Favorite Top 10 อย่างที่รักในปี 2016 (และพามาปีนี้ด้วย)
Mint My Mind288สวัสดีปีไก่ค่ะทุกคน เย้ๆวันนี้ฤกษ์งามยามดี เพราะ...
วันหยุดสุดท้ายของเราแล้วค่ะ !! ใครได้หยุดพักผ่อนต่อ ขอแสดงความอิจฉาไว้ตรงนี้
ส่องกระทู้คนอื่นมานานแสนนาน วันนี้ขอพื้นที่เล็กๆในการแชร์กระทู้รีวิว
" 10 อย่างที่ใช้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว " ค่ะ เป็นรีวิวแบบบ้านๆ อ่านเพลินๆ นะคะ
ภาพถ่ายจาก I5S อาจยังดูเด็กน้อยอยู่
กำลังอยู่ในขั้นตอนขอสามีซื้อกล้องฟรุ้งฟริ้ง (อ้อนข้ามปียังไม่ได้เลย)
ผิดตกตรงไหน ติชมได้จ้ะ เราจะเอาไปปรับปรุงแล้วจะโผล่มาใหม่แน่นอน :)
1. Vaseline Lip Therapy Rosy Lip
ขนาด 7 กรัม ราคา 115 - 159 บาท (แล้วแต่แหล่งที่หาได้นะคะ)
เริ่มจากชิ้นเล็กสุดก่อนเลยค่ะ ปุกเล็กน่ารัก พกง่าย ทาง่าย แต่นิ้วต้องสะอาดนะคะ เราชอบเอามาโบกก่อนนอน ก่อนหน้านี้ใช้สีผึ้งแล้วมันเหนียว สามีจะจุ๊บก่อนนอนแล้วมันไม่โอเค มาเจออันนี้ไม่หนึบ ไม่เหนียว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทาระหว่างวันก็ได้ และไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า จากการใช้ครึ่งปุกแล้ว จากปากคล้ำๆ ก็ชมพูขึ้นนะเธอ กระปุกเล็กใช้ได้นานมาก ที่เห็นสภาพนี้คือครึ่งปีเดือนแล้วนะ ซื้อมาเมื่อกลางปีที่แล้ว ตอนนี้พึ่งจะหดไปครึ่งเดียวเอง
2. Anee Kah Yeast Soap
ขนาด 60 กรัม ราคา 300 บาท
ขอเกริ่นว่า ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางแบรนด์อะไรเลยนะคะ แต่เราเป็นแฟนคลับของแบรนด์นี้จริงๆ เราสั่งซื้อเองใช้เอง ส่วนตังค์ของสามีค่ะ (555+)
เราเป็นคนที่หน้ามันมาก สิวก็มี ก่อนหน้านี้ใช้ชุดรักษาสิวของแบรนด์นี้ไปแล้วได้ผล (ขอกล่าวในกระทู้หน้านะคะ เรื่องสิวมันเศร้าและยาวมากจริงๆ) ซึ่ง ณ ตอนนี้หน้าเรา ได้ผ่านการกอบกู้มาเรียบร้อยแล้ว มีความเนียนและผ่องขึ้น แต่.. มันยังอยู่ มันไม่จากไปไหน บ่อน้ำมันบนใบหน้าค่ะคุณ บ่อน้ำมันที่เป็นสาเหตุปัญหาผิวหลากหลายประการ เคยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทุกสปีชี่ย์ ทั้งโฟม ทั้งเจล ทั้งแบบก้อน ไม่มีใครเอาอยู่เลยค่ะ จนมาเจอสบู่ยีสต์ ซึ่งตอนแรกมันมาในชุดรักษาสิว ที่เกริ่นข้างต้น
สำหรับคนหน้าแห้งอาจไม่ปลื้มค่ะ แต่สำหรับเราแล้ว ปลื้มมากๆ เพราะมันทำให้ความมันลดลงจริงๆ
คำเคลมบอกว่าสามารถใช้เป็น Make-up remover ได้ด้วย แต่เราก็ยังคงใช้ Remover กับสำลีก่อนล้างหน้าดีกว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการผุดของสิวนะจ้ะ
แรกๆใช้ก็ตึงๆค่ะ แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ เหมือนหน้าปรับสภาพได้ ไม่ได้ตึงเปรี๊ยะเหมือนแรกๆที่ใช้ หน้านุ่มและแข็งแรงขึ้น จนตอนนี้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าต้องตัวนี้เท่านั้นค่ะ !!
กระซิบ : สำหรับเรา 1 ก้อน เอามีดหั่น 4 ส่วน 1 ส่วนใช้ได้ 1 เดือนกว่าๆแหน่ะ !! ใช้คุ้มค่ามากค่ะ ตัวสบู่ละลายยากอยู่แล้ว ใช้เสร็จเก็บให้ห่างจากน้ำ ใส่กล่องปิดฝา สมัยนี้เป็นผู้หญิงต้องใช้ของอย่างชาญฉลาดค่ะ (ถึงแม้จะไม่ได้ซื้อเองก็ตาม)
3. Rii Skincare Cotton 26 Cleansing perfect cotton pads
ขนาด 5.5x6.5 ซม. จำนวน 90 แผ่น ราคา 70 บาท
ชาตินี้ไม่คิดว่าจะซื้อสำลีราคาเกิน 40 บาท เพราะแต่ไหนแต่ไร ก็ใช้แต่สำลีตามร้านขายยา ที่มาของการใช้กล่องนี้ก็มาจากการส่องใน Jeban นี้ล่ะค่ะ กราบคุณๆทุกคน ที่เบิกเนตรเรา
การทำความสะอาดผิวก่อนล้างหน้านั้นสำคัญมาก ยิ่งช่วงที่รักษาสิวนั้น ต้องดูแลอย่างละเอียดเลยละค่ะ สำลีที่ไม่ได้ผลิตมาเพื่อใช้กับ Remover นั้น มันไม่เวิร์คจริงๆนะ คือเช็ดๆไปละมันเป็นขุย แถมบาดหน้าอีก เปลืองด้วย เพราะต้องซ้อนกัน 2 แผ่นไม่งั้นไม่รอดค่ะ แต่ก็ทนใช้สำลีถูกๆตามร้านขายยามาตั้งนาน
ปัญหาเหล่านี้หมดไปเมื่อซื้อนางกล่องชมพูนี้มา ตอนซื้อก็กัดฟัน สำลีอะไร 70 บาท คือมันเป็นวัสดุสิ้นเปลืองอ่ะค่ะ เลยทำใจยากเล็กน้อยตอนซื้อ แต่พอซื้อมาใช้กล่องแรก ก็กระจ่างว่า ทำไมหลายๆคนถึงชอบกัน มันนุ่ม มันไม่เป็นขุยเลยค่ะคุณ แผ่นก็ใหญ่ แถมไม่เปลือง Remover ด้วย คือดีมาก เลยไปตำยี่ห้อเดียวกันกล่องสีฟ้าที่ใช้สำหรับ Toner มาด้วย ใช้ดีเช่นกัน
ข้อเสียก็มีนะ คือกล่องเป็นกระดาษเวลาปิดฝาบางทีมันไม่สนิท ฝุ่นก็ลงได้ เลยต้องเอามาเปลี่ยนใส่กล่องที่มิดชิดกว่านี้
ปล. จะฝากสามีซื้อต้องถ่ายรูปไปนะ เคยฝากสามีซื้อสำลีกล่องชมพูที่ห้างแต่ได้ผ้าอนามัยมาแทน
4. Canmake tokyo Mermaid Skin Gel UV
ขนาด 40 กรัม ราคาเต็ม 300 บาท (ซื้อตอนลดที่ซูรูฮะ 269 บาทค่ะ)
กันแดดเนื้อเจลที่รักสุด ณ ตอนนี้ คุณภาพเกินราคามาก เป็นเนื้อเจล ทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำ แล้วซึมเร็วมาก ไม่เป็นคราบ สิวไม่ขึ้น แถมคำเคลมจากทางแบรนด์คือ "มาพร้อมคุณสมบัติเป็นไพรเมอร์ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวผสม-ผิวมันแต่ขาดน้ำ" ตอบโจทย์เราสุดๆ เป็นคนหน้ามัน ที่ผิวลอกเป็นแผ่นๆได้ด้วย ไม่งงเนอะ สำหรับเราแล้วเจลกันแดดตัวนี้ช่วยเรื่องความมันได้ค่อนข้างดี แต่ดีสุดคือเรื่องพลางรูขุมขนค่ะ เวลาทาก็เกลี่ยไปในทิศทางเดียวกันแล้วรอเซตตัวสักพัก ทารองพื้นได้อย่างสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ ที่สำคัญ !! ไม่แพ้ ไม่แสบเลยจ้า เดินเชิดหน้าไปซื้อส้มตำปากซอย กลับมาไม่แดงเลย สบายหน้าฝุดๆ คงใช้ต่อไป
จะบอกว่า ก่อนหน้าใช้ชิเซโด้สีทอง นางเริศ นางดีมาก !! แต่บางเดือนก็ช๊อตอ่ะค่ะ เอะอะจะไปบอกสามีให้มาเปย์ครีมกันแดดราคาเกือบพันก็ไม่ใช่เรื่อง เราก็ต้องหาตัวเลือกใหม่ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ยามที่ลดได้ก็ลดค่ะ เอาตังค์ไปกินบุฟเฟต์กันสองคนสบายใจกว่า นี้ถ้ามีประกวดภรรยาดีเด่นคงได้ไปหลายมงแล้ว (555+)
ครึ่งทางแล้วนะคะ เบื่อกันยังเน้อออ
5. KOSE Clear Turn Eau De Claire Essence Hyaluron
ขนาด 200 มล. ราคาเต็ม 580 บาท (มี Sale ที่ซูรูฮะนะคะ จำราคาที่ลดไม่ได้ขออภัยด้วยค่ะ)
เป็นเอสเซนส์บำรุงผิวเข้มข้น คำเคลมหลังขวดตามนี้ค่ะ สรรพคุณน่าใช้สุดๆ
ซึ่งเค้าก็ไม่ได้โม้นะคะ มันเป็นเอสเซนส์เข้มข้นที่ ซึมได้จริงค่ะ สำหรับเราตบๆแล้วทิ้งไว้สักพัก แตะๆหน้าดูไม่เหนอะหนะเลยยย ชอบจัง รู้สึกสบายผิวดีค่ะ สามารถทาผลิตภัณฑ์บำรุงตัวต่อได้สบายๆ ตัวเอสเซนต์ใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แถมไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย ดังนั้นผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบายเลยค่ะ สำหรับเราผิวบอกบางใช้แล้วสิวไม่ขึ้น ผ่านค่ะ แถมใช้ได้ทั้งตัวด้วย คุ้มสุดๆ
จากผลการใช้ ช่วยได้มากในเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ คนหน้ามันก็ต้องการความชุ่มชื้นนะค่ะ เราทำงาน นั่งรถ และนอน ในสภาพห้องแอร์เย็นๆ ดังนั้นความชุ่มชื้นห้ามละเลย มิเช่นนั้น ความหย่อนคล้อยจะถามหาค่ะ ส่วนตัวถ้าเทียบกับฮาดะลาโบะแล้ว ชอบตัวนี้มากกว่า เพราะรู้สึกไม่เหนอะหนะและซึมเร็วกว่าค่ะ สำคัญมากคือไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม จากนี้ไปคงใช้ตัวนี้ต่อเนื่องไปก่อน ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน เลิศค่ะ
6. AMIRA Argan oil 100%
ขนาด 60 มล. ราคา 1,490 บาท (สั่งซื้อกับทาง Facebook ของทางแบรนด์ค่ะ ส่งฟรี EMS)
อันนี้ก็ซื้อมาเพราะเห็นใน Facebook และ Inbox ไปปรึกษากับทางเพจเลยค่ะ ซื้อเองจ่ายเองอีกเหมือนเดิม เป็น Night Repair ทาเฉพาะตอนก่อนนอนค่ะ
จากที่เคยเกริ่นว่า เราเคยเป็นสิวหนักมาก คือเป็นสิวอักเสบแบบแก้มไม่มีที่ว่างเลยค่ะ ทั้งแดงทั้งพรุน พังหนักมาก ตอนนั้นก็ได้ใช้ชุดรักษาสิวจาก Anee Kah และได้ตัวนี้แหละมาช่วยเสริมเรื่องสิวเพิ่มเติม
AMIRA Argan oil 100% เป็นผลิตภัณฑ์จากเมล็ดอาร์แกน ด้วยความอยากรู้จึงหาข้อมูลมาจากอากู๋ค่ะ เจ้าน้ำมันตัวนี้มันมีต้นกำเนิดจากประเทศโมร็อคโคเลยนะคะ (แถวๆแอฟริกา) !! ซึ่งอาร์แกนเนี้ยเป็นเมล็ดจากต้นไม้ที่มีความเป็นมาเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ทนต่อสภาวะแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงมากได้
และแบรนด์ AMIRA เค้าก็นำเข้าสารสำคัญจากประเทศต้นกำเนิดของ Argan Oil จริงๆค่ะ ตอนแรกก็ลังเล หน้ามัน แล้วจะเอาน้ำมันมาทาหน้า มันดูขัดๆยังไงไม่รู้ ไม่กล้าลอง แต่ด้วยความที่รีวิวนางดีจริง รู้ตัวอีกทีก็โอนเงินไปแล้ว ประหนึ่งโดนอะไรเป่าหู (อันนี้เป็นบ่อย รู้ตัวค่ะว่าเป็นทาสการตลาด แต่ของนางดีจริงๆนะ)
ความรู้สึกหลังใช้ เรารักนาง !!! ใช้แรกๆไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอกค่ะ ก็นวดไปทุกคืนก่อนนอน นวดวนไป
วิธีการใช้คือ กด 2 ปั้ม Warm น้ำมันให้อุ่นบนฝ่ามือ แล้ว ป้าบ !! ตบเข้าแก้มบานๆ แล้วนวดวนไปค่ะ น้ำมันอุ่นๆ ลื่นๆ มานวดวนบนใบหน้า มันฟินจริงๆนะคะ การนวดทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้น้ำมันซึมเข้าผิวดี นวดทิ้งไว้ซักพัก ก็ซึมแล้วค่ะ อาจทิ้งความเงาไว้บ้าง แต่เห้ย มันสบายหน้านะ มันไม่มีความรู้สึกหนักหน้าเลย
จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ผ่านมา 5 เดือน หน้าเราแข็งแรงขึ้นมาก เรียบขึ้น หลุมสิวก็ตื้นจนเนียนเกือบหมดแล้ว สิวอักเสบแทบจะไม่ขึ้นแล้ว ตอนนี้สิวที่ขึ้นเราจะรู้เลยว่าเพราะอะไร (ปจด. , ขนม , เครื่องสำอางค์) ไม่ได้ขึ้นเห่อแบบแต่ก่อนแล้ว ฟินมาก กล้าให้สามีหอมแก้ม ขวดนี้เราซื้อเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และยังคงไม่หมดค่ะ มันคุ้มมาก !!!! เราใช้ทุกคืนนะ แต่น้ำมันเค้าเข้มข้นมาก บางวันใช้ 1 ปั้มก็ยังได้เลย ขอแนะนำเลยนะคะว่า การรักษา ไม่ว่าอะไรก็ตามต้องใช้เวลานะคะ ซึ่งผลของการรอมันคุ้มค่าจริงๆ (กระทู้หน้าจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน ฝากติดตามด้วยนะคะคนดี)
7. Nagano Mineral Facial Mist Spray
ขนาด 100 มล. ซื้อตอน Sale 199 บาท จากซูรูฮะค่ะ
เป็นคนติดสเปรย์น้ำแร่มากค่ะ เพราะด้วยความเป็นคนหน้ามัน เวลาจะเติม Make-up จะให้ซับหน้าอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องใช้สเปรย์น้ำแร่เป็นตัวช่วยในการเอาความมันออกจากหน้าไป ใช้มาหลายยี่ห้อแล้วค่ะพวกกระป๋องอลูมิเนียมอย่างพวก Evian , Vichy , La Roche ก็ใช้ดีนะคะ แต่...มันหมดเร็วอ่ะ ยิ่งถ้าเป็นขวดเล็กสำหรับพกพา ใช้ไม่กี่วันก็ฉีดไม่ค่อยออกแล้ว ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าเหมือนเวลาเขย่าๆแล้วฉีดออกมา พวกกระป๋องแบบนี้ น้ำแร่ข้างในมันหมดเร็วมากค่ะ แล้วพอดีอยากลองใช้อะไรใหม่ๆ โจทย์คือไม่เอาแบบกระป๋องและพกพาได้ มาเจอขวดนี้ค่ะ เป็นขวดพลาสติก ข้อเสียคือ ละอองมันไม่ละเอียดมากเท่าแบรนด์อื่น แต่ความซึมและความชุ่มชื้นคือดีมากค่ะ น้ำแร่ส่วนใหญ่ฉีดแล้วซับ หน้าเราจะไม่ชุ่มชื้นเลย แต่ขวดนี้เราฉีดแล้วซับ หน้ามันมีความชุ่มชื้นขึ้นมาเฉยเลย เติมแป้งได้เนียนขึ้น แถมตัวนี้เค้า With Collagen ด้วยนะคะ ทำให้หน้านุ่มไปอีก ชอบค่ะ ใช้ต่อถ้ายังขายอยู่นะ ในซูรูฮะเคาร์เตอร์นางเงียบเหงามาก
8. Designer Collection R series ultra-rich Hand & Body lotion
ขนาด 200 มล. ราคา 240 บาท (อันนี้ของจากร้านใน Facebook ค่ะ ราคาขึ้นลงแล้วแต่แหล่งที่มานะคะ)
ครีมทามือและทาตัวที่ทาแล้วสามีชอบค่ะ เราทาแล้วชอบมาดมใกล้ นางบอกหอมดี
ตัวนี้ผลิตจากมาเลเซีย เราไม่รู้ว่าในไทยมีวางขายยังไงที่ไหนบ้าง เท่าที่รู้ตามร้านใน Facebook มีค่ะ ต้องขออภัยในเรื่องของข้อมูลนะคะ แต่ความหอมนี้ชอบจริงๆ มันหอมแบบออกแนวสปอร์ตก็ไม่เชิง ทาแล้วกลิ่นไม่ฟุ้งมากนะคะ ความชุ่มชื้นก็พอสมควร ทาแล้วไม่เหนอะหนะ ซึมเขาผิวได้โอเคดี วันไหนไม่แตะน้ำหอมก็จะทาครีมตัวนี้แทน
9. Water Angel Syn-Ake Mark
ขนาด 1 กล่องบรรจุ 5 ชิ้น ราคาซื้อตอนลด 199 บาทที่ร้านซูรูฮะ (ชอบร้านนี้เพราะเดินง่ายดีค่ะ)
เอาจริงๆ ขอสารภาพว่าซื้อเพราะแพคเกจ ชอบอะไรแบบนี้ ความอียิปต์ ความไอยคุปต์ ยิ่งมาอ่านสรรพคุณยิ่งน่าลองมาก เพราะเป็นมาร์คที่มีสารสกัดจากพิษงูค่ะ !!! สตั๊นไป 4 วิตอนอ่าน แต่ด้วยคำโปรยสรรพคุณที่ว่า ช่วยชะลอการก่อตัวของริ้วรอยบนใบหน้า แถมตัวสารสกัดนี้ มีผลทำให้หน้าดูเรียวได้รูปขึ้น ปรับสภาพผิวหมองคล้ำที่ขาดความยืดหยุ่น ลดการเกิดฝ้า รอยด่างดำจากสิว ทำให้ผิวหน้ามีชีวิตชีวา...
ซื้อก็ด้ายยยยยยย เราจะชอบเก็บมาร์คในตู้เย็น ตอนเอามาใช้จะฟินสะดุ้งมาก จากการใช้นั้น ผลลัพธ์อาจไม่ได้ชัดเจนมากในเรื่องริ้วรอย แต่มันชัดที่ความกระชับค่ะ แก้มย้อยๆ ดูกระชับขึ้นนิดนึงแหละคุณขา
ลักษณะของมาร์ค จะเป็นมาร์คสีดำนะคะ เอสเซนต์ในซองให้มาเยอะมาก ท่วมจนย้อย ดีค่ะ ชอบ เอามาทาได้ถึงคอ เหลือในซองเอามาทาตัวต่อ (เรารู้คุณก็ทำ)
แต่ๆๆ บอกไว้ก่อนว่า มาร์คตัวนี้มีกว้างนะคะ คือกว้างออกด้านข้าง ซึ่งเหมาะกับสตรีหน้าบานอย่างเรามากกก ความกว้างดีค่ะ แต่ทำสั้นจัง คือระยะหน้าผากถึงคาง แผ่นมาร์คสั้นกว่ายี่ห้ออื่น แต่สำหรับเรามันพอดิบพอดีมาก ถ้าคนหน้ายาว คงใช้ไม่รอด สำหรับเราด้วยผลลัพธ์ที่โอเค คงจะใช้ต่อไป และจะไปตำสูตรอื่นมาด้วย เป็นสตรีต้องมาร์คหน้าอย่าให้ขาด หม่อมแม่ไม่ได้กล่าว เรากล่าวเอง
อย่างสุดท้ายแล้วนะคะคุณ ขอบคุณทุกท่านที่มาถึงข้อนี้
10. Japara น้ำหอมอียิปต์
สั่งซื้อจาก Facebook ของร้านเลยจ้ะ ขนาด 8 มล.
เราซื้อตอนมีโปรโมชั่น 2 ขวด 1,980 บาท (แถมผ้าพันคอสุดเริศ 1 ผืน)
อยากอวดว่า นี้สะกดจิตสามีเช้า-เย็น 1 เดือนเต็มๆกว่าจะได้มานะคะคุณ คุ้มแรงมาก
อย่างที่ว่าไปแหละค่ะ เราชอบอะไรแนวนี้ เป็นน้ำหอมที่ตัดสินใจซื้อเพราะแพคเกจล้วนๆ
แต่ๆๆ คุณคะ นางหอมจริงๆ หลายคนอาจเห็นว่าปริมาณต่อราคามันแพงจัง คือน้ำหอมนี้เป็นแบบ Oil ค่ะ เป็นเนื้อ Oil ที่ใช้ก้านแก้วแต้มตามชีพจร ตอนเปิดขวดกลิ่นจะแน่นๆ ดมละมึนเพราะของเค้าเข้มข้นจริงๆ พอเอามาแต้มตามจุดชีพจร (เราแต้ม หลังหู หลังคอ หน้าอก) กลิ่นจะละมุนและฟุ้งขึ้น เราแต้มตอนเช้า ตอนเย็นสามีมารับ เค้าบอกกลิ่นตัวเรายังหอมเหมือนเมื่อเช้าอยู่เลย (อันนี้เรื่องจริงไม่ติงนัง) คือกลิ่นไม่ได้จางเร็วเหมือนน้ำหอมทั่วไป เราชอบตรงนี้มาก ทางร้านบอกว่าน้ำหอมสั่งทำสูตรและนำเข้าจากอียิปต์จริงๆค่ะ Luxury สุดๆ
ฝั่งซ้าย ชื่อกลิ่น Key of Life เราชอบกลิ่นนี้ที่สุด กลิ่นจะออกแนวแป้งละมุนๆ กลิ่นหรูแต่อ่อนหวานและมีความรู้สึกเฟมินีนมากๆ แลดูเป็นผู้หญิงน่าค้นหา น่าทะนุถนอม เหมาะสำหรับวันที่นั่งสวยๆในออฟฟิตมากกว่าไปลุยข้างนอก
ฝั่งขวา ชื่อกลิ่น Cleopatra Story กลิ่นนี้จะหนักกว่าอีกขวดค่ะ กลิ่นจะฟุ้งกว่า มีความหรูมากกว่า ดูมั่นใจมากกว่า เหมาะสำหรับวันที่อยากลุย วันที่ใส่กางเกงยีนส์แล้ววิ่งงาน
แม้ปริมาณจะดูน้อย แต่ทางแบรนด์เคลมว่าขวดนึงใช้ได้มากกว่า 3 เดือนนะคะ เราว่าก็น่าจะจริงค่ะ เพราะฝาของขวดเป็นก้านแก้ว เวลาใช้แค่เอามาแต้มๆกลิ่นก็ฟุ้งและติดทนมาก ตอนนี้น้ำหอมอื่นๆยังคงค้างบนหิ้งไปก่อนค่ะ ตอนนี้อยู่ในช่วงหลงนางทั้ง 2
ที่จริงทางแบรนด์เค้ามี 4 กลิ่นหลักนะคะ รู้งี้เหมามา 4 ขวดก็ดี (ตอนนั้นโปรซื้อ 4 ขวดแถมผ้าพันคอ 4 ผืน ตอนนี้โปรหมดแล้ว นกไปสิจ้ะ) รอโบนัสออกคงซื้ออีก 2 กลิ่นมาให้ครบเซต
จบแล้วค่ะ สำหรับกระทู้แรกของเรา หากผิดตกอะไรไป ขออภัยมา ณ ตรงนี้นะคะ มือใหม่จริงๆ ติชมได้เลยค่ะ Open เต็มที่ เราจะมาปรับและกลับมาใหม่ ผู้หญิงเรามีอะไรมาแชร์ๆกันสนุกจะตาย
บางคนอาจลำไย ลำคาญ ที่เราเหมือนชอบอวดสามี ขอเกริ่นว่า ใช่ค่ะ เรารู้สึกภูมิใจที่จะพูดถึงเค้า เค้ามีบทบาทกับการได้ของเหล่านี้มา บางอย่างเราซื้อเอง แต่แทบจะทุกอย่างของเรา เค้าซื้อให้ เป็นน้ำพักน้ำแรงของเค้า ทั้งๆที่จริงไม่ต้องซื้อให้เราก็ได้ เราให้เกียรติเค้า เราเลยขอพูดถึงเค้าเยอะหน่อย เผื่อเค้าแอบมาส่อง
อย่าคิดนะคะว่าผู้ชายไม่อ่าน Jeban สามีเราค่ะ เค้าซื้อแป้งตลับมาเซอร์ไพรซ์ 14 กุมภา ได้ก็เพราะ Jeban นี้ล่ะค่ะ
ขอบคุณทุกคนนะคะที่อ่านจบ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ บายจ้า
Discussion (8)
แนะนำตัวรักษาสิวหน่อยจ้า เป็นสิวอุดตัน อักเสบเหมือนกันเลย
**สภาพผิวและการแพ้ของเราไม่เหมือนกันนะคะ ควรทดสอบการแพ้ก่อนนะ
เรื่องรักษาเราแนะนำตามในกระทู้เลยจ้า แนะนำ AMIRA Argan Oil เพราะเป็นธรรมชาติ 100% แนะนำกี่คนๆก็ไม่มีอาการแพ้นะคะ แรกๆอาจมีการขับสิวบ้าง แต่สำคัญคือ ห้ามบีบ ห้ามแกะ เด็ดขาด !! รออย่างใจเย็นค่ะ หากทนไม่ได้จริงๆ หลังจากสิวหลุดไปแล้ว รีบทำความสะอาดและโบก "ผงพิเศษตราร่มชูชีพ" หนาๆ เลยจ้ะ และอย่าไปแกะแผลเด็ดขาด
ส่วนสิวอุดตันไม่มีหัว เราก็ใช้ AMIRA มาทาวนๆ ก่อนนอนค่ะ
สมัยเป็นสิวเห่อ เรารักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดมากค่ะ ถึงบ้านต้องรีบเช็ดหน้าด้วย Cleansing และล้างหน้าทันที เพราะเผชิญมลภาวะมาทั้งวัน แล้วมา Mark หน้าต่อด้วยชุดดูแลสิวของ Anee Kah ค่ะ ลองปรึกษาในเพจของแบรนด์ได้เลยค่ะ เค้าแนะนำดีมากๆ ทั้งนี้ต้องใช้เวลานะคะ แต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน เรากว่าจะผ่านช่วงหน้าพังมาได้ใช้เวลากว่าครึ่งปีค่ะ
ไว้กระทู้หน้าเราจะมาแนะนำเรื่องนี้อย่างละเอียด ฝากติดตามด้วยนะคะ :)