แชร์ Daily Routine ดูแลผิวให้เนียนใส ในราคาไม่แพง

butterscotch

butterscotch

ดู Profile

สวัสดีค่าา  สาวๆ คนไหนที่งบน้อยแบบเราต้องมารีบมามุงนะคะ เพราะว่าวันนี้เราจะมาแชร์ My Daily Routine ตัวช่วยดูและผิวให้เนียนใสกันค่า ซึ่งสกินแคร์ทั้งหมดนี้จริงๆ หาซื้อได้ง่ายมากๆ แค่กดซื้อผ่านแอพช้อปปิ้งต่างๆ ส่วนเราก็แค่นั่งอยู่บ้านสวยๆ นั่งรอสกินแคร์มาส่ง แล้วหลังงจากนั้นก็มาปรนนิบัติผิวกันดีกว่าค่ะ สำหรับสกินแคร์ที่เป็น Daily Routine ตัวที่เราใช้เป็นประจำในช่วงนี้นะคะ

ในขั้นตอนแรกคือการทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งเราเลือกใช้โฟมล้างหน้าของ Dr. Somchai Acne Double Whip Foam แหมมม ขึ้นชื่อว่า ดร. สมชาย ทุกคนก็คงจะรู้กันในนามของผลิตภัณฑ์ปราบสิวใช่มั้ยล่ะค่ะ คือต้องขอบอกก่อนสักเล็กน้อยว่าช่วงก่อนเราแพ้พวกหน้ากากอนามัย หน้าเราก็เลยมีสิวเห่อขึ้นมา เราก็เลยต้องหาตัวช่วยในการรักษาสิว ซึ่งเราก็ไม่เจอโฟมล้างหน้าของ ดร.สมชายนี่แหละ เห็นว่าราคาไม่ได้แพงมาก (ไม่เกิน 150 บาท) ก็เลยรีบคว้าเอาไว้ก่อน


ตัวนี้ทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึกมากจริงๆ ค่ะทุกคน เพราะว่าหลังจากล้างหน้าแล้วมันจะรู้สึกว่าผิวเรามันเอี้ยดๆ นิดนึง ส่วนตัวเราเป็นคนผิวผสมค่ะก็เลยค่อนข้างเฉยๆ แต่สำหรับใครที่ผิวแห้งเราไม่แนะนำตัวนี้นะคะ หลังจากที่ได้ลองใช้ผ่านไปประมาณ 1-2 วีคเราจะรู้สึกว่าพวกสิวแพ้ สิวผดต่างๆ มันเริ่มยุบตัวลง

หลังจากที่ล้างหน้าทำความกันเรียบร้อยแล้วส่วนตัวเราจะใช้พวกทิชชู หรือกระดาษซับหน้าให้แห้งนะคะ มาส่องกระจกสังเกตดูว่าสิวเม็ดไหนที่มีหัวแล้วเราสามารถกดเองได้บ้าง เราก็จะใช้พวกกดสิวมากดๆ ให้หัวหรืออะไรที่มันสกปรกอยู่ข้างในออกค่ะ แน่นอนว่าหลังจากกดแล้วสิวบางเม็ดมันจะมีเลือดออกมาให้มั้ยล่ะค่ะ เราก็ใช้น้ำเกลือนี่แหละชุบสำลีหรือคัตตอนบัดมาเช็ดห้ามเลือดหรือทำความสะอาดอีกครั้งค่ะ ซึ่งน้ำเกลือที่เราใช้ก็มีขายตามร้านขายยาทั่วไปเลยค่ะเป็นของแบรนด์ Klean & Kare

หลังจากที่เราสู้รบกับสิวเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดูแลผิวด้วยด้วยโทนเนอร์กันค่ะ ซึ่งโทนเนอร์ที่เราใช้เป็นโทนเนอร์แบรนด์เกาหลีนะคะ (หาซื้อได้ตามแอพส้มค่ะ) Manyo Bifida Biome Ampoule Toner โทนเนอร์ตัวนี้ขวดใหญ่มากๆ ใช้ได้ค่อนข้างนานทีเดียวค่ะ เนื้อโทนเนอร์จะเป็นน้ำสีใสๆ ไม่มีกลิ่น ช่วยให้ผิวหน้าของเราแข็งแรงมากขึ้น เพราะว่าผิวเราอ่อนแอจากการแพ้เครื่องสำอางและมลพิษต่างๆ  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างเกราะป้องกันหรือทำให้ผิวแข็งแรงก่อนนะคะ

หลังจากลงโทนเนอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็จะมาต่อด้วยเจลตัวนี้ ที่เป็นเจลลดรอยแผลเป็นค่ะ บอกก่นอว่าหน้าของเรามีรอยแผลเป็นเยอะพอสมควรค่ะ ทั้งมาจากซุ่มซ่ามบ้าง สิวบ้าง และเคยประสบอุบัติเหตุทำให้หน้าเรามีรอยแผลเป็นเล็กๆ ตรงบริเวณแก้มค่ะ  ซึ่งเราใช้ของ Puricas Plus Advanced Dragon's Blood C&E Scar Gel ที่จริงตัวนี้เค้าเป็นเจลลดรอยแผลที่ใช้ได้กับแผลทุกชนิดนะคะ ทาได้เลยไม่ต้องรอแผลตกสะเก็ด ส่วนตัวเราใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ


เราเคยใช้ตัวเก่าของนางที่ไม่ใช่สตูรแอดวานซ์อันนั้นก็เริ่ดค่ะ เป็นตัวรักษารอยสิวโดยเฉพาะ แต่เห็นว่าสูตรนี้จะเข้มข้นกว่าเลยใช้กับแผลเป็นใหญ่ๆ ได้เลย

หลังจากที่เราลงตัวเจลแต้มรอยแผลอะไรใดๆ เรียบร้อยเราก็จะมาลงเซรั่มต่อค่ะ ซึ่งตัวเซรั่มของเราที่ตอนนี้ใช้สลับกันไปมามี 3 ตัวด้วยกันคือ Manyo Bifida Complex Ampoule, Manyo Galac Niacin 2.0 Essence Advance Whitening และ Hada Labo Premium Whitening Lotion สามตัวนี้เราจะใช้สลับๆ กันค่ะแล้วแต่ว่าช่วงนั้นๆ สภาพผิวเราเป็นแบบไหน ช่วงไหนที่หน้าเราแพ้หนักๆ เราจะลงตัวมาเนียวขวดสีน้ำตาลค่ะ เพราะว่ามันจะช่วยทำให้ผิวแข็งแรง หรือถ้าหากช่วงไหนที่รู้สึกว่าว่าพวกรอยสิวต่างๆ มันเริ่มกวนใจเราก็จะลงตัวมาเนียวขวดสีขาวหรือฮาดะแทนค่ะ เพราะ 2 ตัวนี้เป็นไวท์เทนนิ่งมีส่วนช่วยในการปรับผิวให้ใสขึ้น

และตัวสุดท้ายคือ Eucerin Ultra Sensitive เพราะว่าผิวแพ้ง่ายเลยต้องสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงก่อน ดังนั้นช่วงไหนที่แพ้จนสิวเห่อหนักๆ เราจะงดใช้ไวท์เทนนิ่งค่ะ เพราะว่ามันจะยิ่งไปกระตุ้นให้ผิวหน้าของเราเกิดการระคายเคือง และจะมีสิวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมวนลูปไม่หายสักทีค่ะ


ทั้งหมดนี้คือสกินแคร์ที่เราใช้ดูและผิวในช่วงนี้นะคะ หวังว่าจะมีประโยชน์นะคะ เพราะเราตั้งใจอยากจะมาเขียนแชร์จริงๆ ค่ะ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่าา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย