พาทัวร์ระยองกับ KOSE Save The Blue กิจกรรมเซฟสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมเซฟผิวให้สวยกระจ่างใสไปด้วยกัน


ถ้าพูดถึงสกินแคร์แบรนด์ญี่ปุ่น จะขาด KOSÉ ไปไม่ได้เลย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังที่เมื่อก่อนต้องคอยกดพรีกันรัวๆ พอเค้าเข้าไทยก็ช็อปง่ายจ่ายคล่องขึ้นเยอะ ซึ่ง KOSÉ ก็ไม่ได้โดดเด่นแค่ในเรื่องของสกินแคร์หรือดูแลผิวเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ดูแลและใส่ใจธรรมชาติ พร้อมมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ธรรมชาติอีกด้วย

KOSÉ ก็ได้สร้างโครงการ Save The Blue ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟู และรักษาความสวยงามของท้องทะเลไทย ด้วยการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัดระยอง ซึ่งเค้าทำอย่างจริงจังติดต่อกันมา 12 ปีแล้ว!

Save The Blue Project

ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าโครงการนี้ทำอะไรบ้าง และทำไมถึงต้องจัดโครงการนี้เป็นประจำทุกปี ก็ตามมาดูกันได้เลย ปีนี้จีบันได้รับเกียรติจากโคเซ่บุกไปถึงเกาะมันใน จ.ระยอง พร้อมพาทัวร์และเก็บภาพบรรยากาศมาบอกต่อเพื่อนๆ ทุกคนด้วยจ้า มาดูกันเลยว่าโครงการ Save the Blue ทำอะไรกันบ้าง

โครงการนี้ช่วยอะไรบ้าง

ทางศูนย์วิจัยฯ จะนำเงินที่โคเซ่มอบให้ ไปซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือและอนุรักษ์ชีวิตสัตว์น้ำในอ่าวไทย อย่างปีก่อนทางศูนย์วิจัยฯ ก็ได้นำเงินไปซื้อโดรนตัวแรก และเริ่มบินออกสำรวจทะเลได้อย่างง่ายดายขึ้น ทำให้ได้พบกับพะยูนเป็นครั้งแรก! และท่านผอ.ก็ได้โชว์ภาพถ่ายพะยูนจากโดรนให้เราชม (เมื่อก่อนต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจ) คือทุกคนรู้แหละว่าอ่าวไทยมีพะยูน แต่ไม่เคยมีใครได้เห็นน้องอยู่ในทะเลมาก่อน จะเจอก็ตอนที่น้องเกยตื้นมาตายเท่านั้น

ทำให้ได้รู้ว่าอ่าวไทยของเรายังอุดมสมบูรณ์ถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์ต่อไป และไม่ได้มีแค่นั้น ทางศูนย์ยังนำเงินที่ได้ไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในอ่าวไทย เช่น ช่วยเหลือเต่าทะเล, ฟื้นฟูปะการัง, ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ (ที่เกาะไม่มีไฟฟ้า) เห็นแล้วปลื้มปริ่มเลยจริงๆ ค่า

หลังจากนั้น ทีมผู้บริหารก็ได้กล่าวถึงความประทับใจถึงศูนย์วิจัยฯ ที่ได้ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติเป็นอย่างดีมาตลอด พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บอกเล่าธรรมชาติทะเลไทย

หลังจากนั้นเราก็ได้เดินสำรวจรอบๆ อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ นำโดยสัตวแพทย์ประจำศูนย์ ได้เล่าถึงที่มาที่ไปในทุกๆ โซน ซึ่งมีทั้งหมด 4 โซน ได้แก่ โซนป่าชายเลน, โซนปะการัง, โซนสัตว์ทะเลหายาก และโซนสัตว์ทะเลมีพิษ

พอถึงโซนสัตว์ทะเลหายากก็มีเคาน์เตอร์โชว์ขยะที่น้องเต่าได้กินเข้าไป ซึ่งโชคดีมากๆ ที่มีคนไปเจอและนำมาส่งให้สัตวแพทย์ได้ช่วยเหลือ และนำมารักษาต่อได้ทัน

คลินิกเต่าทะเล ดูแลรักษาน้องเต่าผู้ประสบภัย

ต่อมาทางศูนย์วิจัยฯ ก็ได้พาเราเยี่ยมชมคลินิกรักษาเต่าทะเล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขนาดกลางๆ มีทั้งที่เต่าเกยตื้นมาเอง หรือชาวบ้านนำมาส่งให้ช่วยรักษา แต่ละตัวก็จะมีบ่อของตัวเอง บางตัวที่อาการไม่หนักมาก ก็จะอยู่ด้วยกัน 2-3 ตัว เมื่อน้องเต่าหายดีแล้ว ก็จะปล่อยน้องๆ กลับคืนสู่ธรรมชาติ

ทะเลสวยปัง เต่า ปะการังก็ยังงดงาม

ไฮไลต์เด็ดของกิจกรรมในครั้งนี้ เราจะได้ช่วยปล่อยน้องเต่ากลับบ้านในทะเลกันด้วย ซึ่งเราก็ได้นั่งเรือต่อไปที่เกาะมันใน เมื่อเต่าที่อยู่ในคลินิกได้รับการรักษา จนกลับมาแข็งแรงพร้อมกลับสู่ธรรมชาติแล้ว ทางศูนย์ก็จะนำเต่ามาปล่อยที่เกาะมันใน และน้องเต่าทุกตัวจะมีไมโครชิพฝังอยู่ด้วย
ที่นี่เค้ามีศูนย์เพาะพันธุ์ดูแลเต่าจริงจัง มีหลายบ่อ ทั้งบ่อพ่อพันธ์ุ แม่พันธุ์ และบ่ออนุบาลเต่าที่ตัวยังเล็กเบ๋บี๋กันอยู่ รับรองว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ๆ ทุกคนได้เห็นเต่ามากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เต่ายิ่งอายุเยอะก็จะยิ่งตัวใหญ่ขึ้น อย่างน้องเต่าที่เป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ก็อายุถึง 30 ปี! ตัวใหญ่มากๆ

ปล่อยเต่าคืนสู่อ้อมกอดแห่งทะเล

หลังจากที่เยี่ยมชมบ่อเต่ามากมาย เราก็ได้เวลามาปล่อยเต่ากันแล้ว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่โคเซ่ทำเป็นประจำทุกปี ปีนี้เราปล่อยกัน 2 ตัวได้กัน ก่อนที่จะปล่อยเต่าก็ต้องสแกนไมโครชิพก่อน ว่าน้องตัวนี้มีเลขอะไร ถูกต้องตามที่เราต้องการปล่อยมั้ย หลังจากนั้นก็ส่งน้องเดินลงพื้นทราย พอถึงน้ำทะเลน้องเต่าก็แหวกว่ายกลับบ้านเกิดไปอย่างแฮปปี้ น้องๆ น่ารักมาก พอเค้าเริ่มว่ายกลับลงทะเลแล้ว ก็รู้สึกใจฟูสุดๆ
พอเสร็จภารกิจปล่อยเต่า เราก็เดินทางกลับกันได้จ้า ซึ่งบรรยากาศกิจกรรมในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและใจฟูมากจริงๆ ที่ได้ร่วม Save the Blue Project กับ KOSÉ พร้อมร่วมส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทะเลไทย 

ร่วมเซฟทะเลไทยกับ KOSE

ถ้าเพื่อนๆ อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูทะเลไทย ก็สามารถสนับสนุน KOSÉ ได้ง่ายๆ เพียงแค่ร่วมซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม SEKKISEI ก็ได้ร่วมส่งต่อสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ท้องทะเลไทย ซึ่งบางทีเราก็ได้ร่วมส่งต่อแบบไม่ทันได้รู้ตัวกันเลยก็ได้นะ

อย่างในปีนี้ลูกค้าที่ช็อปสินค้าของ SEKKISEI ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 65 - 31 ส.ค. 65 ทางจะแบรนด์จะบริจาครายได้ 2% จากยอดขาย ให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัดระยอง และนำมามอบให้ในวันที่เราไปปล่อยเต่านี้เอง

ใครพลาดไปไม่ต้องเสียใจน้า โคเซ่เค้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ทุกปี รอติดตามปีหน้าใหม่ จะได้ช็อปกันแบบจุใจแถมได้ช่วยเซฟน้องเต่าด้วย แต่ถ้าใครอยากลองช็อปตอนนี้ และยังคิดไม่ออกว่าจะลองตัวไหนดี เรามีโลชั่นสุดปังของเค้ามาแนะนำ เลือกตามสภาพผิวและความชอบได้เลยค่า

Highlight Products

Sekkisei Lotion

Sekkisei Lotion หรือน้ำตบผีดิบที่เราคุ้นเคย เค้าช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส และลดความหมองคล้ำได้ดีมาก ช่วงไหนผิวหมองนอนน้อย คือเอาอยู่ตลอด!

Clear Wellness Pure Con

โลชั่นใส ไม่มีสี เนื้อเบาที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีมาก แต่ไม่ทำให้ผิวมัน ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว แถมยังอ่อนโยนต่อผิวสุดๆ

Clear Wellness Natural Drip

โลชั่นเนื้อเข้มข้นชุ่มชื้น ที่ยังคงโดดเด่นในการปรับความกระจ่างใสให้กับผิว และยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการปกป้องผิวถึง 2 ชั้น พร้อมให้ความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองจากมลภาวะ

ถ้าเพื่อนๆ อยากร่วมเซฟทะเลอ่าวไทยไปด้วยกัน ก็รอติดตามช่วงเวลากิจกรรมดีๆ จากโคเซ่ในปีหน้าได้เลย ระหว่างนี้ก็เลือกช็อปสินค้าที่อยากลองไปก่อน พอเจอตัวปังที่เข้ากับผิว ปีหน้าจะได้ตุนไว้ใช้อย่างจุใจ แค่นี้ก็ได้เซฟทะเลไทย พร้อมเซฟผิวให้สวยกระจ่างใสไปด้วยกันกับ KOSÉ แล้วค่า

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย