fonkan หายไปนาน.. ขออัพเรื่องไปเที่ยว Samet ให้ชมแล้วกันน๊า ^O^

fonkan

fonkan

ดู Profile

พอดีมีน้องทักใน MSN บอกว่า พี่ฝน... มีคนตั้งกระทู้ถามถึง พี่หายไปไหนอ่ะ ?



คุณ fonkan หายไปไหนอ่ะค่ะ  จากกระทู้คุณ PAM คุง



ขอเกริ่นเล็กน้อย : ที่หายไป ก็เพราะว่าเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม จัดการส่งฮาวทูลีอตใหญ่ไป 3 ชุด หลังจากนั้นก็ไปรักษาสิวอย่างจริงจัง จนมันหาย ก็เลยพยายามจะลดการแต่งหน้า  และหันมาดูแลตัวเอง  อีกอย่างตอนนี้เสพย์ติดบล๊อคค่ะ วันๆ ก็นั่งเล่นอยู่แต่ Blog เพลิดเพลินดีแท้ 555+



งั้นวันนี้ขอส่งภาพให้หายคิดถึงด้วย กิจกรรมที่ไปเที่ยวเสม็ดมากับเพื่อนสาว

ความจริงอัพไว้ใน Bloggang แล้ว ใครที่ชมแล้วก็ขออภัยนะจ๊ะ นำมาให้สาวๆ จีบันชมอีกที



ขอแนะนำเพื่อนกานด้วยนะจ๊ะ kan คู่ซี้ฝนเอง

บุคคลที่เป็นที่มาของชื่อ fonkan

ผู้หญิงที่ผมยาวๆ หน้าคมๆ อ่ะค่ะ



หวังว่ากระทู้นี้ คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการไปพักผ่อนซัมเมอร์นี้นะคะ

ขอให้เที่ยวให้สนุก และปลอดภัยตลอดการเดินทาง ^O^









★☆ หนีหนุ่มๆ ไปซิ่งบนเสม็ด (วงเดือนวิลล่า) 3 วัน 2 คืน ...จี๊ดมาก!☆★

เป็นทิปส์ที่คิดกันว่าเราจะไปเฉพาะสาวๆ หนีเพื่อนชายและคุณแฟนไปลั๊นลา



ว่าแล้วก็นัดเจอกันที่บ้านฝนตอนเย็นวันจันทร์ เพื่อจะออกเดินทางไประยองวันอังคารแต่เช้า



ในวันรุ่งขึ้นเราเดินทางไปถึงที่ระยองประมาณ 9 โมงกว่าๆ ดีใจมากที่ไม่หลง



อาศัยถามทางจากคนในพื้นที่ไปเรื่อยๆ และแล้วก็เจอท่าเรือบ้านเพ



เราก็มุ่งตรงไปติดต่อคุณแมว (ออฟฟิตวงเดือนวิลล่า)



เพื่อที่จะซื้อตั๋วเรือไป-กลับ คนละต่อเที่ยว 140 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 840 บาท สามคน



สามสาวไปเที่ยว 11.30 น. จ้า ระหว่างอยู่บนเรือก็ชักภาพกันมากมาย ซ้อมไว้ก่อน



งานนี้ที่ไป มีกล้องแค่ 2 ตัวเป็นกล้องธรรมดา ฝีมือก็ธรรมดา เช่นกัน หุหุ






เมื่อไปถึง ยังไม่ทันจะสูดลมหายใจให้ชื่นปอดก็เจอ กับผู้ชายอายุประมาณ 30 กว่าๆ



มายืนเสียงดัง แกมตะคอกว่า
“เดี๋ยว..เสียค่าอุทยานด้วย!!”



อ้าว... งงไปเลย ครั้งที่ไปอ่าวปะการังไม่เห็นเสีย ก็จ่ายๆ มันไป เพราะไม่รู้นี่หว่า



สงสัยจังทำไมพวกคุณต้องทำน้ำเสียงกับชักสีหน้าต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบนี้ด้วย



คนไทยนะโว้ย!! ไม่ใช่โรฮิงยา!!


(ค่าบัตรคนละ 40 บาท สามคนก็ 120 บาท)



เหอๆ...เสียค่าเหยียบแผ่นดินด้วย แอบอึ้งเล็กน้อย



ตอนรอห้องพักก็เลยโทรถาม ททท. ได้ความว่ามันต้องเสีย เพราะเสม็ดเป็นอุทยาน ..

แต่แอบงง แล้วทำไมตอนไปนิมมานอรดีไม่เห็นเสียหล่ะ??

อืม.. สงสัยทางที่พักเสียให้มั้ง ช่างมัน... เที่ยวต่อดีกว่า



เราได้ห้องพักที่ วงเดือนวิลล่า ห้อง 104 ติดหน้าหาด ราคาห้องที่ไปพัก 2 คืน 3 วัน อยู่ที่ 3400 บาท



แต่เสียดายความสงบสุขหาแทบไม่ได้ เพราะมีกลุ่มกิจกรรมยูเซอรีนไปสังสรรค์ตรงหน้าบ้าน



ประหนึ่งพาผู้โชคดีมาร่วมสนุกกันบนเกาะเสม็ด (แล้วทำไมต้องตรงกับวันที่เราไปด้วยเนี่ย แอบนอยด์)



โอ๊ย..รำระบำชาวเกาะกันลั่น...

จะเล่นน้ำแบบส่วนตัวก็รู้สึกว่ามันไม่ได้อารมณ์

ตอนแรกฝรั่งก็เยอะอยู่ พอเจอกรุ๊ปนี้ไปคนไทยล้นเชียว

ทำให้ตกลงกันว่าเราจะไปซิ่งรอบเกาะกันดีกว่า แก้เซ็ง ++








ว่าแล้ววันแรกเราก็ปล่อยเวลาไปกับการพักผ่อนเรื่อยๆ เปื่อยๆ

เนื่องจากนอยด์ๆ หลายเรื่อง ไว้จะเม้าท์ให้ฟังแต่ข้ามไปก่อนเรื่องมันยาว



ตกประมาณ 5 โมงเย็นเราก็เดินไปหาร้านอาหารกินกันที่หน้าหาดใกล้ๆ พร้อมกับไปถ่ายรูปเล่นนิดหน่อย วันแรกเสียค่าอาหารประมาณ 800 บาท กินกันเยอะแยะ แล้วก็กลับมานอนเอาแรงไว้เล่นน้ำเช้า







ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ตื่นมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งบรรยากาศเหมือนเป็นใจมีเมฆบังนานเกือบครึ่งชั่วโมงทำให้เล่นน้ำได้ไม่ร้อนมาก และกานดาก็มาถ่ายรูปให้ฝนกับเจ๊ออย วันนี้กานดาไม่ได้เล่นน้ำเพราะ ปจด.มา







จากนั้นก็เดินไปหาข้าวเช้ากินกันที่หน้าหาดเช่นเดิม แต่ว่าร้านนี้แพงอ่ะ

กินไปแค่พวกเซ็ตอาหารเช้า หมดไป 800 กว่าบาท

หน้าตาเป็นแบบนี้อ่ะ

ข้าวผัดอเมริกันจานละ 200 บาท เขี่ยๆ ดูแล้วมิได้มีอะไรเป็นพิเศษ

รู้งี้กลับไปกินอาหารร้านเดิมดีกว่า .. (ที่กินไปเมื่อเย็นวาน)







เมื่อท้องอิ่มก็หวังจะเดินย่อย เดินไปเดินมา

ก็นึกสนุกจะไปขี่มอไซด์เล่นรอบเกาะ เฮ้ย.. อันตรายไป

เจรจากันใหม่ได้ความว่าเช่ารถ TAXI เหอะ.. ปลอดภัยสุด เสียไป 800 บาท

ได้ไป สี่ที่ หาดแต่ละที่ก็สวยดี (จำไม่ได้อ่ะ รู้แค่มีอ่าวพร้าว หาดทรายแก้ว แล้วไรอีกไม่รู้ ลืม!)









นี่เป็นภาพนักท่องเที่ยวเก็บมาฝากจ้า






จากนั้นก็ไปหาดทรายแก้วเป็นที่สุดท้าย

พี่คนขับบอกว่าจะอยู่ที่นี่จนถึงเย็นก็ได้ แล้วค่อยโทรมาตามให้มารับก็ได้

แต่เราไม่เอา เนื่องจากบรรยากาศร้อนมาก ครีมกันแดดก็ไม่ได้เอา..

ถุยชีวิตมากๆ ... จบบรรยากาศบนหาดทรายแก้วด้วยส้มตำทะเล

ประทังความหิวอีกรอบที่กำลังมาเยือน







กินเสร็จก็กลับไปที่ห้องพัก อาบน้ำนอนกันได้แป๊บๆ ก็ตกห้าโมงเย็น ว่าแล้ว...ก็ออกไปหาอะไรกินกันอีกครั้ง



วันนี้เอาว๊อดก้าไปด๊วดด้วย ไม่เสียค่าเปิดซื้อมาจากบนฝั่งกะจะนั่งกินให้ตาฉ่ำวาวไปข้างหนึ่ง




ก่อนออกไปกินข้าวก็เสริมสวยสักนิด.. งานนี้กานดาดูจริงจังกับการโพสมาก 555+







อาหารที่เห็น ฝนรวมของทั้งสามวันนะจ๊ะ (อร่อยและถูกจนต้องมากินทุกวัน พนักงานคุยดี บริการดีมาก) ร้านนี้ทำอาหารประเภทย่างอร่อยมาก วันที่ 2 เสียเงินไป 900 นิดๆ






และตกหัวค่ำเล็กน้อย มีโชว์ให้ชมด้วย เป็นการควงกระบองไฟ ว้าวๆ...

อันนี้ใช้กล้อง Fuji โหมดพลุ กับออโต้ไม่เปิดแฟรช

ชอบภาพที่เป็นรูปหัวใจอ่ะ กำลังสวยเชียว ^O^






และประมาณ 3 ทุ่มก็ไปนอน ไม่ไหว ง่วงมากมาย เก็บแรงไว้ไปต่อพรุ่งนี้



เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปหาข้าวกิน ก็ร้านเดิมอีกนั่นแหละประมาณ 500 กว่าๆ มั้ง

อันนี้จำไม่ได้ไม่ได้ฟัง มัวแต่ไปเดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อย







กินเสร็จก็ได้เวลาไปเก็บกระเป๋า Check out ก่อน 10 โมง

ไปนั่งรอเรือรอบ 11.30 น. เพื่อเดินทางกลับ และนั่งคำนวณเงินกัน

ไปเที่ยวนี้เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น คนละ 3,250 บาท โอ๊ย..ถูกมากมาย

กินกันอิ่มหน่ำสำราญ กลับมาตัวดำแต่ก็คุ้มกับความสนุก



แล้วจะกลับมาอีก แต่คราวนี้อยากมากับคุณแฟนอ่ะ ^^

เห็นคนอื่นเค้าไปสวีทกันบนเกาะแล้วก็อดนึกถึงกันไม่ได้

ปกติจะตัวติดกันมางานนี้ดูสนุกนะ แต่เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง







อัพเดทใบหน้าอีกสักครั้ง ตอนนี้ไม่มีสิวมาเยือนแล้วจ้า



ตั้งแต่จิตใจปล่อยวางกับหลายๆ เรื่องไม่เครียด และหันมารักตัวเอง

เอาใจใส่เรื่องความเป็นอยู่ นอนเร็ว ตื่นเร็ว กินอาหารที่มีประโยชน์

จัดว่าโอเคขึ้นเยอะ พรุ่งนี้จะทำการแก้บนสิวที่เคยบนไว้แล้วด้วย

จะมาอัพเดทอีกทีนะจ๊ะ








ปล.ฝนไปมาเมื่อ 17-18-19 กุมภาพันธ์ 2552 จ้า

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย