L'Oreal Paris UV Defender SPF50+ PA++++ ป้องกันรังสี UV แบบครบวงจร ด้วยกันแดดเนื้อเซรั่ม ลาขาดจากสัญญาณปัญหาผิวที่มาก่อนวัย

OffoOffo

OffoOffo

ดู Profile





- แ ด ด -


คือตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงได้มาก

 

เราเคยเห็นรูปในไอจีอยู่ครั้งหนึ่ง (ขออภัยจำ account ไม่ได้แล้วค่ะ) ที่มีการทดสอบประสิทธิภาพของกันแดด ระหว่าง ทา vs ไม่ทา พบว่าข้างที่ไม่ได้ทากันแดดเลย มีปัญหาผิวอย่างเห็นได้ชัดคือ “ริ้วรอย”



 นั่นหมายความว่าแสงแดดทำให้ผิวเปลี่ยนไป คนที่ตากหรือโดนแดดเป็นเวลานาน ติดต่อกันโดยไมได้ป้องกัน ความเสี่ยงที่จะมีปัญหาผิวย่อมมีมากขึ้น ไหนจะความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอยต่างๆ


ปฏิเสธไม่ได้ว่ากันแดดคือสกินแคร์ที่สำคัญมากๆ ในชีวิตประจำวันของเราเลยค่ะ จะพูดบ่อยๆกับคนรอบตัวว่า ถ้าเลือกสกินแคร์ที่ขาดไม่ได้  เราขอเลือกกันแดด ต่อให้ไม่ได้ทาครีมเลยทั้งวัน หรืออยู่แต่ในบ้าน ก็ยังต้องทากันแดดนะคะ เพราะรังสีอยู่รอบๆตัวเราตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำของผิวเมื่อสัมผัสแดดนานๆ 

 L'Oreal ได้ออกกันแดดรุ่นใหม่ล่าสุดมาให้เลือกใช้ตามความต้องการ มีด้วยกันถึง 4 สูตรด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ L'Oreal Paris UV Defender SPF50+ PA++++  มีคุณสมบัติหลักๆ คือป้องกันผิวจากรังสี UV ได้ครบทั้ง UVA,UVB และ Long UVA สาเหตุของปัญหาผิวที่มีมาก่อนวัย ด้วย SPF50+ PA++++ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Mexoryl ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของลอรีอัล ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ที่เกิดจากแสงแดดนั่นเอง

มีมาให้เลือก ถึง 4 สูตรด้วยกัน ตามนี้เลยค่ะ


  • สูตร Matte & Fresh (สีเขียว) เหมาะกับผิวมัน เป็นสิวง่าย

  • สูตร Bright & Clear (สีชมพู) เหมาะกับผิวที่มีปัญหาหมองคล้ำ จุดด่างดำ และไม่กระจ่างใส

  • สูตร Moist & Fresh (สีฟ้า) เหมาะกับผิวแห้ง ขาดน้ำ

  • สูตร Correct & Protect (สีส้ม) เหมาะกับผิวที่ไม่สม่ำเสมอ


แพ็คเก็จมาในขวดในปริมาณ 50 ml ฝาสีทองเป็นหมุน
 มีหลอดออกมาให้เนื้อกันแดดไหลได้ง่าย
โดยสูตรที่ออฟเลือกมารีวิวให้ชมคือสูตรสีเขียวและสีชมพูนะคะ จะบอกว่าทั้งสองสูตรตอบโจทย์สภาพผิวแบบเรา ทั้งผิวมัน เป็นสิวง่าย และรอยสิวเพียบเลยคุณผู้ชม 5555 แต่อย่าได้หวั่น ถึงสิวมาเราก็ต้องทากันแดดอยู่ดี โดยเลือกให้เข้ากับสภาพและปัญหาผิวเราก็เพียงพอแล้วค่ะ
สภาพผิว : ผิวมัน รูขุมขนกว้าง ช่วงนี้มีสิวอักเสบเยอะ โดยเฉพาะผิวช่วงใต้จมูกลงไป (บริเวณที่ใส่หน้ากากอนามัย) ประกอบกับช่วงประจำเดือน
วิธีใช้ : หลังล้างหน้าช่วงเช้า เราจะปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์จากนั้นลงสกินแคร์ตามปกติ แล้วตามด้วย L'Oreal Paris UV Defender SPF50+ PA++++ ในปริมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้า และ 2 ข้อนิ้วสำหรับลำคอ-บริเวณหน้าอกค่ะ

L’Oreal Paris UV Defender SPF 50+ PA++++

สูตร Matte & Fresh

อากาศเมืองไทยนี่อบอ้าวเหลือเกิน คนผิวมันอย่างเรานี่ชอบความสบายผิวมาก อะไรก็ได้ที่ไม่เหนอะหนะ ซึ่งความแมทของกันแดด Loreal รุ่นนี้ทำออกมาได้แบบพอดี คือเรารู้สึกว่าไม่แมทจนเกินไป จนหน้าแห้ง แต่แค่ไม่ทำให้หน้ามันเยิ้ม เพราะเขามี Airlicium  ลดความมันส่วนเกินใต้ผิว สูตรนี้ฟินิชหลังทาแตกต่างจาก 3 สูตรที่เหลืออย่างเห็นได้ค่อนข้างชัดเลยค่ะ ซึ่งพอทาแล้วเราสามารถลงแป้งฝุ่นทับได้เลย หรือถ้าวันไหนแต่งหน้า ก็ช่วยให้รองพื้นดูฟินิชแมทนิดนึง ไม่ทำให้เกิดคราบ

เซรั่มกันแดด L’Oreal Paris UV Defender SPF 50+ PA++++

สูตร Bright & Clear

สูตรนี้ออกมาเพื่อคนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส ด้วยการใส่ Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 ที่แม้เป็นสิวก็ใช้ได้ อีกทั้งช่วยเรื่องจุดด่างดำผิวหมองคล้ำ และปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นสำหรับเนื้อของสูตรสีชมพูจะออกแนวโทนอัพนิดนึงนะคะ หมายความว่าจะมีการปรับผิวให้ดูสว่างขึ้น ตอนที่เราใช้สูตรนี้จะไม่ทารองพื้น อาจจะปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์บางๆ แล้วแต่งหน้าตามปกติ

ทาพร้อมกันทั้ง 2 สูตร หลังทากันแดด เปรียบเทียบทั้งแสงในร่มและแสงนอกอาคาร อย่างที่บอกสูตรสีเขียวไม่ได้แมทแบบสนิท ยังมีความผิว เบลอรูขุมขนนิดๆ ส่วนสีชมพูผิวผ่องมากค่ะเวลาโดนแดดผิวสวยขึ้น

ความรู้สึกหลังใช้  L’Oreal Paris UV Defender SPF 50+ PA++++



จากที่ได้ลองใช้กันแดดเนื้อเซรั่มมาครบทั้ง 4 สูตร แต่เราจะเน้นลองสีเขียวกับสีชมพูมากหน่อย ในความรู้สึกของเราเนื้อแต่ละสูตรจะมีความเซรั่มก็จริง แต่จะไม่ใช่เซรั่มแบบใสๆ แนว hyaluronic นะเป็นเนื้อที่มีความหนืดเล็กน้อย มีกลิ่นหอมคล้ายๆกันเลยค่ะ กลิ่นสไตล์เฟรชๆสดชื่น (ส่วนตัวชอบกลิ่นสีเขียวและสีฟ้า)ในการใช้แบบไม่ให้เกิดคราบ แนะนำว่าให้ดูที่การเลเยอร์สกินแคร์ในช่วงเช้าด้วยนะคะ อย่างคนผิวมันแบบเรา ปกติเช้าๆไม่ค่อยลงเกิน 2-3 ตัว เพราะต้องตามด้วยกันแดดอีก


 

สูตรสีเขียว เราชอบที่ให้ฟินิชแมทพอดี ไม่แห้งผากจนเกินไป เพราะอายุมากขึ้น ความมันของผิวจะค่อยๆลดลง สูตรนี้เราซับหน้าเพียงครั้งเดียวเองค่ะ เมื่อทาแล้วเบลอผิวนิดๆด้วย เรียกว่าเป็นผิวแมทแต่ยังคงความสบายผิวอยู่นั่นเองค่า



สูตรสีชมพู แรกๆ จะไม่ชินกับการโทนอัพผิว ต้องกะปริมาณในการทา แนะนำว่าให้ทางบางๆ แล้วเลเยอร์ให้ครบทั้ง 2ข้อนิ้วนะคะ พอเจอแสงแล้วผิวดูสวยขึ้น ดูไบร์ทตามชื่อสูตร ถ่ายเซลฟี่นี่ผิวออร่ามากเลย ส่วนเรื่องจุดด่างดำยังไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่นะคะ

สำหรับใครที่ลังเลว่าจะเลือกสูตรไหนดี ออฟมีตารางแต่ละสูตรมาฝาก

 เผื่อตัดสินใจเลือกชอปให้ตรงกับสภาพผิวนะคะ

เป็นยังไงบ้างคะกับรีวิวกันแดดของทั้ง 4 สูตรที่มาแบ่งปันให้ชม หากเพื่อนๆจีบันสนใจออฟมีข้อมูลมาแนะนำเพิ่มด้วยค่า 


สำหรับราคาของ L'Oreal Paris UV Defender SPF50+ PA++++

แบบขวด 50ml ราคา 599 บาท

แบบหลอด 15ml ราคา 149 บาท

แบบซอง sachet 5.5ml ราคา 49 บาท 



ขอบคุณสำหรับการติดตามกระทู้ของออฟนะคะ


 แล้วพบกันใหม่จะทำคอนเท้นต์ดีๆมาฝากชาวจีบันค่าาาา ^^

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย