[REVIEW] รวม 20 คาเฟ่-ร้านอาหาร ถ่ายรูปสวยและอร่อยใน London

BbyOnn

BbyOnn

ดู Profile

หนาวนี้..ไปเที่ยวอังกฤษกันมั้ย?
 รวม 20 "ร้านอาหาร-คาเฟ่" ถ่ายรูปสวยและอร่อยใน London มาฝากกันค่ะ

 โพสท์นี้บอกเลย "Like & Share" เหอะ
เพราะออนใช้เวลา 2 ปีในการไป และรวมข้อมูลร้านอาหารและคาเฟ่ที่ออนชอบ ไม่ว่าจะถ่ายรูปสวย คุ้มค่ากับราคา หรือกินอร่อยมาให้เพื่อนๆเป็น London guide สำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวช่วงปลายปีนี้ค่ะ

 - ออนชอบไปร้านที่น่ารัก ถ่ายรูปได้ ตามสไตล์ Instagram Worthy Restaurants & Cafes
 - ออนชอบกินอาหารญี่ปุ่นและฝรั่ง เน้นซีฟู้ด เนื้อ และของอ้วนๆ
 - ออนชอบกิน Truffle และ Burrata มากกกก และทริปรอบล่าสุดก็ตั้งใจไปตามล่ามา
 - ออนชอบอะไรที่เป็นแนว Christmas แนว Festive

 ไปดูกันเลย..ว่ามีร้านอะไรบ้าง!!
 ปล. อย่าถามว่าแต่ละร้านเดินทางยังไง ลง Subway ไหนนะคะ ออนไม่รู้เลย แฟนแฟนจัดการให้หมด ออนก็เดินตามต๊อกแต๊ก ถึงร้าน และก็กิน จบ!
Mad Hatter's Afternoon Tea
Location : 50 Berners St, Fitzrovia, London W1T 3NG, UK

 
 เป็นผู้หญิงชีวิตติด Afternoon Tea มาก และยิ่งไปอังกฤษ จะชอบมากกก การไปร้าน Afternoon Tea ต่างๆ เพราะรู้สึกว่ามันดี มันน่ารัก มันแตกต่าง ไม่ซ้ำที่ไทย
 
 หนึ่งในร้านที่จองไว้และภูมิใจมากก็คือ Mad Hatter's Afternoon Tea ที่ Sanderson Hotel นั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของ Afternoon Tea ที่นี่ก็คือ ความ Inspiration เป็น "Alice in Wonderland" นั่นเอง อารมณ์แบบว่ากระโดดลงไปในโพรงกระต่าย และไปร่วม Tea Party กับผองเพื่อน
 
 สำหรับอาหารคาว-หวานที่นี่ก็จะเสิร์ฟมาแบบในรูปเลยค่ะ (คุ้นๆว่าบางอันเติมได้ด้วย งงมะ แต่เหมือนเติมให้ครั้งเดียวอะไรซักอย่าง ลืมไปแล้ว) ซึ่งโดยรวมรสชาติและความน่ารัก ออนถือว่าผ่านนะ เหมาะกับการมานั่งกับเพื่อนสาว กับแฟน (ก็ได้) และมาถ่ายรูปกิ๊บเก๋
 
 เซ็ตที่ออนเลือกคือ Mad Hatters Afternoon Tea (£ 48) โดยราคาจะเป็นราคาต่อหัวนะคะ ที่เมืองนอก Afternoon Tea เค้าจะคิดเป็นหัว ไม่ได้เหมารวมแบบที่ไทย ดังนั้นจะสั่งก็ระวังกันเนอะะะะ เอาจริงๆนะ อันนี้ถือว่าเป็น Afternoon Tea ที่แพงที่สุดเท่าที่ออนเคยกินมา เพราะ 2 คน รวมๆกัน คิดออกมาก็ 4,000++ บาทแล้ว โอ้ยยยย อะ ครั้งนึง ไปให้สุด แล้วหยุดที่กระเป๋าฉีก 
Peggy Porschen Cakes
 Location : 116 Ebury St, Belgravia, London SW1W 9QQ, UK

 
 อีกหนึ่งร้านเค้กและของหวานที่สาวๆสายฟรุ้งฟริ้ง สีชมพู จะพลาดไม่ได้ เพราะแค่หน้าร้านของเค้าก็กินขาดแล้วววว เห็นมั้ยว่าร้านเค้าตกแต่งเป็นสีชมพู แถมมีไฟฟริ้งๆไว้ด้วย เสียดายมากที่ตอนออนไป วันนั้นฟ้าไม่เปิดเลย ไปถึง 3 โมงกว่าๆ มืดแบบมืดดดดด ในรูปคือต้องเร่งแสงสุดๆ เพราะร้านเค้าน่ารักมากจริง
 
 ร้านเค้าจะเน้นขายพวกของหวานจำพวกเค้ก คุ้กกี้ และเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งจุดเด่นคือเค้ารับทำเค้กแบบ Made-to-order ในแบบน่ารักต่างๆด้วย
 
 วันนั้นไปสั่ง Hot Chocolate กับพวก Chocolate Cake ถือว่าใช้ได้เลย ช็อกโกแลตเข้มข้น ไม่หวานจนเกินไป แฟนออนที่ไม่ชอบกินของหวาน ยังชมว่ารสชาติดี
 
 แอบกระซิบว่าช่วงเทศกาลต่างๆ เค้าก็จะทำขนม คุ๊กกี้ และเค้กออกมาให้เข้ากับเทศกาลนั้นๆ ดังนั้นใครบ้า Christmas แบบออน ไปช่วงหน้าหนาว ก็จะเจอสรรพสิ่งน่ารักแบบนี้ค่ะ
 
 Note : เค้ามีเก้าอี้นั่งข้างนอกแบบน่ารักๆด้วยแหละ แต่ตอนออนไป มีคนนั่งตลอดเลย เลยอดไปถ่ายรูปสวยๆ

The Churchill Bar & Terrace
 Location : Hyatt Regency, 30 Portman Square, Marylebone, London W1H 7BH, UK

 
 อีกหนึ่ง Must-Visit Spot ที่ใครๆก็มาถ่าย (โดยเฉพาะคนเอเซียเนี่ยแหละ) เพราะ The Churchill Bar จะอยู่ในส่วนของ Hyatt Regency เลย แต่จุดเด่นของเค้าคือ Terrace ด้านนอก ที่ให้เรานั่งได้สบายๆ แถมอุ่นมากกกก แม้อากาศจะหนาวมาก
 
 ตอนออนไปคือช่วงธันวา หน้าหนาวแบบเลขตัวเดียว แต่ตรง Terrace จะมีพวกพรมขนสัตว์ให้นั่งแบบอุ่นๆ รวมถึง Heater โดยรอบ และผ้าห่มไว้คลุมขา คลุมตัวค่ะ
 
 ที่นี่จะมีอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มครบเลย ใครชอบแบบไหน ก็สั่งได้หมด ส่วนตัวออนชอบ Chocolate Fondue ของที่นี่มาก ไปทุกครั้งคือต้องสั่งเลย ส่วนอาหารอื่นๆก็โอเคนะคะ ราคาตามสถานที่และบรรยากาศ
 
 Note : แนะนำให้มาช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปนะคะ ไฟข้างหลังจะเปิดออกแบบนี้ ทำให้ถ่ายรูปสวยเลย ที่นี่มุมไหนก็สวยนะคะ ไม่จำเป็นต้องจอง เพราะคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น แต่ถ้าอยากจองเผื่อไว้ ก็แล้วแต่เลยค่ะ ออนกับแฟนเป็นสายแบบต้องการความแน่นอนกัน ก็จะจองกันไว้หมด กันพลาด
 

Burger & Lobster
 Location : Everywhere in London 

 
 ร้านชื่อดังอย่าง Burger & Lobster ที่มีสาขาทั่ว London เป็นอีกหนึ่งร้านที่ออนติดและรักมากกกกกก ออนกับแฟนจะชอบไปสาขาตรง West India Quay ใกล้ Canary Wharf กัน เพราะว่าใกล้ที่พัก เดินกันไป นั่งบัสกันไป
 
 จุดเด่นของร้านนี้ก็ไม่ต้องพูดเยอะเนอะ ก็เมนู Lobster ตัวใหญ่ๆ พร้อมด้วย Lemon & Garlic Butter หรือ "น้ำเนยสวรรค์" ที่ออนตั้งชื่อให้เอง เพราะเป็นสิ่งที่ออนชอบกินมากกก และฟินมากกกกกกกทุกครั้งที่กิน
 
 ส่วนมากเวลาไปสั่ง ออนกับแฟนจะสั่ง 2LB LOBSTER 

(£40) และค่อยสั่งอย่างอื่นเพิ่ม เช่น ORIGINAL ROLL (£25) มากินคู่กัน จะบอกว่าออนชอบมากกกก ชอบทุกอย่างงงงง ทั้งขนมปังที่กรอบนอกนุ่มใน หรือเนื้อ Lobster ที่เด้ง นุ่ม สด หวาน รวมถึง Lemon & Garlic Butter ที่ฉ่ำเนยแบบสุดๆ ถึงกับต้องสั่งเพิ่ม และสั่งกลับบ้านตลอดๆ
 
 เอาเป็นว่าไม่พูดเยอะ เพราะพูดมาเยอะแล้ว ถึงแม้ที่ไทยจะมีสาขามาเปิดแล้ว แต่การไปกินที่ London ก็ยังได้ฟีลลิ่งในความออริจิอยู่ดี ไปกินเถอะ ร้านนี้เอาเงินออนไปเลยค่าาาา 
The Wallace Collection
 Location : Hertford House, Manchester Square, London W1U 3BN, United Kingdom

 
 กลับมาที่ Afternoon Tea เหมือนเดิม อีกหนึ่งร้าน Afternoon Tea ที่ตกแต่งบรรยากาศได้สวยมาก เหมือนอยู่ท่ามกลางสวนเบาๆ แต่จริงๆเป็น Indoor นั่งสบาย ไม่หนาว พร้อมมุมถ่ายรูปสวยๆให้ได้ถ่าย
 
 แต่ส่วนตัวออนว่ารสชาติและหน้าตา Afternoon Tea ที่นี่ธรรมดามากนะ ไม่มีอะไรพิเศษหรือโดดเด่นเท่าไหร่ เป็นอารมณ์แบบนั่งจิบชาผ่อนคลายสบายๆ ดังนั้นไปครั้งเดียวพอ จอบอ!
 
Cereal Killer
 Location : Brick Lane, Camden Market

 
 ถ้าออนจำไม่ผิด ออนไปที่สาขา Camden Market มาค่ะ ตอนแรกคาดหวังว่าร้านจะต้องอลังการ แสงฟริ้งๆอะไรแบบนี้ ที่ไหนได้ ขุ่นพระะะะ..เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งแบบงงๆนิดหน่อย แถมเข้าไปข้างในคือมืดมากกกก แบบฮัลโหลลล แล้วชั้นจะถ่ายรูปยังไง
 
 แต่มาแล้ว เราก็ไม่ยอมค่ะ เราต้องสู้ ก็เลยลองสั่งมา 2 อย่าง เพราะจุดเด่นของที่นี่คือการรวม Cereal ไว้มากกว่า 120 อย่าง/แบรนด์ และเอามาจัดเป็นเมนูของหวานต่างๆ ซึ่งเน้นความอ้วนแบบ อ้วน อ้วน อ้วน!!!
 
 เมนูที่ออนลองแล้วชอบคือ Unicorn Poops (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) อันบนด้านขวามือ มันอร่อย มันดีงามมาก อธิบายไม่ถูก เป็นเมนู Signature ที่หลายคนสั่งกันเลย กำลังดี ส่วนเครื่องดื่มที่สั่งมา คือหวานแบบ เบาหวานขึ้น ทำประกันสุขภาพแทบไม่ทัน แต่ถ่ายรูปสวย เลยให้อภัย
 
 Note : ควรไปกับคนที่ชอบกินของหวานด้วยกัน ไม่งั้นจะไม่มีคนช่วยกิน และเราจะแบกรับเบาหวานคนเดียว + ไปกับเพื่อนที่มีกล้องหรือแต่งรูปเก่งก็จะดีมากกกก เพราะของจริงคือแบบช้ำเลือดช้ำหนองมาก ต้องเอามาแต่งแสง สีหนักหน่วงสุด
Covent Garden 
 
 อีกหนึ่งสถานที่ๆออนชอบมากกกก ตอนไป London เพราะออนรู้สึกว่าที่นี่มีทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของแฟชั่นต่างๆให้ผู้หญิงอย่างออนได้เดิน ได้ช็อป หรือจะเป็นร้านเครื่องสำอาง คาเฟ่น่ารัก อาหารการกิน รวมถึงพวกตลาด Antique ต่างๆ ดังนั้นเรียกว่ามาที่เดียว มีครบทุกสิ่ง
 
 ซึ่ง 3 ร้าน ใกล้ๆ Covent Garden ที่ออนชอบ แถมเป็น IG Worthy ก็คือ
 
 1. Yolkin
 Location : 24 Rupert St, London W1D 6DQ, UK

 
 2. Milk Train
 Location : 44 Bedford St, London WC2E 9HA, UK

 
 3. Godiva
 Location 2, London WC2E 8RA, UK

 
 เริ่มจาก Yolkin กันก่อน อันนี้เป็น Macaron Ice-Cream Sandwiches ที่ออนแบบกรีดร้องงงงง ต้องไปให้ได้ๆ ตอนไป London รอบแรกมาก เพราะเห็นหลายคนไปซื้อ ไปกิน ไป Check-in กัน แต่ตอนนั้นเค้ายังไม่มี Permanent store คือยังเป็นแบบ Pop-up store ไปตามนั่นนี่ และจังหวะไม่ลงตัว ทำให้ไม่ได้ไปซะที และพอจะได้ไป ก็ตรงกับช่วงหยุดยาว Christmas ที่เค้าปิด เลยอด พอไป London รอบที่สอง ครั้งนี้เค้ามีหน้าร้านแบบจริงจังแล้ว เหมือนกับไปเช่าที่รวมกับร้านอาหารไทยอยู่ คนแน่นมากกกกก โดยไอศกรีมของเค้าจะเปลี่ยนรสตลอดๆ และมีหลายรสให้เลือกเลย ของออนเป็น Raspberry & Vanilla ซักอย่าง อร่อยดี ไม่หวานมาก ถือเป็น IG Worthy มากมาย
 
 ต่อมาที่ Milk Train ที่ไปกินซ้ำๆมา 2-3 ครั้ง ร้านนี้คนก็จะแน่นอีกตามเคย ที่นั่งแทบไม่มี ซึ่งไอศกรีมของเค้าเนี่ย เป็น Soft Serve ถ้าจำไม่ผิดมีรส Vanilla กับ Matcha เป็นหลัก ซึ่งเค้าก็จะมีท็อปปิ้งโน่นนี่นั่น แต่ตัว IG Worthy ที่ต้องสั่งเนี่ย เราต้องบอกเค้านะว่า "Go Choo-Choo" ก็จะได้สายไหมน่ารักๆแบบนี้มาเลยค่ะ Topping เราก็เลือกตามใจชอบได้ ออนเลือกที่ออนชอบกิน และถ่ายรูปสวย ก็จะได้ออกมาสีชมพูน่ารักๆแบบนี้เลย
 
 อย่างสุดท้ายคือ Godiva นั่นเอง เมนูที่ไทยไม่มีก็คือ Godiva Chocolate Dipped Strawberries ที่นี่จะใช้สตอเบอร์รี่สดๆ ลูกใหญ่ๆ กรอบๆ ฉ่ำๆ จุ่มชุ่มๆกับช็อกโกแลต ให้ได้รสชาตทั้งหวานตัดกับเปรี้ยว คนไม่ชอบสตอเบอร์รี่ หรืออะไรเปรี้ยวๆ ก็กินได้แบบออนนะ
 
 Note : ที่นี่มีอะไรอีกเยอะแยะมากกกกก ด้านล่างๆในตึก จะมีร้านขนมเหมือนบ้านตุ๊กตาเลย แต่งน่ารักมาก คนแน่นมาก แต่ลืมชื่อ และลืมถ่ายรูปมา แนะนำให้ลองเดินค่ะ เดินไปทั้งวันสบายๆ มีทุกอย่าง
 
La Petite Maison
 Location : 53-54 Brook's Mews, Mayfair, London W1K 4EG, UK
 

 ร้านนี้เพื่อนออนแนะนำมาให้ เพราะออนบอกว่า ออนอยากกิน "Burrata" 

หรือชีสก้อนกลมๆในรูปด้านซ้ายบนมาก และในที่สุดก็ได้มากินแบบสวยๆ แฮ๊พพรี่ๆ
 
 ร้านนี้คือแบบ Hidden Gems มากเว่ออออออออร์ ไม่ค่อยเห็นคนมา Check-in กัน แต่จะบอกว่ามันดีมากกกก ดีจริงๆ เมนูที่สั่งมาออนชอบหมดเลยนะ แบบหมดจริงๆ
 
 - Burrata with Fresh Datterini Tomatoes and Basil (£17.50)
 - Salmon Carpaccio with Guacamole (£19.50)
 - Grilled Rib Eye Steak 400gr (£48.50)
 - Warm Chocolate Mousse with Malt Ice Cream (£12.50)
 
 ราคาอาหารเค้าก็สมราคาคุณภาพ ความอร่อย และสมความเป็น Mayfair คือแบบอยากกลับไปกินอีกมาก ทุกอย่างดี บรรยากาศดี แต่เสียดายที่วันนั้นฝนตก ออนไม่สวย ผมพัง ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปในร้านไว้

 
 Note : แนะนำให้จองล่วงหน้านะคะ ช่วงที่ออนไปกิน คนเต็มร้านเลย
Tale As Old As Time Afternoon Tea
 Location : 109-113 Queen's Gate, London SW7 5LP

 
 นี่คือ Afternoon Tea ที่รอคอย แบบรอคอย และจองยากที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเจอมา!!! พูดจริง ไม่เว่อร์ ไม่จกตา คือออนเป็นคนชอบจองอะไรล่วงหน้าอยู่แล้ว สมมติออนจะไปอังกฤษ ออนก็จะจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3-4 เดือน และก็เริ่มจองร้านอาหารทันทีที่จองตั๋วเสร็จเรียบร้อย แต่ร้านนี้ Afternoon Tea ที่ Inspired โดย Beauty and The Beast เนี่ย ออนจองไม่ได้ ขนาดล่วงหน้า 3-4 เดือนก็เต็ม เต็ม เต็มไปหมด
 
 จนออนแบบห่อเหี่ยวมากกก เพราะออนไป London 1 เดือน แต่ไม่มีวันที่ออนสามารถจองได้เลย จนกระทั่งแฟนออนผู้เก่งกาจด้านการกดจองเนี่ย ก็จัดการจองให้ได้ โดย Book ได้ 1 วันก่อนออนบินกลับ เอ๊ออ ดวงคนจะได้กินอะ เอาสิ
 
 ซึ่งจากในรูปที่เห็น ก็ไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเราหลุดไปในปราสาทของเจ้าชายอสูร พร้อมด้วยผองเพื่อนอย่าง Mrs. Potts และ Chip Potts หรือจะ Mr. Clocksworth คือทุกอย่างมันคิ้วท์ไปหมด แบบคิ้วเว่อร์ น่ารักมากกกก ละลาย จะเป็นลม แฮ๊ปปี้ทุกวินาทีที่อยู่ในนั้น

 
 ส่วนตัวรสชาติออนว่าไม่สู้ Mad Hatters นะ แต่ทุกสิ่งอย่างมันคือแบบ Dream comes true นึกออกมะ เหมือนออนดู Disney cartoons ตั้งแต่เด็กๆ เรียกว่าโตมากับ Disney เลย มันก็เลยอินไปหมดทุกอย่าง พอได้เจอบรรยากาศแบบนี้ ก็ยอมมสิ นี่แต่งหน้าเต็มมาเพื่อถ่ายรูปเลย
 
 ราคา Tale As Old As Time Afternoon Tea (£42) ราคาต่อคนเหมือนเดิมนะคะ แพงแต่คุ้มค่ามากกก ครั้งนึงในชีวิต 


Note : ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีอยู่มั้ย หรือเค้าจะเปิดรอบอีกเมื่อไหร่
ยังไงลองเช็คจากเว็ปของเค้าดูนะคะ
Cutter & Squidge
 Location : 20 Brewer St, Soho, London W1F 0SJ, UK

 
 อีกหนึ่งร้านเล็กๆที่ตอบโจทย์สาวๆที่ชอบ Afternoon Tea เพราะร้านนี้จุดเด่นของเค้าคือการเปลี่ยน Theme ของ Afternoon Tea ตลอดๆ เรียกว่าถ้ากลับไป ก็ต้องหาโอกาสไปอีก เพราะว่า "ของมันไม่ซ้ำ" เข้าใจมะ ก็เลยต้องไป
 
 ก่อนออนไป เห็นหลายคนไปทันตอนเป็น Hello Kitty Afternoon Tea ซึ่งออนกรีดร้อง อยากไปมาก แต่ไม่ทันนนนน พอตอนออนไป เลยเป็น Theme แบบ Chinese Dimsum ที่ทุกอย่างเสิร์ฟมาในเข่งดิ่มซำแบบนี้ ส่วนตอนนี้เค้าเป็น Harry Potter Inspired แหละ เพราะห้องข้างล่าง เค้าเปลี่ยนเป็น Potion Room ให้ลูกค้าที่ไปกิน Afternoon Tea ได้เหมือนหลุดเข้าไปในเมืองเวทมนตร์ และทดลองสรรพสิ่งต่างๆ
 
 รสชาติของ Afternoon Tea ที่นี่โอเคนะ แต่ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่สิ่งที่เด่นคือความ Creative และความขยันของเค้า ที่คอยเปลี่ยนใหม่ๆตลอด ทำให้อยากเสียเงินกลับไปซ้ำ
 
 แต่ข้อเสียคือห้องข้างล่างแสงไม่ค่อยดี ทำให้ถ่ายรูปลำบาก ติดเหลืองบ้าง ติดเงาบ้าง มันก็หงุดหงิด ขัดใจนึกออกมะ ว่าแบบเห้ยยยย ชั้นมาเพื่อถ่ายรูป แต่ทำไมแสงมันเปลี้ย และชั้นจะทำยังไง
 
 Note : แนะนำให้จองเช่นกันค่า เพราะร้านเล็กมากมาย จำกัดจำนวนที่สุดๆ
Zafferano
 Location : 15 17 Lowndes St, Belgravia, London SW1X 9EY, UK

 
 อีกหนึ่งร้านที่คิดถูกมากที่มา เนื่องจากปีก่อน ออนบินไปอังกฤษก่อนวันเกิดออน 1 วัน ดังนั้นตื่นมาปุ๊บก็เป็นวันเกิดเลย และตัดสินใจมาฉลองวันเกิดกันที่ร้านนี้ เพราะมี Truffle และ Burrata ของโปรดออน
 
 Zafferano เป็นร้านอาหาร Italian แบบ Fine-Dining ที่ควรค่าแก่การมากินสวยๆ หรือโอกาสพิเศษมากๆ ซึ่งเมนูที่ลองสั่งมาก็ดีงามมาก
 
 - Burrata with roast peppers and sweet vinegar dressing (£15.00)
 - Pappardelle with wild mushrooms  (£19.50)
 - Fresh Tagliolini with Black Truffle (£50.00)
 - Chocolate fondant with vanilla ice cream (£12.00)
 
 ร้านนี้พูดเลยว่าฟินทุกตรง ฟินแบบไม่มีที่ติด ชอบความที่ Burrata ลูกใหญ่มากกก ไหนจะเส้น Tagliolini แบบสดๆ พร้อมการขูด Truffle บนโต๊ะแบบสดๆฉ่ำ ไปจนถึงตอนกินของหวาน ที่พนักงานมาทำให้กินที่โต๊ะ และปิดท้ายด้วยการ Happy Birthday แบบเบาๆ ถ้ากลับไป ก็จะไปกินอีก!!
 
 Note : ตอนกินออนนั่งด้านในนะคะ แต่เนื่องจากว่าด้านในแสงเหลืองมากตามสไตล์ Fine-Dining เลยตัดสินใจออกมาถ่ายด้านนอกแทน ได้ฟีลกว่าเยอะ
Frescobaldi London
 Location : 15 New Burlington Pl, Mayfair, London W1S 2HX, UK

 
 อีกหนึ่งร้านอาหาร Italian ที่ดีงามย่าน Mayfair ที่ดีงาม ร้านนี้เมนูก็จะอารมณ์เดียวกับ Zafferano เลย ซึ่งเมนูที่ออนสั่งก็จะมี
 
 - Burrata with fresh peas, mint and pistachio (£16.00)
 - Tagliolini with black truffle (£29.00)
 - Lamb chop with peas purea and sage (£25.00)
 - Apple crumble with salted caramel and vanilla panna cotta (£9.00)
 
 ความอร่อยร้านนี้ ออนว่าโอเคเลยนะ ใกล้เคียง Zafferano ในราคาที่เบากว่า แถมบรรยากาศการตกแต่งสวยกว่าด้วย ออนไปช่วงหน้าหนาว มีไฟวิ้งๆด้านบน ถ่ายรูปแล้วได้ฟีล Festive มากกกก (ไม่รู้ว่าช่วงอื่นๆ ตกแต่งแบบนี้มั้ย)
 
 ดังนั้นใครอยากไปร้านอาหาร Italian แนว Fine-Dining ที่มีเมนูพวก Burrata, Truffle และเนื้อต่างๆ จะเนื้อแกะ เนื้อ Wagyu ในราคาไม่โหด ไม่แรงเว่อร์ ก็แนะนำร้านนี้เลยค่ะ
 
 Note : ร้านนี้ออนจองก่อนอีกเช่นกันเหมือนเดิม
Madison Rooftop Bar
 Location : Rooftop Terrace One, New Change, London EC4M 9AF, United Kingdom

 
 อีกหนึ่ง Rooftop Bar ที่ออนอยากไปมาก เพราะจะได้เห็นวิว St.Paul Cathedral ด้วย แต่วันที่ออนไป อากาศไม่เป็นใจเลย หมอกลงสุดๆ แทบจะไม่เห็นโบสถ์เลย ที่นี่จะมีโซนทั้ง Indoor และ Outdoor ให้นั่งมองวิว ออกไปถ่ายรูป และมีอาหารว่าง อาหารคาว และของหวาน รวมถึงเครื่องดื่มให้สั่งได้

 
 วันนั้นสั่ง Tomahawk ไป แต่รสชาติรวมๆเฉยๆนะ ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก เทียบกับราคาด้วย ถือว่ามาครั้งเดียว และได้มุมถ่ายรูปสวยๆกับ St.Paul พอ
Warner Bros. Studio Tour London
 Location : Studio Tour Drive, Leavesden WD25 7LR, UK

 
 ติ่ง Harry Potter ห้ามพลาดดดด!!
 เพราะที่นี่เป็น Studio ที่ใช้ถ่ายทำ Harry Potter รวมถึงมีข้าวของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า และสรรพสิ่งทั้งหลายของจริงจากในหนัง ตั้งโชว์ไว้ที่นี่ ให้เราได้เข้าไปดูของจริงกันแบบใกล้ชิดเลย
 
 ออนไปช่วงหน้าหนาว เค้ามี Hogwarts in The Snow ซึ่งดีใจมากกกกกก เพราะปราสาท Hogwarts เค้าแต่งเป็นสีขาวเสมือนหิมะปกคลุมทั้งหมด และตอนที่เดินออกมาสั่ง Butter beer ก็จะมีหิมะ(ปลอม)พ่นออกมา ได้ฟีลเหมือนอยู่ใน Harry Potter เลย
 
 นอกจากมุมถ่ายรูป ข้าวของจากในหนังแล้ว
 อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการได้กิน Butter beer เนี่ยแหละ ออนได้กินครั้งแรกตอนไป Wizarding World of Harry Potter ที่ Universal Studio Orlando ที่ Florida ซึ่งตอนนั้นออนไปทริป 5 วัน 4 คิน เรียกว่ากินซะอิ่ม จนหายอยาก และรอบนี้มา ออนก็จัดอีก คือมันดีนะ ร้านไหนที่ว่าทำเหมือน ทำใกล้เคีบงยังไงก็ไม่เหมือน อยากให้มาลองกินแบบออริจิ แล้วจะติดใจ!
 
 Note : ต้องจองตั๋วจากในเว็ปไซต์เค้านะคะ เพราะเค้าจะมีรอบรถอะไรต่างๆจำกัดในแต่ละวัน ที่สำคัญแต่ละเดือน เค้าก็จะมีเทศกาล มี Events อะไรแตกต่างกันออกไปด้วย แต่ถ้าใครอยากไปดู Hogwarts in The Snow ก็ไปช่วงหน้าหนาวเลยค่ะ ฟินแน่นอน
Duck & Waffle
 Location : 110 Bishopsgate, London EC2N 4AY, UK

 
 หนึ่งในร้าน Iconic สุด เมื่อมา London ก็คือ Duck & Waffle เนี่ยแหละ เป็นร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่เห็นเปิดตลอดเวลาขนาดนี้ (เปิดซะ นึกว่าแข่งกับ 7-11) แต่ร้านนี้ก็ยังจองยากจองเย็นอยู่ดีนะ ยิ่งช่วงเทศกาลอะไรแบบนี้ พูดเลยว่าแน่นมากกกกก
 
 ปีแรกออนไปช่วงเทศกาล จองวันไหนๆก็เต็มไปหมด บอกว่างอีกทีอาทิตย์หน้า ซึ่งออนกลับแล้วไง สุดท้ายได้คิวว่างคือตอนเที่ยงคืน (ใช่ค่ะ ในรูปนี้คือกำลังกินอาหารกันตอนเที่ยงคืนอยู่ และกำลังทำเหมือนว่าเราไม่ง่วง ไม่เหนื่อยเลย ทั้งที่พึ่งกลับมาจาก Warner Bros. Studio Tour กันมา) แต่รอบที่สอง ที่ออนไปกับครอบครัวของแฟน

ด้วย รอบนี้จองง่าย ไม่เยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงก่อน Christmas ด้วย
 
 ร้านนี้จุดเด่นก็คือการมานั่งชมวิว London ยามค่ำคืนสวยๆ พร้อมกินอาหาร จิบไวน์เก๋ๆ ซึ่งอาหารที่ออนชอบและต้องสั่ง ไม่ใช่ Duck & Waffle เมนู Signature ของที่นี่แต่อย่างใด แต่มันคือ
 
 - FOIE GRAS CRÈME BRÛLÉE (£13.00)
 - BBQ-SPICED CRISPY PIG EARS (£6.00)
 
 บอกเลย นอกจาก Duck & Waffle แล้ว
 นี่คือ 2 เมนูที่ต้องสั่งนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมดูช่วงเวลาด้วยน้า เค้าแบ่งเมนูเป็นช่วงเวลา มันก็จะงงๆนิดหน่อย แต่รับรองว่าถ้าชอบร้านอาหารบนตึกสูงๆ เห็นวิวสวยๆ การที่จะมา Check-in ที่ Duck & Waffle ก็เป็น A Must เลยค่า
 
 Note : ถ้าขี้เกียจจองแบบยากเย็นแสนเข็ญ แนะนำว่าให้ไปกินตอนตี 1 - ตี 4 เลยค่ะ เพื่อนหลายคนไปกินมา คอนเฟิร์มว่าคนน้อยแน่นอน
Clos Maggiore
 Location : 33 King St, London WC2E 8JD, UK 

 

 หนึ่งในร้านอาหารที่ถูกโหวตให้เป็น "World's Most Romantic Restaurant" หรือ "ร้านอาหารที่โรแมนติกที่สุดในโลก" นั่นเอง ดังนั้นบอกเลยว่าออนเบไม่พลาดแน่นอนค่า
 
 ออนไปฉลองครบรอบ 2 ปีที่ร้านนี้กับแฟน (ซึ่งหุ่นแฟนตอนนั้น ก็ต่างกับตอนนี้โดยสิ้นเชิง) ซึ่งแน่นอนว่าร้านนี้ + ช่วงเทศกาล = จองยากเย็นเว่อร์!! คือจริงๆมันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก แต่แค่ถ้าจองช้า ก็จะไม่ได้นั่งที่สวยๆ ไม่ได้นั่งตรงกลาง (แบบในรูป) ต้องออกมานั่งโซนด้านนอก ที่ไม่มีสารพัดของตกแต่งจุ๊กจิ๊กทุกชนิด และมันก็แบบไม่ได้ฟีลลลล นึกออกใช่มั้ย
 
 ดังนั้นแนะนำให้จองล่วงหน้า 3 เดือนไปเลยค่ะ ร้านเค้าเปิดให้จองล่วงหน้าก่อนวันได้ 3 เดือน ดังนั้นอยากได้โต๊ะที่ดีๆ ก็จองกันไปเลย จะได้มุมสวยแบบนี้ ในเคสของออนคือ ออนจองรอบเที่ยง และไปก่อนเวลานิดนึง คือไปก่อนร้านเปิดนั่นแหละ เลยได้เข้าไปนั่งสวยๆ ถ่ายรูปแบบไร้คน เสมือนว่าทั้งร้านเป็นของออนได้แบบนี้
 
 อาหารที่นี่เป็นอาหารแนวฝรั่งเศสค่ะ แต่ไม่ได้ฝรั่งเศสแบบบองชูววเว่อร์เบอร์นั้น 

ซึ่งตอนออนไป ออนกับแฟนสั่งเป็น Sample Pre-Theatre Menu โดยเลือกเป็นแบบ Three courses (£34.00) ต่อคน
 
 เอาจริงๆมะ ส่วนตัวออนว่าอาหารเฉยๆนะ ไม่ได้อร่อย หรือแบบเด่นอะไรมากมาย แต่สิ่งที่กินขาดคือร้านอาหาร การตกแต่ง และบรรยากาศทั้งหมด ดังนั้นเหมือนกับว่าจ่ายมาเพื่อกินบรรยากาศเนี่ยแหละ (แต่ก็อิ่มท้องนะ)
 
 ออนลองเข้าไปดูเมนูตอนนี้ กับตอนที่ออนเคยกิน ก็มีเปลี่ยนไปแล้ว 

(ก็จะ 2 ปีแล้วเนอะ ก็ควรเปลี่ยนเนอะ) ดังนั้นถ้าใครอยากลองดูเมนูคร่าวๆ 
ก็ดูได้เลยค่ะ
 
 Note : อย่าลืมจองล่วงหน้านานๆนะคะ จะได้ที่นั่งสวยๆแบบนี้
Flat Iron
 Location : Everywhere in London

 
 หนึ่งในร้านสเต็กที่คนรักเนื้อไม่ควรพลาด เพราะเค้ามีเนื้อที่ "ถูกและดี" นั่นเอง ถ้าจำไม่ผิด เนื้อปกติจะราคาเท่ากันหมดคือ £10 ซึ่งคุณภาพเนื้อของเค้า ในราคานี้ ได้เนื้อดีๆ ที่เราไม่สามารถหากินได้ในไทยเลย
 
 และตอนที่ออนไป เค้าจะมี Special ประจำวัน หรือช่วงเวลาของเค้า ที่มีเนื้อที่ Premium ขึ้น ในราคา £20 (อันในรูปนี้) มาให้สั่งกิน บอกเลยว่าดีงามมากกกก ดีงามเหมือนเนื้อจานละเป็นพันที่ไทยเลย คือทุกอย่างมันลงตัวด้วยตัวของมันเอง นึกออกมะ
 
 แต่ข้อเสียคือร้านมักจะมืดๆ ถ่ายรูปอะไรก็ยาก มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็น ในรูปคือแต่งสุดริด เพื่อให้เห็นเนื้อชัด พร้อมความฉ่ำระดับ Medium Rare
 
 Note : สะดวกสาขาไหน ก็ไปสาขานั้นโลดค่า ตอนออนไปกับแฟน ออนไปสาขาตรง Covent Garden
Sushi Tetsu
 Location : 12 Jerusalem Passage, Clerkenwell, London EC1V 4JP, UK

 
 ว่ากันว่า..บางคนเคยโทรถึง 300 ครั้ง เพื่อพยายามจะจองที่นี่เลยทีเดียว 

ร้าน Sushi Tetsu เป็นร้านซูชิเล็กๆ ที่มีความ Authentic สุดๆ เพราะทำกันเองในแบบฉบับสามี-ภรรยา
 
 บอกเลยว่าร้านนี้รับการจองจากทางโทรศัพท์เท่านั้น และยากมากจริงๆ หลายๆคนอยู่มาเกือบปีก็ไม่ได้กิน เพราะคิวเต็ม โดนบุ๊คเหมาวัน นั่นนี่ตลอด และการที่จะเช็คโต๊ะหลุดจอง ก็ต้องคอยเช็คจาก Twitter ไปอีก และการจองก็มีเงื่อนไขมาก

มายหลายสิ่ง
 
 แอบเอามาแปะให้ดูว่าเงื่อนไขขนาดไหน
 
 1. We can only accept telephone bookings, and only on the booking schedule date/times (we cannot accept bookings by email, voice message on the answering machine, twitter messages or by visiting the restaurant)
 2. We work on a first call first served basis.
 3. One booking per call
 4. One booking per month (please refrain from re-booking the same month you made a booking)
 5. There is a maximum of 4 people per group
 6. Check the calendar above on the booking day to see how the bookings are filling up (its updated live)
 7. Telephone booking line will be closed when all slots are gone and it will be switched to the answering machine.
 8. If you miss out on the booking day, please check our twitter feed for any cancellations. (@SushiTetsuUK)
 
 ซึ่งความโชคดีคือแฟนแฟนของออนจองได้ จองสำเร็จ ในแค่ไม่กี่ Phone calls เท่านั้น (บอกแล้วว่าแฟนแฟนมีความสามารถด้านการกดจอง โทรจองทุกสิ่ง ทั้ง Tale As Old As Time, Sushi Tetsu, Duck & Waffle ไม่รวมกดจองตั๋ว Britney Spears ให้ออนด้วย)
 
 ตอนที่มา ออนกับแฟนก็มาก่อนเวลานิดหน่อย มานั่งเล่น รอกัน และเมื่อถึงเวลาก็สั่ง Omakase ทานค่ะ มาทั้งที ต้องเอาให้สุด เพราะไม่ใช่ร้านที่จะ Walk-in มากินได้ง่ายๆ
 
 สำหรับ Omakase ที่นี่ราคาหัวละ (£96.00)
 โดยเลือกได้ว่าจะเอาผสมที่มีพวก Sashimi ด้วย หรือเอาแบบ Sushi only ซึ่งแน่นอนว่าออนเลือกแบบ Sushi only ค่ะ
 
 Special selection of nigiri x 12 pieces
 Special hand roll x 1
 Chef's special sweet omelette x 1
 
 เบ็ดเสร็จทั้งหมด 14 ไอเท็ม
 บอกเลยว่าฟินมากกกก เข้าใจแล้วว่าทำไมดี เข้าใจแล้วว่าทำไมจองยาก คือมันดี มันใช่ มันละมุนไปหมด ถ้าใครชอบอาหารญี่ปุ่น ถ้าใครชอบ Omakase และอยากจะไปปราบเซียน จองให้ได้ ก็ไปโลดค่ะ ออนเบเอาใจช่วยนะคะ
 
 Note : Keep calling!
ปิดท้ายกันไปกับรูปนี้
อยากจะบอกว่าช่วงหน้าหนาว จะเดินเข้าออกร้านกาแฟร้านไหน
มันก็น่ารัก น่าถ่ายรูปไปหมด อย่างในรูปนี้ เป็นแก้ว Hot Chocolate
จาก McDonald's ค่ะ เห็นมะ ว่าแก้วยังน่ารักเลย

ดังนั้นแค่เดินเข้าร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ที่ชอบ
สั่งเครื่องดื่มอุ่นๆมาซักแก้ว เอาออกมาถือถ่ายรูปชิคๆ ก็ได้รูปสวยๆ
บรรยากาศดีๆ แถมได้เครื่องดื่มอร่อยๆ ทานให้ร่างกายอุ่นด้วย

ออนหวังว่าเพื่อนๆที่มีแพลนจะไปเที่ยวอังกฤษกัน
ช่วงปลายปีนี้ จะชอบ จะถูกใจ และหวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์นะคะ

ขอให้เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุก และดูแลสุขภาพกันด้วยน้า
สวัสดีค่า

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย