แฟนๆ สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ (Stephen Curry) และแบรนด์ Under Armour ชาวไทยหลายคนคงได้รู้จักกับ ‘CURRY ONE DUB NATION’ กันบ้างแล้ว รองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นพิเศษ ที่ Under Armour ได้วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในต่างประเทศช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเหล่าสาวกทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ (Golden State Warriors) และสุดยอดนักบาสเก็ตบอลของทีม อย่างสเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ที่พาทีมคว้าแชมป์ NBA เป็นครั้งแรกในการเล่นระดับอาชีพ รวมถึงชนะรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP ของปี 2558
Under Armour ไม่ปล่อยให้แฟนชาวไทยรออีกต่อไป นำรองเท้าสุดไอคอนนิค ‘CURRY ONE DUB NATION’ กลับมาอีกครั้งในรอบ 6 ปี ด้วยการผลิตและจัดจำหน่ายในจำนวนจำกัด เอ็กซ์คูลซีฟสำหรับแฟนๆ โกลเดน สเตท วอริเออร์ และนักกีฬาบาสเก็ตบอลชาวไทย ที่พลาดเป็นเจ้าของจากการวางจำหน่ายรอบแรกในปี 2558 ให้ได้ร่วมระลึกถึงชัยชนะ และเป็นเจ้าของรายละเอียดการออกแบบที่สะท้อนความเป็นทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ ออกมาได้อย่างโดดเด่น ผ่านสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเหลืองทองอันเป็นเอกลักษณ์ของทีม
● จุดเด่นของ CURRY ONE DUB NATION ที่ตอกย้ำความเป็น โกลเดน สเตท วอริเออร์
ด้วยความตั้งใจที่จะมอบไอเท็มชิ้นพิเศษให้กับสาวกทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ โดยเฉพาะ Under Armour จึงใส่ใจการออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษคู่นี้ในทุกๆ รายละเอียด เพื่อสื่อถึงความหมายที่แฝงไว้ในทุกชิ้นส่วนของรองเท้าไปยังกลุ่มแฟนโกลเดน สเตท วอริเออร์ และสเตฟเฟ่น เคอร์รี เริ่มจากการหยิบคำว่า ‘DUB NATION’ ที่เป็นคำนิยามของแฟนๆ บาสเก็ตบอลทีมนี้ มารังสรรค์เป็นชื่อรุ่น ‘CURRY ONE DUB NATION’ โดยรองเท้าบาสเก็ตบอลสุดพิเศษคู่นี้ ถูกพัฒนาให้มีเอกลักษณ์ด้วยการออกแบบให้ตัวรองเท้าส่วนบนเป็นสีขาว ช่วยเสริมความโดดเด่นของพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่เป็นสีน้ำเงินเข้มแต่งแต้มด้วยจุดขาวเล็กๆ ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว ตัดกับพื้นรองเท้าด้านล่าง (Outsole) สีเหลืองทอง ประกอบกับเชือกรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากชุดยูนิฟอร์มของทีม โกลเดน สเตท วอริเออร์ ที่เข้ามาเสริมให้ CURRY ONE DUB NATION คู่นี้สมบูรณ์แบบมากขึ้น
และไฮไลต์ของรองเท้าคู่นี้ที่เหล่าสาวกต้องชอบ คือ การสลักตัวอักษรไว้บนโลหะหุ้มเชือกรองเท้าว่า ‘MMTB’ ย่อมาจากประโยค ‘Make My Teammates Better’ และปักหมายเลข ‘4:13’ ไว้ที่ส่วนบนของลิ้นรองเท้า พร้อมกับประโยคปลุกใจที่ว่า ‘I can do all things’ ไว้ที่ด้านในของลิ้นรองเท้า (Interior tongue lining) โดย 4:13 คือหมายเลขที่ถอดมาจากประโยคหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิลของชาวฟิลิปปินส์ เป็นประโยคที่สร้างความแข็งแกร่งและแรงผลักดันให้กับสเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ซึ่งแฟนตัวจริงต้องจำกันได้เป็นอย่างดี
นอกจากการออกแบบแล้ว Under Armour ได้พัฒนา CURRY ONE DUB NATION คู่นี้ ให้เป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลที่ทำให้สวมใส่ได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจ ด้วยสองเทคโนโลยีจาก Under Armour ที่ได้รับการยอมรับ คือ
- AnaFoam โฟมชนิดพิเศษที่อยู่ในชั้นกลางของรองเท้าทำให้สวมใส่พอดีกับรูปเท้า โครงสร้างมีน้ำหนักเบาและรองรับเท้า
- Charged Cushioning™ เทคโนโลยีโฟมพิเศษเอกสิทธิ์ของ Under Armour ที่รองรับแรงกระแทกแล้วเปลี่ยนคืนกลับไปเป็นแรงส่ง ช่วยให้ทุกย่างก้าวหรือการเปลี่ยนทิศทางมีพลังแรงขึ้น
CURRY ONE DUB NATION ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 5,790 บาท เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2564 ที่เว็บไซต์ underarmour.co.th และร้าน Slammers Thailand (สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาศูนย์การค้าเมกา บางนา) ร้าน Hoops Station (สาขาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน) ร้าน Dilok (สาขาสวนหลวงสแควร์ สาขาศูนย์การค้าเอ็มบีเค สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว)
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ www.underarmour.co.th
- Line Official Account @underarmourth
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เอาใจนักช้อปออนไลน์ มอบโค้ดส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปออนไลน์ที่ร้าน ShopAt24 ผ่านบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และ Krungsri Boarding Card โดยลูกค้าสามารถใช้โค้ด BAY21Q2 เพื่อรับส่วนลดที่แอปพลิเคชัน ShopAt24 หรือ www.ShopAt24.com จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลขบัตร/เดือน สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2564 โดยโค้ดส่วนลดจำกัด 1,000 สิทธิ์/เดือน รวมจำกัด 3,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.krungsri.com
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้จัดงานทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่าง ๆ ประกาศเดินหน้าจัดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2564 หรือ Bangkok Design Week 2021 (BKKDW2021) โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมบางส่วนให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมขยายกำหนดการจัดงานออกไป เป็นวันที่ 8 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2564 ภายใต้แนวคิด “Resurgence of Possibilities ก้าวต่อไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่” เทศกาลงานออกแบบและสร้างสรรค์แห่งปีที่จะพาทุกคนไปเปิดโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เต็มไปด้วยความหวังที่ช่วยชุบชีวิตให้แก่เมือง พร้อมพบปะทั้งเหล่าผู้ประกอบการ นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ที่มารวมตัวกันแบบออนไลน์ สอดรับชีวิตวิถีใหม่แบบ New Normal เน้นเรื่องความปลอดภัยสร้างความอุ่นใจด้วยมาตรการป้องกัน COVID-19 ตลอดเทศกาลฯ
พร้อม 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการ 2) เสวนา 3) เวิร์กชอป 4) อีเวนท์ เช่น การแสดงดนตรี ศิลปะการแสดง 5) ทัวร์ 6) ตลาดนัดสร้างสรรค์ 7) โปรโมชัน โดยสามารถเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศกาลฯ ทางออนไลน์ได้ เช่น ทอล์ค ดนตรี และการแสดง การจัดเวิร์กชอปออนไลน์ ตลาดออนไลน์ นิทรรศการและโชว์เคสในรูปแบบ Virtual tour ทางเฟซบุ๊กเพจ Bangkok Design Week
ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ประจำเดือนพฤษภาคมนี้ พบกับโปรแกรมทอล์คออนไลน์อัดแน่นด้วยสาระความรู้ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับศิลปะ วัสดุ เทรนด์อนาคต และชุดเครื่องมือออกแบบที่จะไขทุกเคล็ดลับสำหรับการเดินหน้าต่อ รับชมผ่านทาง Live streaming ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Bangkok Design Week อาทิ The Talk : Create a Better City Together โดย CEA X BRANDTHINK งานเสวนาสร้างเมืองเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้ดีกว่าในวันพรุ่งนี้ไปด้วยกัน ในหัวข้อ “เราจะสร้างและเปลี่ยนแปลง ‘เมือง’ ให้ดีขึ้นได้อย่างไร?” ผ่านเรื่องเล่าจากมุมมองของนักคิด เจ้าของธุรกิจในชุมชน ภูมิสถาปนิก และผู้วางนโยบาย อาทิ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม นักการเมืองผู้สนใจเรื่อง ‘เมือง’ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ผู้อาศัยในย่านบางรัก-เจริญกรุงมาตั้งแต่เล็ก เป็นต้น เพื่อร่วมกันมองหาและสร้างภูมิทัศน์ใหม่ในอนาคตให้กับกรุงเทพฯ โดยตั้งต้นที่ย่านเจริญกรุง กิจกรรมจัดวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-16.00 น. Brand’s Future Forum 2021 : Adaptive Business โดย CEA X BARAMIZI งานเสวนาติดตั้งเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ยุคใหม่ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมต่อการปรับตัวธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ภายใต้หัวข้อ Adaptive Business การปรับตัวของธุรกิจที่นอกจากอยู่รอดแล้วจะเติบโตต่ออย่างไรให้ทันกระแสของโลก กิจกรรมจัดวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-18.00 น. Design Research Day โดย CREATIVE ECONOMY AGENCY (CEA) เวทีบรรยายนำเสนอ 11 โปรเจ็กต์งานวิจัยด้านการออกแบบ ภายในเวลาคนละ 20 นาที โดยนักสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์จากกระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ กิจกรรมจัดวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-17.30 น. และ ลองทาย ลองTRY x SC ASSET, Powered by PechaKucha เวทีนำเสนอแนวคิด ไอเดีย และผลงานนักสร้างสรรค์ในแวดวงต่าง ๆ มาลองทายถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ผ่าน 20 ภาพ X 20 วินาที X 20 คน กิจกรรมจัดวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-17.00 น.
พร้อมพบกับฟรี เวิร์กช็อป "Resilience CV Workshop" โดย The Infinity เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้คุณได้เดินทางกลับไปสำรวจความล้มเหลวของตัวเองผ่านกิจกรรม ‘Lab กริ๊ง’ กับคู่เดทที่คุณไม่เคยพบ! เปิดพื้นที่ให้บอกเล่าประสบการณ์การทำงาน ที่เชื่อว่าชีวิตของเรามีทางเลือกให้ก้าวเดินต่อไปเสมอ กิจกรรมจัดวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา: 13.00 - 16.00 น. ผ่านทาง Zoom ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3ex6uma
นอกจากนี้ ยังเอาใจคนรักของดีไซน์ ด้วยตลาดนัดสร้างสรรค์ Creative Market x Pinkoi ในรูปแบบของออนไลน์ ที่รวบรวมงานคราฟท์ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ไว้ใน Pinkoi แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าดีไซน์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษส่งฟรีในประเทศไทย โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ตั้งแต่วันที่ 6-21 พฤษภาคม 2564 และส่งฟรีไปไต้หวัน โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1-7 มิถุนายน 2564
ส่วนเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะมีการเปิดพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานบางส่วนให้ประชาชนสามารถเข้าชมได้ ใน 4 พื้นที่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ เจริญกรุง-ทรงวาด สามย่าน อารีย์-ประดิพัทธ์ และทองหล่อ-เอกมัย โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ร่วมค้นหาโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เมือง ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2564 นี้ ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรม โปรแกรม และตารางเวลา งานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ได้ที่
- Website: bangkokdesignweek.com
- Facebook: BangkokDesignWeek
- Instagram: @bangkokdesignweek
- Line@: BangkokDesignWeek
- Twitter: BKKDesignweek
#BKKDW2021 #BangkokDesignWeek
เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ขอแนะนำเมนูใหม่ของร้าน MonWork ต้นตำรับมันหวานกรอบสูตรดังจากไต้หวัน กับเมนู “พุดดิ้งมันม่วงนมสดมะพร้าวอ่อน” ที่คัดสรรวัตถุดิบมันหวานสายพันธ์ญี่ปุ่นที่มีรสหวานเฉพาะตัว มาเป็นส่วนผสมของเนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่มชุ่มฉ่ำด้วยนมสดและกรุบกริบกับเนื้อมะพร้าวอ่อนสดใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มเนื้อมันม่วงสุดหนึบหนับเป็นชิ้นๆลงไป ให้รสชาติหวานมันอร่อยลงตัว
นอกจากนี้ยังมี เมนู Take Home สุดอินเทรนด์ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลัง work from home กับเซต “มันเวิร์ค cook at home!” มันหวาน เนื้อหนึบหนับ พร้อมผงปรุงรสสำหรับคลุกเคล้า เพียงแค่นำไปใส่หม้อทอดไร้ควัน 7 นาที (อุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส)จากนั้นนำมาพัก 1-2 นาที แล้วโรยผงปรุงรส ก็อร่อยได้แล้ว
โปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อมันหวานกรอบหรือเฟรนช์ด์ฟรายส์ size L หรือ size J รสชาติใดก็ได้ 1 ชิ้น สามารถเพิ่มเงิน 10 บาท เพื่อแลกซื้อพุดดิ้งมันม่วงนมสดมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย จากราคาปกติ 35 บาทไปได้เลย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2564 และพบกับเมนูมันๆอีกหลายเมนูให้เลือกสรร ที่ บริเวณชั้น 6 ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Monwork_Official
วาโก้ร่วมปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ร้านค้าอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปจากผลกระทบครั้งนี้ ในฐานะผู้ผลิตชุดชั้นในอันดับ 1 ในใจผู้หญิงไทย จึงสนับสนุนให้สาวๆ ตั้งการ์ดรัดเข็มขัดใช้จ่ายอย่างประหยัดและคุ้มค่ากับสินค้าที่ได้มาตรฐาน โดยจัดแคมเปญพิเศษ “สินค้าราคาโควิด” เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงอยู่บ้านก็สวยได้สบายด้วย “วาโก้” บราราคาเดียวเพียง 500 บาท กางเกงชั้นใน 100 บาท ในรุ่นที่ร่วมรายการ จัดมาให้เลือกหนักๆ หลากรุ่นหลายสไตล์ รีบช้อปรีบกลับบ้านกับราคาดับเบิ้ลคุ้ม เริ่มวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 – 30 มิถุนายน 2564 ณ ร้านค้าและเคาน์เตอร์วาโก้ทั่วประเทศ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ อาทิ เคาน์เตอร์วาโก้ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ สยามพารากอน เอ็มโพเรียมและสยามทาคาชิมายะ พร้อมช่องทางออนไลน์ https://shopfb.wacoal.co.th, Shopee, Lazada, JD central และ Central online ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 02-296- 9979 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
จะเลือกติดตามหรือกด Follow ใครสักคนทั้งที หลายคนคงมีเหตุผลต่างๆ กันไป ไม่ว่าจะสนใจไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบในรูปลักษณ์ หรือเป็นศิลปินคนดังที่อยากจะติดตามชีวิต แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าทุกวันนี้เราเองก็กลายเป็นบุคคลที่ถูกติดตามได้เหมือนกัน จะใครที่ไหนล่ะก็ ‘แสงแดด’ นั่นแหละที่ตามติดชีวิตเราไปทุกที่ ทุกหนแห่ง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรก็ตาม ถ้านับว่าหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง Follower อย่างแสงแดดก็ตามส่องเราแทบด้วยระยะเวลาเฉลี่ยนานกว่าการรอคนที่ชอบตอบแชทในแต่ละวันเสียอีก เรียกได้ว่า ‘แสงแดด’ นั้นอยู่กับคุณตลอด รับบท Follower ดีเด่นแบบไม่แพ้ใคร
หรือที่จริงแล้วเนื้อคู่ของคุณจะมาในรูปแบบของแสง เพราะนอกจากแสงแดดที่ตามเราไปทุกที่แล้วนั้นยังมีแสงอื่นๆ แอบแฝงตัวอีกด้วย เช่น แสงสีฟ้า (HEV Light) ที่อยู่กับคุณทุกครั้งที่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ อาจจะเป็นในช่วงเวลาที่คุณกำลังติดซีรีส์อย่างงอมแงม หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัปเดตโซเชียลต่างๆ ต่อให้ในขณะนั้นไม่มีข้อความเตือนหรือแชทเด้งตอบมา แต่แสงสีฟ้า (HEV Light) ก็ยังโผล่มาหาคุณอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์อื่นๆ ที่เราถูกแสงตามไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ตอนดินเนอร์ใต้แสงไฟโคมระย้าในร้านอาหาร หรือจะเป็นตอนที่เราอยากจะถ่ายรูปเซลฟีเพื่อส่งไปอ้อนคนที่ชอบ ระหว่างรอเขาตอบแชท เปิดไฟในห้องรอคอยเวลาแบบเหงาๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้ต้องการให้เศร้าหรอก แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ทุกสถานการณ์ ทุกเวลา ทุกสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันนั้นมันมีแสงที่คอยแอบแฝง ซึ่งรวมๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.2 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน ใครนึกว่าหลบมาอยู่ในห้องหรืออาคารแล้วจะรอด บอกได้เลยว่าไม่ง่ายขนาดนั้น
ตามติดกันขนาดนี้ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องหาทางรับมือ ?
หากเรามี Follower เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ จากเดิมที่ดูเหมือนจะเป็นผลดี แต่กลับเริ่มมีผลเสียที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดก็เช่นกัน แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็มีโทษหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เมื่อผิวของเราที่โดนติดตามอยู่ตลอด ผิวของเราคงเกิดความอึดอัดแสดงความหมองคล้ำออกมาให้เห็น ซึ่งมากไปกว่านั้นบางครั้งหากโดนแดดที่เบอร์แรง อาจจะเกิดผิวแห้งกร้าน ฝ้าตกกระ ฝากริ้วรอยเอาไว้เป็นที่ระลึก และสำหรับบุคคลที่มีปัญหาผิวในเรื่องของสิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วนั้น เมื่อผิวของเราต้องเผชิญกับ Follower อย่างแสงแดด ที่ทั้งแรงและแผดเผา มันยิ่งทำให้สิวของเรานั้น ฝากรอยแดง รอยดำ ไว้ให้จดจำไปอีกนาน แล้วเราต้องทำอย่างไรล่ะถึงจะปกป้องผิวของเราได้
● มีทางใดที่อาจทำให้ Follower อย่างแสงแดดไม่สนใจ ได้โปรด
เริ่มต้นง่ายๆ กับการใส่หมวกป้องกันแสงแดดที่จะตกกระทบลงใบหน้าของเรา แต่ต้องใส่หมวกที่ใหญ่เบอร์ไหนถึงจะป้องกันได้จริง ต่อให้เป็นหมวกสานปีกกว้างที่มีขายในตลาดสำเพ็งที่ต้องใหญ่สะดุดตาให้สุด เพื่อใช้เป็นโล่ป้องกัน ร่มคันใหญ่ที่เราใช้กางระหว่างเดินลุยไปกลางแจ้ง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยป้องกันเราจากแสงแดดได้จริง หรือแม้กระทั่งการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่จำเป็นต้องทำในปัจจุบัน หลายคนคิดว่าการสวมใส่สิ่งนี้นอกจากป้องกันอย่างอื่นได้แล้ว อาจจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ด้วย เราคงต้องดับฝันคุณด้วยการบอกว่า สวมใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ช่วยป้องกันแสงแดด
และสำหรับอีกหนึ่งวิธีรับมือที่หลายคนคงรู้อยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้แสงแดดทำร้ายผิว เราก็ต้องทาครีมกันแดดป้องกันผิวเรา วิธีง่ายๆ แต่ยังคงมีอีกหลายคนที่ไม่ทาครีมกันแดด บ้างก็บอกว่าทาไปแล้วรู้สึกถึงความเหนียว เหนอะหนะ ทาแล้วรู้สึกหน้าหมองคล้ำกว่าปกติ หรือทากันแดดแล้วสิวขึ้นอีก สาเหตุอาจจะเกิดจากประเภทของกันแดดที่เราเลือกใช้ไม่เหมาะสำหรับผิวเรา ดังนั้น เพื่อไม่ให้ Follower อย่างแสงแดดได้ใจ เรามารู้จักประเภทของครีมกันแดดกัน
ซึ่งประเภทของครีมกันแดดในท้องตลาดมี 2 ประเภทหลัก
1. ครีมกันแดดแบบ Physical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไป กันแดดจะเคลือบเป็นเกราะบนผิวของเรา เพื่อสะท้อนแสงแดดให้ออกไป ข้อดีคือทาแล้วสามารถกันแดดได้ในทันที กันแดดได้อย่างยาวนาน มีโอกาสอุดตันน้อยกว่าจึงเหมาะกับคนเป็นสิว แต่ข้อเสียก็มีพอเป็นเกราะแบบนี้ก็เนื้อหนา เกลี่ยยาก หรือบางทีเป็นคราบขาว
2. ครีมกันแดดแบบ Chemical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไปจะทำหน้าที่ดูดซับแสงแดด แล้วคายออกในรูปแบบของความร้อน ไม่ใช่การสะท้อนแสงกลับออกไป ข้อดีคือเนื้อครีมบาง เกลี่ยง่าย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถกันแดดได้ในทันที ต้องรอให้กันแดดพร้อมที่จะป้องกันเราก่อน และยิ่งแดดแรง ยิ่งต้องทาเยอะ พอทาเยอะไปก็อาจจะทำให้อุดตันรูขุมขนได้ จึงไม่เหมาะกับคนผิวมัน
พอได้รู้จักประเภทของครีมกันแดดจริงๆ แล้วนั้นก็รู้ได้เลยว่า Follower ดีเด่นของเรารับมือได้ยากจริงๆ ซึ่งถ้าจะให้เลือกว่าประเภทใดดีที่สุดคงบอกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกอย่างไรให้เข้ากับผิวเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย เพื่อที่จะทำให้เราได้เฉิดฉายกล้าเผชิญกับ Follower ได้อย่างมั่นใจ และครีมกันแดดตัวไหนที่คุณจะเลือกใช้รับมือกับ Follower อย่างแสงแดด
● ตัวช่วยที่จะทำให้เราเฉิดฉายสู้กับ Follower อย่างแสงแดด และพร้อม Block สิวไม่ให้เกิดได้
สำหรับครีมกันแดดที่น่าสนใจ และอาจจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการให้กับใครหลายๆ คนที่อยากจะมีผิวสวยได้อย่างมั่นใจ ไม่ยุ่งยาก สำหรับสังคมที่เร่งรีบในปัจจุบัน คือ กันแดด Dermaction plus by Watsons Advance Sun สูตร Zinc Acne-prone สินค้าใหม่ที่กันแดดให้คุณได้จริง มาทางไหนกลับไปทางนั้นไปเลย ด้วยค่า SPF50+ PA++++ เพื่อป้องกันผิวเราอย่างดีที่สุด
ป้องกันได้ทุกแสงทั้ง UVA UVB, Blue Light และ UVIR (Infrared) ถ้า Follower ดีเด่นของเราจะแฝงตัวมาในรูปแบบแสงใดก็ตาม บอกเลยตัวนี้เอาอยู่ทุกสถานการณ์ พร้อมทั้งช่วยให้เราสามารถ Block สิวที่ต้องการจะเฉิดฉายบนใบหน้าของเราได้ด้วย Salicylic Acid และ Zinc PCA ที่ช่วยควบคุมความมัน ป้องกันการเกิดสิว และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย P.Acne ที่ทำให้สิวเกิดอักเสบได้อีกด้วย
ยังไม่หมดนะ ถ้ากังวลเรื่องความเหนอะหนะอยู่ ครีมกันแดดตัวนี้เป็นเนื้อ Aqua Gel สูตร Hybrid Activated บางเบามาก ไม่มีน้ำหอม พาราเบน น้ำมัน สี ลาโนลิน และ DEA, MIT/CMIT และเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย เอาเป็นว่าไว้ใจครีมกันแดดตัวนี้ได้เลย ต่อไปนี้จะทาครีมกันแดดก่อนจะสวมใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้านก็มั่นใจได้ว่าผิวของเราจะสวยทนสู้แดดสู้สิวได้ในทุกๆ วัน เพราะวัตสันเขาคิดมาแล้วว่าเราต้องเจอปัญหาอะไรเมื่อต้องทากันแดดพร้อมทั้งใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่วัตสัน และวัตสันออนไลน์ https://watsonsonline.store/ydj
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่ทุกคนควรจะรู้ไว้อีกอย่างคือ ครีมกันแดด ไม่ต้องรอใช้เฉพาะเวลาไปทะเลเท่านั้นหรอก แต่ควรจะถูกนำมาใช้ในทุกวันเพื่อป้องกันผิวเราจากแสงแดดอย่างเป็นประจำ เพราะทุกวัน ทุกเวลาเราต้องเจอกับแสงตามตลอดทุกที่ ถ้าอยากมีผิวที่สดใสพร้อมให้ Follower ตามอย่างมั่นใจก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะสุดท้าย Follower อย่างแสงแดดไม่เคยกด Unfollow เราเลยสักวัน
ใกล้เปิดตัวเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ Vivo V21 5G สมาร์ตโฟนน้องใหม่ในตระกูล V Series จาก Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ที่ก่อนหน้านี้ได้เผยให้เห็นภาพดีไซน์ของตัวเครื่องกันไปแล้ว วันนี้มีข้อมูลพร้อมภาพหลุดเพิ่มเติมเผยรายละเอียดสเปกเด่นๆ ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับ Vivo V21 5G เวอร์ชันจำหน่ายในประเทศไทย เรียกน้ำย่อยให้ได้ตื่นเต้นกันก่อนวันเปิดตัวจริง สเปกที่หลุดมาเพิ่มเติมถือว่าจัดเต็มทั้งกล้องเซลฟี การเชื่อมต่อ 5G และดีไซน์ทันสมัยแบบมินิมอล
● สเปกกล้องจัดเต็มมอบประสบการณ์เซลฟีระดับมืออาชีพ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
คาดว่า Vivo V21 5G คือสมาร์ตโฟนที่จะมาต่อยอดตำนานความเป็นที่สุดของตระกูล V Series ที่เป็น “หนึ่งในสุดยอดสมาร์ตโฟนสำหรับสายเซลฟี” โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายรายได้พัฒนาโซลูชันในการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ แต่ความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วยโทรศัพท์มือถือให้สวยงามยังไม่เป็นที่พอใจนัก เพราะไม่ว่าโทรศัพท์มือถือจะมีความละเอียดกี่ล้านพิกเซล ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการเก็บรายละเอียดของภาพ เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดสลัวหรือแสงน้อยและที่ยากยิ่งกว่านั้นคือการถ่ายภาพเซลฟีให้คมชัดในสภาพแสงน้อยโดยใช้กล้องหน้าธรรมดา ครั้งนี้ Vivo V21 5G เตรียมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่ความละเอียดกล้องหน้า 44 ล้านพิกเซล แต่เป็นโซลูชันการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอที่ครอบคลุมทุกสภาพแสงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อมติดตั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS (Optical Image Stabilizing) ในกล้องหน้าเป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้ช่วยด้านการถ่ายเซลฟีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบประสบการณ์เซลฟีในระดับมืออาชีพให้กับเหล่าโซเชียลเจเนอเรชันถ่ายทอดไอเดียสุดบรรเจิดและใช้จินตนาการในการสร้างคอนเทนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นต้องรอติดตามความก้าวหน้าของแบรนด์ในด้านเทคโนโลยีกล้องสำหรับสมาร์ตโฟนบน Vivo V21 5G ว่าจะจัดเต็มแค่ไหน
● ระบบ Dual Mode 5G เพื่อความเร็วของการเชื่อมต่อที่มากกว่า
นอกจากเรื่องสเปกกล้องที่จัดเต็มแล้ว Vivo V21 5G อาจจะเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟน 5G ที่ดีที่สุดที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของในปีนี้ เพราะจะมาพร้อมระบบ Dual-Mode 5G ที่รองรับเครือข่ายสัญญาณ 5G ทุกคลื่นความถี่ในประเทศไทย ทั้งเครือข่าย SA และ NSA ทำให้สมาร์ตโฟนทำงานได้อย่างเหมาะสม เพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 5G ที่รวดเร็ว ลื่นไหล ไม่มีสะดุด เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่สุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายของผู้บริโภครุ่นใหม่ในยุค 5G อย่างแท้จริง
● ตัวเครื่องบางเบา ดีไซน์มินิมอลทันสมัย ตามสไตล์ของ Vivo
สไตล์แบบมินิมอล (Minimal) คือเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมาสไตล์มินิมอลได้กลายมาเป็นหนึ่งในสิบเทรนด์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เพราะ ‘มินิมอล’ นั้นไม่เพียงนำเสนอเรื่องของศิลปะ แต่ยังเป็นตัวเลือกในด้านไลฟ์สไตล์อีกด้วย ดังนั้นดีไซน์ของ Vivo V21 5G จะเห็นถึงการออกแบบที่นำเสนอความเรียบง่ายในแบบมินิมอลเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ขอบเรียบด้านข้างเป็นแนวตรงที่เน้นความเรียบง่าย ให้ดูทันสมัย ตัวเครื่องเป็นทรงเหลี่ยมแบบมีระดับ มาพร้อมหน้าจอดีไซน์โค้งกว้าง ภายนอกของตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 เลนส์ และ LED แฟลช จัดเรียงตัวในกรอบสี่เหลี่ยมให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมปรับแต่งขอบมุมของสมาร์ตโฟนให้เชื่อมต่อกันอย่างเรียบเนียนทั้งจอด้านหน้าและฝาหลังตัวเครื่องด้วยดีไซน์แบบ ‘Fillet Curve’ โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยสีสันของตัวเครื่องเผยให้เห็นดีไซน์แบบ Gradient ไล่ระดับเฉดสีแบบ 3 มิติ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสมาร์ตโฟน Vivo ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว สำหรับใครที่กำลังเล็งสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ไว้ และรอคอยข้อมูลสเปกพร้อมราคาอย่างละเอียด ต้องมารอติดตามในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปพร้อมๆ กัน ซึ่งคาดว่า Vivo V21 5G เตรียมเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ดั้งนั้นการทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงได้ เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จึงขอแนะนำหนึ่งในธัญพืชที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย อย่าง “ถั่วลูกไก่ (Chickpea)”
“ถั่วลูกไก่ (Chickpea)” เป็นธัญพืชตระกูลเดียวกันกับ ถั่วลิสง มีขนาดเล็ก รูปร่างกลม สีครีม รสชาติหอม มัน คล้ายเนย ซึ่งเครือเฮอริเทจได้คัดสรรมาอย่างดี ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อมอบสิ่งที่มีประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค ในถั่วลูกไก่จะประกอบไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย อาทิ ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี ไฟเบอร์ สังกะสี และใยอาหาร ทั้งยังมีสารอาหารที่ทดแทนการบริโภคเนื้อสัตว์ เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือผู้ที่ไม่สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ และนอกจากจะรับประทานเล่นกันแล้วนั้น ยังนิยมนำ ถัวลูกไก่ ไปประกอบอาหารทั้งคาว และหวาน ไม่ว่าจะเป็น อาหารไทยอย่าง แกงเขียวหวาน แกงป่า แกงกะหรี่ หรือจะเป็นอาหารของชาวตะวันออกกลาง อย่างฮัมมุส เป็นต้น โดยก่อนที่จะนำไปปรุงอาหารให้นำถั่วแช่ในน้ำ 4-8 ชั่วโมง เพื่อให้ถั่วนิ่มและสุกง่ายขี้น อีกทั้งการแช่ถั่วจะช่วยลดเวลาในการต้มให้สุก และช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการให้คงอยู่อีกด้วย
สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของเครือเฮอริเทจได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป หรือผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้ที่ Shopee, Lazada, JD Central และ Line ID: @Heritagethailand สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-813-0954-5 หรือติดตามกิจกรรมและข่าวสารของเครือเฮอริเทจได้ที่ www.heritagethailand.com, www.facebook.com/Heritagegroupth และ IG: heritage_thailand
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มุ่งเน้นการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เดินหน้าสู่การเป็นสถาบันการเงินไทยที่หนึ่งในใจลูกค้า เปิดตัว “กรุงศรีประกันสุขภาพตามใจ” ที่พัฒนามาจากความต้องการของลูกค้าหลากสายอาชีพ มอบความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ในแบบเหมาจ่ายที่ลูกค้าเลือกปรับแผนได้ตามความต้องการ ทั้งแบ่งจ่ายได้ตามใจ ประหยัดเบี้ยตามใจ เสริมได้ตามใจ และปรับวงเงินความคุ้มครองได้ตามใจ หวังตอบโจทย์วัยทำงานทั้ง มนุษย์เงินเดือน เอสเอ็มอี และฟรีแลนซ์
นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีโรคร้ายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ทำให้การเจ็บป่วยเป็นภาระทางการเงินของบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าก็ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นมาก และถึงแม้หลายคนจะมีสวัสดิการบัตรทองของรัฐ สวัสดิการจากการเป็นข้าราชการ ประกันสังคม หรือแม้แต่ประกันกลุ่มจากบริษัทเอกชน แต่สวัสดิการเหล่านี้ ก็มักจะไม่ครอบคลุมเพียงพอ ดังนั้น การมีประกันคุ้มครองสุขภาพจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน มีราคาค่อนข้างสูง เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับวัยทำงานที่มีภาระค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว กรุงศรีเข้าใจถึงปัญหาเหล่านี้ จึงได้ออกแบบประกันที่มีความยืดหยุ่นทั้งเรื่องการจ่ายเบี้ย และความคุ้มครองที่ปรับเลือกเองได้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและยังได้รับความคุ้มครองสุขภาพที่ดี จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ล่าสุด “กรุงศรีประกันสุขภาพตามใจ”
“กรุงศรีประกันสุขภาพตามใจ” แบบประกันสุขภาพมอบความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย แต่ปรับแผนได้ยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าตามไลฟ์สไตล์และสายอาชีพ มีทั้งหมด 3 แผน ได้แก่ แผนเบาใจ แผนอุ่นใจ แผนสบายใจ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของวัยทำงานแต่ละกลุ่ม กลุ่มอาชีพอิสระ ให้ทางเลือกประหยัดเบี้ยตามใจ โดยสามารถแบ่งจ่ายได้ตามใจทั้งแบบรายเดือน รายสามเดือน และรายหกเดือน หรือเลือกเสริมชดเชยรายได้รายวันได้ พนักงานบริษัท สามารถเลือกประหยัดเบี้ยได้ตามใจจากแผนประกันสุขภาพที่มีอยู่เดิม กลุ่มเจ้าของกิจการรายย่อย สามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น เสริมค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก เสริมชดเชยรายได้รายวัน หรือเสริมความคุ้มครองโรคร้ายแรง
สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ “กรุงศรีประกันสุขภาพตามใจ” มีจำนวนเงินเอาประกันคุ้มครองสุขภาพที่ปรับความคุ้มครองได้ตามใจที่ 5 แสนบาท 3 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท ตามลำดับ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ถึง 70 ปี (ต่อสัญญาได้ถึงอายุ 79 ปี คุ้มครองถึงอายุ 80 ปี) ให้ทางเลือกจ่ายเบี้ยแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพื่อประหยัดเบี้ยประกันรายปี พร้อมสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ให้ความคุ้มครองทั้งโรคทั่วไป โรคระบาด และอุบัติเหตุ แล้วยังสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามต้องการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความคุ้มครองด้านโรคร้ายแรง ค่าชดเชยรายวัน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในกรณีผู้ป่วยในและกรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Case) นอกจากนี้ ยังสามารถรับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญาหลัก และยังได้รับความคุ้มครองสุขภาพระหว่างสัญญาอีกด้วย
“ด้วยการมุ่งเน้นกลยุทธ์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง กรุงศรี มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงอายุ และไลฟ์สไตล์ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “กรุงศรีประกันสุขภาพตามใจ” จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพได้ง่ายขึ้นด้วยแผนและความคุ้มครองที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน” นายพงษ์อนันต์ กล่าวทิ้งท้าย
ลูกค้าผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.krungsri.com/th/personal/bancassurance/health/tamjai.
คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศสเปิดตัว Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH ให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดคาร์เทียร์มากกว่าเคย ไม่ว่าจะเป็นติดตามข่าวสารต่างๆ จากคาร์เทียร์ สอบถามข้อมูลคอลเลคชั่นโปรด หรือภาพแฟชั่นเซ็ตสร้างแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ คาร์เทียร์ยังได้มอบความน่ารักสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเพื่อนไลน์ของคาร์เทียร์เท่านั้นด้วยสติกเกอร์ไลน์แสนพิเศษ ถ่ายทอดข้อความโดยคาร์เทียร์บอย หนึ่งในสัญลักษณ์ของแบรนด์ที่พร้อมต้อนรับและบริการลูกค้าทุกท่านด้วยความนอบน้อม ดีไซน์ขึ้นพิเศษเพื่อผู้ใช้ในประเทศไทยโดยเฉพาะ มอบสีสันให้กับบทสนทนาในช่วง Work From Home และ Social Distancing ให้รู้สึกประทับใจแม้ในเวลาที่ต้องไกลกัน เปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนเป็นต้นไป จนถึง 25 กรกฎาคม 2564
Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH ให้แฟนๆของคาร์เทียร์สามารถติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว คาร์เทียร์มอบของขวัญพิเศษให้กับแฟนชาวไทยด้วยสติกเกอร์ไลน์ชุด “Welcome to Cartier” คาร์เทียร์บอยผู้เสมือนเป็นตัวแทนของคาร์เทียร์ พร้อมต้อนรับและบริการลูกค้าทุกท่านด้วยความนอบน้อม สติกเกอร์ไลน์ทั้ง 8 ลาย ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Welcome to Cartier’ พร้อมด้วยข้อความทักทายในชีวิตประจำวันที่สามารถใช้ได้หลายโอกาส อาทิ ‘SAWASDEE’, ‘MISS YOU’, ‘555’ และ ‘THANK YOU’ นอกจากคาร์เทียร์บอยแล้ว สติกเกอร์ไลน์ชุดนี้ยังมีเสือแพนเตอร์และกล่องแดงอันเป็นไอคอนของแบรนด์ เพื่อสร้างสีสันและชีวิตชีวาให้กับบทสนทนาในทุกโอกาส โดยเฉพาะในช่วง Work From Home และ Social Distancing ที่ทุกคนต้องห่างไกลกัน
ความพิเศษยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะคาร์เทียร์ได้ขยายเวลาร้านไอคอนิคป๊อปอัพ สถานที่ที่คัดสรร 7 คอลเลคชั่นโดดเด่นที่สุดของแบรนด์มารวมกันไว้ในที่เดียว ณ Hall of Fame ศูนย์การค้าสยามพารากอน ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม พิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนและแอดไลน์ @CartierTH ที่ร้านไอคอนิคป๊อปอัพ รับเจลแอลกอฮอล์จากคาร์เทียร์ (จำกัด 40 ชุดต่อวันหรือจนกว่าสินค้าจะหมด)
ให้คาร์เทียร์บอยเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความสดใสและชีวิตชีวาในช่วง Work From Home และ Social Distancing เตรียมดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์คาร์เทียร์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2564 – 25 กรกฎาคม 2564 นี้เท่านั้น เพียงคุณเป็นเพื่อนกับ Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH หรือคลิกที่ลิงค์ https://line.me/S/sticker/23405 (เฉพาะผู้ใช้ LINE ในประเทศไทย สามารถใช้สติกเกอร์ได้ 180 วันหลังดาวน์โหลด)
#CartierThailand #CartierStickers
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม