

‘ข้าวตราฉัตร’ ยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพ ผนึกกำลัง ‘ช้อปปี้’ ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival โปรโมชั่น สุดพิเศษ อาทิ โค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet และ พบกับสินค้าไฮไลท์ อาทิ ข้าวฉัตรไลท์ ข้าวกข 43 ข้าวเพื่อสุขภาพ ที่เราปลูกเอง เป็นข้าวที่มีดัชนีน้ำตาล ปานกลางค่อนข้างต่ำ (Medium to Low GI) นุ่ม อร่อยใส่ใจคุณภาพ สายพันธ์ กข43 แท้จากกรมการข้าว ควบคุมคุณภาพการปลูกด้วยระบบมาตรฐาน GAP, ควบคุมการผลิตด้วยระบบมาตรฐาน GMP และ HACCP ลดสูงสุดเหลือ 225 บาท ข้าวหอมมะลิใหม่ 100% ตราฉัตร ทอง ข้าวที่ได้รับเครื่องหมายการรับรองรูปพนมมือโดยกระทรวงพานิชย์ การันตีคุณภาพ 100% หอมนุ่มเหนียว มียางข้าว ลดสูงสุด 256 บาท
พิเศษ ร่วมสนุกกับ 10.10 Shopee Quiz ลุ้นรับ voucher ส่วนลดพิเศษสูงสุด 80 บาท เมื่อซื้อครบ 499 บาท ร่วมช้อปสินค้าข้าวคุณภาพจาก ข้าวตราฉัตร และกดติดตามร้านค้า Kaotrachat Official Store บน Shopee เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่ https://shopee.co.th/kaotrachat
“PROGRESS” ก้าวไปข้างหน้าด้วยคุณค่าในแบบของตัวเอง
Keds (เคดส์) รองเท้าสนีกเกอร์ผู้หญิงจากอเมริกา ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1916 และเป็นแบรนด์แรกที่ใช้ชื่อเรียกว่า “Sneaker” (สนีกเกอร์) โดย Henry Nelson McKinney ตัวแทนของบริษัทโฆษณา N. W. Ayer & Son คำว่า Sneaker ถูกให้ความหมายว่าเป็นรองเท้าที่มีพื้นยางนุ่ม และไม่มีเสียง ทำให้ผู้สวมใส่สามารถ "แอบย่องหนี" ออกไปเที่ยวได้ รองเท้า Keds ได้ผลิตมาจากยางล้อรถ ในปี ค.ศ.1892 โดยบริษัท US Rubber Company จากนั้นเป็นเวลาหลายสิบปีที่ Keds ได้กลายเป็นรองเท้าคู่โปรดของนักแสดง ดารา เซเลบริตี้ นักกีฬา ตลอดจนแฟชั่นไอคอน ไม่ว่าจะเป็น ออเดรย์ เฮปเบิร์น, มาริลิน มอนโร, แจ็กเกอลีน เคนเนดี โอนาสซิ และโยโกะ โอโนะเป็นต้น
อาจพูดได้ว่า “Keds คือแม่ทุกสถาบันของ Sneakers” นั่นเอง…
ในปี 1916 ยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และผู้หญิงยังถูกกดขี่ให้อยู่ในกรอบจารีตประเพณี Keds ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์รองเท้าสำหรับผู้หญิง แต่เป็นแบรนด์ที่ริเริ่มผลักดัน และสนับสนุนให้ผู้หญิงมีสิทธิเสรีภาพ กล้าที่จะออกจากกรอบและขนบแบบเดิมๆ โดยเริ่มจากการทำหนังสือออกมาในชื่อว่า “Hand-Book for Girls” ซึ่งเนื้อหาภายในเล่มเป็นการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กสาววัยรุ่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิรูปแนวคิดเกี่ยวกับผู้หญิงในยุคนั้นเลยทีเดียว ในปี 2020 Keds อยากตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ยังคงสนับสนุนให้ผู้หญิงมีคุณค่าในแบบของตัวเอง จึงได้นำแคมเปญ “Hand-Book for Girls” มาปัดฝุ่นใหม่โดยการปรับเป็น “Hand-Book for Women” เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้หญิงทุกเพศทุกวัย และเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยจึงจัดทำในรูปแบบดิจิตอล และกำหนดแนวทางการนำเสนอเนื้อหาใหม่ เป็นการนำเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของผู้หญิงทั่วทุกมุมโลก พวกเธอไม่ใช่คนดัง หรือไอดอลสวยหรู แต่มีอัตลักษณ์ ความเชื่อมั่น และประสบความสำเร็จบนเส้นทางในแบบของตัวเอง พร้อมรวบรวมภาพรองเท้า Keds ประจำซีซั่นที่ปรากฎในเรื่องราวของผู้หญิงแต่ละคนควบคู่ไปอีกด้วย
แคมเปญ “Hand-Book for Women” มีการเปลี่ยนธีมประจำซีซั่นที่แตกต่างกันออกไป โดย Autumn/Winter 2020 นี้ Keds ใช้ชื่อธีมว่า “Progress” โดยทางแบรนด์ได้คัดเลือกผู้หญิง 13 คน จาก 5 ประเทศ มาถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเธอผ่านบทสัมภาษณ์และภาพถ่ายยามสวมใส่รองเท้า Keds คู่โปรดเพื่อสะท้อนสไตล์ที่เป็นตัวเอง โดย 1 ใน 13 คนนั้นมีชื่อของสาวไทยอย่าง “โรส- พวงสร้อย อักษรสว่าง” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง นคร-สวรรค์ (Nakorn-Sawan) ร่วมอยู่ด้วย โรสเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ ควบคู่กับการเป็นนักเขียนบท และกำลังมีชื่อเสียงในแวดวงภาพยนตร์ไทยในขณะนี้
โรส-พวงสร้อย อักษรสวรรค์ เป็นผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่สามารถยืนอยู่ในแวดวงผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยถูกจำกัดไว้ให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น โรสเริ่มกรุยทางสู่วงการแผ่นฟิล์มด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ให้เจ้าพ่อสายอินดี้อย่าง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ในภาพยนตร์เรื่อง “36” ก่อนตัดสินใจบินไปศึกษาต่อด้านภาพยนตร์ที่ประเทศเยอรมนี โดยระหว่างนั้นเธอได้แสดงทักษะการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ ด้วยการเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค “My Best Friend is Me” และได้นำการสื่อสารระหว่างแม่กับตัวเธอตลอดเวลา 4 ปีที่อยู่ต่างแดน มาเป็นแรงบันดาลใจในการกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกชื่อว่า “นคร-สวรรค์” และได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ (Busan international Film Festival 2018) ทำให้ชื่อของโรส -พวงสร้อย อักษรสวรรค์ ขึ้นแท่นผู้กำกับฯ หญิงไทย ที่มีฝีมือโดดเด่น และน่าจับตามอง ล่าสุดโรสได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “One For The Road” ที่เป็น การร่วมมือระหว่าง บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ หว่อง กาไว เจ้าพ่อหนังอาร์ตระดับฮอลลีวู้ด ซึ่งเรื่องราวของโรสนี้ได้ถูกหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงมี “PROGRESS” ในแบบของตัวเอง
“สิ่งที่เราอยากแนะนำผู้กำกับภาพยนตร์หญิงรุ่นใหม่ทุกคน คือการเล่าเรื่องราวในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ สิ่งที่ตัวเองรู้สึกจริงใจกับมัน ถ้าคุณรู้สึกเชื่อในเรื่องรักๆ ก็ทำเลย อย่าให้ความคิดของคนอื่นมารั้งให้เราไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ เชื่อในเส้นทางและเรื่องราวของตัวเอง พยายามมองหาโอกาสแล้วลงมือทำ อีกอย่างคือ การมีแค่ไอเดียอย่างเดียวไม่พอ เราต้องหาทางที่จะแชร์เรื่องราวของเราด้วย เช่น เทศกาลหนังต่างๆ เพื่อให้คนอื่นได้เห็นผลงานของเราด้วย”
“อย่าให้ความคิดของคนอื่นมารั้งให้เราไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ เชื่อในเส้นทางและเรื่องราวของตัวเอง พยายามมองหาโอกาสแล้วลงมือทำ” (คำโปรย)
สายการบินไทยเวียตเจ็ทจัดเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่บนเที่ยวบิน ด้วยการจับรางวัลแจกสร้อยคอทองคำบนเที่ยวบิน VZ2300 (สุวรรณภูมิ - ภูเก็ต) ในวันที่ 25 กันยายน 2563 โดยกิจกรรมพิเศษในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ในการบินที่สนุกสนานให้กับผู้โดยสารภายใต้แคมเปญ ‘Magic Flight’ ซึ่งกิจกรรมเริ่มตั้งแต่การต้อนรับผู้โดยสารอย่างมีสีสันที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ต่อเนื่องด้วยการจัดกิจกรรมบนเที่ยวบินพิเศษที่มีการเซอร์ไพรส์จับรางวัลแจกสร้อยคอทองคำ โดยนักแสดงวัยรุ่นขวัญใจมหาชน อย่างคุณ ‘โอม ภวัต จิตต์สว่างดี’ พร้อมการแสดงต้อนรับน่ารักๆจากลูกเรือ นอกจากนี้โรงแรมบลูมังกี้ซึ่งเป็นเครือโรงแรมที่มีที่พักที่มีเอกลักษณ์สุดสร้างสรรค์มีสาขาถึง 12 แห่งทั่วประเทศไทย ยังได้ร่วมมอบวอยเชอร์ที่พักจากทางโรงแรมเพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษสำหรับผู้โดยสาร โดยผู้โดยสารทุกท่านต่างร่วมสนุกกับกิจกรรมเซอร์ไพรส์บนเที่ยวบิน และเพลิดเพลินกับเที่ยวบินพิเศษนี้อย่างมาก
นอกจากนี้สายการบินไทยเวียตเจ็ทยังได้จัดโปรโมชั่น “ได้เวลาเวียตเจ็ท!” ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 0 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) เปิดให้จอง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2563 ในช่วงเวลา 12:00 - 14:00 น. ที่เว็บไซต์ skyfun.vietjetair.com สำหรับใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 - 31 มีนาคม 2564 (ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) ได้เวลาจองตั๋วและบินสะดวกสบายกว่าจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่ 10 เส้นทางบินภายในประเทศ
ตั๋วโดยสารโปรโมชั่นราคาเริ่มต้น 0 บาท สามารถจองได้ที่เว็บไซต์ skyfun.vietjetair.com โดยสามารถใช้ได้กับเส้นทางภายในประเทศทุกเส้นทางของไทยเวียตเจ็ท ประกอบด้วยเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และเส้นทางระหว่าง เชียงราย สู่ ภูเก็ต และอุดรธานี รวมทั้งเส้นทางใหม่ จาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไปยังอุบลราชธานี (เริ่มบิน 6 ต.ค. 2563) สุราษฎร์ธานี (เริ่มบิน 4 พ.ย. 2563) และเส้นทาง เชียงราย สู่หาดใหญ่ (เริ่มบิน 1 พ.ย. 2563) ตั๋วโดยสารโปรโมชั่น สามารถทำการจองผ่านทางเว็บไซต์ skyfun.vietjetair.com หรือจองผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/vietjetthailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและเดบิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี, เคซีพี และ อเมริกันเอ็กซ์เพรส หรือบัตรเอทีเอ็มซึ่งออกโดยธนาคารในประเทศไทยซึ่งสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตได้
สายการบินไทยเวียตเจ็ทมีชื่อเสียงในการนำเสนอกิจกรรมที่สนุกสนาน โปรโมชั่นราคาสุดคุ้ม และกิจกรรมเซอร์ไพรส์แสนน่ารักบนเที่ยวบิน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ สายการบินจะมอบความสดใสแก่ผู้โดยสารบนเที่ยวบินด้วยกิจกรรมที่สนุกสนาน พร้อมด้วยบริการระดับคุณภาพและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสในการบินพร้อมประสบการณ์ที่สนุกสนานสำหรับผู้โดยสารชาวไทย สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้เพิ่มเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร ทางสายการบินยังได้ดำเนินมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออากาศยานทุกวันอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในสำนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน เพื่อให้ความมั่นใจต่อสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ทางเว็บไซต์ skyfun.vietjetair.com หรือติดตามผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/vietjetthailand
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการอีคอมเมิร์ซ จับมือนิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) สร้างมิติใหม่ให้อุตสาหกรรมแฟชั่น จัดงาน ‘ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada’ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ Virtual Runway เต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Front Row at Home ถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่าน LazLive ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมบนแอพพลิเคชั่นของลาซาด้า ตอกย้ำกลยุทธ์ ‘Shoppertainment’ พร้อมคอนเซ็ปต์ ‘See Now Buy Now’ ที่ลูกค้าสามารถชมและช้อปสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนไปในคราวเดียวกัน อย่าพลาดในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการแฟชั่น 2 – 4 ตุลาคม นี้เท่านั้น
ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ลาซาด้ามุ่งมั่นสนับสนุนวงการแฟชั่นไทยและต่อยอดความสำเร็จของ Lazada Thai Designer Club ด้วยการสานต่อความร่วมมือใหม่ๆ อยู่เสมอ และเป็นอีกครั้งที่ลาซาด้าจับมือกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (Bangkok Fashion Society) หรือ BFS ร่วมเปิดตัวคอลเลกชัน Autumn / Winter จาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยที่วางจำหน่ายออนไลน์เอ็กซ์คลูซีฟที่เดียวในลาซาด้า ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset , Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut นำเสนอแฟชั่นโชว์ในรูปแบบของ Virtual Runway ผ่าน LazLive พร้อมฟีเจอร์ ‘See Now Buy Now’ ให้ผู้ชมสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีระหว่างที่ชมโชว์ ตอกย้ำกลยุทธ์ Shoppertainment ที่แข็งแกร่งของลาซาด้า ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada จึงถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สนับสนุนให้แบรนด์ไทยเติบโตไปอีกขั้นบนแพลตฟอร์มของลาซาด้า ด้วยการต่อยอดทำสิ่งใหม่ๆ ให้ทั้งลูกค้าและแบรนด์ได้รับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดร่วมกัน”
ภูมิจิต พลางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด เผยว่า “นิตยสารแอลมุ่งมั่นสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมาโดยตลอด แอล แฟชั่นวีคจึงเป็นเวทีให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพและโชว์ผลงานสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่เทียบเท่าระดับสากล ในปีนี้ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada นำเสนอในรูปแบบ Virtual Runway เต็มรูปแบบ สร้างสรรค์แฟชั่นโชว์รูปแบบใหม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยไปอีกขั้นด้วย”
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการแฟชั่นไทยครั้งยิ่งใหญ่กับ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ผ่าน LazLive ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมบนแอพพลิเคชั่นของลาซาด้า พร้อมเก็บคูปองส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 1,800 บาท และติดตามโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายได้ระหว่างไลฟ์ ตั้งแต่ 2-4 ตุลาคม 2563 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามรายละเอียดแคมเปญ เพียงค้นหาคำว่า ELLE Fashion Week บนช่อง 'ค้นหา' ในแอป Lazada หรือคลิก https://bit.ly/3c1dS7G
#EDFW2020 #EDFW2020ByLazada #FrontRowAtHome #LazadaThaiDesignerClub
บริษัท Casio Computer Co., Ltd. เปิดตัวนาฬิกา G-SHOCK รุ่นใหม่ล่าสุด “MTG-B2000” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกาซีรีส์ MT-G ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานประกอบ ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติชั้นยอดของโลหะและเรซินเข้าด้วยกัน โดย MTG-B2000 มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ นั่นคือ โครงสร้างแบบ Dual Core Guard ที่ขับเน้นความสวยงามพร้อมให้สัมผัสของโลหะ โดยยังคงตัวเรือนขนาดกลางเอาไว้
นาฬิกา MTG-B2000 ใช้โครงสร้างใหม่ Dual Core Guard ที่เหนือกว่าโครงสร้างเดิมอย่าง Metal Core Guard แบบที่ใช้ในนาฬิกา MT-G รุ่นก่อน ๆ โดยตัวเรือนทำจากเรซินเสริมความแข็งแกร่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทาน โครงสร้าง Dual Structure ประกอบด้วยตัวเรือนคาร์บอนซึ่งทำหน้าที่ผสานตัวเรือนด้านหน้าและด้านหลังเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท ล้อมทับด้วยกรอบโลหะ เสริมลุคนาฬิกาโลหะเรียบหรูเมื่อมองจากด้านบนและด้านข้าง โครงสร้างใหม่นี้ช่วยเผยให้เห็นผิวของโลหะมากขึ้น โดยยังคงตัวเรือนขนาดกลางและน้ำหนักเบาน่าสวมใส่เหมือนรุ่น MTG-B1000 ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018 นอกจากนี้ MTG-B2000 ยังมีฟีเจอร์ Triple G Resist ที่ป้องกันแรงกระแทกจากการตกหล่น แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับนาฬิกา
นาฬิการุ่น MTG-B2000BD และ MTG-B2000D มาพร้อมสายแบบใหม่ที่มีส่วนผสมของเรซินมากขึ้น ประกอบเข้ากับส่วนที่เป็นโลหะ และมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนราว 15%* ส่วนรุ่น MTG-B2000B มาพร้อมสายซอฟต์ยูรีเทนสวมใส่กระชับรับกับข้อมือ ทั้งยังขับเน้นภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของนาฬิกาด้วย * MTG-B1000D (เปิดตัวปี 2018)
นาฬิการุ่นใหม่เหล่านี้เป็นรุ่นแรกในซีรีส์ MT-G ที่ใช้มอเตอร์แบบ Dual Coil สามตัวเพื่อควบคุมเข็มนาฬิกา มาพร้อมคุณสมบัติในการรับสัญญาณคลื่นวิทยุเพื่อปรับเทียบเวลา ทั้งยังปรับเวลาได้อัตโนมัติเมื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนั้นยังสามารถปรับเวลาอัตโนมัติเมื่อเดินทางข้ามโซนเวลา โดยผู้สวมใส่ไม่จำเป็นต้องตั้งเวลาเอง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ MTG-B2000 เป็นนาฬิกาป้องกันแรงสั่นสะเทือนในอุดมคติและตอบสนองการใช้งานทางธุรกิจได้อย่างลงตัว
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ G-SHOCK: https://world.g-shock.com/
แฟลชไดรฟ์สำหรับนักสะสมเพื่อแทนความหมายของแรงบันดาลใจจากกีฬา
Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่ได้แรงบันดาลใจจากแบดมินตันอันเป็นกีฬายอดนิยมในหมู่ชาวไทย เพื่อใช้เก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ในรูปลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้จัดทำเพื่อเป็นของสะสมสำหรับผู้หลงใหลในกีฬาลูกขนไก่ และเพื่อฉลองความสำเร็จของวงการแบดมินตันไทยบนสนามแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเอเชียนเกมส์ และ BWF World Championships ที่มีนักกีฬาชาวไทยเคยคว้าเหรียญรางวัลต่างๆ มาแล้วเป็นจำนวนมาก
รูปทรงแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ได้แรงบันดาลใจจากลูกขนไก่ พร้อมการออกแบบงดงามอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์มินิมอลของลวดลายขนไก่ที่นุ่มนวล เผยถึงความประณีตและการใส่ใจในคุณภาพรายละเอียดของ Kingston พร้อมพวงกุญแจทำจากยางรูป Kingston Rex สีแดงสดอันเป็นมาสคอตของแบรนด์ เพื่อช่วยให้พกพาแฟลชไดรฟ์ไว้กับตัวได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะใส่พวงกุญแจหรือห้อยกับกระเป๋า แฟลชไดรฟ์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีพร้อมใช้งานหลากหลายด้วยความจุ 64GB1 และประสิทธิภาพของ USB 3.2 เจนเนอเรชั่นที่ 12 ไม่ว่าจะสะสมไว้เองหรือมอบเป็นของขวัญแก่คนรักกีฬาแบดมินตันก็รับรองว่าจะสามารถใช้เก็บบันทึกความทรงจำได้ในทุกที่ทุกเวลา
นายเควิน วู รองประธานฝ่านการขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Kingston กล่าวว่า “กีฬาแบดมินตันนับว่ามีความผูกพันกับคนไทยอย่างยาวนาน และมีนักกีฬาชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วมากมาย โดย Kingston เป็นแบรนด์ชั้นนำด้านการบันทึกและถ่ายทอดความทรงจำที่ดีของผู้คน เราจึงบรรจงสร้างแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ขึ้นแทนความหมายของผู้รักในกีฬาแบดมินตันทุกคน และร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจจากการเล่นกีฬาผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เก็บบันทึกของ Kingston โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดนี้จะช่วยให้ผู้คนได้สร้างความทรงจำดีๆ ที่มีความหมายและเก็บบันทึกความหลงใหลในการเล่นกีฬา”
เป็นเจ้าของแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษนี้ได้ผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหรือร้านออนไลน์ของ Kingston ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป ราคาวางจำหน่าย 650 บาท พร้อมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี และการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Kingston ผู้นำด้านความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีหน่วยความจำมาอย่างยาวนาน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://kings.tn/BadmintonUSBDrive
สามารถติดตาม Kingston ได้ที่: Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/ YouTube: http://www.youtube.com/user/KingstonAPAC
เผมโฉมบรรดารองเท้ารุ่นใหม่จากครอบครัว Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งรองเท้าสำหรับสายผจญภัย, สายท่องเที่ยว ไปจนถึงสายแฟชั่น แต่ไม่ว่าจะเป็นสายไหน เบอร์เคนสต๊อกยังคงใส่เอกลักษณ์ของแบรนด์คือ Footbed พื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาคพร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น
รองเท้ารุ่นใหม่มีด้วยกัน 7 รุ่น ได้แก่ รุ่น Kyoto, Tema, Arizona Blossom White, Arizona Black White Pop, Adventure Tatacoa, Suede Arizona Suede และ EVA Barbados
● Kyoto (ราคาคู่ละ 5,290 บาท)
รองเท้ารุ่นพิเศษที่แฟนๆ เบอร์เคนสต๊อกต่างตั้งตารอคอยอย่างรุ่น Kyoto ที่นำรองเท้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Zurich (ซูริค) มาออกแบบให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น มาพร้อมขอเกี่ยวที่ใช้งานได้หลากหลายและสายรัดที่แนบสนิทไปกับตัวรองเท้า รวมไปถึงยังใช้หนังกลับชนิดนิ่มมาเป็นวัสดุในการทำตัวรองเท้าและพื้นรองเท้าด้านในด้วย ในส่วนของพื้นรองเท้ายังคงเป็น Footbed อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสี ได้แก่สี Ultra-Blue และสี Sand
● Arizona Blossom White (ราคาคู่ละ 3,690 บาท)
เพิ่มความสดใสให้กับสาวๆ ที่ชื่นชมรองเท้าลายพิมพ์และสไตล์เฟมินิลด้วยรุ่น Arizona Blossom White โดยการนำรองเท้ารุ่นยอดนิยมของแบรนด์อย่าง Arizona มาแต่งแต้มลายพิมพ์ดอกซากุระสีชมพูแซมใบสีเขียว (ออกแบบด้วยการร่างมือ) ลงบนพื้น Birko - Flor สีขาว เข้ากันได้ดีกับหัวเข็มขัดสายรัดสีเดียวกัน อีกทั้งบริเวณพื้นรองเท้าด้านในบุด้วยหนังกลับชนิดนิ่ม ช่วยให้การสวมใส่นุ่มสบายมากยิ่งขึ้น
● Arizona Black White Pop (ราคาคู่ละ 3,690 บาท)
เอาใจสายแฟฯ ผู้รักงานดีไซน์และความสบายยามสวมใส่ ด้วยรองเท้ารุ่น Arizona Black White Pop ที่นำรุ่นยอดนิยมตลอดกาลอย่างรุ่น Arizona มาเพิ่มดีไซน์ให้ดูโดดเด่นสะดุดตาและทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยลายพิมพ์โพก้าดอทพร้อมหัวเข็มขัดสายรัดสีเหลืองสดใสที่ตัดกับพื้นรองเท้าสีน้ำเงิน สามารถเรียกได้ว่าเป็นรองเท้าเบอร์เคนสต๊อกที่ทั้งใส่สบายและมีความฟั้งกี้ในคู่เดียวกัน มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ พื้นสีดำลายจุดขาว และพื้นสีขาวลายจุดดำ
● Tema (ราคาคู่ละ 4,290 บาท)
น้องใหม่ล่าสุดที่จะมาทำให้การพักร้อนของคุณดูมินิมอลและเคลื่อนไหวได้คล่องตัว กับรองเท้ารุ่น Next Gen Tema ที่มาพร้อมพื้นรองเท้าด้านในที่ผลิตจากไมโครไฟเบอร์และนำมาบุลงบน footbed ไม้ค็อกที่รองพื้นด้วยไมโครไฟเบอร์อีกหนึ่งชั้น จึงการันตีได้ถึงความใส่สบาย อีกทั้งบริเวณสายคาดด้านหน้ายังสามารถปรับขนาดได้ตามรูปเท้าของผู้สวมใส่ได้ด้วย มีให้เลือกด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สี Rose, Desert Sage และ Ultra-Blue
● Adventure Tatacoa (ราคาคู่ละ 6,490 บาท)
เอาใจสายแฟชั่นกันไปแล้ว รุ่นนี้เราขอตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์กันบ้าง ด้วยรองเท้ารุ่น Adventure Tatacoa ที่ออกแบบพื้นรองเท้าชั้นนอกด้วยเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ยึดเกาะเทรลได้ดีขึ้น ใช้วิธีการผลิตแบบฉีดตรงไม่ติดกาวช่วยให้การปกป้องและอายุการใช้งานที่ยืนยาวมากขึ้น พื้นรองเท้าชั้นนอกยืดหยุ่นกว่าพื้นรองเท้าชั้นนอกของรุ่น Classic Birkenstock EVA อีกทั้งการม้วนตัวของรองเท้ายังเป็นแบบไดนามิก ออกแบบให้บริเวณส้นรองเท้าและสปริงช่วงปลายเท้าทนต่อการเสียดสีได้สูงขึ้น ช่วง Footbed ทำจากไมโครไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติดูดซับและขจัดความชื้นได้ดีช่วยให้ฝ่าเท้าแห้งไม่อับชื้น ช่วงตะขอกับสายรัดรองเท้าทั้งบริเวณหน้าเท้าและส้นเท้ามีความพอเหมาะ สามารถปรับระดับได้อย่างรวดเร็ว รองเท้ารุ่นนี้การันตีได้ว่าสามารถปรับให้พอดีกับเท้าของผู้หญิงที่แคบมากได้
● Suede Arizona Suede (ราคาคู่ละ 4,290 บาท)
รองเท้ารุ่นพิเศษที่นำหนังกลับชนิดนุ่มประสานเข้ากับพื้นรองเท้าหนังกลับบน footbed อันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เคนสต๊อก ทำให้รองเท้ารุ่นนี้มีพื้นรองเท้าที่นุ่มสบายมากขึ้นกว่า Arizona รุ่นปกติ มาพร้อมโทนสีหวาน 3 เฉดสี ได้แก่ สี light blue, light rose และ Ochre
● EVA Barbados (ราคาคู่ละ 1,590 บาท)
Barbados (บาร์บาโดส) รองเท้าน้องใหม่จากตระกูล EVA ที่ออกแบบมาสำหรับรับหน้าร้อนหรือไปท่องเที่ยวริมชายทะเล รุ่นบาร์บาโดสนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผู้ใส่สายสปอร์ตและแอคทีฟ ซึ่งกำลังมองหารูปลักษณ์ที่สวมใส่ง่ายและน้ำหนักเบา จุดเด่นอยู่ตรงสายคาดรองเท้าพิมพ์ลวดลายหกเหลี่ยมและโลโก้ Birkenstock ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้ากีฬา มีให้เลือกถึง 5 เฉดสี ได้แก่ สีขาว, ดำ, Navy, Zinnia และ Beetroot Purple
คลิกเข้าไปช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็ปไซต์ www.ikonthailand.com
2020 ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและก้าวเข้าสู่โลกที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเดิมๆถูกจำกัด รูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ๆหรือที่เรียกว่า “นิวนอร์มอล” จึงเกิดขึ้น ผนวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสุดล้ำ นำมาซึ่งการปฎิวัติวงการบิวตี้โดยสิ้นเชิง
2018 ที่ผ่านมา ลอรีอัลได้ทำการซื้อกิจการ โมดิเฟส (MODIFACE) บริษัทสัญชาติแคนาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AR และ AI (AUGMENTED REALITY & ARTIFICIAL INTELLIGENCE) ที่ประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมความงาม เป็นการนำเทคโนโลยีมาต่อยอด รับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้
โมดิเฟส ได้เริ่มก่อตั้งที่เมือง TORONTO เมื่อ 11 ปีก่อน โดย PARHAM AARABI ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในการทำ 3D VIRTUAL MAKE-UP ทำให้จำลองการแต่งหน้าเสมือนจริงทั้งสีผิว และสีของเครื่องสำอาง ซึ่งตอนนี้แบรนด์ความงามใหญ่ๆ ของโลกได้เลือกใช้เทคโนโลยีนี้เช่นกัน
เทคโนโลยีนี้จะเป็นช่องทางใหม่ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับประสบการณ์เสมือนทดลองผลิตภัณฑ์จริงและสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้อย่างเสมือนจริง ความโดดเด่นของเทคโนโลยีนี้ก็คือ ความสมจริงสุด!ของภาพแสดงผล การแสดงเฉดสีที่แม่นยำ และความสามารถในการเปรียบเทียบเฉดสีแบบอัตโนมัติผ่านระบบ AI
ล่าสุด อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ ได้นำเทคโนโลยีที่เป็นการร่วมพัฒนาระหว่างลอรีอัลและโมดิเฟส นำเสนอประสบการณ์การทดลองสินค้ารูปแบบใหม่ หรือ VIRTUAL TRY ON โดยสามารถทดลองสินค้าได้ทุกไอเทมโดยไม่ต้องมีการสัมผัส หรือสามารถครีเอทลุคสุดชิคได้ภายในคลิกเดียว
VIRTUAL TRY ON นี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในเว็ปไซต์หลักของแบรนด์ แต่สำหรับลูกค้าคนไทยเริ่มใช้งานระบบนี้ได้แล้วผ่านไอแพดในทุกสาขา แต่สำหรับทางเว็ปไซต์ http://www.YSLBEAUTYTH.COM จะเปิดตัว VIRTUAL TRY ON อย่างเป็นทางการวันที่ 8 กันยายนนี้ ผ่านวีดีโอสุดเฟียซจาก YSL BEAUTY MUSE คนแรกของเมืองไทย “เจสซี ชูว์เทอร์” ที่มานำเสนอประสบการณ์การทดลองสินค้าในแบบลักชัวรีสำหรับโลกนิวนอร์มอล ด้วยการเลือกลองเฉดสีลิปจากคอลเล็กชั่นลิปตัวแม่ TATOUAGE COUTURE VELVET CREAM 204, 211, 212 และ 216 เฉดสีที่สาวก YSL ตัวจริงต้องมี และโลกของการช้อปปิ้งของคุณจะถูกเปลี่ยนแปลงตลอดไป
นอกจากนั้น โมดิเฟสและลอรีอัล ได้พัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำร่วมกันในการวิเคราะห์อายุและสภาพผิว โดยการรวบรวมฐานข้อมูลจากสภาพผิวของผู้คนต่างๆกว่าหมื่นรูป ประกอบด้วย 4,560 รูปเซลฟี่และ 5,834 จากคลินิกผิวหนัง โดยมีการทดสอบเฉพาะ 3 เชื้อชาติ เอเชียน, อัฟริกัน-อเมริกัน และคอเคเซียน ซึ่งเป็นภาพเซลฟี่ใน 5 โทนสีที่แตกต่าง นับว่าเป็นการวิเคราะห์ผิวจากข้อมูลมหาศาลและได้รับการรับรองจากผู้เชียวชาญทางด้านผิวหนังและนักวิทยาศาสตร์
ในโอกาสนี้ อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้ จึงเปิดตัวแอพลิเคชั่น URBAN SKIN CHECK โดยอาศัยเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง MODIFACE และลอรีอัล ในการวิเคราะห์อายุและสภาพผิวภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งในการวิเคราะห์ผิวครั้งนี้นำไปสู่ประสบการณ์การดูแลผิวด้วยสกินแคร์ที่ถูกเลือกให้สำหรับสภาพผิวนั้นๆโดยเฉพาะ
วิธีการตรวจสภาพผิว สำหรับ URBAN SKIN CHECK เริ่มต้นง่ายๆจาก 5 คำถามเกี่ยวไลฟ์สไตล์, สิ่งแวดล้อมและอายุ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่ออายุผิว จากนั้นสามารถถ่ายรูป โดยระบบ AI จะทำการวิเคราะห์และให้คะแนนคุณภาพผิว จาก 7 ปัญหาผิวสำคัญ ได้แก่ ความมัน, ความเรียบเนียน, หยาบกร้าน, หลุมสิว, รูขุมขน และโครงสร้างของผิว หลังจากได้รับการวิเคราะห์และทราบถึงปัญหาผิวต่างๆแล้ว ระบบจะวิเคราะห์สกินแคร์ที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคลอย่างชาญฉลาด โดยนำเสนอสกินแคร์ที่ถูกออกแบบอย่างเป็นพิเศษสำหรับคนเมือง ในตระกูล PURE SHOTS อันประกอบด้วย NIGHT REBOOT SERUM ช่วยรีบู๊ตผิวในชั่วข้ามคืน, LIGHT UP SERUM ช่วยปรับผิวให้แลดูสว่างขึ้นพร้อมลดความหมองคล้ำ, LINES AWAY SERUM ช่วยลดเลือนริ้วรอย, Y SHAPE SERUM ช่วยปรนนิบัติผิวที่ดูหย่อนคล้อย, HYDRA BOUNCE ESSENCE-IN-LOTION โลชั่นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวให้รู้สึกไม่แห้งตึง และ PERFECT PLUMPER CREAM ครีมที่ช่วยดูแลผิวจากความร่วงโรย เติมเต็มผิวให้ดูอิ่มเอิบและเปล่งปลั่ง
นับว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางกูตูร์ลักชัวรีแบรนด์แรก ที่นำเสนอเทคโนโลยีทั้งในส่วนของเมคอัพและสกินแคร์ได้สมบูรณ์แบบ พร้อมนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบใหม่ๆโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และปรับตัวเข้ากับยุคนิวนอร์มอลได้อย่างรวดเร็ว
เคาน์เตอร์ YSL BEAUTY ทั้ง 18 สาขา
- สยามพารากอน โทร. 02-610-9090 ชั้น G
- ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6427 ชั้น G
- เดอะมอลล์ บางกะปิ โทร. 02-363-3061 ชั้น G
- เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โทร. 06-5951-9273
- เซ็นทรัล ชิดลม โทร. 02-655-7873
- เซ็นทรัล ลาดพร้าว โทร. 02-937-1254
- KIS Beauty สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว โทร. 02-937-0616
- เซ็นทรัล บางนา โทร. 02-398-5106
- เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โทร. 02-884-8092
- เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 02-100-9277
- เมกาบางนา
- เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์
- เซ็นทรัล นครราชสีมา โทร. 044-002-924
- เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา โทร. 038-043-420
- เซ็นทรัล ภูเก็ต โทร. 076-209-231
- เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสตา โทร. 076-209-231
- เซ็นทรัล ป่าตอง โทร. 076-603-201
- เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ โทร. 053-288-631
- E-Boutique: https://www.yslbeautyth.com
- YSL Beauty Official Fanpage: https://www.facebook.com/YSLBeautyTH/
- Line @YSLThailand
จุดแฮงค์เอ้าท์พิกัดใจกลางเมือง ที่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศไม่ควรพลาด เรียกได้ว่าถ้ามาถึงที่นี่แล้วจะได้เชคอิน สถานที่เที่ยว กิน ดื่ม ช้อป รวมครบจบที่เดียว ทั้งสินค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของฝาก ของตกแต่งบ้าน อาหารไทย ซีฟู้ด อีสาน และอาหารอินเตอร์ จากร้านต่างๆ มาไว้ที่นี่ ที่เดียวเดินทางสะดวก
สบายใจกลางเมือง ณ ถนนเพชรบุรี 23 – 29 ปรับวันเปิดให้บริการใหม่เป็นทุกวันพุธ – อาทิตย์ (5 วัน) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้ เป็นต้นไป
สำหรับร้านเด็ดที่อยากให้มาโดน ได้แก่ ร้าน Dragon King Kitchen อาหารตามสั่งและชาบู ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพมารังสรรค์เมนูบนจานโปรด อาทิ ข้าวผัดสับปะรด ต้มยำหม้อไฟ ใข่ตุ๋นหม้อไฟ กุ้งเผา น้ำจิ้มโคตรเด็ด ฯลฯ มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ทานครบ 1,000 บาท รับฟรีทั้นที ชุดจิ้มจุ่ม มูลค่า 199 บาท 1 ชุด, ร้านเจ๊ดำซีฟู้ด อาหารซีฟู้ดสูตรเด็ด คัดคุณภาพแบบครบครัน สดใหม่ทุกเมนูขอแนะนำทุกท่านเมื่อมาเยือน อาทิ ต้มเล้งแซ่บ ตำผลไม้ ปลาเผา กุ้งเผา ปลาหมึก ปูม้า เสริฟพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด และอีกหลากหลายเมนูให้เลือกทาน นอกจากนี้ยังมี ร้านโคตรแซ่บเล้ง, ร้านMango Fu และรวมทั้งมีสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น ที่น่าสนใจ เช่น ร้านกระเป๋าหนังตอกชื่อ DIY, สร้อยหิน สร้อยข้อมือ, กางเกงยีนส์, รองเท้าแตะแฟนซี, และ เสื้อผ้ามัดย้อม พร้อมบริการ ร้านตัดผมสุดแนว, ทำเล็บ, สักลาย TATTOO ฯลฯ รวมกว่า 200 ร้านค้า เรียกได้ว่างานนี้มาที่เดียวครบจบทุกความต้องการ พร้อมให้คุณได้ชวนเพื่อนยกแก๊งค์มาอิ่มหนำกันพร้อมหน้า ในบรรยากาศสุดชิลล์ เคล้าเสียงดนตรีสดที่ขับกล่อมตลอดคืน ร่วมแชร์ความสุข แบบปลอดภัย ไร้กังวล รับวิถีใหม่ New Normal ด้วยมาตรการเข้มงวดป้องกันโควิท-19 “มั่นใจ ปลอดภัย ไร้กังวล” กับ 5 มาตรการหลัก คัดกรองอย่างเข้มงวด การเว้นระยะ ลดการสัมผัส รุกเข้มความสะอาด และติดตามเพื่อปลอดภัย
ชวนช้อป ชิม ชิลล์ และอิ่มอร่อย ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (5 วัน) ได้ที่ เดอะ นีออน ไนท์ บาซาร์ ตั้งแต่ เวลา 16.00 – 24.00 น. ถนนเพชรบุรี 23 – 29 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.063-230-1555, 063-197-1515 / Facebook: TheNeonNightBaZaar
ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวแบบไหนหรือมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร เชื่อว่าทุกคนต้องมีกางเกงขาห้าส่วนตัวโปรดเป็นหนึ่งในไอเทมชิ้นเบสิกติดตู้เสื้อผ้า เพราะนอกจากจะโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นที่ช่วยเสริมลุคให้ดูสมาร์ทแล้ว ยังเพิ่มความคล่องตัวอย่างมีสไตล์ในทุกๆ โอกาสได้อย่างลงตัว
จากความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่นที่ยึดมั่นหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ในการผลิตเสื้อผ้าที่เรียบง่ายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้เดินหน้าพัฒนากางเกงตัวโปรดของทุกคนอีกขั้น พร้อมแนะนำ “UNIQLO SMART ANKLE PANTS” กางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนสุดอเนกประสงค์ สวมใส่สบาย และยังดูแลง่าย ออกแบบมาภายใต้แนวคิด“Design for Style, Made for Comfort” หรือ #รู้ใจทุกสไตล์สบายทุกโอกาส
● เพราะรู้ใจว่าชีวิตมีหลายด้าน ทั้งงาน ทั้งเล่น กางเกงเลยต้องแมทช์ง่าย เข้าได้กับทุกชุด ทุกโอกาส
สไตล์การแต่งตัวนอกจากจะบ่งบอกถึงตัวตนและรสนิยมแล้ว ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในการทำงาน หนุ่มสาวชาวออฟฟิศอาจหลบหลีกความจำเจจากกางเกงขายาวแบบเดิมๆ แล้วหันมาจับคู่เสื้อเชิ้ตสุดเนี้ยบกับกางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนที่ยังคงสะท้อนความเป็นมืออาชีพอย่างมีสไตล์ ในขณะเดียวกันยังช่วยให้ช่วงขาดูเพรียวยาวยิ่งขึ้น
ด้วยดีไซน์ทรงกางเกง และการเลือกใช้เนื้อผ้าคุณภาพสูงในการผลิตด้วยเส้นด้ายและเทคนิคการย้อมแบบเดียวกับสูทระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศส จึงการันตีความหรูหราในทุกสัมผัส UNIQLO SMART ANKLE PANTS ถือเป็นไอเทมชิ้นเบสิกที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่าย สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส ไปได้ทุกที่ได้ตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็น การจับคู่กับเสื้อเบลเซอร์สำหรับเข้าประชุมนัดสำคัญ หรือคู่กับเสื้อยืดสุดสบายในวันศุกร์แบบสมาร์ทแคชชวล พร้อมลุยปาร์ตี้ต่อหลังเลิกงาน
● เพราะเข้าใจว่าเวลาทุกนาทีมีความหมาย กางเกงตัวโปรดจึงต้องดูแลง่าย ซักง่าย ไม่ต้องรีด
ยูนิโคล่รู้ใจว่าทุกเวลาของคุณมีค่า จึงคิดค้นกางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนด้วยฟังก์ชั่น Easy Care ทำให้ดูแลง่าย ยับยาก หยิบมาใส่ก็ออกไปใช้ชีวิตได้เลย
● เพราะเข้าใจว่าชีวิตต้องแอคทีฟ ยืดหยุ่นกับกิจกรรมหลากหลาย กางเกงเลยต้องใส่สวย สบาย และรองรับทุกการเคลื่อนไหว
ไม่จำเป็นที่วันหยุดพักผ่อนต้องคู่กับกางเกงขาสั้นเพียงอย่างเดียวเสมอไป กางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนจากยูนิโคล่ พิเศษยิ่งกว่าด้วยเนื้อผ้า 2-Way Stretch ที่ยืดได้ทั้งสองทิศทางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มาพร้อมเอวยางยืด เพิ่มความสวมใส่สบายในทุกการเคลื่อนไหว ตอบโจทย์กางเกงสุดอเนกประสงค์เหมาะกับทุกกิจกรรม พร้อมพาคุณออกไปใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและไร้ความกังวล
UNIQLO SMART ANKLE PANTS กางเกงสมาร์ทขาห้าส่วนจากยูนิโคล่วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านยูนิโคล่ ทุกสาขา หรือทางช่องทางออนไลน์ที่ http://www.uniqlo.com/th และแอปพลิเคชัน UNIQLO TH บน App Store หรือ Google Play Store
สามารถเลือกชมสินค้าทางเว็บไซต์พิเศษตามด้านล่าง
สำหรับผู้หญิง: https://www.uniqlo.com/th/store/women/bottoms/smart-pants.html
สำหรับผู้ชาย: https://www.uniqlo.com/th/store/men/bottoms/smart-pants.html
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม