ปากสีสวยเชือดนิ่มๆกับลิปสติกโทนสีชมพู-แดง สำหรับสาวผิวคล้ำ
littleimp125สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวจีบัน ปรกติดูแต่รีวิวชาวบ้าน ดูไปนานๆก็เกิดอาการคันไม้คันมืออยากจะมารีวิวลิปสติกในกรุของตัวเองบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆที่กำลังมองหาลิปสติกสีสวยๆไว้มาลองกันนะคะ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า จขกท.เคยเป็นผู้ที่คลั่งไคล้การแต่งหน้ามาก ตอนเรียนมหาวิทยาลัยนี่ต้องลองเครื่องสำอางค์ติดเทรนด์แทบทุกชิ้น และชอบทดลองหาสิ่งที่ดีที่สุดที่ตัวเองชอบ เรียกได้ว่าลองผิดลองถูกมาตลอด ตั้งแต่แบรนด์ทั่วไปในห้างยันแบรนด์ไฮเอ็นด์ แต่เมื่อโตขึ้นความอยากลองของทุกชิ้นก็เริ่มลดลง จากที่แต่งเยอะๆก็กลายเป็นคนที่ถืออารมณ์การแต่งหน้าประมาณ Less is more ค่ะ เหมือนกับว่าเราหาจุดที่เหมาะสมกับตัวเองเจอ อะไรที่สวยพอดีกับเรา ก็พอแค่ตรงนั้น บางครั้งอยากสนุกเติมแต่งบ้างก็ว่ากันไป
พื้นหน้า จขกท.จริงๆเป็นคนผิวคล้ำ ตาดุ ค่ะ เคยแต่งหน้าแบบลงรองพื้นหนาๆเพื่อปกปิดขั้นสูงสุด ทาอายแชโดว์จัดเต็ม กรีดอายไลน์เนอร์แรวงๆ ก็เคยโดนแซวว่า แต่งดุจัง เขียวจัง แหม่อะไรกันเราออกจะเลือกรองพื้นเบอร์ที่เหมาะกับเรามากที่สุดแล้วนะ! ฮ่าๆ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มแก่ รู้สึกคร้านจะลงรองพื้นหรือกรีดตาอะไรมากมาย เพราะชอบพักหน้าปล่อยผิวมากกว่า ที่สำคัญคือขี้เกียจล้างเครื่องสำอางนานๆนั่นเอง แฮ่ๆ เวลาแต่งหน้าก็เลือกจับจุดเอาว่าวันนี้เราจะเน้นที่จุดไหน ส่วนใดของใบหน้าที่ควรเน้น เช่น วันไหนเน้นที่ตาก็เขียนตาปังๆ คิ้วจะต้องให้พอดีตลอดเพราะเป็นมงกุฏของหน้า หากวันไหนขี้เกียจมากๆ ก็ลงเฉพาะคิ้วกับปาก เอาอยู่ค่ะ!
พิมพ์มาซะยืดยาว วันนี้จะมารีวิวลิปสติกที่ใช้ประจำ/และไม่ประจำ แต่ก็ยังไม่โดนโละทิ้งไปจากกรุค่ะ
มีปากเปลือยๆ สีจริงๆริมฝีปากบนค่อนข้างคล้ำตามประสาสาวผิวคล้ำค่ะ
ชิ้นแรก โทนชมพู Wet & Wild : Mauve outta here ราคาร้อยต้นๆ
ตัวนี้สีชมพูสะใจ สีแน่นตามแบบฉบับเว็ทแอนด์ไวลด์ เราเป็นคนผิวคล้ำที่ไม่ชอบแต่งหน้าโทนส้มค่ะ ถ้าต้องแต่งหน้าสว่างจะเลือกเบสคัลเลอร์เป็นสีชมพู เคยมีความเชื่อตามคนแนะนำว่าผิวคล้ำต้องโทนส้มจ๋า คลุมๆโทนกับผิว แต่มันไม่เหมาะกับผิวเราค่ะ สีชมพูแบบนี้ ปรกติถ้าแต่ง จะเน้นเขียนคิ้วสีดำ(ไม่ใช่ดำปี๋นะ) ปัดมาสคาร่าหนักๆจบค่ะ เนื้อลิปค่อนข้างหนักค่ะ คนชอบแน่นๆน่าจะชอบ แต่เราใช้ไม่บ่อยเพราะเนื้อแน่น รู้สึกอึดอัดปาก ฮ่าๆ อีกอย่างตัวแท่งดีไซน์ก๊องแก๊งไปนิดนะ
ต่อมา Bobbi Brown - Bikini Pink ราคาตอนนั้นประมาณ 890 (ซื้อนานมากแล้วและควรโละทิ้ง55)
จำได้ว่าพนักงานเชียร์ให้เอาสีนี้เพราะน้องจะได้ดูชิคเหมือนนิคกี้มินาจ (เอิ่ม) ก็เลยซื้อมาสนุกๆ เอาไว้แต่งล้อสีผิว ถ้าทาโดดๆรู้สึกว่าไม่สวย ผสมกับลิปแดงหน่อยจะออกมางามมมเชียวล่ะ ตัวลิปเนื้อดี มีหลุดบ้างแต่ยังเหลือพื้นชมพูจางๆผู้ดีติดอยู่ โดยเฉพาะปากบนจะเหลือสีติดบังปากที่คล้ำ กลิ่นหอมผู้ดี หอมไม่แรง หอมไม่ทำลายปาก ฮ่าๆ
ตัวต่อมา แบรนด์ขวัญใจเราเอง
REVLON : Mauve It Over ราคาประมาณร้อยกลางๆ (ประมาณไหนอะกลางๆ)
ชอบแบรนด์นี้เพราะราคาจับจองได้สบายๆแม้จะไม่ใช่โปรโมชั่น เนื้อลิปคือดีนุ่มงาม กลิ่นไม่ค่อยมี ติดทนไหม ก็ไม่ถึงกับจารึกบนปาก แต่ยังพอมีสีจางๆให้มองระลึกเห็น ฮ่าๆ เวลาทาอาจจะต้องเน้นหน่อยวาดไปมาซ้ำๆหน่อยเพราะสำหรับเราปล้วสีออกค่อยข้างยาก ถ้าไม่ได้เตรียมปากแบบลงคอนซีลเลอร์อะไรแบบนี้ไว้ เติมได้เรื่อยๆค่ะ สีนี้ใช้ในวันที่ต้องการความสุภาพ วันทำงาน วันเบาๆ แต่ระหว่างวันอาจมีคราบขาวๆ ด้วยความที่เป็นลิปสีไปทางนู้ดๆ
ต่อมาเจ้าเดียวกัน Revlon - Chocolate Velvet ราคาหลักร้อยเหมือนกัน
ตัวนี้ปลื้มมากกกก ทาไปทำงานบ่อยๆ เป็นลิปสีเข้มกว่าปาก ที่ทำให้ปากเข้ม แต่ไม่ดูแรง ดูสุภาพ ดูคลุมโทนไปกับผิวแต่ไม่ทำให้หมอง ชอบมากค่ะ ชอบเรฟล่อนเพราะเนื้อดี ไม่รู้สึกหนามากบนปาก ไม่มีกลิ่นให้รู้สึกปากถูกทำลาย ตัวนี้จางไวหน่อยถ้าปล่อยให้เนื้อวาวอยู่บนปาก ฉะนั้นทำให้มันแมทซะ เวลาทาตัวนี้เราชอบทาให้เลยๆริมฝีปากออกมา และปาดทับหยักด้านบนไปซะเหมือนคนไม่ตั้งใจทาปาก ให้มันดูเบินๆนัวๆค่ะ
มาต่อกันที่ลิปโทนสีแดงมั่งค่ะ
Revlon - Retro Red ราคาหลักร้อยอีกเช่นกัน
ขออภัยในความเยินของแท่งด้วยนะคะ แท่งที่สองตามมาแล้วแต่ยังได้ได้แกะเลยเอาอันเก่ามารีวิวไปก่อน >_< ลิปสีแดงของเรฟล่อนจะมีหลายเฉด เช่น Certainly red etc. แต่ Retro Red ตัวนี้ลูกรักกกกกก ยามปาร์ตี้ หรือไปเที่ยวเล่นแบบไม่ได้โบกอะไรบนหน้ามาก ลิปตัวเดียวจบ เป็นสีแดงที่ทาแล้วไม่โดดเกินไป รู้สึกพอดีกับผิว ชอบเรฟล่อนเหมือนเดิมคือกลิ่นไม่แรง ไม่หนักปากเกินไป อันนี้สีจางเร็วไหม ก็มีหลุดเลือนบ้างระหว่างวัน แต่เนื้อลิปมันจะอยู่ตัว ไม่ใช่เลือนแล้วเลอะขอบปากอะไรแบบนี้แต่สีจางลง แต่ก็เติมได้เรื่อยๆค่ะ
ตัวต่อมา สีแดงจาก Rimmel London เบอร์ 107 สีอะไรอะเหมือนชื่อจะยาว ขออภัยค่ะ ฮ่าๆ
ราคาไม่แน่ใจ เพราะเพื่อนซื้อมาฝากจากตปท. จริงๆราคาน่าสักประมาณห้า หกร้อย อ๊ะเปล่า?
เป็นสีแดงที่พอเช็ดออกโดยกระดาษทิชชู่จะเห็นว่าในเนื้อสีมีสีออกแนวชมพูเข้มเหลืออยู่ เราชอบตรงสีสวยสะใจ เนื้อเค้าหยาบๆนิดๆอธิบายไม่ถูก กลิ่นหอมมากกกกก หอมแบบกุหลาบ หอมผู้ดี แต่หอมจัดเกินไป เราเลยไม่ค่อยอยากทาบ่อยนัก พอทาลงปากแล้วเนื้อจะครีมจนบางครั้งเรารู้สึกว่าตัวนี้เลอะง่าย อยู่ทนไหม สำหรับเราเกือบทน คือยังไงดี สีที่ทนคือสีที่มันติดอยู่ในร่องริมฝีปากอะค่ะ เวลาล้างจะเห็นชัดเจนแจ่มแจ๋วมาก -_-
ตัวสุดท้ายยยยย สำหรับกระทู้นี้ เย้เย
Pop Me : Blackberry ราคาประมาณ 80/90 บาท
เป็นยี่ห้อที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไปเดินซูเปอร์ฯกับเพื่อนที่ทำงาน มีเคาน์เตอร์ขายในซูเปอร์ฯ เจอเลยหยิบมาเผื่อไว้ลองเล่นสีเข้ม สีสวย สุดๆ ตลับดีไซน์ฝาพลาสติกมาแนวเว็ทแอนด์ไวลด์คือเลอะง่าย เปิดปิดต้องระวังสุดๆ ตัวนี้ไม่ค่อยทาค่ะ เพราะกลิ่นหอมกุหลาบอีกแล้ว แต่หอมจนเกินไป หอมจนน่ากลัว ฮ่าๆ เอาไว้เวลาที่ต้องแต่งตัวจัดๆ เช่นมีงานแฟนซีที่ทำงานก็ทาไป แต่เราชอบเนื้อลิปเขานะ คือกำลังดี ไม่เลอะง่าย ควบคุมง่าย ถ้าไม่มีกลิ่นหอมมากไปเราจะขยันทามาก เพราะเวลาทาเหมือนคาบหมู่มวลไม้ดอกไว้บนปากตลอด 5555
จบแล้วสำหรับการรีวิวในครั้งนี้ หวังว่าสาวๆคงชอบและอาจจะเป็นอีกตัวเลือกในการตัดสินใจหาลิปสติกโทนนี้มาไว้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่าาาาาา
Discussion (5)