สิวจ๋า....ไปจากใบหน้าฉันได้มั๊ย

Slow~Living

Slow~Living

ดู Profile

หายไปนานสำหรับรีวิวการรักษาสิว หลังจากพยายามหาหนทางรักษาสิวด้วยตนเองมาก็นาน....จนแล้วจนรอด ก็ไปไม่รอด ต้องกลับไปซบอกคลีนิครักษาสิวเช่นเคย  แต่การกลับไปครั้งนี้ก็ไม่ถึงกับได้ไปรักษาอย่างต่อเนื่องหรอกค่ะ กะไปเพียงได้ยาทา+ยากิน แล้วก็กลับมาดูแลตัวเองเช่นเคย กระทู้เก่าที่รีวิวไว้ค่ะ https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=88467 อันนี้เป็นอันแรกๆ กลับมาเริ่มรักษาด้วยตนเอง เพราะเพิ่งสอย ตัว BHA ของป้าพอลล่ามาค่ะ https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=88797  ส่วนรีวิวตัวนี้คือสกินแคร์ที่ใช้รักษาสิวด้วยตนเอง ผลที่ได้ก็ทำให้สิวสงบลงบ้าง แต่ยังไม่ถึงกับหายไปเลยค่ะ นี่คือรีวิวที่อัพเดทค่ะ https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=89489



ณ วันนี้ที่กลับมารีวิวอีกครั้งสืบเนื่องมากจากประสบการณ์ที่รักษาสิวมาอย่างโชกโชน โดยต่อไปนี้เราขอเล่าท้าวความให้ฟังถึงครั้งกระโน้นที่เริ่มจาก เราแพ้เครื่องสำอางค์ อย่างรุ่นแรง และทำให้ผิวเสีย ซึ่งแม้จะรักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้นอย่างถาวรเลย ความทุกข์ทรมานจาการเป็นสิว ทำให้เราต้องเสียน้ำตา และเสียทรัพย์ ไปอย่างมากมายค่ะ....



เรื่องของเรื่องก็คือ ไปลองใช้เครื่องสำอางค์ เคาเตอร์แบรนด์..(ขอไม่บอกยี่ห้อนะคะ) แล้วแพ้ค่ะ หน้าเยินมากมาย เริ่มจากเป็นตุ่มเล็กๆ เหมือนสิวเทียม หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ อักเสบ จนเต็มหน้าเลยค่ะ ช่วงนั้นเครียดจนบอกไม่ถูกเลยทีเดียว...เข้าออกคลีนิครักษาผิวเป็นว่าเล่น สุดท้ายลงเอยที่ รมย์รวินทร์ ค่ะ ลงคอร์สสิว รักษาอยู่จนเกือบครึ่งปี และแล้วสิวก็เริ่มดีขึ้น คราวนี้ไม่อยากเสียเงินแพงๆ แล้วค่ะ ก็เลยซื้อยาคุมมากิน ยี่ห้อ ออสเลสค่ะ กินไปได้ 3 เดือนเท่านั้น โอ้วววว.......
  แทบไม่น่าเชื่อว่าจะหายแทบสนิทเลยทีเดียว คิดแล้วคิดอีก แสดงว่าการเป็นสิวของเราน่าจะมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฮอร์โมนด้วยแน่ๆเลย แต่ผลข้างเคียงคือ น้ำหนักขึ้นมาเกือบ 3 โลค่ะ ...มาดูรูปกันค่ะ






ใจไม่ถึง....ห้ามดูนะคะ ^^



นี่แหละคะสภาพผิวก่อนที่จะไปรักษาที่ รมย์รวินทร์ และรักษาด้วยการกินยาคุมค่ะ



จากนั้นผิวหน้าเริ่มใสขึ้น สิวเริ่มหายไป เหลือแต่รอยแผลเป็นค่ะ และสิวจะมาก็เฉพาะช่วงมีประจำเดือนเท่านั้นค่ะ




ความสบายใจนี้อยู่กับเราได้สักพักใหญ่ๆ ค่ะ พอสภาพผิวดีขึ้น เราก็อยากที่จะหาอะไรมาใช้เองบ้างแล้วค่ะ คือพูดตรงๆ ไม่อยากเสียเงินไปหาหมอแล้วค่ะ เราก็กลับมาใช้ วิธีการรักษาผิวหน้าแบบเก่าคือ ใช้ BP 2.5% ทาก่อนล้างหน้า ล้างหน้าด้วยสบู่ Acne Aid เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ หรือน้ำเกลือ ทา CM Lotion ตามด้วยบำรุงของหมอ แล้วก็ กันแดดค่ะ



เวลาผ่านไป  จนเราแต่งงานและต้องย้ายที่อยู่ใหม่ ..........ปรากฏว่ามาอยู่ได้ไม่ถึงเดือนค่ะ เริ่มมีอาการแพ้น้ำค่ะ เริ่มจากเป็นสิวเม็ดเล็กๆ  แล้วก็อักเสบ แต่คราวนี้ไม่หนักมากเท่ากับตอนแพ้เครื่องสำอางค์หรอกนะคะ ด้วยสกินแคร์ที่ใช้ ยังพอเอาอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นเราก็มีอาการเครียดด้วยค่ะ เนื่องจาก..ตกงาน...ก็เลยส่งผลให้สภาพผิวแย่ลงกว่าเก่าอีกนิดหน่อย เลยเิริ่มจริงจังค่ะ สั่งซื้อ BHA 2% ของ

ป้าพอลล่าไป และก็ มารีวิวให้ดูจากกระทู้ข้างบนค่ะ




นี่คือรูปตอนแพ้น้ำค่ะ กำลังเริ่มใช้ BHA ด้วยค่ะ



จะเห็นได้ว่ามีสิวขึ้นเต็มข้างแก้มเลยทีเดียว และแล้วทนไม่ไหวค่ะ ไปหาหมอที่ นิติพลค่ะ ได้ยามาแบบ step เดิมๆ คือ BP ก่อนล้างหน้า เจลล้างหน้า เจลสิวฆ่าเชื้อ บำรุงปรับสภาพ ทาแผลเป็น ......และเพิ่มยา แก้อักเสบ กับ โรแอคคูเทน 10 มล.อีกวันละเม็ดค่ะช่วงแรกเราก็ไปบ่อยหน่อย แต่หลังๆ นี่ไม่ไหวค่ะ อยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยได้เข้ากรุง..เลยใช้วิธีซื้อมาตุนไว้ค่ะ และช่วง พ.ย. 53-มี.ค.54 เราก็ซื้อยาคุมมาทานด้วยค่ะ กลัวค่ะ ถ้าท้องนี่คงอันตราย ก็เลยกลายเป็นว่า ดีขึ้นไวกว่าเดิม....เมื่อหยุดยาทั้งสองแล้วช่วงเดือน มี.ค.(ตั้งใจจะมีน้องค่ะ) ก็อาการทรงๆ ค่ะ เหนื่อยค่ะ กินยานี่ปากแห้ง ตาแห้ง หงุดหงิด น้ำหนักขึ้น โอ๊ยทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ไหวล่ะ ขอหยุดดีกว่า   แต่เราก็แอบกลัวเหมือนกันว่าสิวจะกลับมาบุกหนักกว่าเดิม แต่ผ่านไป 2 เดือน สิวขึ้นบ้างประปรายแต่ไม่อักเสบค่ะ แต่หน้ากลับมามันเหมือนเก่า กลัวจังค่ะ สภาพผิวที่เริ่มดีขึ้นแล้ว มาดูกัน




เห็นแต่รอยแดงๆ แล้วค่ะ



สภาพผิวอย่างนี้ถ้าทาแป้งแต่งหน้าหน่อยก็ไม่เห็นรอยแล้วล่ะคะ่   ด้วยความกลัวเราจึงอยากหาทางป้องกันไว้ก่อน เดี๋ยววันดีคืนดีถ้าสิวกลับมาบุกอีกคงแย่ เครียด ไปอีก เราก็จัดการเลย หาข้อมูลจาก Blog ต่างๆ ทั้งของคุณฝน ทั้งของคุณบีม ก็ได้ความรู้หลายอย่าง และยิ่งเห็นพัฒนาการผิวของทั้งสองคยดีขึ้นโดยการดูแลและรักษาเองแบบนี้ด้วยแล้ว โห...จัดการโทรหาคุณฝน คุณบีมเลยค่ะ ก็ได้ความรู้กันไป...และก็เลยแอบสั่งผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสองท่านได้ขายกันค่ะ ของคุณบีมเราก็จัดเลย เป็นสมุนไพร ดีทอกซ์ ช่วยให้ระบายขจัดของเสียที่หมักหมมในลำไส้ค่ะ อันนี้ดีจริงไรจริงค่ะ หมดไส้หมดพุงกันเลยทีเดียว และมันส่งผลถึงสภาพผิวด้วยนะคะ คือผิวเราจะมันน้อยลง และสิวก็ไม่ค่อยขึ้นค่ะ  



ส่วนของคุณฝนก็นี่เลยค่ะ Mario Badescu


        
 




นี่แหละค่ะโฉมหน้าที่ช่วยรักษาสิวตอนนี้ค่ะ   (ต้องขอบอกว่าไม่ได้โปรโมทขายของนะคะเพราะไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรเลยค่ะ)

ใช้ดีแล้วอยากบอกต่อค่ะ สนใจตัวนี้มานานแล้วหลังจากที่ได้อ่านกระทู้และ Blog ของคุณฝน แต่ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากเสี่ยง จนแล้วจนรอดเมื่อคุณฝนใช้ได้ และดีด้วย เราเองก็ขอเป็นหนูทดลองบ้างค่ะ เราใช้แค่สามตัวเท่านั้นเอง ค่ะไม่ได้ใช้แค่ตัว Drying Lotion เพราะตัว Drying Cream ก็เหมือนกันค่ะ ตอนนี้เราใช้มา สองอาทิตย์กว่าๆ แล้ว เพื่อนทักกันว่าหน้าดีขึ้นมากค่ะ ดูใสขึ้น สิวเม็ดอักเสบก็แทบจะไม่มีแล้ว แต่ช่วงแรกที่ใช้ตัว Buffering จะดันสิวออกมาให้สิวสุกก่อนค่ะ  และพอเรา มาร์ค และใช้ ตัว Drying Cream สิวก็ทุเลาขึ้น แถมบางทีลูบๆ เวลาล้างหน้าหลุดเป็นเม็ดออกมาด้วยเลย และตัว Drying Cream เนี่ยชอบเป็นพิเศษเพราะตอนเช้าำไม่ต้องลงรองพื้นหรือทาแป้งผสมรองพื้นเลย สีของเจ้าตัวนี้จะเป็นสีรองพื้นในตัว แถมรักษาสิวอีกด้วย.... ปลื้มค่ะ      มาดูกันเลยว่าสภาพดีขึ้นแล้วแค่ไหนค่ะ






รูปถ่ายจากมือถือ อาจไม่ค่อยชัดเท่าไรนะคะ



เป็นไงบ้างค่ะประวัติการรักษาสิวของเรา ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากเลยค่ะ ทดลองแล้วทดลองอีก เสียใจ เสียดาย เสียความรู้สึกไปก็หลายหน แต่เราก็ไม่ท้อค่ะ ในเมื่อคนอื่นที่เค้าเป็นแล้วหายได้ หรือดีขึ้นได้ เราก็ต้องหายได้ หรือดีขึ้นได้เหมือนกัน สู้สุ้ กันต่อไปใช่มั๊ยคะ ท้ายสุดค่ะ ขอขอบคุณ คุณฝน คุณบีม ที่ช่วยแนะแนวทางรักษาสิวดีๆ ผ่าน Blog .ให้ได้อ่านกัน และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ยังต้องต่อสู้กับสิว ให้ผ่านพ้นไปจากใบหน้าของเราเองนะคะ .....อ้อ และก็ที่จะลืมไม่ได้ ต้องขอขอบคุณ เว็บจีบัน ด้วยนะคะ เพราะตั้งแต่รู้จักเวบนี้ ก็ไม่เคยหยุดสวยเลยค่ะ
  หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ความรู้กันบ้างนะคะ ไว้โอกาสหน้าจะมารีวิวใหม่ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย