รีวิว ของใช้ ย๊าววว ยาว

stary

stary

ดู Profile


สวัสดีตอนดึกค่ะสาวๆ



เราไม่ได้ตั้งกระทู้มานานมากๆเลย (จิงๆตั้งใจจะทำกระทู้นี้นานแล้ว แต่ด้วยเน็ทและเวลาทำงานไม่เอื้อเล้ยยยย)



เหตุที่อยากทำกระทู้นี้เพราะ :
เราเป็นเหมือนสาวๆทุกคนในเวบนี้ค่ะ ไปเที่ยวต่างประเทศทีไร (หรือเกิดความอยากที) ก็ต้องมานั่งเปิดหารีวิวตัวนั้นดี ตัวนี้หน้าซื้อตลอดเราหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งทีช่วยทุกคนได้ค่ะ



ปล .1.อาจจะยาวสักนิด อย่าเพิ่งเบื่อกันนะค่ะ  ^^

       2.
ราคาของเกาหลีที่เราซื้อที่ชอปเกาหลีเลยค่ะ พอดีเราทิ้งใบเสร็จไปแล้วอ่ะค่ะ ยังไงลองเปิดหาดูจากเว็บของแต่ละแบรนด์นะค่ะ (ต้องเข้าเวบเกาหลีเลยนะค่ะ เพราะไม่งั้นจะไม่ได้ราคาของที่โน่นจิงๆค่ะ  อ่านไม่ออกไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ เราดูรูปเอา มั่วเอาอ่านไม่ออกเหมือนกันค่ะ 555+)

       3.
พวกอาหารเสริมทั้งหลาย เราสั่งซื้อทางไปรษณีย์ร้านสุภิญญาเภสัชแถวศิริราชค่ะพอดีเป็นคุณสุภิญญาเป็นเพื่อนของรุ่นพี่ที่ทำงาน ส่วนตัวยังไม่เคยไปที่ร้านแต่ของเค้าถูกและดีจิงๆค่ะแต่เราไม่แน่ใจว่าจะได้ราคาเท่าเราไม๊นะค่ะ เพราะราคานี้รุ่นพี่เราจัดการให้ค่ะ แต่คงไม่ต่างกันมากลองโทรดูนะค่ะสั่งทางโทรศัพท์ได้เลยแล้วโอนตังไปให้เค้าไม่เกิน3วันก็ถึงค่ะเบอร์โทรศัพท์ 02-4111387

        4.
สภาพผิวหน้าของ จขกท. :  หนังหน้าโดยรวมมันย่องใช่ได้เลยค่ะแต่งหน้าสักพักเริ่มหมอง พื้นผิวหน้าเรียบเนียนสม่ำเสมอ + รูขุมขนกว้างเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากหน้ามันมากกกกก แต่สภาพผิวยังอุตส่าห์ขาดน้ำด้วยค่ะ โชคเข้าข้างอย่างเดียวคือ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวกับเค้าเท่าไหร่

         5.ข้อนี้สำคัญนะค่ะ เพราะรีวิวเราอาจจะไม่เหมาะกับเพื่อนๆบางคน ผิวแต่ละคนมีความต้องการไม่เท่ากัน รับทราบข้อมูลไว้เป็นวิทยทานในการตัดสินใจช้อปปิ้งครั้งหน้านะค่ะ



"
เราขอแยกเป็นหมวดหมู่ละกันเนอะเพื่อความง่ายต่อการอ่าน"





แท่นแทน แทน แท๊นนนน เริ่มกันเรยดีกว่ากับตัวแรกของเรา



 Section 1 : Cleanser



1.holika holika egg soap (
สบู่ไข่ที่เราทำการวิจัยก่อนไปเกาหลีว่าสาวๆชอบใช้กัน)

ราคา :เข้าเวบเกาหลีดูนะค่ะ



หลังลองใช้แล้ว...หลงรักตั้งแต่แรกใช้เลยค่ะไม่รู้จะบอกยังไงดีตอนแรกที่เข้าไปชอปที่เกาหลีก็ยังไม่แน่ใจว่าซื้อดีรึป่าวแต่ด้วยราคาที่ ถูกมากๆๆเลยลองดูประกอบกับโฟมล้างหน้าอันเดิมได้หมดไปอย่างสงบ (รบกวนไว้อาลัย 3 นาทีค่ะ 555+) หน้าจากเคยหมองๆ ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ลองใช้ไปสัก2-3วัน  รู้สึกว่าใช้ถูกกับหนังหน้ามากมาย รูขุมขนแอบเล็กลงนิดๆค่ะสภาพผิวหน้าดีขึ้น เรียบเนียบขึ้นหลังล้างหน้าไม่แห้งตึงเกินไปรู้สึกสะอาด



ซื้ออีกไม๊......จนกว่าจะเลิกผลิตเลยค่ะ



2. Natural Republic Rasberry Lip & Eye Remover


   ราคา :เข้าเวบเกาหลีดูนะค่ะ



หลังลองใช้แล้ว...หลงรักอีกตัวนึงค่ะต้องบอกก่อนว่างานที่เราทำเป็นงานที่ต้องแต่งหน้า (ค่อนข้างจัด)ทุกวัน ทั้งมาสคาร่า อายไลเนอร์ อายแชโด และอื่นๆอีกมากมายเพราะต้องพบปะผู้คน และอีกอย่างคืองานของเราทำเป็นกะค่ะคงจะไม่เหมาะที่มายืนสวยล้างหน้าเป็นชั่วโมงพักผ่อนไม่พอกันพอดี  โจทย์เราเลยเป็นคลีนซิ่งที่แค่ หยด  แปะ  โป๊ะ   ก็ออกได้เลยซึ่งตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีมากๆค่ะ ล้างWater Proof ทั้งหลายง่ายมากๆแถมเพิ่มความหอมของผลไม้อย่างราสเบอรี่เข้ามาด้วย ที่สำคัญคือ เราชอบหัวปั๊มที่เป็นแบบเอาสำลีไปแปะแล้วปั๊มเหมือนขวดน้ำยาล้างเล็บตามร้านทำเล็บอ่ะค่ะ



ซื้ออีกไม๊...ชัวร์100 เปอเซง 555+

 

3.Biore Cleansing Milk


ราคา : 220 บาท ที่วัตสันเซ็นทรัลลาดพร้าว



หลังใช้...เริ่ดดค่ะ เราใช้สลับกับตัวข้างบนค่ะแต่ตัวนี้จะเป็นน้ำนม นวดๆตอนหน้าแห้ง (ย้ำว่าแห้งนะค่ะ)ทุกสิ่งหลุดหมดเห็นไปหน้าจิงภายในไม่กี่วินาที โอ้ว...ตกใจ 555 มาสคาร่ากันน้ำ อายไลเนอร์ก็หลุดนะค่ะเยี่ยมมาก

หาซื้อง่ายด้วย  ขวดบรจุก็ง่ายต่อการใช้ สำหรับเรากดครั้งละ 2 ปั๊มก็พอแล้วค่ะ





ซื้ออีกไม๊...ถ้าไม่เจอดีกว่านี้ก็จะจงรักภักดีต่อไปเพราะหาซื้อง่าย

 

4.โทเนอร์มะเฟือง กลุ่มแม่บ้าน จ.บุรีรัมย์


ราคา : ซื้อทางเนต 65 หรือ 90 บาท ประมาณนี้ค่ะ ไม่ได้ซื้อหลายเดือนเพราะซื้อกักตุนไว้เลย 55





หลังใช้...หักคะแนนตรงกลิ่นอันดับแรกเลยค่ะ รุ่นพี่ใช้บอกชั้นทนได้กลิ่นออกจะเหมือน แอปเปิ้ลไซเดอร์ ส่วนตัวเราเองไม่ไหวค่ะเช็ดทีไร เหมือนรถขยะเปียกวิ่งผ่านหน้าทู๊ก...กที แต่ใช้แล้วหน้าก็ดีขึ้นนะค่ะมันน้อยลง ผิวเรียบขึ้นเลยค่ะ วิธีใช้ก็หยดใส่สำลีเหมือนโทเนอร์ปรกติเลยค่ะ

              

ซื้ออีกไม๊...ถ้าหมดสต๊อกก็คงซื้อค่ะสนับสนุนของไทย ดี ราคาถูก

 

 

5.La Roche Posay MELA-D White Whitenning Foamimg Cream

 

ราคา : ตัวนี้ได้Testerมาฟรีค่ะ


หลังใช้อย่างที่บอกว่าได้เทสเตอร์มาฟรีค่ะ เนื่องจากสิ้นเดือนก่อนเราสั่งของไปแล้วส่งช้ามากๆ เลยได้รางวัลปลอบใจเป็นโฟมตัวนี้ขนาด 5ml มา2หลอด ลองใช้ไปครั้งเดียวค่ะ ยังไม่รู้สึกอะไร(ก็แน่สิ!! 555)นอกจากบอกได้ว่าเป็นโฟมที่ล้างได้สะอาดหมดจนและไม่ทำให้หน้าแห้ง รับสารภาพว่าไม่เคยใช้สกินแคร์แบรนด์นี้เลย ตอนนี้กำลังศึกษาอย่างเคร่งครัดอยู่ค่ะ เพราะเท่าที่(เพิ่ง)ทราบมาได้ความว่าแบรนด์นี้เป็นเวชสำอางที่ดีมากๆ ไม่(หรือเกือบจะไม่)ผสม Fragranceเลย และยังมีส่วนผสมของน้ำแร่ฝรั่งเศสอีกด้วย ถ้าสาวๆคนไหนมีความรู้เกี่ยวกับแบรนด์นี้ช่วยเล่าสู่กันฟังเป็นวิทยาทานด้วยนะค่ะ





Section 2 : Skin Care



1.Naturelle AHA Treatment Cream 7% 20g


ราคา : ซื้อที่ร้านยาในท๊อปลาดกระบัง 90 บาท แต่สั่งกับร้านสุภิญญา 70 บาทเท่านั้นค่ะ



หลังใช้...กลิ่นหอมอ่อนๆ โอเลยสำหรับตัวนี้เนื้อครีมไม่หนักเลย ซื้อขนาด20gมาลองก่อนเพราะกลัวแพ้เราใช้เฉพาะกลางคืนเท่านั้น ขี้เกียจวิ่งหลบแดด 55 โดยรวมสภาพผิวหน้าเรียบขึ้น(นิดหน่อย) อาจต้องรอดูสักพัก ตั้งใจซื้อมาเป็นตัว Exfoliate (หรือ ผลัดเซลล์ผิว)เคยลองถามเพื่อนที่หาหมอสิวว่าแกใช้ AHA กี่%? หมอให้ใช้นานเท่าไหร่ถึงหยุดคำตอบคือเพื่อนใช้เปอเซ็นต์เยอะกว่าและคุณหมอก็ให้ใช้ไปเรื่อยๆ เราเลยคิดเอาเองว่าเมื่อเปอเซ็นต์เราน้อยกว่าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร (มั๊ง?) 55 ถ้าสนใจเค้ามี Website ของตัวเองด้วยนะค่ะ ลองเปิดอากู๋ประมาณ NaturelleหรือMax Skin ดูค่ะ ของเค้ามีอีกหลายตัวเลยที่น่าสน เราเล็งไว้ก็มี Q10 Cream ซื้อครบตามราคาที่เวบกำหนดส่งฟรีด้วยค่ะ



ซื้ออีกไม๊...ซื้อค่ะ(แต่ก็แอบอยากลองคุณป้าพรหล้าอยู่)



2. . Medmaker Vit.E Cream 20g


ราคา : ไม่ถึง 100 บาท ตามร้านยาทั่วไปมีทุกร้านเลย



หลังใช้...ครั้งแรกที่ลอง กลิ่นหอมมากซื้อตัวนี้มาเพราะกลัวใช้ AHA เพียวๆแล้วหน้าจะแห้งเกินไป  ประกอบกับช่วงก่อนหน้านี้รู้สึกหนังหน้าค่อนข้างแห้งเป็นทุนอยู่แล้ว เราใช้ทาเฉพาะกลางคืนหลังลง AHA ประมาณ 20 นาทีใช้ประมาณ2วันคุงแฟนทักว่า เธอๆ หน้าขาวๆ เนียนๆ จัง เริ่ดดค่ะตื่นเช้ามาผิวหน้านุ่ม+เด้งมากๆแถมตอนที่Eye Cream หมดเอามาปาดๆแทนได้ด้วยหนังตาไม่แห้งด้วยค่ะ



ซื้อต่อไม๊...ซื้อค่ะ เพิ่งซื้อหลอด 50g มาในราคา 130 บาท

 

3.Bhaesaj Whitenting Lotion

ราคา : 45 บาท ที่ 7-11


หลังใช้...ตัวนี้เราซื้อตามสาวๆห้องแป้งในพันทิปที่ว่าขาวๆกัน ส่วนตัวเราก็แอบหวังนิดๆ แต่คิดว่ามันชวยได้ทางจิตใจ เพราะไม่ค่อยเห็นผลกับเราเท่าไหร่ นอกจากจะทำให้ผิวลื่นๆขึ้นมาบ้างนอกนนั้นก็เงียบเชียบค่ะ (ใช้มา2ขวดแล้วค่ะ) แถมตอนแรกไม่ชอบกลิ่นด้วยซ้ำ แต่ใช้ไปใช้มาเริ่มชินค่ะ

 

ซื้อต่อไม๊..ซื้อค่ะ (ยังแอบหวังถึงผิวขาวๆ อยู่เล็กๆต่อไป)

 

4.KA Whitenning Perfect Uv Body Lotion SPF33 Pa+++ กับ KA Protection Cream SPF50 Pa+++



ราคา : ลองดูตามโลตัสหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปนะค่ะ (ลืมนั่นเอง แหะๆ)


หลังใช้...อืม 2 ตัวนี้ ตอบโจทย์ได้หลายอย่างทีเดียว ราคาไม่แพง มีPa+++ SPFพอดีกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราคือ ไม่ได้โดนแดดจัดขนาดไถนา 555 แต่ก็ยังโดนแสงนีออนและรังสีจากคอมพิวเตอร์ตลอด 8 ชั่วโมงที่ทำงานและที่สำคัญคือ มี Tatanium Dioxide ซึ่งแค่นี้ก็พอให้ควักตังค์ซื้อแล้ว 

 

ซื้อต่อไม๊..ซื้อค่ะ ถ้ายังไม่เจอยี่ห้อโดนๆกว่านี้

 

Section 2 : Make Up



1.Etude Speedy Total Base


ราคา :นานแล้วไม่แน่ใจค่ะ



หลังใช้...เป็นบีบีตัวแรกที่ใช้ เมื่อสักปีที่แล้วมั๊งค่ะ (มันนานอ่ะไม่แน่ใจ) เป็นตัวทีมี่ SPF ด้วยเลยยิ่งปลื้มมากๆเนื้อค่อนข้างหนักแต่ไม่มากค่ะปาดๆ โป๊ะๆ ออกมาลุคดิวอี้ๆ ผ่องๆตามสไตล์เกาหลีแต่ไม่มีชิมเมอร์ค่ะตัวนี้ลงเสร็จรอเซตตัวสักแป๊ป โปกแป้งฝุ่นพอค่ะไม่หนาแต่ปิดพองามกำลังดี  แต่เสียดายตอนนี้ไม่ผลิตแล้วเลยเปลี่ยนไปใช้อีกตัวนึงแทน



ซื้ออีกไม๊..มีอีกเมื่อไหร่จะซื้อเลยแงๆๆๆ

 





2.Etude Dr.Oil Solution BB


ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ



หลังใช้...ชอบแพคเกจจิ้งเป็นทุนอยู่แล้วและก่อนไปเกาหลีสาวๆที่เกลียดหน้ามันทั้งหลายรีวิวว่าดี คุมมันเลยไปเสาะแสวงหามาครอบครองครั้งแรกที่ใช้เพื่อนทักเลยว่าหน้าใสจังทำงานทั้งวัน 8ชม หน้ามันน้อยมากถึงไม่มันเลย  หน้าผ่องทั้งวันเติมแค่แป้งนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ ที่สำคัญมาพร้อมกับค่า SPF ที่พอเหมาะพอดีตอนนี้เป็นลูกรักแทนตัวบนไปแล้วค่ะ

 

ซื้ออีกไม๊...แน่นอนค๊า

 

3.Baviphat Dream Girls 3D Professtion Two-Way No.1

 

ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ


หลังใช้...ตัวนี้ตอนแรกไม่รู้จักเลย ตอนไปเกาหลีคงเข้าไปเดินเล่นลั่นล้า แล้วพอดีอยากได้แป้งพัฟแทนโรตีที่กำลังจะหมดไป บังเอิญไปเจอเจ้าตลับนี้อยู่บนชั้นวางสะดุดตาตรงตลับคล้ายกับ Benefit มากๆ ลองเอามาปาดๆที่แขน โอววว...จอด ชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เป็นแป้งที่ขาว(ตามฉบับ Two-Way เกาหลี) + กับมาชิมเมอร์วิบๆมาด้วย อยากได้สุดพลัง พอออกจากร้านหาห้องน้ำได้ลองเลยค่ะ หน้าเด้งมากๆ เนื้อก็ไม่หนักหนาเหมือนทูเวย์บางแบรนด์ด้วย ตบๆระหว่างวันก็ไม่ทำให้หน้าลอยเป็นค่าง


ซื้ออีกไม๊...ชอบนะค่ะ แต่ขอลองอย่างอื่นไปเรื่อยๆด้วย

 

4.Etude Proof10 Eye Primer

 

ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ

หลังใช้...ปรกติเป็นคนผิวตามันมากๆค่ะ  อายแชโด จะไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ไม่ก็สัก2-3ชั่วโมงจะกลายเป็นแป้งก้อนๆตามชั้นเปลือกตาทุกที พอใช้ตัวนี้หายค่ะ ทุกสิ่งสีที่เบลนด์ลงไปอยู่ทนและทนอยู่จนจบภารกิจ 


ซื้อต่อไม๊..แน่นอนค่ะ

 

5.Etude Code B Strong Eyes Cream Liner No.1

ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ


หลังใช้..แอบแพนด้าค่ะ สำหรับตัวนี้ แถมใช้ไป2ครั้งโดนพู่กันบาดตาอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าภู่กันคนอื่นที่ซื้อมาเป็นเหมือนกันรึป่าวแต่ของเราแข็งมาก ต้องใช้พู่กันลายเนอร์แยกมากรีด แต่ยอมรับว่าเนื้อครีมลายเนอร์ดีทีเดียวเลยค่ะ สุดท้ายยังไงก็ยังภักดีกับ Brobbi Brown ค่ะ


ซื้ออีกไม๊...ไม่!!!

 

 

 

6.Dolly Wink Eye Pen Liner

ราคา : อันนี้ได้มาฟรีค่ะ


หลังใช้...ตัวนี้พอดีรุ่นพี่ไม่ชอบเลยให้มา แต่เราชอบนะค่ะ แพคเกจน่ารักม๊ากกกก.กก รุ่นพี่ซื้อจากร้านพวกที่ขายคสอ.ญี่ปุ่นที่ Navamintra Avenue เส้นเกษตร-นวมินทร์อ่ะค่ะ หัวเป็นพู่กันเขียนง่าย เข้ม ไม่แพนด้า แค่นี้พอแล้วค่ะ

 

ซื้อต่อไม๊..50/50 ค่ะ ภักดีของเกาหลีมากกว่า

 

7.Skinfood Rice eye Concealer (ไม่แนใจว่าชื่อนี้รึป่าวเพราะเลือนจากหลอดแล้ว แต่ที่เรียกกันว่าคอนข้าวอ่ะค่ะ)

ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ


หลังใช้...เป็นคนนอนดึกมาก-ดึกที่สุด จำเป็นต้องพึ่งคอนตลอดเวลาค่ะ Panda is Commimg To Town ตลอดเวลา555+ เมื่อก่อนใช้คอนกล้วยก้อพอถูๆไถๆ แต่ไม่ค่อยถูกใจ(ส่วนตัว)ตรงที่เป็นสติ๊กเนื้อแห้งๆ เกลี่ยลำบากเป็นคราบอยู่บ่อยๆค่ะ ตัวคอนข้าวนี้ช่วยคุณได้...เพราะคอนข้าวจะเหมือนFoundation เนื้อครีมมี่ แปะๆ โป๊ะ กดๆ หมีแพนด้าก็กลับจีนทันทีค่ะ555


ซื้อต่อไม๊..1000 เปอเซ็นต์ค่ะ

 

8.Muji Concealer Stick ชอร์คแท่งมูจิ

 

ราคา : 100 กว่าบาทไทยค่ะ


หลังใช้...เราซื้อตัวนี้มาจากชอปมูจิที่ฮ่องกงค่ะ (ตอนนี้ค่าเงินฮ่องกงดอลล่าโอเลย เหมาะแก่การช้อปปิ้งนะค่ะสาวๆ) อยากได้มานานแล้ว อ่านรีวิวมาเย๊อะ แต่ไม่ค่อยกล้าซื้อของในเมืองไทยกลัวปลอมบ้างอะไรบ้าง ได้โอกาสเลยลองสอยมาใช้ดูค่ะ เราลองใช้ใต้ตาดูเนื้อหนัก หนา ฝืดกว่าคอนกล้วยอีก ห้ามเอาตัวสติ๊กมาทาปื๊ดๆเลยรับรองคราบชัวร์ค่ะ ถ้าจะปิดแพนด้าคงพอได้ลองใช้เป็นนิ้วปาดๆ แตะๆ เกลี่ยๆ น่าจะดีกว่าค่ะเราเลยลองเปลี่ยนวิธีเอามาขีดๆอัพดั้ง หรือริ้งรอยนิดหน่อยบนหน้าก่อนลงรองพื้น ปรากฏว่าวิธีนี้เวริ์คค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยกระจายแสงอะไรเท่าSuqquนะค่ะ


ซื้อต่อไม๊..ไม่อ่ะ เห่อตามชาวบ้านเค้าเฉยๆ

 

9.Muji Blush No.RK A

ราคา : 200 กว่าบาทไทยค่ะ


หลังใช้...ซื้อมาพร้อมกับชอล์คแท่งค่ะ แพคเกจคล้ายบรัชของ Shu เลย ตอนลองเอานิ้วป้ายๆที่ชอปปลื้มตรงชิมเมอร์วิ๊งกระจายหงายคว่ำค่ะ 555+ (จขกท ชอบทุกสิ่งที่มีชิมเมอร์ค่ะ) แต่พอกลับมาใช้ตอนเมคอัพไปทำงาน ไหงสีมันไม่ออกเจิดจ้าเหมือนที่ร้านฟร่ะ!!! เฮ้อ...แต่พอทนตรงที่ชิมเมอร์ยังอยู่555 ตอนนี้เลยใช้ปัดทับบรัชสีชมพูที่ใช้อยู่ หรือไม่ก็วันสบายๆนู๊ดๆค่ะ


ซื้อต่อไม๊..ไม่ค่ะ

 

10.Tony Moly Tint

ราคา :เปิดเวบเกาหลีดูนะค่ะ


หลังใช้...ตัวนี้ไม่มีอะไรเลยค่ะ เหมือนทินท์Etudemทุกประการแค่เปลี่ยนแบรนด์เท่านั้น


ซื้ออีกไม๊..ซื้อค่ะ อยากเป็น อั้ม พัชราภา 555

 

โฮก.....ก เหนื่อยๆๆๆๆ พักแป๊บค่ะ ขี้เกียจอ่านกันรึยังเอ่ย

 

Section สุดท้าย : อาหารเสริม(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะค่ะ)

 

1.Vistra Acelora Cherry 45เม็ด 1000มก. + Profimin Vice Nice 40เม็ด

ราคา : ซื้อร้านสุภิญญา Acelora Cherry 220 บาท + Profimin 580บาท


เป็นไงมั่ง...เริ่มอยากทาน2ตัวนี้ตั้งแต่กลับจากทะเลค่ะ รู้สึกหมอง คล้ำ ดำ ปิ๊ด ยังไงไม่รู้ เลยเริ่มศึกษาจากเวบต่างๆรวมทั้งเวบสาวประเภท2เนื่องจากความรู้เริ่มแรกมรเท่าหางอึ่ง(เวบนี้ข้อมูลเค้าแน่นค่ะ ก็เค้าอยากสวย อยากสาวกว่าเรา 200 เท่านี่ค่ะ) หลังจากมีภูมิพอตัวก็จัดจากร้านมาพร้อมกัน ตอนนี้ทานได้เข้าเดือนที่2แล้วยังไม่ค่อยรู้สึกถึงความขาว แต่สีผิวเริ่มเนียนขึ้น สม่ำเสมอขึ้น คงต้องใช้เวลาสักพักค่ะเพราะร่างกายคนเรากว่าจะปรับตัวได้ก็อยู่ในระหว่าง2-3เดือน แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราทานด้วยอาจจะใช้เวลานีสสส...สนึง วิธีทานเราทานพร้อมกันเลย (เม็ดหญ่ายยยยมั่กค่ะ) ตอนเช้าก่อนอาหารค่ะ เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายเรารับวิตามินพวกนี้ได้ดีที่สุด (ตามที่อ่านมา)  ตั้งใจว่าทานครบ3เดือนจะหยุด Profimin สัก1เดือน พักตับ ไต ไส้ พุง แล้วค่อยทานใหม่ค่ะ แต่บางเวบก็บอกว่าสารสกัดProfiminเป็นสารตั้งต้นไม่จำต้องพักแต่อย่างใด เอาเถอะค่ะ Saveตัวเองไว้ดีที่สุด ทานเหล้ายังต้องพักเลยจิงไม๊ค่ะ 5555


ทานต่อไม๊...ทานค่ะ อยากผิวเนียนๆ ขาวๆ 

 

2.Cindy Kidney Bean 30เม็ด

 



ราคา : 270 บาท ร้านเดิมค่ะ


เป็นไงมั่ง...รู้จักตัวนี้จากโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ ทู้Dietary ของสาวห้องแป้งคนนึงที่แต่ก่อน นน 80กว่า ลดมา 45 เก่งๆเว่อๆ เราก็อยากทำให้ได้แบบนั่นแต่อุปสรรคไม่เยอะแต่ใหญ่ค่ะ555+ (คุณแฟนนั่นเอง) ชอบชวนทานอาหารตลอดเลย จิงๆ เรากับแฟนชอบแสวงหาร้านอาหารอร่อยๆทั่วประเทศเลยค่ะ ไปไหนชิมตลอด ตัวเลยบวมขึ้นๆอย่างเป็นธรรมชาติ 555+ เคยทานยาตัวอื่นมาครั้งนึงค่ะ เป็นของประเทศไทยทำ จำชื่อยี่ห้อไม่ได้ค่ะ พอดีเพื่อนๆที่ทำงานทานกันเลยเอาบ้าง เป็นสารสกัดจากถั่วเขียว ทานได้2อาทิตย์ลดฮวบค่ะ เปลี่ยนไซด์เสื้อผ้าได้เลย แต่พอเราไม่ค มกลับมาทาน ก็กลับมาเท่าเดิม แถมเหมือนจะมากกว่าเดิม คราวนนี้ลงยากเลยค่ะ ไม่ไหวๆเลยขอลองตัวนนี้สักครั้งให้มันรู้กันไป ส่วนผสมหลักก็เป็นถั่วขาวเช่นกันค่ะ (ลืมบอกไป ไปๆมาๆ Vistra Acelora Cherry Profimin Vice Nice และ เจ้าตัวนี้ผลิตจากที่เดียวกันเลยค่ะ )หรือว่าเป็นแผนการตลาดของบริษัทนี้เนี่ย ยังไงตัวนนี้ของแปะโป้งไว้ก่อน เด๋วได้ผลอย่างไรจะรายงานค่ะ เพราะเพิ่งทานได้2วันเอง




เอากระเป่าสัมภารกประจำวันมาให้ชมเล่นค่ะ 555+

 


 

รูปนี้เป็นสเปรย์หอมๆไว้ฉีดในห้องค่ะ เอามาให้ดูเผื่อเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสไปเกาหลี แนะนำให้ไปเดินไดโซที่Lotte Mart ค่ะ ของเยอะ + ถูกกว่าบ้านเราอีกค่ะ ขวดนี้ 2000 วอน x 0.027 เอานะค่ะ ตามนั้นเลย กลิ่นกาแฟ หอมหวานมากๆๆๆ Recommend ค่ะ

 

 

*****โฮกๆๆๆๆ จบซะที เหนื่อยอ่านไม๊ค่ะเพื่อนๆ ไว้ถ้าดาวมีของอะไรใหม่ๆจะเอามาฝากอีกนะค่ะ******

บ๊าย บายค๊า




ขอจบด้วยรูปที่ไปช้อปปิ้งฮ่องกงมาค่ะ กู๊ดไนท์ค่ะ




Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย