iiyama , Japan I 6 ปีที่รอพบเธอ

Archan V.

Archan V.

ดู Profile

ถ้าพูดถึง ประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่าใครหลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดี และอาจดูไม่น่าตื่นเต้นถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งจริงๆฉันมีโอกาสได้ไปมาหลายประเทศแต่ที่เลือกทริปญี่ปุ่นมารีวิวให้ทุกคนได้ฟังกัน  เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทำให้ฉันต้องใช้เวลาถึง 6 ปี ในรอคอยเพื่อกลับไปเจอคนๆหนึ่งที่ฉันคิดถึงเสมอ

   ย้อนไปปี 2014 ฉันได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น  และในโปรแกรมฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวชมเมือง อิอิยามะ” (Iiyama)  จังหวัด Nagano  ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศญี่ปุ่น จริงๆคนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ในหมู่คนญี่ปุ่นที่นี่ถือได้ว่าเป็นเมืองสวรรค์ของนักสกีเลยก็ว่าได้  คนจากโตเกียวก็นิยมมาเล่นสกีที่นี่ในช่วงวันหยุดกันเนื่องจากภูมิประเทศมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี โดยไฮไลท์ที่นี่คือ MtMadarao ภูเขาหิมะขนาดใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของ เจแปนแอลป์
(อยากรู้ว่าภูเขานี้ยิ่งใหญ่แค่ไหนดูได้ที่รูปประกอบเลย )
กางเกงแดงขวาสุดนี่เราเอง (Photo by FB : Natt Narong)
"กางเกงแดงขวาสุดนี่เราเอง (Photo by FB : Natt Narong)"

ซึ่งที่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหิมะแน่นอนว่าฉันก็ไม่ลืมที่จะแอบชิมมัน ส่วนรสชาตินั้นนอยากให้ทุกคนลองชิมเพราะลิ้นใครลิ้นมัน ^^

     และท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศที่ติดลบ แต่ในใจฉันนั้นกลับรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษเพราะในโปรแกรมแลกเปลี่ยนฉันยังได้มีโอกาสไปค้างอาศัยร่วมกันกับ Host Family หรือครอบครัวอุปถัมป์เป็นเวลา 3 วัน ในเมือง Iiyama อีกด้วย เปแส่   

ถ่ายคู่กับครอบครัวโฮสและเพื่อนร่วมทริป
"ถ่ายคู่กับครอบครัวโฮสและเพื่อนร่วมทริป"

ครอบครัวฉันไปอยู่ชื่อว่า Ogawa Family โดยครอบครัวของโฮสมีด้วยกัน 3 รุ่นทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 3หญิง 3 เข้าคู่พอดี แต่ที่ฉันสนิทสุดจะเป็นคุณย่าเพราะท่านทำกับข้าวอร่อยมาก จำได้ว่าอาหารทุกมื้อฉันพยายามกินให้ได้เยอะๆ เพราะก่อนมาพักไกด์บอกว่าครอบครัวญี่ปุ่นจะดีใจเวลาทำอาหารแล้วแขกทานเยอะๆหรือขอเติม นี่ก็พยายามยัดทุกทาง กินแม้กระทั่งไช้เท้ารองจานของซาชิมิ (กินจนโฮสตกใจ ไอเราก็พยายามเอาใจดันเห็นเราเป็นชูชกไปซะได้ 555)

   


รูปสุดท้ายถ่ายกับคุณย่าก่อนกลับ
"รูปสุดท้ายถ่ายกับคุณย่าก่อนกลับ"

  ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่มันเหมือนเป้นความทรงจำที่ยาวนาน ให้ฉันได้ซึบซับถึงความอบอุ่นที่ครอบครัวโฮสมอบให้ โฮสทำหลายอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความเป็นคนในครอบครัวมากกว่าแขกต่างถิ่นผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นการพาไปออนเซนสาธารณะและให้ฉันอาบน้ำให้น้องสาวคนเล็กในบ้านโฮส อายุ 9 ขวบให้เล่นหิมะเป็นเพื่อนเล่นหลานชายอายุ 5 ขวบของบ้าน พยายามคุยภาษามือเพราะอยากจะสื่อสารกับเราเพราะท่านไม่ค่อยคล่องภาษาอังกฤษ ให้ยืมเสื้อผ้าสำหรับใส่ลองเล่นหิมะ แถมขากลับคุณย่ายังยอมหอมแก้มเราหนึ่งฟอดใหญ่เพราะทนเสียงอ้อนเราไม่ไหวทั้งๆที่ปกติท่านเป็นคนขี้อายมาก

       และนั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันต้องบอกว่า ณ ตอนนั้น หัวใจของฉันได้ตกไปอยู่กับครอบครัว Ogawa เป็นที่เรียบร้อยแล้ว    หลังจากนั้นฉันยังคงติดต่อกับครอบครัวโฮสอยู่เสมอและเฝ้ารอวันที่จะกลับไปหาปีแล้วปีเล่าแต่ก็คลาดกันตลอด อีกทั้งช่วงนั้นการเดินทางไปเมืองของโฮสต้องอาศัยรถบัสซึ่งคนต่างชาติจองยากมาก 

                 จนปี 2016 ฉันได้มีโอกาสไปดูงานที่โตเกียวจึงได้มีโอกาสนัดเจอคุณปู่และคุณย่า ซึ่งเป็นการเจอกันที่สั้นมากเพียงแค่เวลาไม่ถึง ชม.เพราะเลิกงานดึกและรถไฟกำลังจะหมด ซึ่งเรารู้สึกเสียดายมากแถมขากลับโฮสคุณย่าเดินมาส่งพร้อมกับน้ำตานองเต็มหน้าเป็นภาพที่เราจำได้ติดตาเลย

           จนในที่สุดต้นปี 2020 ก่อนโควิดจะระบาดพอดิบพอดีเป็นแวลา 6 ปีหลังจากที่เราเจอครอบครัวโฮสครั้งแรก เรามีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกับพี่ชาย โดยหลักๆจะเป็นการเที่ยวในโตเกียว แต่เราก็ตัดสินใจชวนพี่ชายเราไปเยี่ยมโฮสที่เมือง Iiyama ด้วย โดยนั่งรถไฟชินคันเซนจากโตเกียวไปที่เมือง Iiyama เพราะตอนนี้เมืองโฮสมีสถานีรถไฟแล้วน้า แม้ค่าตั๋วจะแพงไปหน่อยก็ตามมม 

นี่คือบ้านของโฮสที่ฉันได้กลับมาเยือนอีกครั้ง โดยบ้านโฮสเป็นโฮสเทลอยู่บนเขา ที่บอกเลยว่าวิวดีสุดๆ
"นี่คือบ้านของโฮสที่ฉันได้กลับมาเยือนอีกครั้ง โดยบ้านโฮสเป็นโฮสเทลอยู่บนเขา ที่บอกเลยว่าวิวดีสุดๆ"

  เข้าสู่ช่วง วันนี้ที่ลอยคอ เอ่ยรอคอย  ในที่สุด 6 ปีที่รอคอยก็สิ้นสุดลงพร้อมกับรอยยิ้มของโฮสทั้งคุณย่า คุณตา คุณพ่อและน้องสาวตัวเล็กที่ตอนนี้อายุได้ 15 ปีมายืนยิ้มแฉ่งรอรับเรากับพี่ชายที่สถานีด้วยความดีใจ

วิวที่มองจากหน้าต่างบ้านโฮส สวยแบบนี้ใครจะไม่อยากกลับมาได้หล่ะ
"วิวที่มองจากหน้าต่างบ้านโฮส สวยแบบนี้ใครจะไม่อยากกลับมาได้หล่ะ"

และแน่นอนว่าทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในบ้านโฮสเราได้รับความอบอุ่นที่สัมผัสได้ถึงความเป็นครอบครัวเสมอ โฮสชวนเราจัดตุ๊กตาในเทศกาล ฮินะมัตสึริ หรือวันฉลองวันเด็กผู้หญิง ของคนญี่ปุ่นซึ่งในวันดังกล่าวคนในครอบครัวจะมาช่วยกันจัดตุ๊กตาบนแท่นที่ปุด้วยผ้าสีแดง  บอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาทำกิจกรรมอะไรแบบนี้และคิดว่าคงจะหาไม่ได้ที่ไหนถ้าไม่ได้มาที่นี่

          และพอช่วงสายหน่อยโฮสก็พาฉันกับพี่ชายออกไปเล่นหิมะข้างนอกแถมให้ยืมชุดและรองเท้าบูทอีกเช่นเคย  ตกดึกอากาศเริ่มหนาวก็ชวนกันมากินสุกี้ยากี้ร้อนๆในบ้าน และเม้ามอยกันยาวจนไม่หลับไม่นอน 

เม้าด้วย Google Translate เพราะต่างคนต่างภาษาไม่แข็งทั้งคู่

พอตอนเช้าก่อนกลับโฮสก็ยังทำอาหารชุดใหญ่มาเลี้ยงเรากับพี่ชายอีกด้วย 

ดูน่ากินมากเลย กินกันจนพุงกาง
"ดูน่ากินมากเลย กินกันจนพุงกาง"

บอกเลยว่าช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นเวลา 2 วัน 1 คืนที่คุ้มค่าแห่งการรอคอย ตลอด 6 ปีผ่านมาฉันไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลย เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่มันยิ่งพิสูจน์ความมั่นคงของความสัมพันธ์ แม้ต่างบ้านต่างภาษา แต่เเราก็ยังผูกพันกัน

“ บางทริปของใครหลายคนอาจเริ่มขึ้นและจบไปในช่วงเวลาหนึ่ง ”

“ บางทริปของใครอีกหลายคนก็อาจะมีความสุขที่ได้ไปเยือนสถานที่ชื่อดังก้องโลก ”

แต่ทริปที่แสนพิเศษสุดของฉัน ขอเพียงแค่ได้เดินทางไปเพื่อพบเจอใครบางคน ที่คิดว่าเราพิเศษและรอคอยการมาของเราด้วยความยินดีแค่นั้นเอง


สุดท้ายนี้ขอฝากลิงค์ที่พักโอสไว้นะคะเผื่อใครอยากไปลองพักดู

 บอกเลยว่าต้องประทับใจเหมือนฉันแน่นอน :)
 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย