น้ำตก "โกรกอีดก" เดินป่าล่าน้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลาง l One Day Trip

Koraninn Joong

Koraninn Joong

ดู Profile

*หากมีการใช้คำผิด พิมพ์ผิด หรืออ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า*
                                                                                                                               
กินระนอ
คิดถึงการตั้งกระทู้มากๆ ขอหวนคืนวงการเลยก็แล้วกัน สวัสดีทุกคนนะครับ วันนี้เรากลับมากับการรีวิว แบ่งปัน สถานที่ท่องเที่ยวอีกครั้ง สำหรับวันนี้เนี่ย เรากลับมากับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมงเท่านั้น
                                                                                                                          
น้ำตกโกรกอีดก จังหวัดสระบุรี
อ่านว่า โกรก-อี-ดก ซึ่งแปลว่าน้ำตกเยอะ หรือที่ที่น้ำไหลเทลงมาหลายๆที่
โกรกอีดก เป็นส่วนหนึ่งของเขาใหญ่ ทางขึ้นตั้งอยู่ที่ บ้านบึงไม้ ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่เดินป่าที่ใกล้กรุงเทพฯมากๆ ลักษณะของน้ำตกโกรกอีดกนั้น จะมีความสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ใจกลางป่าดิบชื้นอันสมบูรณ์แบบ เฉพาะแค่ตัวน้ำตกชั้นบนสุดนั้นก็สูงประมาณ 30 เมตรแล้ว ระยะทางเดินจากจุดเริ่มต้นคือ 4 กิโลเมตร (ไป-กลับ = 8 ) ใช้เวลาเดินประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ไป-กลับ = 6-8 ชั่วโมง)
รายละเอียดการเข้าสถานที่
  • จะต้องทำการจองก่อนเท่านั้น เนื่องจากจำกัดจำนวนคนต่อวันที่ 100 คน 
  • จองได้ที่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • ราคาจองออนไลน์กับ walk-in น่าจะต่างกัน แต่ไม่เกิน 300 บาทแน่น
  • เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • การเดินป่าจะเดินได้ตั้งแต่ 8.00-10.00 โดยจะมีไกด์นำเดินและดูแลตลอดเส้นทาง
    -ที่จอดรถมีมากพอสมควร ยังไม่พบปัญหาไม่มีที่จอด
  • จุดลงทะเบียนมีทุกอย่างครบ ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ
การเดินทางนั้น เราออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้า เพราะอยากเริ่มเดินตั้งแต่ 8 โมง จะได้ไม่ต้องลงมามืดค่ำมาก เพราะต้องขับรถกลับกรุงเทพฯอีก สามารถปักหมุด GPS ที่ น้ำตกโกรกอีดกได้เลย ข้อดีของการขับรถตั้งแต่เช้ามือคือ รถจะยังไม่เยอะมากทำให้รถไม่ติดและขับขี่สบายขึ้นมาก นอกจากนี้ยังได้เจอแสงแรกของวันในขณะที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นด้วย สิ่งที่ดีที่สุดคือได้กินข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ไม่ได้กินมานาน
พอมาตามหมุดจนถึงจะมีป้ายบอกว่าที่มีจอดรถนะ ก็เลี้ยวเข้ามาจอดได้เลย ลักษณะที่จอดจะเป็นเต๊นท์แบบนี้เลย ทางจะแฉะนิดหน่อยเพราะวันก่อนหน้านี้ฝนตกค่อนข้างหนัก ที่จอดรถมีเพียงพอมากๆ ด้วยความที่จำกัดจำนวนคนเข้าต่อวันด้วยแหละเลยไม่มีปัญหาเรื่องคนเยอะจนล้นมากเท่าไหร่นัก พอจอดรถเสร็จจะมีรถมารับเราไปยังจุดลงทะเบียน หรือจะเดินไปก็ได้ไม่ไกลเลย
พอมาถึงจุดลงทะเบียน ก็เข้าไปแจ้งชื่อ ยื่นบัตรประชนชาได้เลยเพราะทำการจ่ายเงินมาก่อนหน้าแล้ว นั่งรถแปปเดียว หรือจะไปเข้าห้องน้ำ (ฟรี และมีห้องอาบน้ำด้วย) กินข้าว ดื่มกาแฟก่อนก็ได้นะ ที่นี่มีทุกอย่างครบ แนะนำให้ซื้อข้าวมื้อกลางวันขึ้นไปกินที่น้ำตกด้วย เพราะจะขึ้นไปถึงช่วงเที่ยงๆพอดี นั่งรอไม่นานจะมีรถมารับไปยังจุดเริ่มเดิน
พอมาถึงจุดเริ่มเดิน จะมีห้องน้ำให้เข้าอีกครั้งเป็นที่สุดท้ายละ ตรงนี้จะไม่มีสัญาณโทรศัพท์แล้วนะ เข้าสู่โหมดตัดขาดโลกภายนอกอย่างเต็มที่ ในกาเดินรอบหนึ่งจะมีคนร่วมเดินไปกับเราประมาณ 30 คน และจะมีเจ้าหน้าที่เดินนำและเดินตามอีก 2 คน กฏคือเราจะต้องไปเดินนำเจ้าหน้าที่คนด้านหน้าและไม่เดินหลังเจ้าหน้าที่คนข้างหลัง
ความยากในการเดินส่วนตัวคิดว่ามีความยากกว่าภูกระดึงประมาณ 2-3 ระดับ ด้วยความที่นี่จะมีความชื้นตลอดการเดิน อุปสรรคหลักๆจะเป็นน้ำตกที่เราจะต้องเดินลุยไปเป็นระยะๆ ยิ่งวันที่ฝนตกก่อนหน้ากระแสน้ำจะแรงกว่าปกติ ทางชันกว่า 80% จะเป็นหินทำให้มีโอกาสในลื่นได้มาก เพราะฉะนั้นเรื่องรองเท้าต้องเลือกมาให้ดี แนะนำให้ใช้ผ้าใบสำหรับเดินป่าจะดีที่สุด พวก Keen Chaco ก็ใช้ได้นะ แต่ให้ใช้รุ่นที่เป็นแบบสวม หัวปิดจะดีกว่า อย่าเราใส่ Chaco รุ่นสายรัดนิ้วโป้ง ก็คือโดนรัดหนักมากจากการเกร็งเท้าตอนขาลง กระเป๋าและอุปกรณ์เสริมต่างๆควรกันน้ำได้ เพราะว่าคุณจะมีสิทธิ์ลื่นและก้นจุ่มน้ำได้ตลอดเวลาที่เดินผ่านน้ำตก และชั้นบนสุดละอองน้ำหนักมาก
ตลอดระยะเวลาที่เดินกว่า 80% จะได้ยินเสียงน้ำตกไหลตลอดเวลา ชื่นใจสุดๆ ตอนที่เดินลุยน้ำให้หย่อนขาลงไปให้ถึงที่สุดจะทำให้การก้าวเดินที่มั่นคงมากกว่า กระแสน้ำใต้น้ำจะแรงสมควรแบบแอบเซตามแรงน้ำเลย สองข้างทางจะเป็นป่าแบบเขียว! เจอพันธุ์ไม้มากมายสนุกมากได้เรียนชีวะอีกครั้ง เดินไปนิดหน่อยก็เจอเฟิร์น เดินไปอีกเจอมอส ส่วนใครที่กังวลว่าชื้นๆแบบนี้จะมีทากให้รำคาญใจ ไม่ต้องกังวลไปไม่มีทาก แต่สิ่งที่มีคือแมลงต่างๆ ส่วนมากจะมีพิษ  แต่ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับเขา เขาก็จะไม่ยุ่งกับเรา แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือบนนั้นจะมีผึ้งป่าที่จะคอยมาดอมดมเหงื่อของคุณ อย่าตกใจให้เอามือปัดเบาๆได้ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อออกหน่อยจะช่วยลดกลิ่นหอมหวนชวนชิมได้
ตลอดระยะเวลาช่วงแรกที่เดิน (ประมาณ 1 ชั่วโมงแรก) จะเป็นการเดินทางเรียบ ชิวๆ มีข้ามต้นไม้ล้มบ้าง การเดินจะเริ่มถึงที่พักเมื่อเดินครบประมาณ 1.30 ชั่วโมง ลักษณะที่นั่งพักคือจะเป็นแหล่งน้ำตกตามชั้นต่าง ส่วนมากจะได้นั่งพัก 5-10 นาทีพอให้หายเมื่อย แต่ส่วนมากจะไม่ได้พักกันหรอก จะเน้นหามุมถ่ายรูปถ่ายคลิปซะมากกว่า
น้ำตกเยอะสมชื่อจริงๆ น้ำตกชั้นนี้ (ไม่แน่ใจว่าชั้นอะไร) จะมีทางเดินเข้าในช่องเล็กๆ ให้ยืนถ่ายรูปเก๋ๆได้ แต่อาจจะต้องแย่งชิงหน่อย เพราะทุกคนอย่างเข้าไปถ่ายแน่นอน มันสวยมากจริงๆ มีช่อง มีกรอบให้ยืนถ่ายครบ แต่ไอ่เรามันไม่ใช่สายแย่งชิงเลยยืนถ่ายข้างๆ ละกัน ที่ชั้นนี้จะเริ่มมีผึ้งป่ามาดอมดมคุณแล้ว ตอนเราไปมีพี่คนหนึ่งโดนผึ้งป่าตัวอย่างใหญ่เกาะหลัง วิธีแก้คือให้พี่เขาดำน้ำลงไปสักหนึ่ง
อันนี้คือจุดเด่นของที่นี่เลย "เห็ดแชมเปญ" มีลักษณะเป็นสีแดงเหมือนแก้วแชมเปญ ถ้าจำไม่ได้ผิดเห็ดนี้จะบานในสภาพแวดล้อมที่ป่าสมบูรณ์แบบ ต้องมีความชื่นที่เหมาะสม จะพบได้ในวันที่ฝนตก โดยปกติเห็ดพวกนี้จะขึ้นมาเรื่อยๆหากสภาพแวดล้อมสมบูรณ์ มีหลายสีนะ แต่ที่นี่เจอสีแดงค่อนไปทางส้ม เดินไปก็จะเจอค่อนข้างเยอะนะแต่อาจจะเล็กจะใหญ่แล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมเลย
สิริรวมเดินขึ้นไป 4 กิโล ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ขึ้นไปถึงความเหนื่อยล้ามันหายไปหมดเลย เพราะมันสูงและมันสวยมาก ของจริงคือมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกได้ว่ามันใหญ่นะ ขึ้นไปถึงแทบจะไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเลย ละอองน้ำมันเยอะมาก เยอะจนทำให้กล้องเปียกได้เลย เลยแนะนำว่าควรให้มีอุปกรณ์กันน้ำไว้ได้เลย จะถุงหรือจะเคสก็ว่ากันไป
เปิดอีกวันที่รู้สึกดีมาก ที่ตัดสินใจเริ่มเดินป่าแบบจริงจังสักที หลังจากหยุดเดินไป 4-5 ปีได้ ขอบคุณตัวเองอีกครั้งที่รื้อความฝันกลับมาทำอีกรอบ คำที่พูดว่า
อยากเที่ยวก็ไปเที่ยวเลย อย่ารอมีเงินก่อนแล้วค่อยเที่ยว เพราะมันจะไม่ได้เที่ยว
เราจะมีเวลาอยู่บนนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงได้แล้วแต่เราเลย แต่ให้เผื่อเวลาเดินลงอีก 3-4 ชั่วโมงด้วยจะได้ไม่ต้องรีบร้อนมาก ใครที่ห่อข้าวขึ้นไปกินสามารถนั่งกินที่ชั้นบนสุดได้เลย หรือจะลงมากินชั้นล่างหน่อยก็ได้แล้วแต่เราเลย ตอนขาลงเนี่ย ต้องระมัดระวังเพิ่มเป็นพิเศษหน่อย เพราะการควบคุมตอนเดินบนหินมันจะยากกว่าขาขึ้นพอสมควร แต่สุดท้ายก็ยังมีชีวิตรอดกลับมา มีบาดแผลที่เท้าเล็กน้อย

คำเตือนและข้อแนะนำเพิ่มเติม 
  • ควรนอนมาให้เยอะๆ ไม่งั้นแกจะไม่มีแรงแน่นอน
  • ชุดในการเดินขอให้ง่ายต่อการก้าวขาขึ้นหินแค่นั้นพอ
  • ควรใส่รองเท้าที่มันใช้เดินป่าจริงๆ เพราะจะช่วยให้ไม่ลื่นและไม่ปวดเท้า
  • อย่าลืมพกน้ำและอาหารขึ้นไปทานด้วย และเก็บขยะลงมาด้วย
  • พยายามทำยังไงก็ได้อย่าให้ปวดหนักปวดเบา
  • ไม่มีทาก สบายใจได้เลย แต่มีผึ้งป่า
  • ถ้าไปหลังวันที่ฝนตก จะพบน้ำตกที่เยอะและสวยมาก
  • กล้องถ่ายรูปควรมีอุปกรณ์กันน้ำไปด้วย
จริงๆถ่ายรูปมาเยอะมากนะ แต่จะลงหมดในนี้ก็แปลกๆ
ถ้าอยากดูรูปแบบเต็มๆ เชิญที่เพจ กินระนอ ได้เลย

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย