

NEO NUDE FOUNDATION ยกระดับความงามของผิวจริง ให้ยิ่งดูสวยสมบูรณ์แบบ
พร้อมไฮยาลูรอนิก ช่วยเติมผิวดูอิ่มฟู ให้ความชุ่มชื้นผิว #รองพื้นผิวนู้ด
“NEO NUDE FOUNDATION เป็นลิควิดรองพื้นเนื้อเบาที่ดีพร้อมในทุกด้าน แนะนำให้ใช้ในเวลาที่คุณต้องการได้ฟินิชแบบนู้ดที่ค่อนข้างแมตต์และดูเป็นธรรมชาติมากๆ ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมัน” ลินดา กานเต็ลโล (Linda Cantello) เมคอัพอาร์ติสระดับสากลของ GIORGIO ARMANI
จิออร์จิโอ อาร์มานี่ (GIORGIO ARMANI) NEO NUDE FOUNDATION รองพื้นที่ช่วยบำรุงผิวด้วยวิธีการใหม่ ปรับแต่งผิวให้ดูสวยสดชื่นและดูนู้ดโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ อาร์มานี่ บิวตี้ สร้างสรรค์ NEO NUDE FOUNDATION โดยหลอมรวมความยอดเยี่ยมด้านการบำรุงผิวเข้ากับความเยี่ยมยอดด้านการรองพื้น เพื่อมอบการปกปิดที่เพิ่มระดับได้พร้อมเสริมความชุ่มชื้นให้ผิว
NEO NUDE FOUNDATION ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล NEO NUDE เป็นรองพื้นสูตรวอเตอร์เบสเนื้อบางเบาสบายผิว ยกระดับความงามของผิวทุกโทนสีด้วย 10 เฉดสีที่อัดแน่นด้วยพิกเม้นต์ซึ่งกลมกลืนกับสีผิวจริง
● ยกระดับความงามให้ผิวนู้ดของคุณ
เนื้อสัมผัสที่เบาหวิวและบางเฉียบ ความสบายผิวสูงสุด^ที่มาพร้อมกับการคงความกระจ่างใสและความติดทนนาน คือมาตรฐานอ้างอิงของความงามแบบนู้ดที่ดูไร้ที่ติ ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา อาร์มานี่ บิวตี้มีกิตติศัพท์เลื่องลือในด้านการรังสรรค์ผิวดูสวยสมบูรณ์แบบที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง แนวคิดชี้นำของแบรนด์คือการเผยให้เห็นภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล มากกว่าที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์นั้น
ชุดผลิตภัณฑ์ NEO NUDE ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบที่ไม่หลอกตา ด้วยผลิตภัณฑ์แต่งผิวที่ช่วยยกระดับความงามอย่างเป็นธรรมชาติ กลมกลืนเรียบเนียนเข้ากับผิว ปกปิดจุดบกพร่อง เสริมสร้างความมั่นใจและเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึง Armani natural glow อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
^ของ Giorgio Armani
● รวมคุณสมบัติเมคอัพเข้ากับสกินแคร์
NEO NUDE FOUNDATION นำเสนอการบำรุงผิวในรองพื้นที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกระดับ เพื่อรังสรรค์ผิวสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ รองพื้นสูตรนี้รวมคุณประโยชน์ด้านการบำรุงผิวเข้ากับผลลัพธ์ด้านการแต่งผิว ด้วยเนื้อที่โปร่งและเบาเป็นพิเศษ อันเป็นผลมาจากการสูตรแนวใหม่ที่บรรจุละอองน้ำไว้ภายในอิมัลชั่นออยล์ชนิดเบา (High Internal Phase Emulsion) ส่วนประกอบทั้งสองนี้จะรวมตัวกันเมื่อใช้ เพื่อสร้างความรู้สึกชุ่มชื่นดุจน้ำ สูตรผสมประกอบด้วยน้ำมากกว่าร้อยละ 50 พร้อมด้วยอนุพันธ์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Sodium Hyaluronate) และมีกลีเซอริน (glycerin) ในปริมาณสูง จึงช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเต็มเปี่ยม และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โค้ทติ้ง มิเนอรัล พิกเม้นต์ (Coating mineral pigment) สามารถกระจายตัวได้ดีในสูตรผสม ช่วยให้การปกปิดสูงกว่าพิกเม้นต์แบบเดิมที่ไม่ได้ผ่านการโค้ทติ้ง แต่ยังคงความเปล่งปลั่งของรองพื้นไว้ ส่งผลให้ผิวนู้ดโกลว์สวยดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่น้ำมันเนื้อบางเบา (light oil) ในสูตรผสมช่วยให้ผิวสะท้อนแสงได้ดีขึ้นและมอบฟินิชที่สม่ำเสมอ เรียบเนียน โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว
ผลลัพธ์คือผิวนู้ดเสมือนผิวจริงที่ได้รับการปรับแต่งให้สมบูรณ์แบบอย่างเป็นธรรมชาติ รู้สึกชุ่มชื่นสวยตลอดวัน
ร้อยละ 95 รู้สึกว่ารองพื้นสูตรนี้เกลี่ยง่าย ลื่นไหล ไม่สะดุด
ร้อยละ 92 รู้สึกว่ารองพื้นสูตรนี้ไม่หนักผิว
ร้อยละ 91 รู้สึกว่ารองพื้นสูตรนี้กลมกลืนไปกับผิว
ร้อยละ 92 รู้สึกว่ารองพื้นสูตรนี้มีเนื้อเบา
ร้อยละ 91 รู้สึกว่าผลการรองพื้นดูเป็นธรรมชาติ
ร้อยละ 82 รู้สึกว่าผิวรู้สึกชุ่มชื่นขึ้น
*ผลทดสอบความพึงพอใจในอาสาสมัคร 69 คน หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ โดยสถาบันวิจัย SYRES ประเทศฝรั่งเศส เมื่อพฤศจิกายน 2017
หลอดของ NEO NUDE FOUNDATION ได้รับการตกแต่งให้ดูทันสมัยด้วยสีชมพูอ่อนและการเคลือบเงา ฝาทรงรีสองชั้นแสดงให้เห็นเฉดสีของรองพื้นที่บรรจุอยู่ภายในหลอด บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสีเบจสุกสว่างทำจากวัสดุที่ผ่านการรับรองจาก FSC
NEO NUDE FOUNDATION (35 มล.) มีทั้งหมด 10 เฉดสี ราคา 2,500 บาท
Coach เปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ the Coach x Jennifer Lopez Hutton bag ที่ได้เจนนิเฟอร์ โลเปซ (Jennifer Lopez) นักแสดง, นักร้อง โปรดิวเซอร์ และเฟซของ Coach มาส่วนนึงในการรังสรรค์กระเป๋าร่วมกับ สจ๊วต วีเวอส์ (Stuart Vevers)- ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ โดยกระเป๋ารุ่นพิเศษนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณค่าของความน่าเชื่อถือและความเป็นหนึ่งเดียวที่ Coach และ เจนนิเฟอร์ โลเปซ ร่วมกันทำให้กระเป๋าใบกลายสัญลักษณ์ของยุคใหม่ของ Coach โดยสะท้อนถึงตัวตนของของโลเปซได้อย่างดี
กระเป๋า Coach x Jennifer Lopez Hutton ผลิตขึ้นมาอย่างพิถีพิถันจากหนังลูกวัวชั้นดีและหนังงู มาพร้อมกับHangtag ที่มีลายเซ็นของเจนนิเฟอร์ โลเปซ การออกแบบที่สะท้อนตัวตนของโลเปซ กับบทบาทมากมายในแต่ละวัน ทำให้กระเป๋าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตส์การใช้ชีวิต ประหนึ่งกระเป๋าอเนกประสงค์ที่คลาสสิค เพื่อการใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
การร่วมงานกันในครั้งนี้ Coach ได้เผยแพร่ซีรีส์ภาพยนตร์เรื่องแรกทางโซเชียลและภาพของเจนนิเฟอร์ โลเปซโดยเน้นย้ำการถือบทบาทการทำงานที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปร์ดิวเซอร์, นักเต้น และศิลปิลนักร้อง จึงเกิดมาเป็นกระเป๋าเป็นมากกว่าความเป็นกระเป๋าทีเรียกได้ว่าสะท้อนความเป็นตัวเธอได้อย่างดีเลยทีเดียว
“ การได้ออกแบบสิ่งที่พิเศษและต้องมีความแต่งต่างไม่เหมือนใครเป็นอะไรที่สนุกมากและยิ่งได้มาทำร่วมกันกับเจนนิเฟอร์ ” เวเวอร์สกล่าว “ เธอนำความหลงใหล, สไตล์ และทุกสิ่งที่เธอทำ มาใส่ในการออกแบบในครั้งนี้ ทำให้รู้สึกถึงเป็นตัวตนและความเป็นตัวเธออย่างแท้จริง ”
“การออกแบบกระเป๋าใบแรกของฉันกับ Coach เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม” โลเปซกล่าว “ ฉันอยากให้ Coach x Jennifer Lopez Hutton รู้สึกเหมือนตัวฉันจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำสีสันมาใช้กับเครื่องหนัง ฮาร์ดแวร์ขัดเงา บ่งบอกถึงความเป็นฉันจริงๆ มันเป็นกระเป๋าที่ฉันใส่ทุกความเป็นตัวตน ใส่ทุกอย่างที่พร้อมจะตอบโจทย์ทุกคนและแทบรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันกับทุกคน ”
Social Media Content: Coach เปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ Coach x Jennifer Lopez Hutton bag ที่ได้เจนนิเฟอร์ โลเปซ มาเป็นส่วนนึงในมาร่วมออกแบบกับ สจ๊วต วีเวอส์ เธอได้นำความหลงใหล, สไตล์ และบทบาทมากมายในชีวิตของเธอ มาใส่ในการออกแบบในครั้งนี้ ทำให้กระเป๋าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตส์การใช้ชีวิต ประหนึ่งกระเป๋าอเนกประสงค์ที่คลาสสิค ทำให้รู้สึกถึงเป็นตัวตนและความเป็นตัวเธออย่างแท้จริง
#CoachNY #CoachxJLo #Pacificagroup
สายการบินไทยเวียตเจ็ทเปิดตัวบริการใหม่ ‘บัตรโดยสารสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์กร’ พิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งองค์กรเอกชนและภาครัฐ ด้วยแพ็คเกจบัตรโดยสารที่นำเสนอราคาบัตรโดยสารราคาคงที่ราคาเดียวกันตลอดปี (ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) พร้อมความยืดหยุ่นในการจองบัตรโดยสารและเปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกประเภทบัตรโดยสารได้ 2 แบบ แบบ ECO และ แบบ Skyboss ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน เช่น น้ำหนักสัมภาระ การเลือกที่นั่ง และบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ
‘บัตรโดยสารสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์กร’ สามารถจองได้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของสายการบินไทยเวียตเจ็ท ใช้ได้กับเส้นทางภายในประเทศทุกเส้นทางของไทยเวียตเจ็ท ประกอบด้วยเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช อุบลราชธานีและเส้นทางระหว่าง เชียงราย สู่ ภูเก็ต และอุดรธานี รวมทั้งเส้นทางใหม่ จาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไปยัง สุราษฎร์ธานี (เริ่มบิน 4 พ.ย. 2563) และเส้นทาง เชียงราย สู่หาดใหญ่ (เริ่มบิน 1 พ.ย. 2563) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อทางอีเมลที่ vz.ags@vietjetair.com (ช่องทางติดต่อสำหรับบริการบัตรโดยสารสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่องค์กร เท่านั้น)
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสในการบินพร้อมประสบการณ์ที่สนุกสนานสำหรับผู้โดยสารชาวไทย สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้เพิ่มเส้นทางบินให่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร ทางสายการบินยังได้ดำเนินมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออากาศยานทุกวันอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในสำนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน เพื่อให้ความมั่นใจต่อสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา ชวนอุดหนุนลองกอง สด ใหม่ ผลไม้ตามฤดูกาล รสชาติหวาน ของดี จังหวัดยะลา จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลองกองพัฒนาคุณภาพ บ้านสะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยกระจายผลผลิตบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยพบกับลองกองสดๆ รสอร่อยขนตรงจากสวนเพียง กิโลกรัมละ 40 - 80 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ - 22 ตุลาคม 2563 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้า ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกจับมือกับ AIS ผู้นำเครือข่าย 5G ชั้นนำระดับภูมิภาคประกาศการวางจำหน่าย Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดใน AIS Shop ทุกสาขาหรือ AIS Online Store แล้ววันนี้ โดย Vivo V20 Pro 5G มาพร้อมนวัตกรรมในการถ่ายภาพเซลฟีสุดล้ำกับกล้องคู่หน้าความละเอียดสูง 44 MP พร้อมระบบ Eye Autofocus และดีไซน์หรูหราสุดเพรียวบางเป็นสมาร์ตโฟน 5G บางที่สุดในโลก พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใช้งานไหลลื่นเต็มประสิทธิภาพงานบนเครือข่าย AIS 5G ในราคาเริ่มเพียง 7,989 บาท รับฟรี! ของแถม พรีเมียมลำโพงบลูทูธ มูลค่า 2,199 บาท*
โดยมีทัพดาราและนักร้อง ชิน-ชินวุฒิ อินทรคูสิน, เป๊กซ์ ปราชญ์ พงษ์ไชย หรือ เป๊กซ์ Zeal (ซีล),โฟล์ค-ฐิติพัฒน์ จันทร์แก้ว, เบนซ์ ณัฐพงศ์ ผาทอง และ ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย นักเตะชื่อดังของไทย ตัวแทนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มารอแกะกล่องรับสมาร์ตโฟน Vivo V20 Pro 5G ที่ AIS Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
นอกจากนี้ เมื่อซื้อ สมาร์ตโฟน Vivo V20 Pro 5G ผ่าน AIS Shop หรือ AIS Online Store รับส่วนลดสูงสุดถึง 7,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 5G Hot Deal MAXX และชำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่กำหนด รับสิทธิ์โทรฟรีไม่อั้น (ภายในเครือข่าย) และใช้ 5G ได้ความเร็วสูงสุด พร้อมสิทธิ์ AIS Serenade สิทธิ์ดู YouTube Premium แบบไม่สะดุดไม่มีโฆษณาคั่น สูงสุด 6 เดือน และสิทธิ์ใช้งาน AIS Play Family โดยไม่คิดค่าเน็ตนาน 6 เดือน* รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.ais.co.th/vivo-v20pro-5g/
#VivoV20Pro5G #V20Series5G #BetheFocus #AISxVivo #AIS5G
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ของแถมมีจำนวนจำกัด
สามเอ็ม ร่วมกับ ช้อปปี้ ส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจ ขาช้อปออนไลน์ ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival พบโปรโมชั่นสุดคุ้มกับ ส่วนลดสูงสุด 50% โค้ดส่วนลดสูงสุด 500 บาท และโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำเมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet* พร้อมว้าวไปให้สุดกับของแถมฟรีอีกมากมายในช่วงแคมเปญ อาทิ รับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ เมื่อช้อปครบ 4,590 บาท พร้อมของสมมนาคุณพิเศษอีกมากมาย
พลาดไม่ได้กับสินค้าไฮไลท์เอาใจแม่บ้านยุคนิวนอร์มัล ที่พร้อมใส่ใจทั้งความปลอดภัยและสุขอนามัยของทุกคนในครอบครัวอย่าง Scotch-Brite® Eco Dual Wash Spin Mop Bucket ถังปั่นพลังสูง พร้อมไม้ม๊อบ และด้ามจับกระชับมือ สั่งซื้อในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival รับฟรีหัวม็อบ Refill มูลค่า 890 บาท และ SCOTCH-BRITE® Scrub Dots แผ่นใยขัดพร้อมฟองน้ำสครับดอท รุ่นทั่วไป และรุ่นไร้ริ้วรอย 4 ชิ้น ทำความสะอาดจานชามหมดจด แต่ไม่สร้างริ้วรอยให้พื้นผิว ราคาพิเศษเพียง 69 บาท
ร่วมช้อปสินค้าจาก 3M ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival พร้อมกดติดตามร้านค้า 3M Official Store บน ช้อปปี้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ตุลาคม 2563 เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่ https://shopee.co.th/3m_officialonlinestore
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดฯ
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เปิดตัวนิตยสาร LifeWear (ไลฟ์แวร์) หรือ LifeWear Magazine ฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นนิตยสารแจกฟรีปีละ 2 ครั้งและมีการเปิดตัวฉบับแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2019 สำหรับฉบับล่าสุดของนิตยสาร LifeWear มาในคอนเซ็ปต์ “Our Tomorrow” ที่นำเสนอการค้นหาแก่นแท้ของสิ่งต่างๆ ผ่านเครื่องแต่งกายในช่วงเวลาแห่งความท้าทายเช่นทุกวันนี้ พร้อมทั้งมองไปยังอนาคตข้างหน้าที่ดีกว่าเดิม นิตยสาร LifeWear มาในรูปแบบ 2 ภาษาโดยมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน ผู้สนใจสามารถรับได้ฟรีที่ร้านยูนิโคล่ ทุกสาขาและผ่านออนไลน์สโตร์
มร. ทากาฮิโร่ คิโนชิตะ (Takahiro Kinoshita) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของฟาสต์ รีเทลลิ่ง โกลบอลครีเอทีฟ แล็บ ในกรุงโตเกียว และบรรณาธิการนิตยสารไลฟ์แวร์ ระบุว่า “ก่อนอื่นผมขอถือโอกาสนี้ส่งกำลังใจให้กับผู้คนที่ได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผมต้องขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรังสรรค์คอนเทนต์เป็นพิเศษสำหรับนิตยสารฉบับนี้ที่ได้ร่วมกันเสาะหาแนวทางที่แฟชั่นจะสามารถช่วยกอบกู้สปิริตของผู้คนโดยการส่งมอบความสุขและสนับสนุนให้พวกเขาได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนิตยสาร LifeWear ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปรัชญา LifeWear ซึ่งเป็นพันธกิจของยูนิโคล่ในการรังสรรค์เครื่องแต่งกายที่ สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้เรียนรู้และค้นพบสิ่งที่สนใจจากนิตยสาร LifeWear ฉบับล่าสุดนี้”
สำหรับงานเปิดตัวนิตยสาร LifeWear ฉบับที่ 3 ในประเทศไทย ยูนิโคล่ได้เชิญตัวแทนจากหลากหลายวงการมาร่วมแบ่งปันมุมมองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจภายใต้หัวข้อ “Our Tomorrow” ได้แก่ คุณอุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า) นักแสดงหญิงแถวหน้าของเมืองไทย ม.ล. ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ คุณกมลนาถ องค์วรรณดี นักออกแบบรุ่นใหม่สายแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและบรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ รวมถึง คุณเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) ที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจุดประกายให้เกิดการตั้งคำถามว่าเราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่และยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง โดยภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการที่แสดงจุดยืนของยูนิโคล่ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีการนำคอนเทนต์เด่นๆ ในนิตยสารออกมาให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและเปิดประสบการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ อาทิ หน้ากากผ้าแอริซึ่ม (AIRism Mask) และเสื้อยืด UT คอลเลคชั่นต่างๆ
ผู้สนใจสามารถรับนิตยสาร LifeWear ฉบับที่ 3 ได้ฟรีที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป และสามารถอ่านนิตยสาร LifeWear เวอร์ชั่นออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ โดยเวอร์ชั่นออนไลน์จะมีเนื้อหาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพิ่มเติม ซึ่งจะมีเฉพาะในเวอร์ชั่นออนไลน์บนเว็บไซต์เท่านั้น
สามารถอ่านนิตยสาร LifeWear เวอร์ชั่นออนไลน์และชมวิดีโอแนะนำได้ที่: https://www.uniqlo.com/th/th/lifewear-magazine/
ชมวิดีโอแนะนำนิตยสาร https://www.youtube.com/watch?v=hX31y47z0Nk&feature=youtu.be
เนื้อหาที่เป็นไฮไลท์
● Hello, Jil
บทสัมภาษณ์ถาม-ตอบ 16 ข้อสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับดีไซเนอร์ชื่อดัง Jil Sander (จิล แซนเดอร์) ที่แสดง ความคิดเห็นส่วนตัวของเธอต่อคอลเลคชั่นในตำนาน +J ที่เตรียมปล่อยออกมาให้ได้ยลโฉมและเป็นเจ้าของกันในเร็วๆ นี้ และที่พิเศษสุดๆ กับเวอร์ชั่นออนไลน์ที่จะมีการรวบรวมคำถามนอกเหนือจากที่มีในเวอร์ชั่นนิตยสารอีกด้วย
● Hearing the Sounds of the City: บทสัมภาษณ์ Ryuichi Sakamoto (เรียวอิจิ ซากะโมโตะ)
ในบทสัมภาษณ์แบบเต็มอิ่มของนักดนตรีและศิลปินชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่นที่จะมาช่วยเราจินตนาการภาพในอนาคตของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
● Recycling Journey
เรื่องราวที่เผยให้เห็นถึงกระบวนการผลิตเบื้องหลังที่ยูนิโคล่และบริษัทพาร์ทเนอร์ Toray ผลิตเสื้อ DRY-EX ซึ่งรีไซเคิลมาจากดาวน์ขนเป็ดของยูนิโคล่และขวดพลาสติก
● Self Portraits from New York: บทสัมภาษณ์ Ryan McGinley (ไรอัน แม็คกินเลย์)
ช่างภาพชื่อดังแห่งมหานครนิวยอร์กได้ร่วมแบ่งปันผลงานสุดพิเศษจากคอลเลคชั่น UT ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2020 พร้อมกับผลงานภาพถ่ายตัวเองที่กำลังสวมใส่ไอเทมในคอลเลคชั่นนี้ ทั้งยังได้พูดถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงวิธีการแสดงออกของผู้คนในนิวยอร์ก
ในวันนี้ Thankyou วิสาหกิจเพื่อสังคมในออสเตรเลียได้ประกาศเชิญชวน พี แอนด์ จี (P&G) และ ยูนิลีเวอร์ (Unilever) สองบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ระดับโลกและมีอิทธิพลมากที่สุด ให้มามีส่วนร่วมในการผลิตและกระจายสินค้าของ Thankyou ไปทั่วโลกเพื่อร่วมมือยุติภาวะความยากจนขั้นสุด ทาง Thankyou ได้เชิญชวนผู้คนทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมและแสดงพลังอันเหนียวแน่นของกลุ่มคนมากมายที่เชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงผ่านแคมเปญที่ชื่อว่า No Small Plan เพื่อโน้มน้าวใจบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ให้สนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ Thankyou นำเสนอสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายไปจนถึงของใช้สำหรับเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์อันแน่วแน่ในการจัดหาเงินทุนให้กับโครงการที่เปลี่ยนแปลงชีวิตอีกมากมาย
Thankyou จัดตั้งขึ้นเพื่ออุดช่องว่างระหว่างประชากรกว่า 736 ล้านคน* ทั่วโลกที่ต้องประสบความยากจนข้นแค้น และเม็ดเงิน 63 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใช้จ่ายไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคในแต่ละปี** โดย Thankyou จะนำผลตอบแทนทุกบาททุกสตางค์หลังจากหักต้นทุนทั้งหมดในการดำเนินการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพเยี่ยมให้แก่ผู้คนเพื่อการยุติภาวะยากจนขั้นรุนแรง โดย Thankyou หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถพลิกกระแสบริโภคนิยมได้ยั่งยืนตลอดไป
แดเนียล ฟลินน์ ผู้ก่อตั้ง Thankyou เมื่อปี 2551 ร่วมกับจัสทีน ฟลินน์ และจาร์ริด เบิร์นส์ กล่าวว่า “ขณะที่ผู้คนใช้จ่ายไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยเงิน 63 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในแต่ละปี ก็ยังมีผู้คนอีก 736 ล้านคนที่ต้องจมปลักอยู่กับความยากจนสุดขีด เราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจตามปกติมันไม่ปกติเลย แต่เรายังเชื่อมั่นว่าหากเราทุกคนร่วมมือกัน ทั้งผู้คนมากมายและบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของโลกทั้งสอง เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงความยากจนข้นแค้นนี้ได้ โดยการระดมเม็ดเงินที่ใช้จ่ายไปกับสินค้าดังกล่าวไปช่วยยุติภาวะยากจนขั้นรุนแรงนี้”
ปัจจุบัน Thankyou วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใน 2 ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกเท่านั้น ซึ่งก็คือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้ตัวเลขความยากจนทั่วโลกเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เช่น เจลล้างมือ ทางบริษัทจึงตระหนักว่าถึงเวลาแล้วสำหรับการขยายธุรกิจ และต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย ทั้งนี้หาก พี แอนด์ จี และ ยูนิลีเวอร์ เลือกตอบรับคำเชิญของ Thankyou พวกเขาอาจพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และกำหนดเส้นทางของเม็ดเงินผู้บริโภคหลายล้านดอลลาร์เพื่อยุติความยากจนขั้นรุนแรง
ในส่วนของการจูงใจให้ พี แอนด์ จี และ ยูนิลีเวอร์ ตอบรับคำเชิญว่า “I’m in” และร่วมงานกับ Thankyou เพื่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ Thankyou เชื่อว่าสองบริษัทยักษ์ใหญ่ควรได้รับรู้ถึงเสียงส่วนรวมที่สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จากผู้คนทั่วโลกที่มารวมตัวเคลื่อนไหวเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อยุติภาวะความยากจนขั้นสุด ซึ่งคุณสามารถสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้กับ Thankyou ได้ด้วยการแชร์วิดีโอนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียโดยทำตามขั้นตอนดังนี้
1. โพสต์รูปภาพหรือแชร์ข้อความของแคมเปญบนโซเชียลมีเดียว่า “I’m in, are you?”
2. แท็ก @proctergamble และ @unilever
3. ติดแฮชแท็ก #thankyoutotheworld
4. แชร์วิดีโอของ Thankyou ให้กระจายออกไปอย่างแพร่พลาย
Thankyou จะมีการจัดประชุมออนไลน์ (Virtual Meetings) กับทางพี แอนด์ จี และ ยูนิลีเวอร์ เมื่อแคมเปญสิ้นสุดลง และในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ Thankyou จะประกาศว่าบริษัทใดตกลงจะ “ร่วมด้วย” ผ่านหนึ่งในจอดิจิทัลบิลบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ไทม์สแควร์ ในมหานครนิวยอร์ก
แคมเปญของ Thankyou มีชื่อว่า “No Small Plan” เพราะการเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งประวัติศาสตร์โดยการปรับเส้นทางของเม็ดเงินผู้บริโภคหลายล้านดอลลาร์ไปสู่การยุติภาวะความยากจนขั้นสุดในช่วงชีวิตนี้ไม่ใช่แผนการเล็กๆ อย่างแน่นอน
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) โดยบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ต่อยอดกลยุทธ์ ‘For All Well-Being’ เพื่อการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสรรพสิ่งอย่างยั่งยืน เปิดตัวหนังสือ Well - being Trend 2020-2021 เป็นครั้งแรก เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ และส่งเสริมให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดี (Well - being) ในประเทศไทยของเรา รวมถึงการนำไปใช้จริงเชิงพาณิชย์และการหาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
“ปัจจุบันการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี หรือ Well-being เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น จำนวนประชากร สังคม เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ และสิ่งแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีทั้งสิ้น ทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
หนังสือ Well - being Trend 2020-2021 จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้และนำเสนอความเป็นไปได้เรื่องความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต โดยผ่านขั้นตอนการวิจัยอย่างเป็นระบบและนำเสนอองค์ความรู้ออกมาในรูปแบบของหนังสือ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคคลทั่วไปหรือผู้ที่มีความสนใจ โดยใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลจากข่าวสาร และงานวิจัยในด้านความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ที่กำลังส่งผลต่อวิถีชีวิตและสร้างอิทธิพลระดับสากล เช่น การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรจำนวนของกลุ่มผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจยุคดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยี การระบาดของ COVID-19 ตลอดจนปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการลดลงของทรัพยากรทั่วโลก เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้เหล่านี้ให้เกิดแรงผลักดันและโอกาสด้านอาชีพใหม่ๆ รวมถึงการลงทุนทำสิ่งใหม่ ต่างจากที่คุ้นเคยในอนาคต เพื่อการสร้างไอเดียและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืน” รศ.ดร.สิงห์ กล่าว
หนังสือ Well-being Trend 2020-2021 มีเป้าหมายให้ผู้อ่านได้รับความรู้ แรงบันดาลใจ เกิดความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้น ขึ้น และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยคำนึงถึงองค์ความรู้ด้าน Well-being ในทุกๆ ศาสตร์และทุกแขนง แบ่งออกเป็น 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.เรื่อง“ดัชนีความอยู่ดีมีสุข และพัฒนาการแนวคิดของความอยู่ดีมีสุข 2.เรื่ององค์ประกอบของความอยู่ดีมีสุข 3 เรื่องเมกะเทรนด์ (Mega Trends) ที่ส่งผลต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกและความเป็นอยู่ของคน อันส่งผลให้เกิดแม็คโครเทรนด์ (Macro Trend) ที่น่าสนใจ 4.เรื่องการถอดรหัสไมโครเทรนด์ (Micro Trends) ด้านความอยู่ดีมีสุข เช่น มาตรฐานการดำรงชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การศึกษา ตลอดจนแนวโน้มการประกอบอาชีพในอนาคต
ผู้ที่สนใจ สามารถพบกับการเปิดตัวหนังสือ Well-being Trend Book 2020 - 2021 ครั้งแรก ได้ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 ณ บูธ F05 สำนักพิมพ์ฟรีมายด์ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 11 ตุลาคม 2563 และสามารถสั่งซื้อได้อีก 4 ช่องทาง ดังนี้
1. RISC Line Official ID : risc_center และ RISC Facebook Messenger
2. ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) ชั้น 4 แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ 10.00-17.00 น.)
3. Whizdom Club ชั้น 4 True Digital Park บีทีเอสปุณณวิถี
4. Inspire Me ชั้น 1 ในโซน Iconluxe ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
นิยามใหม่การใช้ชีวิตที่ได้มากกว่าคอนโดฯ เต็มที่กับที่สุดของไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัด
เปิดประสบการณ์แบบฉบับ XT แชร์พื้นที่ส่วนกลางได้ร่วมกันในทุก XT และ XT Club คอมมูนิตี้สุดฮิป
“XT Ekkamai” (เอ็กซ์ที เอกมัย) ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่แห่งแรกในไทยแบรนด์คอนโดฯนิยามใหม่สำหรับชาวมิลเลนเนียล (Millennials) โดยเฉพาะ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่สุดแอคทีฟที่ Work Hard/Play Hard กับคอนเซ็ปท์ ‘Extend Your Style’ จัดเต็มกับส่วนกลาง (Co-Sharing Space) ที่แชร์พื้นที่ร่วมกันได้ในทุกโครงการ XT ดื่มด่ำกับบรรยากาศ Sky Lounge แรงบันดาลใจจาก social club ในบูทีคโฮเทลระดับโลก ท่ามกลางพาโนรามิกวิวย่านเอกมัย-ทองหล่อ ผสานแรงบันดาลใจในทุกรายละเอียดการดีไซน์ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งาน ตลอดจนผลงานศิลปะแนว Abstract เติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม และ ครั้งแรก! กับการเปิดตัว XT Privilege สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกบ้าน XT Club ที่คัดสรรมาหมุนเวียนสับเปลี่ยนในทุกๆ 3 เดือน เริ่มต้นกับ Cassette Music Bar คอนเซ็ปท์บาร์สุดเก๋ย่านเอกมัย รังสรรค์ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ใครๆต้องมีอิจฉา
อู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด “Made for Life” รังสรรค์ XT Ekkamai ภายใต้คอนเซ็ปท์ที่แตกต่างอย่างโดดเด่นแฝงกลิ่นอายของ Boutique Hotel รายล้อมด้วยแรงบันดาลใจใหม่ๆ ใช้ชีวิตในทุกวันที่ไม่จำเจ พร้อมกับ 24 Hours Facilities กับบรรยากาศวิวใจกลางเอกมัยแบบ 360 องศา ตอบโจทย์เทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ชีวิตที่เลือกเองได้อย่างอิสระ (Personalized Experience is New Luxury) เช่น ออกกำลังกายแบบ Live Streaming จัดปาร์ตี้ Friday Night กับเพื่อนในบรรยากาศ Social Club หรือ ว่ายน้ำไปพร้อมกับดูหนังเรื่องโปรดใน Netflix นอกจากนี้ เรายังเฟ้นหาผลงานศิลปะแนว Abstract หรือการตกแต่ง wall art ที่สะท้อนความหมายหลากหลายในมุมมองของแต่ละคนมาตกแต่งในโครงการอย่างลงตัวสื่อถึงความมีอิสระในการใช้ชีวิตในแบบฉบับ XT ซึ่ง XT Ekkamai เป็นหนึ่งในโครงการที่นำเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาจัดดวางไว้ในโครงการระดับที่ไม่ใช่ลักซ์ชัวรี่ มารังสรรค์ให้พื้นที่ส่วนกลางเปี่ยมด้วยรสนิยมและมีชีวิตชีวา ด้วยการนำเฟอร์นิเจอร์ทั้งสไตล์วินเทจและโมเดิร์นมาจัดวางผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัวขับกับสีสันอันฉูดฉาดของพื้นที่”
สิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านแสนสิริ หรือ XT Club สัมผัสประสบการณ์ curated activities ที่ใครๆ ต้องอิจฉาโดย จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนในทุก 3 เดือน เริ่มตันกับ “XT EKKAMAI x THE CASSETTE MUSIC BAR” และ HIDDEN BAR HOPPING 5 ร้านดังย่านทองหล่อ ตลอดสิ้นปีนี้
● Lifestyle Deal ดีลสุดพิเศษ – Fast Track จองที่นั่งมุมพิเศษและดีที่สุดในร้านCassette ในทุก Friday Night
● Limited Edition Stuff – ลุ้นรับ XT Bar Hopping Passport พร้อมรับ Signature Drink จาก 5 ร้านดังอย่าง 008 Bar,Bar 335,Find the locker room, wasteland และ alonetogether
● XT Club Community / New Experience – มินิคอนเสิร์ตสำหรับลูกบ้าน XT พร้อมชมถ่ายทอดสดที่ Sansiri PLC และ The Cassette Music Bar Ekamai Facebook Page
XT EKKAMAI ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแห่งแรกในไทย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่สุดแอคทีฟ
XT EKKAMAI ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) บนพื้นที่ขนาด 2 ไร่ สูง 38 ชั้น ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ECCENTRIC’ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งฟังก์ชันและการออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่แบบ Work Hard, Play Hard กล้าแตกต่างอย่างมีรสนิยม ถ่ายทอดผ่านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการสังสรรค์ไว้บนพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่ Co-Work & Play Space ชั้น 1 ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ไม่ว่าจะนั่งทำงานสบาย ๆ หรือจะเปลี่ยนเป็นห้องเล่นปิงปอง เล่น Football Table กับกลุ่มเพื่อนได้เช่นกัน โดยลูกบ้านชาว XT Club สามารถเข้าใช้ได้ Co-Sharing Space ที่ชั้น 1 ของ XT ได้ทุกโครงการ, 24Hour Facilities กับ Sky Lounge พื้นที่ประชุมและสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ควบคู่กับการชมวิวเมืองผ่านกระจกโค้งแบบ Panorama Active Gym ออกกำลังกายสุดล้ำกับ VR Planking Machine อุปกรณ์ฟิตเนสสุดทันสมัยกับเครื่อง ICAROS ที่ใช้นวัตกรรม AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ และ Virtual Exercise Room กับคลาสออกกำลังกายแบบไลฟ์สดกับเทรนเนอร์ หรือคลาสแบบออฟ์ไลน์ โดยร่วมกับ We Fitness สำหรับลูกบ้าน XT EKKAMAI โดยเฉพาะ รวมทั้งว่ายน้ำ หรือเอ็นจอยไปกับการดู Netflix กับกลุ่มเพื่อนที่ Outdoor Theatre ที่ Sky Lap Pool สระว่ายน้ำความยาวมาตรฐานโอลิมปิก 50 เมตร กับวิวเมือง 270 องศา
เอกมัยทำเลทองด้านการอยู่อาศัย-ปล่อยเช่า รายล้อมด้วยแหล่งทำงานและแหล่งไลฟ์สไตล์กลางเมือง
‘เอกมัย’ 1 ในย่าน Central Millennial District (CMD) ที่แสนสิริคัดสรรที่ดินแปลงเด็ดในสุดยอดทำเลมัดใจคนรุ่นใหม่ สะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย เชื่อมต่อย่านธุรกิจและแหล่งงานในโซนสุขุมวิทและย่านเพชรบุรี ขณะเดียวกันยังสามารถเดินทางสู่แหล่งงานแห่งใหม่ในโซนบางนา และรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งไลฟ์สไตล์ของย่านเอกมัยและทองหล่ออีกมากมากย อาทิ โรงพยาบาลสุขุมวิท, โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงเรียนนานาชาติ เอกมัย, ศูนย์การค้า ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ (Donki Mall Thonglor), ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย (Gateway Ekamai), ศูนย์การค้าเจ อเวนิว ทองหล่อ (J Avenue Thonglor) และแหล่งแฮงค์เอ้าท์นั่งชิลล์หลังเลิกงานอย่าง เวิ้งโบราณ เอกมัย, The Cassette Music Bar Ekamai และ Kiki Korean Bar (เอกมัย)
พิเศษส่งท้ายปี! XT EKKAMAI ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่แห่งแรกในไทยในราคาเริ่มต้นที่ 4.59 ล้านบาท มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ผ่อนแบบไม่เสียดอกเบี้ย เพียง 2,999 บาท นาน 24 เดือน และโบนัสให้ไปเต็ม ๆ สูงสุด 150,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคมนี้ พร้อมรับประกันสุขภาพจากวิริยะประกันภัยเพื่อชีวิตดีดีของทุกคน กับสิทธิพิเศษความคุ้มครองสูงสุดถึง 770,000 บาท ที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเครือ BDMS
“XT EKKAMAI เป็นไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ของแสนสิริโครงการแรกในไทย ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการสร้างสรรค์แบรนด์ XT อย่างตั้งใจ จากการศึกษา Customer Insight ผ่านกระบวนการด้านดีไซน์ (Design Thinking Process) เพื่อพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ กับ 3 จุดเด่นให้ลูกบ้านค้นหาไลฟ์สไตล์ที่ใช่อย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งแต่ อิสระในการเลือกรูปแบบห้องได้ตามใจ พร้อมแลกเปลี่ยนการเข้าใช้ Co-Sharing Space ในทุกโครงการ XT รวมทั้งการมอบสิทธิพิเศษเฉพาะ ‘XT Experience Privilege’ สำหรับลูกบ้าน XT อันเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างของแบรนด์ที่โดดเด่นโดนใจลูกค้าและการส่งมอบการใช้ชีวิตดีดีของทุกคนแบบ Made for Life ในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่” อู้ พหลโยธิน กล่าวสรุป
#Sansiri #XTEkkamai #ExtendYourStyle #MadeForLife
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม