1,000 บาทนี้ต้องใช้ให้คุ้มค่า! มาดูกันว่าเงินเท่านี้สามารถซื้ออะไรได้บ้างที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi (สาขาที่ Shibuya)

ztangs

ztangs

ดู Profile

            สวัสดีค่ะสาวๆ จีบันทุกคน กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวที่เอาใจสาวๆ คอเครื่องสำอางญี่ปุ่นโดยเฉพาะนะคะเพราะเราจะพาสาวๆ ไปช้อปที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ที่สาขา Shibuya ในวันที่ฝนตก (จริงๆ คือเราไปญี่ปุ่นเมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ แล้วตอนนั้นเป็นช่วงมรสุมพอดี เจอไต้ฝุ่นไปหลายลูกเลย) โดยการช้อปครั้งนี้เราตั้งภารกิจให้กับตัวเองว่า จะใช้เงินช้อปเพียง 1,000 บาทไทยเท่านั้น ( T T พอดีว่ากินเนื้อย่างหลายมื้อไปหน่อยเลยเหลือตังค์ช้อปเท่านี้อ่า) 

เอาเป็นว่าเรามาดูกันค่ะว่าเงินก้อนนี้จะสามารถซื้ออะไรในร้าน Matsumoto Kiyoshi ได้บ้างรวมถึงมินิรีวิวเล็กๆ เป็นความรู้สึกหลังใช้แต่ละไอเท็มนะคะว่าปลื้มแค่ไหน  

เราจะมาช้อปกันที่สาขานี้กันค่ะ Shibuya ~ จริงๆ แล้วที่เมืองไทยก็มีร้าน Matsumoto Kiyoshi เปิดแล้วนะคะ แต่ถ้ามาที่ญี่ปุ่นทีไรก็อดใจไม่ช้อปไม่ได้เลยจริงๆ!

แค่เห็นหน้าร้านก็ใจสั่นและหวั่นไหวละ แต่วันนี้เรามีงบเพียง 1,000 บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าการจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้นั้น หัวใจต้องสตรองมากกกกกกกก

พอคว้าตะกร้าปุ๊บ ความลังเลก็เริ่มมาปั๊บ เราจะเลือกชิ้นไหนดีน้า โอ้ยยยยยยย น้ำลายหกค่ะคุณขา แต่มีเงินช้อปแค่ 1,000 บาทเท่านั้น ต้องสะกดจิตตัวเองให้ไม่เลยเถิด (เนื่องจากตอนนั้นเป็นเดือนสิงหาคม ในรูปเลยไม่ได้ใส่ชุดดำ หวังว่าเพื่อนๆ คงจะเข้าใจน้า กระทู้นี้มีความดีเลย์ค่ะ ขออภัยอย่างสูง) 

ใช้เวลาเลือกไม่นานนักประมาณ 40 นาที (ก็นานอยู่นะ 555) ก็ได้ละ ไอเท็มในราคา 1,000 บาทของเรา กวาดตาดูคร่าวๆ เออ ก็มีความหลากหลายอยู่นะ งานมาส์ก งานแก้ม งานเล็บ งานคิ้ว งานสบู่ เฮ้ยยยย ครอบคลุมร่าง (กาย) เรา

พอไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ เฮ้ยยยยย ยังเหลือตังค์อีกนิดหน่อย เลยคว้าขนมมาอีก 1 ห่อ เพราะฉะนั้นเบ็ดเสร็จก็จ่ายไปทั้งหมด 2,885 เยน ก็ตกประมาณ 950 บาทจ้า (คูณเรท 0.32) ทำภารกิจสำเร็จเรียบร้อยไปด้วยดี เย้! เหลือตังค์อีกตั้ง 50 บาทแน่ะ

โฉมหน้าเหล่าสกินแคร์ เมคอัพ และขนมในราคา 1,000 บาท ที่เราสอยมาได้ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันใกล้ๆ หน่อย ไล่ลำดับไปตามบิลละกันเนอะ

1. มาส์กหน้ายี่ห้อ LuLuLun สูตร Moisture Balance ราคา 324 เยน 

          ราคาน่าจะถูกกว่าที่ไทยเกือบ 100 บาท ปลื้มมากตรงที่มี 7 แผ่นในซองเดียว มาส์กวนไปค่ะ 1 อาทิตย์ ผลลัพธ์ที่ได้รู้สึกว่าหน้าสดชื่น เปล่งปลั่งขึ้น และคงเพราะขยันมาส์กติดต่อกันด้วยเลยรู้สึกว่า ผิวเราดีขึ้นนะ (ความขยันมีผลต่อจิตใจนั่นเอง 555) เราชอบตรงที่มาส์กแผ่นบางกำลังดี คลี่มาแปะหน้าง่ายมากๆ ไม่รู้คนอื่นรู้สึกเหมือนเรารึเปล่า 

           

2. 3D Scissors with eyebrow comb ยี่ห้อ Chasty (รึเปล่า ไม่แน่ใจ) ราคา 1,026 เยน

          โอ้โห นี่คือไอเท็มที่แพงที่สุดในการช้อปครั้งนี้เลย แต่เราก็ซื้อโดยไม่ลังเลเพราะอยากได้กรรไกรตัดแต่งขนคิ้วมานานแล้ว ซึ่งฮามากคือ ตอนแรกใช้ไม่เป็น กดกรรไกรลึกไปหน่อยจนคิ้วเกือบหายเกลี้ยง ยังขำตัวเองไม่หาย พอครั้งที่สองเลยใช้แค่เพียงเล็มๆ เจ้าเส้นที่มันยาวๆ ออกนอกลู่นอกทางขนคิ้วเส้นอื่น ปรากฏว่าเวิร์กเลย ด้วยความที่เป็นหวีครอบปลายกรรไกรด้วยแหละ เลยใช้ง่ายดี เอาเป็นว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป 

3. สบู่เหลวของ Biore ขนาด 90 ml. ราคา 162 เยน

          เนื่องจากติดใจมาจากตอนมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งก่อนแล้วสบู่หมด เลยหยิบมั่วๆ ได้ขวดนี้มาแล้วพอทดลองใช้แล้วติดใจมากกกกกกกก มันหอมแบบที่ไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนที่ไทย เนื้อมันนุ่มนวล ตีฟองก็ง่าย อาบน้ำแล้วมีความสุข ครั้งนี้พอเห็นก็เลยหยิบมาอีกครั้ง แต่ครั้นจะเอาขวดใหญ่มาก็เนอะ เกินงบสิคะ เลยจัดขวดเล็กมาเบาๆ ถ้าไปคราวหน้าคงได้ซื้อไซส์ใหญ่มาละ ไม่พอแล้วค่ะแค่ขวดเล็กเนี่ย 

4. ยาทาเล็บยี่ห้อ Ettusais nail color matte สีเขียวพาสเทล ขนาด 6 ml. ราคา 648 เยน

          สีมันน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก (กอไก่เป็นล้านล้านตัว)  แถมยังเป็นเนื้อแมตต์อีกด้วย ตอนที่กลับมาจากญี่ปุ่นใหม่ๆ เราเล็บฉีกอยู่ เลยไม่ได้ทาสักที เป็นอะไรที่ปวดใจมาก คุณเพื่อนก็เลยสอยไปลอง ปรากฏว่ากรี๊ดแตกกันทั้งคู่ เพราะผลลัพธ์น่าพอใจจริงๆ สีเขียวตะมุตะมิเหมาะกับคนที่รักสีพาสเทลอย่างเรา แต่ก็มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ทาค่อนข้างยาก ถ้าทาไม่ดีมันจะออกมาเป็นคลื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครทาไม่เก่งก็จงให้คนที่เก่งกว่าทาให้ซะ เพื่อความเพอร์เฟ็คที่คุณพึงได้ 555 

5. บรัชออนสีชมพูแปร๋น Canmake Cream Cheek เบอร์ 14 ราคา 626 เยน 

          ด้วยความที่เราชอบใช้บรัชออนแบบครีมอยู่แล้ว พาเข้าร้านก็เลยมองหาบรัชออนแบบครีมยกใหญ่ สุดท้ายก็ได้ตลับนี้มา ไซส์กำลังดีพกพาง่าย ซึ่งโดยรวมค่อนข้างโอเคเลยสำหรับเรา เกลี่ยง่าย สีไม่ได้ปรี๊ดเท่าในตลับ (ของจริงสีจะจัดจ้านกว่าในรูปเล็กน้อย) เพราะฉะนั้นก็เลยไม่กลัวว่าทาแล้วจะเป็นแก้มลิงเกิน แท็บๆๆๆ โลดดด

6. ขนมเยลลี่ Kororo อันโด่งดัง รสองุ่น ราคา 109 เยน

          เพื่อนเคยให้กิน แล้วจำได้ว่ามันอร่อยมาก ตอนรอจ่ายเงินตรงเคาน์เตอร์เลยหยิบมา 1 ซองซะเลย (จะหยิบเยอะกว่านี้ก็กลัวเกินงบ) เราชอบตรงความเป็นก้อนกลมๆ เคี้ยวแล้วหนุบหนับหมุบหมับของมัน อาจจะติดตรงที่หวานไปหน่อย แต่มวลรวมพอทานแล้วรู้สึกพึงพอใจมาก คราวหน้าคงซื้อมาเยอะกว่านี้

          เป็นยังไงบ้างกับมินิรีวิวภารกิจ 1,000 บาท กับไอเท็มร้าน Matsumoto Kiyoshi สาขาที่ Shibuya ต้องขออภัยเพื่อนๆ อีกครั้งที่อาจจะเป็นการโพสต์ที่ดีเลย์ไปซะหน่อย แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์จากกระทู้นี้ไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้า ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่ะ จุ๊บๆๆๆ <3

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย