กู้หน้าพังเป็นหน้าปังด้วยสกินแคร์จาก Aesop

Helva

Helva

ดู Profile

  กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน วันนี้ขอนำเสนอแบบเรียบง่าย less is more หลายคนต้องร้องกรี๊ดแน่เลยโดยเฉพาะสาวๆผิวแห้ง
จริงๆแล้วแบรนด์นี้เขาดีอยู่แล้วโดยมีตัวที่เราเคยใช้นั้นจะเป็นตัว Aesop parsley seed antioxidant serum ตัวนั้นฟิลลิ่งดีมากกลิ่นหอม และค่อนข้างแมส หลายคนรู้จักดีเลยหล่ะ แต่วันนี้เลยได้มาทดลองสกินแคร์อื่นบ้างซึ่งรอบนี้ใช้เวลาในการทดลองค่อนข้างนาน และทดลองแบบแพ็คคู่ด้วยนั่นก็คือ Aesop B & C Facial Balancing Gel และตัว Aesop Sublime Replenishing Night Masque นั่นเอง

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกันดีกว่า "Aesop  B & C Facial Balancing Gel"
"มาเริ่มกันที่ตัวแรกกันดีกว่า "Aesop B & C Facial Balancing Gel""
โดยส่วนตัวมองว่าตัวนี้เนื้อเขาจะคล้ายๆน้ำผึ้งเลยหล่ะ คือไม่ว่าจะเป็นความหนืดใดๆ แต่ในส่วนประกอบของเขาเนี่ยไม่ใช่น้ำผึ้งนะคะ แต่ที่เขาทำเนื้อแบบนี้เพื่อรักษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และเพิ่มความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นของ active ingredients หลักของเขา

ซึ่งพูดตรงๆส่วนประกอบของเขาไม่ได้หวือหวาหรือซับซ้อนอะไรมากมาย แต่ว่าเน้นไปในเรื่องของผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง และส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพ หลักๆเลยคือ Magnesium Ascorbyl Phosphate ซึ่งเป็นวิตามินซีที่เสถียร ไม่เสื่อมสภาพง่าย ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและกระจ่างใส รวมทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญยังมีคุณสมบัติมอบความชุ่มชื้นขั้นสูง ควบคู่กับการปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวไม่ระคายเคืองง่าย 
และอีกตัวเด่นๆเลยคือ Vitamin B5 ที่สกัดจากพืช ซึ่งจะช่วยให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียนและกักเก็บความชุ่มชื้น 
   ครั้งแรกหลังจากที่ลองใช้เนี่ยส่วนตัวเราเป็นคนผิวแห้งเรารู้สึกว่าก็ไม่ได้เหน่อะหน่ะ หรือหนักหน้าแต่อย่างใด กลับชอบซะด้วยซ้ำ แต่เมื่อเอาให้แฟนลองใช้ครั้งแรกเลยแฟนรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบเพราะแฟนเป็นคนผิวหน้ามัน แต่พอได้ลองใช้ไปเรื่อยๆตัวนี้เขาจะช่วยปรับสมดุลให้ผิวหน้ามันน้อยลงด้วย

โดยขั้นตอนในการใช้งานก็คือตักใส่ฝ่ามือทั้งสองข้างนวดวนๆให้เนื้อเจลน้ำผึ้งเปลี่ยนเป็นเนื้อน้ำจากนั้นทาเบาๆให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เราใช้เฉพาะก่อนนอนนะ โดยใช้ตัวนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากลงเซรั่มแค่นั้นจบ แต่สำหรับใครที่รู้สึกว่ายังต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้นอีกสามารถทามอยเจอร์ไรเซอร์ปิดทับอีกได้เช่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวเรานี้วันไหนที่ต้องการการบำรุงมากเป็นพิเศษหรือต้องการความชุ่มชื้นที่มากยิ่งขึ้นเราจะ ใช้ B & C Facial Balancing Gel ก่อนตามด้วย Sublime Replenishing Night Masque ก่อนนอน อย่างน้อยก็วีคละ 2 ครั้งที่ใช้คู่กัน เพราะเวลาใช้คู่กันแล้วเนี่ยเรารู้สึกว่าผิวหน้าเรามันอิ่มฟูจนน่าประทับใจ


ตัวต่อมา" Aesop  Sublime Replenishing Night Masque"
"ตัวต่อมา" Aesop Sublime Replenishing Night Masque""
  ตัวนี้ขอเรียกได้ว่าเป็นมาส์กที่เป็นเดอะเบสเลย เหมือนเป็นอัศวินมาช่วยกอบกู้ผิวหน้าของเรา เพราะว่าตัวนี้เนี่ยเขามีสารบำรุงและก็วิตามินที่เข้มข้นมากๆ คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้

  ซึ่งตัวนี้เนี่ยจะเป็นเนื้อเจลครีมเบาสบายผิวแต่ว่ามาพร้อมกับความชุ่มชื้นที่สูงสุด เวลาใช้เนื้อเจลครีมจะเปลี่ยนเป็นเนื้อครีมเหมือนช่วยเคลือบผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้นและยังช่วยให้ตัว active ingredientซึมเข้าสู่เซลล์ผิวได้มากยิ่งขึ้น โดยมี ส่วนประกอบหลักดังนี้
  • Vitamin C แบบเสถียร ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ปกป้องเซลล์ผิวจากการเสื่อมสภาพ 
  • Vitamin B3 ในรูปแบบที่ดูดซึมง่าย ปลอบประโลมผิวและแผลจากสิว ช่วยให้ผิวขาวขึ้นด้วย
  • Vitamin B5 ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น
  • Vitamin F กรดไขมันชนิดดี ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
  • Vitamin E ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น 
  • Anti-Oxidant ช่วยปกป้อง ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระ
  • เกลือทะเลบริสุทธิ์ หรือ Maris Sal มอบแร่ธาตุที่จำเป็นในการทำงานของเซลล์ผิว
  ขั้นตอนในการใช้งานตัวนี้ก็คือแบบแรกทาบางๆบนผิวหน้าอย่างน้อย 15 นาทีใช้เป็นมาร์คหน้าที่บำรุงผิวอย่างเร่งด่วน ก่อนจะนอนหรือก่อนไปออกงานทำงานแต่งหน้าหรือไปงานืี่ต้องใช้ผิวหน้า
หรือจะทาอยู่ในลำดับหลังสุดของskincare routine โดยใช้เป็น sleeping maskไม่ว่าจะเป็นหลังตัวB & C Facial Balancing Gel หรือสกินแคร์ตัวไหนๆ โดยทาบางๆบนผิวหน้า บอกเลยว่าตื่นมาปุ๊บจะรู้สึกเหมือนต้นไม้ที่ได้รับการดูแลทั้งน้ำและปุ๋ยอย่างดี จากเดิมที่ใบหน้าเคยแห้งแล้ง5555 อเมซิ่งมาก ยิ่งใช้เสริมกัน 2 ตัวเรายิ่งรู้สึกถึงการได้รับการบำรุงที่ดีมาก

*ภาพนี้ถ่ายในแสงที่ต่าง และวันเวลาที่ต่าง เป็นการทดลองใช้จริง ผลลัพธ์คือ ความแห้งของผิวที่หายไป ผิวฟูขึ้น
"*ภาพนี้ถ่ายในแสงที่ต่าง และวันเวลาที่ต่าง เป็นการทดลองใช้จริง ผลลัพธ์คือ ความแห้งของผิวที่หายไป ผิวฟูขึ้น"
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นี้เป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ซภาพที่เห็นเป็นภาพที่เราทดลองใช้ควบคู่กันทั้ง 2 ตัว หากใครมีงบเราแนะนำว่าให้ซื้อ 2 ตัวเลย แต่ถ้าใครอยากลองทีละตัวก็ลองเปรียบเทียบปัญหาผิวว่าผิวเราเป็นแบบไหนต้องการอะไร แต่ถ้าถามว่าชอบฟีลลิ่งตัวไหนมากกว่าเราจะชอบตัวSublime Replenishing Night Masque มากกว่า 

จริงๆอยากให้ทุกคนได้ลอง product ของแบรนด์นี้ไม่ใช่แค่ 2 ตัวนี้ เพราะเราสินค้าหลายตัวของเขาเนี่ยค่อนข้างที่จะดีเลย ใครที่สนใจสามารถเดินไปซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ หรือถ้าไม่สะดวกโดยเฉพาะช่วง covid แบบนี้ เราแนะนำว่าก็สั่งผ่านเว็บไซต์ก็ได้นะเพราะยังไงเขาก็ส่งฟรีอยู่แล้ว แล้วก็ยังสะสมคะแนนได้เหมือนปกติ  มั่นใจได้ว่าจะได้ของแท้ เราซื้อผ่านทางcentral online
 Aesop Sublime Replenishing Night Masque 60ml ราคา 4,300บาท
Aesop B & C Facial Balancing Gel 60 ml ราคา 4,050 บาท
  เอาล่ะค่ะก็พูดกันมายาวพอหอมปากหอมคอละเนาะใครเคยใช้แล้วลอง comment บอกกันได้นะคะว่าถูกใจหรือเปล่าผลลัพธ์เป็นยังไงจะได้ช่วยแชร์กันเพื่อเป็นแนวทางให้คนอื่นๆได้มาลองใช้ดูสำหรับวันนี้ต้องขอตัวเราไปแล้วนะคะสวัสดีค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย