15ค่ำเดือน11 ทริปสายมู ไหว้องค์ปู่พญานาค ชมไหลเรือไฟนครพนม สวรรค์ชายโขงสุดฟิน

7th

ArchiReview

ArchiReview

ดู Profile

สวัสดีค่าาาเพื่อนๆชาวจีบัน
หลังจากเพิ่งกลับมาจากทริปสายมู ม่วนๆ อันยาวนาน เยือนถิ่นอีสาน ณ เมืองนครพนม ในช่วงเทศกาลไหลเรือไฟ 19 - 23 ตค. 2564 ที่ผ่านมา วันนี้เอาภาพบรรยากาศเรือไฟสวยๆ และวิวชิลล์ๆที่เค้าเรียกกันว่า "สวรรค์ชายโขง" มาให้ชมกันค่ะ

เพราะช่วงเทศกาลไหลเรือไฟที่ผ่านมาก็คือช่วงเทศกาลออกพรรษา 15ค่ำ เดือน11 นั่นเอง จะได้เห็นพระจันทร์ดวงโตๆ ขึ้นจากขอบฟ้าฝั่งประเทศลาว ในช่วงท้องฟ้าเปลี่ยนสี ที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน บอกเลยว่าฟินมากกกกกกกก


ขอเริ่มต้นทริป ด้วยการ Check in เข้าที่พักก่อนเลยค่ะ
เราพักที่ โรงแรม The River Hotel นครพนม วิวริมน้ำโขงทุกห้อง
และเนื่องจากมากัน 3 คน เราจองห้องมุม เป็นห้องใหญ่มีห้องนั่งเล่น แยกจากห้องนอนค่ะ และวิวจากระเบียงห้องชั้น 4 ก็จะประมาณนี้เลยค่ะ

*วิวตอนเช้า พระอาทิตย์ขึ้นที่แม่น้ำโขงฝั่งลาวค่ะ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ระเบียงห้องได้เลย*

อาหารเช้าของโรงแรมก็จะหน้าตาประมาณนี้ค่ะ
จานหลักจะเป็น ไข่กระทะ และ ก๋วยจั๊บญวณ ค่ะ อร่อยมากกกกกกกก
ออกจากโรงแรม มาดู "สวรรค์ชายโขง" กันบ้างค่ะ

จะเป็นเส้นทางจักรยาน และฟุตบาธคนเดิน/วิ่ง เลียบแม่น้ำโขงของ จ.นครพนม เป็น public space แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ มีผู้คนมาออกกำลังกาย กินลมชมวิว นั่งกิน street food โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นค่ะ

*ช่วงเช้า จะมีพระเดินบิณฑบาตรด้วยค่ะ*

ปั่นจักรยาน ชม street art ริมโขง
"ปั่นจักรยาน ชม street art ริมโขง"
สวรรค์ชายโขง สวรรค์ของนักปั่นจักรยานค่ะ เส้นทางปั่นเลียบโขง ฟินมากกก
"สวรรค์ชายโขง สวรรค์ของนักปั่นจักรยานค่ะ เส้นทางปั่นเลียบโขง ฟินมากกก"
ช่วงเวลาพลบค่ำ หลังพระอาทิตย์ตกดิน พระจันทร์เต็มดวง 15ค่ำ เดือน11 ขึ้นพ้นจากขอบฟ้าฝั่งลาว
"ช่วงเวลาพลบค่ำ หลังพระอาทิตย์ตกดิน พระจันทร์เต็มดวง 15ค่ำ เดือน11 ขึ้นพ้นจากขอบฟ้าฝั่งลาว"
และนี่ก็คือจุด landmark สำคัญ เป็นจุดเช็คอินที่ทุกคนต้องแวะมา (โดยเฉพาะสายมูฯ จุดนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของทริปเลยค่ะ)

จุดนี้คือ ลานพญาศรีสัตตนาคราช องค์ปู่พญานาคที่ชาวนครพนมกราบไหว้บูชา สักการะนับถือ รวมถึงชาวต่างถิ่นที่มีคามศรัทธา บอกได้เลยว่าลานตรงนี้ มีการบวงสรวง แก้บนต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน บ่งบอกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ และการประสบผลสำเร็จ สมหวังตามคำขอ ผู้คนจึงกลับมาบูชาชุดใหญ่กันค่ะ

องค์ปู่มีความสวยสง่า ทั้งเวลากลางวันที่สีเหลืองทองตัดกับสีท้องฟ้า และยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟที่ทองอร่าม และจะมีการพ่นน้ำด้วย
มีพานบายศรีพญานาค 3 เศียร 5 เศียร 7 เศียร ให้บูชาด้วยนะคะ
เป็นบายศรีสด งานใบตองสวยมาก รอบนี้เราเลยเลือกบูชาพานเล็กก่อนค่ะ (300 บาท) รอบต่อไปได้บูชาพานใหญ่แน่นอน
และก็มาถึงไฮไลท์ของที่นี่ ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ที่เรามา..
เทศกาลไหลเรือไฟ นครพนม นั่นเองค่าาาา

สำหรับปีนี้มีเรือไฟให้ชมน้อยหน่อยค่ะ เนื่องจากสถานการณ์โควิด มีเพียงแค่ 3 ลำ เท่านั้น (ปกติจะมีการจัดแข่งเรือไฟ ก็จะมีหน่วยงานต่างๆ ส่งเรือเข้าประกวด และล่องเรือมาตามริมน้ำโขงให้คนได้ชมกันเยอะมากๆ น่าจะยิ่งใหญ่อลังการน่าดูเลยค่ะ)

เรือไฟก็จะเป็นโครงเรือไม้ ที่มีการห้อยกระป๋องใส่ไส้เทียน ทำหน้าที่เป็นตะเกียงดวงเล็ก ร้อยเรียงกันทำให้มองเห็นเรือเป็นรูปร่าง เป็นภาพต่างๆ จากระยะไกลค่ะ


มีการจุดพลุ ระหว่างโชว์เรือไฟด้วยค่ะ
"มีการจุดพลุ ระหว่างโชว์เรือไฟด้วยค่ะ"
และโรงแรม The River ที่เราเข้าพัก ก็แจก กระทงเรือไฟ ให้เรานำไปร่วมลอยด้วยค่ะ

เชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะห์เคราะ ตามประเพณีโบราณ จะมีการตัดเล็บ หรือใส่เส้นผมลงไป พร้อมอธิษฐานขอทิ้งสิ่งที่ไม่ดีให้ลอยออกไปจากตัวเรา และเริ่มต้นชีวิตใหม่
เรือไฟโบราณ ตามปีนักษัตร ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนำกระทงมาฝากไว้ และเมื่อถึงเวลาก็จะนำไปลอยพร้อมกัน เป็นขบวนเรือไฟ กระทงสาย ลงในแม่น้ำโขง
"เรือไฟโบราณ ตามปีนักษัตร ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนำกระทงมาฝากไว้ และเมื่อถึงเวลาก็จะนำไปลอยพร้อมกัน เป็นขบวนเรือไฟ กระทงสาย ลงในแม่น้ำโขง"
เก็บตกอีก 1 กิจกรรมที่ทำให้เราได้ชมเรือไฟ ในระยะประชิด และถ่ายรูปได้ชัดมากๆ เนื่องจากเราได้จองขึ้นเรือ dinner "แม่โขง พาราไดซ์ ครูซ" นั่นเองค่าาาา

ค่าขึ้นเรือคนละ 200 บาท (ค่าอาหารสั่งเพิ่มบนเรือ เป็น A La Carte อาหารไทย และเครื่องดื่มต่างๆ มีแอลกอฮอล์ให้สั่งด้วยค่ะ)

เรือมีเฉพาะ ศ ส อา (แต่ช่วงเทศกาลไหลเรือไฟมีทุกวันค่ะ)
เรือออกวันละ 1 รอบเท่านั้น คือ 17.30 น. (ขึ้นเรือได้ตั้งแต่ 17.00 น.)
ใช้เวลาล่องไป-กลับ 2 ชม. และเมื่อกลับมาถึงฝั่ง สามารถนั่งทานข้าวหรือนั่งชิลล์ต่อบนเรือได้อีก 30 นาทีค่ะ
ชมบรรยากาศที่ระเบียงเรือค่ะ
"ชมบรรยากาศที่ระเบียงเรือค่ะ"
โดยรวมแล้ว เป็นทริปที่ประทับใจมากกกกก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มานครพนม นอกจากเป็นเมืองน่าเที่ยว น่าเช็คอินแล้ว ยังเป็นเมืองน่าอยู่ด้วย

คนที่นี่บอกกับเราว่า

"นอนนครพนม 1 คืน อายุยืน 1 ปี"


คำนี้ไม่ผิดไปจากที่ชาวเมืองพูดเลยค่ะ เพราะที่นี่อากาศดี วิวทิวทัศน์ดีต่อใจ อาหารอร่อย มีปลาแม่น้ำโขงที่อร่อยและเฮลตี้มากๆ

และยังมีสิ่งที่ยึดโยงจิตใจ ความศรัทธา และเชื่อมโยงของผู้คนเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ 

องค์ปู่พญาศรีสัตตนาคราช 

ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพญานาคผู้ดูแล ปกปักรักษาพระธาตุพนม และเมืองนครพนมแห่งนี้ ให้เจริญรุ่งเรืองและอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แม้แต่ผู้ที่เดินทางมาเยือนอย่างเราก็สัมผัสได้ค่ะ


​​

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย