กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ ที่จะมอบความอร่อยสดชื่นใกล้เคียงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก รสชาติออริจินัล มากขึ้นกว่าเดิม แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี ภายใต้แคมเปญการตลาดระดับโลกในชื่อ “โค้กสูตรใหม่ อร่อยซ่า…ใช่กว่าเดิม?” ซึ่งผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยใหม่ของโค้กไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่นี้ได้ผ่านกิจกรรมทางการตลาด 360 องศา
นางสาวริชา ซิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า “กระแสนิยมการบริโภคเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลของผู้บริโภคชาวไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 21.2 %[1] แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อย แต่ไม่มีน้ำตาลและปราศจากแคลอรี โคคา-โคล่า จึงคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ส่ง โค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ที่มาพร้อมกับแพ็กเกจดีไซน์ใหม่อันโดดเด่น ให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย”
“ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล ด้วยอัตราการเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง[2] โคคา-โคล่า ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาลและแคลอรี ซึ่งผู้บริโภคสามารถดื่มด่ำความอร่อยซ่าสดชื่นด้วยรสชาติที่ใกล้เคียงกับโค้ก รสชาติออริจินัล มากยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างความคึกคักในตลาดด้วยกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบในแคมเปญ “โค้กสูตรใหม่ อร่อยซ่า…ใช่กว่าเดิม?”
สำหรับแคมเปญการตลาดนี้มาพร้อมกิจกรรมที่จะเชิญชวนให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ พร้อมเปิดด้วยคำถามง่ายๆ ว่า โค้กสูตรใหม่นี้เป็นโค้กที่ใช่กว่าเดิมสำหรับคุณหรือไม่ โดยแคมเปญ “โค้กสูตรใหม่ อร่อยซ่า…ใช่กว่าเดิม?” มาพร้อมกิจกรรมการตลาดแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ การสื่อสารผ่านสื่อนอกบ้าน ณ แลนด์มาร์คใจกลางกรุงเทพฯ การสื่อสาร ณ จุดขายและในร้านค้า ตลอดจนการพูดคุยตอบโต้กันอย่างสร้างสรรค์บนสื่อโซเชียลมีเดียผ่านช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีการแจกสินค้าตัวอย่าง 5.7 ล้านชิ้นทั่วประเทศตลอดทั้งปี เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองความอร่อยซ่ารูปแบบใหม่
นอกจากนี้ โค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ยังมาพร้อมแพ็กเกจดีไซน์ใหม่ที่ปรับใช้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการปรับตามกลยุทธ “One Brand” ของบริษัท สำหรับรูปโฉมใหม่นี้จะมีรูปแบบที่เรียบง่ายและทันสมัย โดดเด่นสะดุดตาด้วยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการเลื่อนโลโก้ โคคา-โคล่า ขึ้นไปอยู่ด้านบนของฉลาก และข้อมูลโภชนาการของเครื่องดื่มที่ปรับมาวางด้านหน้าให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยโค้ก ไม่มีน้ำตาล จะเริ่มใช้ดีไซน์ใหม่นี้ก่อนที่โค้กรสชาติอื่นๆ ทั้ง โค้ก รสชาติออริจินัล และโค้ก ไลท์ จะทยอยเปลี่ยนแพ็จเกจภายในปี 2564 นี้ โค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มีหลากหลายขนาดให้เลือก วางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามช่องทางการจำหน่ายต่างๆ ทั่วประเทศ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และตารางกิจกรรมสุดเร้าใจของแคมเปญ “โค้กสูตรใหม่ อร่อยซ่า…ใช่กว่าเดิม?” สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/cocacolaTH
รีจอยส์ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำ เปิดตัวสูตรอัพเกรดใหม่ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของเส้นผม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้พวกเขากล้าที่จะออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นแบบไม่มีดราม่า
โดย รีจอยส์ สูตรอัพเกรดใหม่ล่าสุด จะช่วยบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึกผ่านฟองที่ละเอียดนุ่มละมุน เพิ่มความสุนทรีย์ทุกครั้งที่สระ ทำให้ผมนุ่มสลวยยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมกลิ่นหอมติดเส้นผมยาวนานยิ่งขึ้น ให้ทุกคนสามารถออกไป สะบัด #ผมสวยสยบจบดราม่า รับมือทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ ซึ่ง รีจอยส์ สูตรอัพเกรดใหม่ทั้ง 6 สูตร ได้ปรับเพิ่มส่วนผสมใหม่ที่ดีที่สุด พร้อมเปลี่ยนรูปโฉมแพคเกจจิ้งใหม่ให้ดูสนุกสดใสยิ่งขึ้น ได้แก่ รีจอยส์ ริช สมูท ผมนุ่มลื่น 48 ชั่วโมง, รีจอยส์ สูตรขจัดรังแค 3 อิน 1, รีจอยส์ สูตรบำรุงทุกวันเพื่อผมชุ่มชื้น, รีจอยส์ สูตรลดผมขาดหลุดร่วง, รีจอยส์ สูตรบำรุงเพื่อผมนุ่มลื่น ดั่งใจ, รีจอยส์ สูตรฟื้นบำรุงผมชี้ฟู
คุณศุภนิดา อดิศรมงคลกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ รีจอยส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การปรับสูตรใหม่ครั้งนี้ของ รีจอยส์ ถือเป็นการอัพเกรดสูตรใหม่ที่ดีที่สุดที่จะมอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ตรงใจให้กับสาว ๆ รุ่นใหม่ที่อยากจะมีผมนุ่มสลวยดูดีตลอดทุกสถานการณ์ในแต่ละวัน โดยสูตรใหม่นี้จะช่วยให้ผู้หญิงมีผมสลวยยาวนานถึง 48 ชั่วโมง ทำให้พวกเขาสามารถออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจไร้กังวล โดยเราได้ชวนตัวแทนสาวยุคใหม่ ก้อย – อรัชพร โภคินภากร มาร่วมทีมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์สาวรุ่นพี่ แต้ว – ณฐพร เตมีรักษ์ สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับการเปิดตัว รีจอยส์ สูตรใหม่ สนุก และน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น”
ทางด้านแบรนด์แอมบาสเดอร์สาว แต้ว – ณฐพร เตมีรักษ์ เผยว่า “ครั้งแรกที่ได้ลองรีจอยส์สูตรใหม่นี้ บอกเลยว่าตื่นเต้นกับผลลัพธ์มาก ๆ เพราะแต้วใช้รีจอยส์มานาน เลยสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพของสูตรนี้ เรียกว่าเป็นสูตรที่ดีที่สุดที่เคยมีมาของรีจอยส์เลย ผ่านไป 2 วันแล้ว ผมยังนุ่มสลวยตลอด แถมผมยังหอมยาวนานอีกด้วย ทำให้แต้วมั่นใจที่จะออกไปทำงาน และเจอเพื่อนได้อย่างมั่นใจสุด ๆ จะมีเรื่องเซอร์ไพรส์แค่ไหน แต้วก็ไม่กังวล พร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ค่ะ”
สำหรับสาวสวยคนเก่ง ก้อย – อรัชพร โภคินภากร กล่าวว่า “ก้อยรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่วันนี้ได้มาเป็นครอบครัวเดียวกับ รีจอยส์ และร่วมเปิดตัวรีจอยส์สูตรใหม่ล่าสุด ก้อยเป็นคนแอคทีฟ ชอบทำงาน ทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน บางวันทำงานเสร็จ ต้องไปเจอเพื่อนต่อ ไม่มีเวลาได้เตรียมตัวสวยเลยค่ะ แต่ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะก้อยใช้รีจอยส์ ขนาดสระผมมา 2 วัน ผมยังนุ่มสลวย เป๊ะ ปัง หอมแบบสุดๆ พร้อมทุกสถานการณ์ มั่นใจ ไร้ดราม่า ใครอยากรู้ว่าปังขนาดไหน ต้องไปรอดูคอนเทนต์สนุกๆ ของก้อยกับรีจอยส์ด้วยนะคะ”
ติดตามชมความสดใสของ ก้อย – อรัชพร โภคินภากร ที่จะมาเฉิดฉายพร้อมผมนุ่มสวย ที่สยบจบทุกดราม่าผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ตัวใหม่ล่าสุดจาก รีจอยส์ ได้ที่ YouTube Rejoice Thailand
เตรียมไปสะบัด #ผมสวยสยบจบดราม่า กับรีจอยส์ ขนาด 320 มล. ราคา 99 บาท และขนาด 450 มล.
ราคา 139 บาท และขนาดอื่นๆ อีกมากมาย ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และ ช่องทางออนไลน์
#ผมสวยสยบจบดราม่า @RejoiceThailand Facebook
ออปโป้ แบรนด์ผู้นำสมาร์ทโฟนไทย ส่งต่อกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ด้วยส่วนลด OPPO Band สมาร์ทแบนด์เพื่อสุขภาพ ในราคา 999 บาท จากปกติ 1,199 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 พฤษภาคมนี้ เท่านั้น
โดย OPPO Band เป็นสมาร์ทแบนด์สุดคุ้มรุ่นแรกจากออปโป้ที่มาภายใต้สโลแกน “Activate Your Health” โดดเด่นในเรื่องการตรวจสอบออกซิเจนในเลือดอย่างต่อเนื่องด้วยเซ็นเซอร์ SpO2 ช่วยตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแบบวินาทีต่อวินาที ได้ถึง 28,800 ครั้ง ในขณะนอนหลับเป็นเวลา 8 ชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 12 วัน ไร้กังวลเรื่องแบตเตอรี่แม้จะต้องเดินทางเป็นเวลานาน มาพร้อมหน้าจอ AMOLED แบบ Full Color ขนาด 1.1 นิ้ว ที่แสดงตัวอักษรได้สูงสุด 50 ตัว และสามารถแสดงผลได้ครอบคลุม DCI-P3 ได้ 100% อีกทั้งยังพร้อมเป็นคู่หูในการออกกำลังกายด้วยโหมดการออกกำลังกายที่ให้มาถึง 12 โหมด และความสามารถในการป้องกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร โดย OPPO Band มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และ สีลาเวนเดอร์
สามารถเป็นเจ้าของ OPPO Band สมาร์ทแบนด์เพื่อสุขภาพ ในราคาพิเศษ 999 บาท สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 พฤษภาคมนี้ ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ทั้งนี้ ออปโป้ ขอให้กำลังใจทุกท่าน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยทุกคน เพื่อให้ทุกท่านเข้มแข็งและสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปพร้อมกัน
MUJI เดินกลยุทธ์ นำคนไทยเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ล่าสุดเปิดตัวสาขาใหม่ ไอคอนสยาม ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ 1,300 ตร.ม. จัดหนักครบทุกกรุ๊ปไอเท็มสินค้ากว่า 6,193 รายการ ครบทุกบริการจาก MUJI อาทิ Labo สาขาที่ 3 รวมเสื้อผ้าที่ใช้ได้ทุกโอกาส โซนอาหารท้องถิ่นจัดเต็ม 154 รายการ ของดีหาทานยากทั่วประเทศไทยสาขาที่ 6 หนุนผู้ประกอบการไทยเติบโตไปด้วยกัน สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนิวนอร์มอล ดึงลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น บริการปรึกษาออกแบบภายใน บริการตัดขากางเกงฟรี มี MUJI Coffee Corner สาขาที่ 4 ของประเทศไทย เผยปี 64 ขยายสาขาใหม่จำนวน 4 สาขา พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมที่มีศักยภาพอีก 1 สาขา รองรับความนิยมบริโภคสินค้าคุณภาพจากญี่ปุ่นของผู้บริโภคคนไทย
นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุด MUJI ได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ในศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งและแลนด์มาร์กสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกทำเลศักยภาพ มีจุดเด่นด้านความสวยงาม สามารถดึงดูดนักช้อปปิ้งทั้งประเทศ ทำเลดังกล่าวจึงถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีในการขยายสาขา เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ MUJI ได้ง่ายยิ่งขึ้น ICONSIAM เป็นห้างที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่ง MUJI ยังไม่มีสาขาในย่านนั้น เราจึงอยากขยายสาขาใหม่เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าออกไปในย่านนั้น โดยหวังว่าลูกค้าจะเข้าถึงและมีความเข้าใจในแบรนด์ MUJI มากขึ้น
“ประเทศไทยยังเป็นตลาดที่ MUJI ให้ความสำคัญและมองเห็นศักยภาพ เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทย มั่นใจต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่น ประกอบกับประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง จึงเป็นช่องทางสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ของ MUJI ไปสู่ผู้บริโภค โดยการเปิดสาขาใหม่ในศูนย์การค้าไอคอนสยาม จะเป็นไปตามกลยุทธ์ของ MUJI ให้คนไทยเข้าถึงสินค้า MUJI ได้ง่ายขึ้น” นายอกิฮิโร่ กล่าว
ทั้งนี้ สาขาใหม่ไอคอนสยาม มีพื้นที่ให้บริการขนาดใหญ่ถึง 1,300 ตร.ม. ตั้งอยู่ ชั้น 3 ในศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยคงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและใกล้ชิดกับธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองด้วยสไตล์ “มินิมัลลิสต์” จัดสรรพื้นที่เป็นสัดเป็นส่วนให้สามารถเลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พร้อมบริการของ MUJI ได้ง่ายขึ้น
MUJI Labo (มูจิ เลโบล์) MUJI Labo เป็นสินค้าที่ผลิตออกมาเพื่อทดลองตลาดว่าเสื้อผ้ารูปแบบไหนลูกค้าชอบหรือไม่ชอบ หากแบบไหนได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ก็จะถูกนำมาผลิตให้เป็นสินค้าพื้นฐาน (basic item) ในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น โดยวางขายที่สาขานี้จำนวน 20 รายการ ทั้งนี้ MUJI Labo 3 อันดับขายดี คือ 1. กางเกงขายาว STRETCH CHINO WIDE CROP PANTS UNISEX 2. เสื้อยืด EXTRA LONG CT JERSEY CREW TEE UNISEX และ 3. เสื้อเชิ้ต POPLIN REVERSIBLE S S SHIRT UNISEX
นอกจากนี้ยังมีโซน ผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่น (Local Food) มีเชลฟ์สำหรับวางสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่น 12 เชลฟ์ด้วยกัน ซึ่งมีสินค้าวางจำหน่ายทั้งหมด 154 รายการ ทั้งนี้ MUJI มีแนวคิดส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีแนวคิดและวิสัยทัศน์เดียวกัน เป็นของหายากและเต็มไปด้วยคุณค่าที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออร์แกนิก สินค้าที่สนับสนุนชุมชนในพื้นที่ หรือสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ที่สำคัญต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนและสร้างชุมชนให้มีสายสัมพันธ์อันแข็งแรงประกอบกับการเปิดโซน Local Food นับเป็นโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้ามาจับจ่ายซื้ออาหารท้องถิ่นเพื่อรับประทานได้ง่ายขึ้นสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางข้ามจังหวัดหรือพื้นที่ได้ในยุคไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันโซน Local Food มีเปิดให้บริการแล้ว 6 สาขา รวมสาขาใหม่ไอคอนสยาม และยังมีแผนเพิ่มโซนดังกล่าวในสาขาที่เปิดให้บริการอยู่ปัจจุบันจนครบ 20 สาขา รวมทั้งสาขาใหม่ ๆ ที่จะเปิดเพิ่มในอนาคต
โซน MUJI Coffee Corner ซึ่งเป็นร้านกาแฟ MUJI สาขาที่ 4 ของประเทศไทย ให้แฟน MUJI ได้ช้อปไปจิบไป พร้อมทั้งบริการต่าง ๆ อาทิ บริการ MUJI Interior Consultation Service ซึ่งเป็นบริการที่ปรึกษาด้านออกแบบภายใน ภายใต้แนวคิด “ความสวยงาม” และ “ความเรียบง่าย” ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ หรือปัญหาด้านการจัดเก็บพื้นที่ที่จำกัด จากที่ปรึกษาด้านการตกแต่งภายในของ MUJI เพื่อการอยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และโซนบริการตัดขากางเกงฟรี!
“MUJI มีแผนนำผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยได้มากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ปรับราคาสินค้าให้เหมาะสม ไปพร้อมกับกลยุทธ์การขยายช่องทางการขาย ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์หรือการขยายสาขาไปในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ โดยในปี 2564 นี้ MUJI มีแผนขยายสาขาใหม่จำนวน 4 สาขา ล่าสุดคือสาขาไอคอนสยามที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป พร้อมทั้งมีแผนปรับปรุงสาขาเดิมอีกจำนวน 1 สาขา ซึ่งล่าสุดคือสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา” นายอกิฮิโร่ กล่าวทิ้งท้าย
แฟนๆ สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ (Stephen Curry) และแบรนด์ Under Armour ชาวไทยหลายคนคงได้รู้จักกับ ‘CURRY ONE DUB NATION’ กันบ้างแล้ว รองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นพิเศษ ที่ Under Armour ได้วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในต่างประเทศช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเหล่าสาวกทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ (Golden State Warriors) และสุดยอดนักบาสเก็ตบอลของทีม อย่างสเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ที่พาทีมคว้าแชมป์ NBA เป็นครั้งแรกในการเล่นระดับอาชีพ รวมถึงชนะรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP ของปี 2558
Under Armour ไม่ปล่อยให้แฟนชาวไทยรออีกต่อไป นำรองเท้าสุดไอคอนนิค ‘CURRY ONE DUB NATION’ กลับมาอีกครั้งในรอบ 6 ปี ด้วยการผลิตและจัดจำหน่ายในจำนวนจำกัด เอ็กซ์คูลซีฟสำหรับแฟนๆ โกลเดน สเตท วอริเออร์ และนักกีฬาบาสเก็ตบอลชาวไทย ที่พลาดเป็นเจ้าของจากการวางจำหน่ายรอบแรกในปี 2558 ให้ได้ร่วมระลึกถึงชัยชนะ และเป็นเจ้าของรายละเอียดการออกแบบที่สะท้อนความเป็นทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ ออกมาได้อย่างโดดเด่น ผ่านสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเหลืองทองอันเป็นเอกลักษณ์ของทีม
● จุดเด่นของ CURRY ONE DUB NATION ที่ตอกย้ำความเป็น โกลเดน สเตท วอริเออร์
ด้วยความตั้งใจที่จะมอบไอเท็มชิ้นพิเศษให้กับสาวกทีมโกลเดน สเตท วอริเออร์ โดยเฉพาะ Under Armour จึงใส่ใจการออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษคู่นี้ในทุกๆ รายละเอียด เพื่อสื่อถึงความหมายที่แฝงไว้ในทุกชิ้นส่วนของรองเท้าไปยังกลุ่มแฟนโกลเดน สเตท วอริเออร์ และสเตฟเฟ่น เคอร์รี เริ่มจากการหยิบคำว่า ‘DUB NATION’ ที่เป็นคำนิยามของแฟนๆ บาสเก็ตบอลทีมนี้ มารังสรรค์เป็นชื่อรุ่น ‘CURRY ONE DUB NATION’ โดยรองเท้าบาสเก็ตบอลสุดพิเศษคู่นี้ ถูกพัฒนาให้มีเอกลักษณ์ด้วยการออกแบบให้ตัวรองเท้าส่วนบนเป็นสีขาว ช่วยเสริมความโดดเด่นของพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่เป็นสีน้ำเงินเข้มแต่งแต้มด้วยจุดขาวเล็กๆ ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว ตัดกับพื้นรองเท้าด้านล่าง (Outsole) สีเหลืองทอง ประกอบกับเชือกรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากชุดยูนิฟอร์มของทีม โกลเดน สเตท วอริเออร์ ที่เข้ามาเสริมให้ CURRY ONE DUB NATION คู่นี้สมบูรณ์แบบมากขึ้น
และไฮไลต์ของรองเท้าคู่นี้ที่เหล่าสาวกต้องชอบ คือ การสลักตัวอักษรไว้บนโลหะหุ้มเชือกรองเท้าว่า ‘MMTB’ ย่อมาจากประโยค ‘Make My Teammates Better’ และปักหมายเลข ‘4:13’ ไว้ที่ส่วนบนของลิ้นรองเท้า พร้อมกับประโยคปลุกใจที่ว่า ‘I can do all things’ ไว้ที่ด้านในของลิ้นรองเท้า (Interior tongue lining) โดย 4:13 คือหมายเลขที่ถอดมาจากประโยคหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิลของชาวฟิลิปปินส์ เป็นประโยคที่สร้างความแข็งแกร่งและแรงผลักดันให้กับสเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ซึ่งแฟนตัวจริงต้องจำกันได้เป็นอย่างดี
นอกจากการออกแบบแล้ว Under Armour ได้พัฒนา CURRY ONE DUB NATION คู่นี้ ให้เป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลที่ทำให้สวมใส่ได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจ ด้วยสองเทคโนโลยีจาก Under Armour ที่ได้รับการยอมรับ คือ
- AnaFoam โฟมชนิดพิเศษที่อยู่ในชั้นกลางของรองเท้าทำให้สวมใส่พอดีกับรูปเท้า โครงสร้างมีน้ำหนักเบาและรองรับเท้า
- Charged Cushioning™ เทคโนโลยีโฟมพิเศษเอกสิทธิ์ของ Under Armour ที่รองรับแรงกระแทกแล้วเปลี่ยนคืนกลับไปเป็นแรงส่ง ช่วยให้ทุกย่างก้าวหรือการเปลี่ยนทิศทางมีพลังแรงขึ้น
CURRY ONE DUB NATION ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 5,790 บาท เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2564 ที่เว็บไซต์ underarmour.co.th และร้าน Slammers Thailand (สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาศูนย์การค้าเมกา บางนา) ร้าน Hoops Station (สาขาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน) ร้าน Dilok (สาขาสวนหลวงสแควร์ สาขาศูนย์การค้าเอ็มบีเค สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว)
สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ www.underarmour.co.th
- Line Official Account @underarmourth
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
- ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เอาใจนักช้อปออนไลน์ มอบโค้ดส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปออนไลน์ที่ร้าน ShopAt24 ผ่านบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และ Krungsri Boarding Card โดยลูกค้าสามารถใช้โค้ด BAY21Q2 เพื่อรับส่วนลดที่แอปพลิเคชัน ShopAt24 หรือ www.ShopAt24.com จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลขบัตร/เดือน สำหรับใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2564 โดยโค้ดส่วนลดจำกัด 1,000 สิทธิ์/เดือน รวมจำกัด 3,000 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.krungsri.com
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้จัดงานทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่าง ๆ ประกาศเดินหน้าจัดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2564 หรือ Bangkok Design Week 2021 (BKKDW2021) โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมบางส่วนให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมขยายกำหนดการจัดงานออกไป เป็นวันที่ 8 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2564 ภายใต้แนวคิด “Resurgence of Possibilities ก้าวต่อไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่” เทศกาลงานออกแบบและสร้างสรรค์แห่งปีที่จะพาทุกคนไปเปิดโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เต็มไปด้วยความหวังที่ช่วยชุบชีวิตให้แก่เมือง พร้อมพบปะทั้งเหล่าผู้ประกอบการ นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ที่มารวมตัวกันแบบออนไลน์ สอดรับชีวิตวิถีใหม่แบบ New Normal เน้นเรื่องความปลอดภัยสร้างความอุ่นใจด้วยมาตรการป้องกัน COVID-19 ตลอดเทศกาลฯ
พร้อม 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการ 2) เสวนา 3) เวิร์กชอป 4) อีเวนท์ เช่น การแสดงดนตรี ศิลปะการแสดง 5) ทัวร์ 6) ตลาดนัดสร้างสรรค์ 7) โปรโมชัน โดยสามารถเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศกาลฯ ทางออนไลน์ได้ เช่น ทอล์ค ดนตรี และการแสดง การจัดเวิร์กชอปออนไลน์ ตลาดออนไลน์ นิทรรศการและโชว์เคสในรูปแบบ Virtual tour ทางเฟซบุ๊กเพจ Bangkok Design Week
ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ประจำเดือนพฤษภาคมนี้ พบกับโปรแกรมทอล์คออนไลน์อัดแน่นด้วยสาระความรู้ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับศิลปะ วัสดุ เทรนด์อนาคต และชุดเครื่องมือออกแบบที่จะไขทุกเคล็ดลับสำหรับการเดินหน้าต่อ รับชมผ่านทาง Live streaming ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ Bangkok Design Week อาทิ The Talk : Create a Better City Together โดย CEA X BRANDTHINK งานเสวนาสร้างเมืองเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้ดีกว่าในวันพรุ่งนี้ไปด้วยกัน ในหัวข้อ “เราจะสร้างและเปลี่ยนแปลง ‘เมือง’ ให้ดีขึ้นได้อย่างไร?” ผ่านเรื่องเล่าจากมุมมองของนักคิด เจ้าของธุรกิจในชุมชน ภูมิสถาปนิก และผู้วางนโยบาย อาทิ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม นักการเมืองผู้สนใจเรื่อง ‘เมือง’ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ผู้อาศัยในย่านบางรัก-เจริญกรุงมาตั้งแต่เล็ก เป็นต้น เพื่อร่วมกันมองหาและสร้างภูมิทัศน์ใหม่ในอนาคตให้กับกรุงเทพฯ โดยตั้งต้นที่ย่านเจริญกรุง กิจกรรมจัดวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-16.00 น. Brand’s Future Forum 2021 : Adaptive Business โดย CEA X BARAMIZI งานเสวนาติดตั้งเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ยุคใหม่ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมต่อการปรับตัวธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ภายใต้หัวข้อ Adaptive Business การปรับตัวของธุรกิจที่นอกจากอยู่รอดแล้วจะเติบโตต่ออย่างไรให้ทันกระแสของโลก กิจกรรมจัดวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-18.00 น. Design Research Day โดย CREATIVE ECONOMY AGENCY (CEA) เวทีบรรยายนำเสนอ 11 โปรเจ็กต์งานวิจัยด้านการออกแบบ ภายในเวลาคนละ 20 นาที โดยนักสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์จากกระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ กิจกรรมจัดวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-17.30 น. และ ลองทาย ลองTRY x SC ASSET, Powered by PechaKucha เวทีนำเสนอแนวคิด ไอเดีย และผลงานนักสร้างสรรค์ในแวดวงต่าง ๆ มาลองทายถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ผ่าน 20 ภาพ X 20 วินาที X 20 คน กิจกรรมจัดวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00-17.00 น.
พร้อมพบกับฟรี เวิร์กช็อป "Resilience CV Workshop" โดย The Infinity เวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้คุณได้เดินทางกลับไปสำรวจความล้มเหลวของตัวเองผ่านกิจกรรม ‘Lab กริ๊ง’ กับคู่เดทที่คุณไม่เคยพบ! เปิดพื้นที่ให้บอกเล่าประสบการณ์การทำงาน ที่เชื่อว่าชีวิตของเรามีทางเลือกให้ก้าวเดินต่อไปเสมอ กิจกรรมจัดวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา: 13.00 - 16.00 น. ผ่านทาง Zoom ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3ex6uma
นอกจากนี้ ยังเอาใจคนรักของดีไซน์ ด้วยตลาดนัดสร้างสรรค์ Creative Market x Pinkoi ในรูปแบบของออนไลน์ ที่รวบรวมงานคราฟท์ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ไว้ใน Pinkoi แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าดีไซน์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษส่งฟรีในประเทศไทย โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ตั้งแต่วันที่ 6-21 พฤษภาคม 2564 และส่งฟรีไปไต้หวัน โดยไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1-7 มิถุนายน 2564
ส่วนเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะมีการเปิดพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานบางส่วนให้ประชาชนสามารถเข้าชมได้ ใน 4 พื้นที่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ เจริญกรุง-ทรงวาด สามย่าน อารีย์-ประดิพัทธ์ และทองหล่อ-เอกมัย โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ร่วมค้นหาโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เมือง ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2564 นี้ ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรม โปรแกรม และตารางเวลา งานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ได้ที่
- Website: bangkokdesignweek.com
- Facebook: BangkokDesignWeek
- Instagram: @bangkokdesignweek
- Line@: BangkokDesignWeek
- Twitter: BKKDesignweek
#BKKDW2021 #BangkokDesignWeek
เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ขอแนะนำเมนูใหม่ของร้าน MonWork ต้นตำรับมันหวานกรอบสูตรดังจากไต้หวัน กับเมนู “พุดดิ้งมันม่วงนมสดมะพร้าวอ่อน” ที่คัดสรรวัตถุดิบมันหวานสายพันธ์ญี่ปุ่นที่มีรสหวานเฉพาะตัว มาเป็นส่วนผสมของเนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่มชุ่มฉ่ำด้วยนมสดและกรุบกริบกับเนื้อมะพร้าวอ่อนสดใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มเนื้อมันม่วงสุดหนึบหนับเป็นชิ้นๆลงไป ให้รสชาติหวานมันอร่อยลงตัว
นอกจากนี้ยังมี เมนู Take Home สุดอินเทรนด์ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลัง work from home กับเซต “มันเวิร์ค cook at home!” มันหวาน เนื้อหนึบหนับ พร้อมผงปรุงรสสำหรับคลุกเคล้า เพียงแค่นำไปใส่หม้อทอดไร้ควัน 7 นาที (อุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส)จากนั้นนำมาพัก 1-2 นาที แล้วโรยผงปรุงรส ก็อร่อยได้แล้ว
โปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อมันหวานกรอบหรือเฟรนช์ด์ฟรายส์ size L หรือ size J รสชาติใดก็ได้ 1 ชิ้น สามารถเพิ่มเงิน 10 บาท เพื่อแลกซื้อพุดดิ้งมันม่วงนมสดมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย จากราคาปกติ 35 บาทไปได้เลย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2564 และพบกับเมนูมันๆอีกหลายเมนูให้เลือกสรร ที่ บริเวณชั้น 6 ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Monwork_Official
วาโก้ร่วมปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ร้านค้าอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปจากผลกระทบครั้งนี้ ในฐานะผู้ผลิตชุดชั้นในอันดับ 1 ในใจผู้หญิงไทย จึงสนับสนุนให้สาวๆ ตั้งการ์ดรัดเข็มขัดใช้จ่ายอย่างประหยัดและคุ้มค่ากับสินค้าที่ได้มาตรฐาน โดยจัดแคมเปญพิเศษ “สินค้าราคาโควิด” เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงอยู่บ้านก็สวยได้สบายด้วย “วาโก้” บราราคาเดียวเพียง 500 บาท กางเกงชั้นใน 100 บาท ในรุ่นที่ร่วมรายการ จัดมาให้เลือกหนักๆ หลากรุ่นหลายสไตล์ รีบช้อปรีบกลับบ้านกับราคาดับเบิ้ลคุ้ม เริ่มวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 – 30 มิถุนายน 2564 ณ ร้านค้าและเคาน์เตอร์วาโก้ทั่วประเทศ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ อาทิ เคาน์เตอร์วาโก้ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ สยามพารากอน เอ็มโพเรียมและสยามทาคาชิมายะ พร้อมช่องทางออนไลน์ https://shopfb.wacoal.co.th, Shopee, Lazada, JD central และ Central online ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 02-296- 9979 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
จะเลือกติดตามหรือกด Follow ใครสักคนทั้งที หลายคนคงมีเหตุผลต่างๆ กันไป ไม่ว่าจะสนใจไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบในรูปลักษณ์ หรือเป็นศิลปินคนดังที่อยากจะติดตามชีวิต แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าทุกวันนี้เราเองก็กลายเป็นบุคคลที่ถูกติดตามได้เหมือนกัน จะใครที่ไหนล่ะก็ ‘แสงแดด’ นั่นแหละที่ตามติดชีวิตเราไปทุกที่ ทุกหนแห่ง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรก็ตาม ถ้านับว่าหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง Follower อย่างแสงแดดก็ตามส่องเราแทบด้วยระยะเวลาเฉลี่ยนานกว่าการรอคนที่ชอบตอบแชทในแต่ละวันเสียอีก เรียกได้ว่า ‘แสงแดด’ นั้นอยู่กับคุณตลอด รับบท Follower ดีเด่นแบบไม่แพ้ใคร
หรือที่จริงแล้วเนื้อคู่ของคุณจะมาในรูปแบบของแสง เพราะนอกจากแสงแดดที่ตามเราไปทุกที่แล้วนั้นยังมีแสงอื่นๆ แอบแฝงตัวอีกด้วย เช่น แสงสีฟ้า (HEV Light) ที่อยู่กับคุณทุกครั้งที่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ อาจจะเป็นในช่วงเวลาที่คุณกำลังติดซีรีส์อย่างงอมแงม หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัปเดตโซเชียลต่างๆ ต่อให้ในขณะนั้นไม่มีข้อความเตือนหรือแชทเด้งตอบมา แต่แสงสีฟ้า (HEV Light) ก็ยังโผล่มาหาคุณอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์อื่นๆ ที่เราถูกแสงตามไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ตอนดินเนอร์ใต้แสงไฟโคมระย้าในร้านอาหาร หรือจะเป็นตอนที่เราอยากจะถ่ายรูปเซลฟีเพื่อส่งไปอ้อนคนที่ชอบ ระหว่างรอเขาตอบแชท เปิดไฟในห้องรอคอยเวลาแบบเหงาๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้ต้องการให้เศร้าหรอก แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ทุกสถานการณ์ ทุกเวลา ทุกสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันนั้นมันมีแสงที่คอยแอบแฝง ซึ่งรวมๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.2 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน ใครนึกว่าหลบมาอยู่ในห้องหรืออาคารแล้วจะรอด บอกได้เลยว่าไม่ง่ายขนาดนั้น
ตามติดกันขนาดนี้ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องหาทางรับมือ ?
หากเรามี Follower เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ จากเดิมที่ดูเหมือนจะเป็นผลดี แต่กลับเริ่มมีผลเสียที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดก็เช่นกัน แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็มีโทษหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เมื่อผิวของเราที่โดนติดตามอยู่ตลอด ผิวของเราคงเกิดความอึดอัดแสดงความหมองคล้ำออกมาให้เห็น ซึ่งมากไปกว่านั้นบางครั้งหากโดนแดดที่เบอร์แรง อาจจะเกิดผิวแห้งกร้าน ฝ้าตกกระ ฝากริ้วรอยเอาไว้เป็นที่ระลึก และสำหรับบุคคลที่มีปัญหาผิวในเรื่องของสิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วนั้น เมื่อผิวของเราต้องเผชิญกับ Follower อย่างแสงแดด ที่ทั้งแรงและแผดเผา มันยิ่งทำให้สิวของเรานั้น ฝากรอยแดง รอยดำ ไว้ให้จดจำไปอีกนาน แล้วเราต้องทำอย่างไรล่ะถึงจะปกป้องผิวของเราได้
● มีทางใดที่อาจทำให้ Follower อย่างแสงแดดไม่สนใจ ได้โปรด
เริ่มต้นง่ายๆ กับการใส่หมวกป้องกันแสงแดดที่จะตกกระทบลงใบหน้าของเรา แต่ต้องใส่หมวกที่ใหญ่เบอร์ไหนถึงจะป้องกันได้จริง ต่อให้เป็นหมวกสานปีกกว้างที่มีขายในตลาดสำเพ็งที่ต้องใหญ่สะดุดตาให้สุด เพื่อใช้เป็นโล่ป้องกัน ร่มคันใหญ่ที่เราใช้กางระหว่างเดินลุยไปกลางแจ้ง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยป้องกันเราจากแสงแดดได้จริง หรือแม้กระทั่งการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่จำเป็นต้องทำในปัจจุบัน หลายคนคิดว่าการสวมใส่สิ่งนี้นอกจากป้องกันอย่างอื่นได้แล้ว อาจจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ด้วย เราคงต้องดับฝันคุณด้วยการบอกว่า สวมใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ช่วยป้องกันแสงแดด
และสำหรับอีกหนึ่งวิธีรับมือที่หลายคนคงรู้อยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้แสงแดดทำร้ายผิว เราก็ต้องทาครีมกันแดดป้องกันผิวเรา วิธีง่ายๆ แต่ยังคงมีอีกหลายคนที่ไม่ทาครีมกันแดด บ้างก็บอกว่าทาไปแล้วรู้สึกถึงความเหนียว เหนอะหนะ ทาแล้วรู้สึกหน้าหมองคล้ำกว่าปกติ หรือทากันแดดแล้วสิวขึ้นอีก สาเหตุอาจจะเกิดจากประเภทของกันแดดที่เราเลือกใช้ไม่เหมาะสำหรับผิวเรา ดังนั้น เพื่อไม่ให้ Follower อย่างแสงแดดได้ใจ เรามารู้จักประเภทของครีมกันแดดกัน
ซึ่งประเภทของครีมกันแดดในท้องตลาดมี 2 ประเภทหลัก
1. ครีมกันแดดแบบ Physical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไป กันแดดจะเคลือบเป็นเกราะบนผิวของเรา เพื่อสะท้อนแสงแดดให้ออกไป ข้อดีคือทาแล้วสามารถกันแดดได้ในทันที กันแดดได้อย่างยาวนาน มีโอกาสอุดตันน้อยกว่าจึงเหมาะกับคนเป็นสิว แต่ข้อเสียก็มีพอเป็นเกราะแบบนี้ก็เนื้อหนา เกลี่ยยาก หรือบางทีเป็นคราบขาว
2. ครีมกันแดดแบบ Chemical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไปจะทำหน้าที่ดูดซับแสงแดด แล้วคายออกในรูปแบบของความร้อน ไม่ใช่การสะท้อนแสงกลับออกไป ข้อดีคือเนื้อครีมบาง เกลี่ยง่าย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถกันแดดได้ในทันที ต้องรอให้กันแดดพร้อมที่จะป้องกันเราก่อน และยิ่งแดดแรง ยิ่งต้องทาเยอะ พอทาเยอะไปก็อาจจะทำให้อุดตันรูขุมขนได้ จึงไม่เหมาะกับคนผิวมัน
พอได้รู้จักประเภทของครีมกันแดดจริงๆ แล้วนั้นก็รู้ได้เลยว่า Follower ดีเด่นของเรารับมือได้ยากจริงๆ ซึ่งถ้าจะให้เลือกว่าประเภทใดดีที่สุดคงบอกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกอย่างไรให้เข้ากับผิวเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย เพื่อที่จะทำให้เราได้เฉิดฉายกล้าเผชิญกับ Follower ได้อย่างมั่นใจ และครีมกันแดดตัวไหนที่คุณจะเลือกใช้รับมือกับ Follower อย่างแสงแดด
● ตัวช่วยที่จะทำให้เราเฉิดฉายสู้กับ Follower อย่างแสงแดด และพร้อม Block สิวไม่ให้เกิดได้
สำหรับครีมกันแดดที่น่าสนใจ และอาจจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการให้กับใครหลายๆ คนที่อยากจะมีผิวสวยได้อย่างมั่นใจ ไม่ยุ่งยาก สำหรับสังคมที่เร่งรีบในปัจจุบัน คือ กันแดด Dermaction plus by Watsons Advance Sun สูตร Zinc Acne-prone สินค้าใหม่ที่กันแดดให้คุณได้จริง มาทางไหนกลับไปทางนั้นไปเลย ด้วยค่า SPF50+ PA++++ เพื่อป้องกันผิวเราอย่างดีที่สุด
ป้องกันได้ทุกแสงทั้ง UVA UVB, Blue Light และ UVIR (Infrared) ถ้า Follower ดีเด่นของเราจะแฝงตัวมาในรูปแบบแสงใดก็ตาม บอกเลยตัวนี้เอาอยู่ทุกสถานการณ์ พร้อมทั้งช่วยให้เราสามารถ Block สิวที่ต้องการจะเฉิดฉายบนใบหน้าของเราได้ด้วย Salicylic Acid และ Zinc PCA ที่ช่วยควบคุมความมัน ป้องกันการเกิดสิว และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย P.Acne ที่ทำให้สิวเกิดอักเสบได้อีกด้วย
ยังไม่หมดนะ ถ้ากังวลเรื่องความเหนอะหนะอยู่ ครีมกันแดดตัวนี้เป็นเนื้อ Aqua Gel สูตร Hybrid Activated บางเบามาก ไม่มีน้ำหอม พาราเบน น้ำมัน สี ลาโนลิน และ DEA, MIT/CMIT และเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย เอาเป็นว่าไว้ใจครีมกันแดดตัวนี้ได้เลย ต่อไปนี้จะทาครีมกันแดดก่อนจะสวมใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้านก็มั่นใจได้ว่าผิวของเราจะสวยทนสู้แดดสู้สิวได้ในทุกๆ วัน เพราะวัตสันเขาคิดมาแล้วว่าเราต้องเจอปัญหาอะไรเมื่อต้องทากันแดดพร้อมทั้งใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่วัตสัน และวัตสันออนไลน์ https://watsonsonline.store/ydj
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่ทุกคนควรจะรู้ไว้อีกอย่างคือ ครีมกันแดด ไม่ต้องรอใช้เฉพาะเวลาไปทะเลเท่านั้นหรอก แต่ควรจะถูกนำมาใช้ในทุกวันเพื่อป้องกันผิวเราจากแสงแดดอย่างเป็นประจำ เพราะทุกวัน ทุกเวลาเราต้องเจอกับแสงตามตลอดทุกที่ ถ้าอยากมีผิวที่สดใสพร้อมให้ Follower ตามอย่างมั่นใจก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะสุดท้าย Follower อย่างแสงแดดไม่เคยกด Unfollow เราเลยสักวัน
เว็บไซต์นี้มีการเก็บ Cookies เพื่อปรับปรุงการให้บริการ จิ้มดู นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม