปรโมชั่นดีๆด้วย 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามรีวิวนี้นะคะ  เจอกันรีวิวหน้าค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย