รอยดำ รอยแดง รอยแผลจากสิวแก้ไม่ยาก 🥰🥰🤩🤩

RukCosmeticsPharmacist

RukCosmeticsPharmacist

ดู Profile

#รอยดำ #รอยแดง #รอยแผลจากสิวแก้ง่ายๆ
สำหรับคนที่มีปัญหาสิวทั้งหลายคงรู้ว่า
เมื่อมีสิวอักเสบขึ้นมา พอรักษากันไปซักพัก
สิ่งที่ต้องมาดีลกันต่อ ก็คือ "รอยสิว"  ไม่ว่าจะรอยแดงหรือดำ
ซึ่งใช้เวลานานมากๆ กว่าจะทำให้รอยแดงมาเป็นรอยดำ
แล้วทำให้รอยดำจางลงจนเป็นผิวเนียนๆปกติ
ทำให้หลายๆคนทั้งเบื่อทั้งท้อไปในคราวเดียวกัน

แต่จากการที่รักดูแลปัญหาสิวให้หลายๆคน
จนตอนนี้มาอยู่ในขั้นตอนแก้ปัญหารอยสิว
ต้องบอกเลยว่าวิธีที่จะเล่าให้ฟังนี้เวิร์กมากๆ
ทั้งการอักเสบและรอยสิวก็ค่อยๆทยอยดีขึ้นกันหมด

รักจึงเอาเทคนิควิธีทั้งหมดที่รักใช้จริง 
กับคนที่มาปรึกษารักมาฝาก
ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่ช่วยย่นเวลาในการรักษา
รอยสิว รอยดำ และรอยแดง ให้ดูจางลงไวขึ้น
เพื่อช่วยให้ทุกคนๆที่อาจจะมีปัญหานี้อยู่ เอาไปปรับใช้ได้เลยค่า

แต่ก่อนจะไปถึงการรักษาแบบภาพรวม
มาดูกันว่ารอยสิวคืออะไรมีที่มายังไง
จะได้เกิดความตระหนักและเข้าใจ
ในการแก้ปัญหารอยสิวได้ดียิ่งขึ้น

? ที่มาของรอยสิว
รอยสิว อาจจะเป็นรอยดำหรือรอยแดงก็ได้
แต่ต้องเกิดจากสิวอักเสบ 
ไม่ว่าจะอักเสบจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม

เรามาเริ่มที่
??รอยแดง  
การอักเสบของสิว จะทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือด 
ตรงผิวหนังที่อักเสบอยู่ ทำให้เลือดมาเลี้ยงมากขึ้น
พาสารอาหารต่างๆในร่างกายมามากขึ้น
เพื่อที่จะพยายามรักษาและแก้ไขภาวะการอักเสบ
จึงทำให้เราเห็นเป็นรอยแดง

ถ้าดูแลรักษาถูกต้อง รอยแดงนั้นก็จะอยู่ไม่นานแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยดำ
 แต่ถ้าสมมติว่าเรารักษาไม่ถูกต้อง ไปแคะแกะเกาสิวทำให้แผลเปิด
เกิดการอักเสบมากขึ้น ก็จะทำให้เป็นรอยแดงนานอาจจะหลายเดือนเลยก็ได้
หรืออย่างแย่ก็เป็นหลุมสิวไปเลย ???

?? รอยดำ  
หลังจากที่ร่างกายพยายามฟื้นตัว
และแก้อักเสบจนเสร็จเรียบร้อย
หลอดเลือดที่ขยายตัวก็หดตัวมาเป็นปกติ
ไม่ต้องพาสารต่างๆมาแก้ปัญหาการอักเสบ
รอยแดงก็จาง แต่สิ่งที่เกิด คือ
เม็ดสีบนผิวที่เป็นแผลจะเข้มขึ้นมา 
เรียกว่า รอยดำหลังผิวหนังอักเสบ
(Post inflammatory hyperpigmentation : PIH)

เหตุเกิดจากตอนที่ผิวอักเสบ
ผิวมีการบาดเจ็บ และอ่อนแอ
ร่างกายเลยพยายามเสริมกำลัง
ในการปกป้องผิวอีกทางนึง
โดยเซลล์ผิวของเรากระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte)
ผลิตเม็ดสีออกมาสะสมบนผิวมากขึ้น
เพื่อปกป้องผิวจากการบาดเจ็บ
แต่พอการอักเสบดีขึ้นรอยแดงจางลง
เราก็จะเห็นรอยดำชัดเจนขึ้น
จากเม็ดสีส่วนเกินที่ค้างอยู่บนผิว
เกิดเป็นรอยดำจากสิวนั่นเอง

?? จากการรู้ที่เรารู้ว่ารอยแดงเกิดก่อนรอยดำ
และสาเหตุการเกิดก็มาเป็นทอดๆ
ทำให้มาถึง "หลักการรักษารอยสิว"
หลักการรักษารอยแดงและดำอาจจะต่างกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ การดูแลผิวช่วงเป็นสิวให้ดีตั้งแต่เนิ่นๆ
ทำให้ปัญหารอยแดงและดำในตอนท้ายน้อยลงไปมากๆและหายไวขึ้น
ถ้าเราคุมให้สิวมีการอักเสบน้อย รอยแดงก็จะเกิดน้อย
ใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนเป็นรอยดำ
รอยแดงที่น้อยก็จะทำให้รอยดำไม่เข้มมาก
การจะทำให้สีมันจางลงจนกลับมาเป็นผิวปกติก็จะไวขึ้น

?? จากหลักการนำไปสู่ 

? วิธีการรักษารอยแดงและดำแบบครบวงจร ?

✅ ขั้นที่1 แก้รอยแดง 
ลดหรือป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของสิว
รักษาสิว รีบทำให้สิวยุบไวที่สุดและมากที่สุด
ฆ่าเชื้อ C. Acne (ชื่อเก่า P.acne)
สาเหตุของการทำให้สิวอักเสบ
โดยการใช้ยาทาแต้มสิวหรือ Skin care ในการแต้มสิว

ยกตัวอย่างยาเช่น
- วิตามินเอหรืออนุพันธ์วิตามินเอ (คนท้องห้ามใช้) ⚠️⚠️
- Benzac
- Clinda-M (ควรใช้ร่วมกับตัวอื่นเดี๋ยวเชื้อดื้อยา)
- ส่วนเครื่องสำอาง Skin care  
ที่ใช้ทาสิวแล้วให้ผลฆ่าเชื้ออ่ะมี
แต่ต้องลองศึกษาจากแบรนด์นั้นๆอีกทีน้า
เพราะว่าเคลมกันตรงๆมันผิดกฏหมายจ้า ⚠️⚠️
(เข้าข่ายโฆษณาเกินจริงตาม พรบ. เครื่องสำอาง)

  ? ลดการอักเสบของผิว
เพราะถ้าความอักเสบลดลงได้ไว มันก็จะข้ามไปสเตจถัดไปได้เร็ว
การลุกลามพรั่งพรูของเมลานินที่จะขึ้นมาบนผิวก็ลดลง
โดยมากไม่ค่อยเจอว่าเอายาทาแก้อักเสบมาใช้รักษา
แต่จะเจอทางเครื่องสำอาง ที่พัฒนาสูตรเพื่อปลอบประโลมผิวมากกว่า
เช่น ว่านหางจระเข้, แตงกวา, ชะเอมเทศ เป็นต้น

  ? ไม่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่ม
 ห้ามบีบแคะแกะเกาสิวเองเด็ดขาด !!!
เพราะนอกจากจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น
แผลจากการอักเสบที่เกิดจากการแกะเองแบบไม่ชำนาญ
หรือ Mechanical insults to skin
ยังทำให้การรักษายากขึ้นและนานขึ้น ทำให้เกิดหลุมสิวได้ด้วย

✅ ขั้นที่2 แก้รอยดำ  

ใช้ Moisturizer หรือให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว (อันนี้สำคัญมาก)  ??☘️?
ข้อควรสังเกตหลังจากผิวเป็นแผลอักเสบ
นอกจากความดำของรอย เรามักพบว่าผิวหนังจะหนาขึ้นด้วย
จากการแบ่งเซลล์ผิวมากกว่าปกติมาป้องกันผิว
.
  เพราะฉะนั้น การให้ความชุ่มชื้นควรเน้นทั้ง 2 กลไก คือ
  ⭐ Emollient  คือการใช้ครีม หรือ เซรัม ที่ทำให้ผิวนุ่มขึ้น
การที่ผิวนุ่มฟูขึ้น การซึมผ่านของสารต่างๆที่จะช่วยให้รอยจางลงก็ง่ายขึ้นค่ะ

  ⭐ Humectant คือการใช้ครีม หรือ เซรัมที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น 
โดยการดูดความชุ่มชื้นเข้าผิวให้ผิวนุ่ม
กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลลผิวให้เป็นไปตามปกติ
นึกสภาพว่าถ้าผิวแข็งๆหนาด้านบน เซลล์ผิวที่ผลิตมาจะไปดันของเก่าออกได้ยัง
.
ใช้ Whitening เพื่อให้รอยจางลงอย่างแท้จริง  ✋?✋?✋?
ด้วย 2 กลไก คือ การผลัดเซลล์ผิว และ ลดการสร้างเม็ดสี

    ⭐ กลไลการผลัดเซลล์ผิว จะกระตุ้นให้ผิวหนังชั้นบนที่ตายแล้ว
และสะสมเม็ดสีส่วนเกินถูกผลัดออกไวๆ 
โดยการใช้ skin care ที่มีส่วนผสมของสารผงัดเซลล์ผิว
ยกตัวอย่างเช่น Vitamin C , AHA, BHA, Lactic acid, Glycolic acid ก็ได้
หรือจะใช้เป็นการล้างหน้าให้สะอาดโดยใช้เวลาที่มากพอก็ได้
ถ้าทำทั้งสองอย่างก็จะดีมาก แต่!! เลี่ยงการสครับหน้าเพราะจะยิ่งอักเสบมากขึ้น

    ⭐ การลดกระบวนการสร้างเม็ดสี
บางทีผิวเวลาบาดเจ็บ ก็จะเกิดอาการ Overacting หรือตื่นตัวมากกกว่าปกติ
รีบผลิตเม็ดสีออกมาเผื่อคราวหน้าจะได้ไม่เจ็บตัว
เพราะฉะนั้น การทา Skin care กลุ่มยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสี
ก็จะช่วยลดความคล้ำในอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้
ยกตัวอย่างเช่น Niacinamide , Arbutin หรือสารสกัดอื่นๆ

? ใช้ครีมกันแดด ???
บางคนงงว่าเกี่ยวอะไร?
การทากันแดด ถือเป็นการป้องกันรอยดำไม่ให้คล้ำขึ้นเข้าไปอีก 
จากการที่ผิวหนังก็อ่อนไหวจากการอักเสบ
แล้วผลิตเม็ดสีมาเกินพอดีอยู่แล้ว ถ้ายังมาเจอแดดซ้ำซ้อน
รอยแดงที่อักเสบก็จะอักเสบอยู่นั่น รอยดำก็จะไม่ยอมจางซักที
เพราะมีสิ่งกระตุ้นให้ผิวต้องไฟท์ป้องกันตัวเองตลอดเวลาไงล่ะคะ

ใช้ Antiaging  ???
เจอข้อเมื่อกี๊ว่างงแล้ว เจอข้อนี้คงงงว่าเกี่ยวกับอะไร
เรื่องของ antiaging จริงๆมันคือการเสริมความแข็งแรงในชั้นผิว 
ในเวลาที่ผิวเป็นสิวหรือโดนแดด
ผิวจะขาดความแข็งแรงและเสียสมดุล

ซึ่งจะมี 2 กลไกของเซรั่ม ที่ควรเน้น
คือ เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว
และ Antioxidant (สารต้านอนุมูลอิสระ)

   ⭐  เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว 
การได้รับสารที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงจะเร่งการสร้างผิว
ทำให้การอักเสบรอยแดงลดลง และยังเป็นการกระตุ้น
ให้มีการผลัดเซลล์ผิวของรอยดำออกไปไวขึ้น
เช่น อนุพันธ์วิตามินเอ กรดไขมัน หรือสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ
 
   ⭐  Antioxidant
ให้ผลทั้งในแง่การเสริมความแข็งแรงผิว และลดความหมองคล้ำ
โดยอนุมูลอิสระที่เกิดจากกการอักเสบ หรือการทำร้ายจากแสงแดด
จะถูก Antioxidant จับไว้ ทำให้ไม่มี free radical ไปทำร้ายผิว
หรือทำให้เกิดเป็นรอยดำได้อีก

?????????????????

นี่ก็คือวิธีการดูแลรักษารอยแดงและดำทั้งหมด ที่รักรวบรวมมาให้
ก็ยังย้ำเหมือนเดิมว่า  การแก้รอยแดง รอยดำที่ดีที่สุด คือ 
การรักษสิวตั้งแต่เนิ่นๆ  รักษาทั้งตัวสิวรอยแดงและรอยดำไปพร้อมๆกัน
ทำทุกขั้นตอนตามที่บอก

ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้มีอะไรยากเลย
ใช้ Product แค่ 4 ชนิดเองค่ะ
❤️  ใช้โฟมล้างหน้าให้สะอาด (เลี่ยงการสครับ)
❤️ ใช้ยาแต้มสิวให้ยุบ+ไม่แกะสิว
❤️ ใช้ Skin care บำรุงผิวเสริมการรักษารอยให้ครบทุกด้าน
      ทั้ง ความชุ่มชื้น กระจ่างใส เสริมความแข็งแรงผิว
❤️ ใช้กันแดดทาทุกวัน+เลี่ยงแดด


ทำทุกวันสม่ำเสมอหายแน่นอน
เหมือนกับเคสที่รักดูแลและให้คำปรึกษาผิวมาตั้งแต่ต้น

และใดๆก็ตามในกรณีที่เป็นหนักๆ  ดูแลตัวเองดีอย่างสม่ำเสมอตามขั้นตอนนี้
ทำมาซัก 3 เดือนยังไม่ดีขึ้น ค่อยไปคลินิกเพื่อเลเซอร์ก็ได้
(ใช้เวลาอีกราวๆ 2-3เดือน)
.
แต่ก็ต้องดูแลผิวให้ดีให้แข็งแรงมากพอก่อนไปรักษาด้วย
และหลังการรักษาก็ต้องมีวินัยในการดูแลผิวเหมือนเดิม
การรักษาด้วยเครื่องมือหมอจึงจะช่วยให้รอยหายได้
เพราะสิ่งที่แก้ปัญหาเรื่องผิวไม่ใช่เงิน แต่เป็นวินัยและการดูแลอย่างถูกต้องน้า 
.
.
ส่วนอันนี้เป็นภาคผนวกแถมให้
#ปัจจัยที่ทำให้รอยหายไวหรือช้า
1. สีผิวถ้าผิวเข้มรอยก็อาจจะอยู่นานหน่อย
2. อายุ ถ้าอายุมากการซ่อมแซมผิวช้าลงก็อาจจะหายช้ากว่าคนอายุน้อย
3. นิสัยการแคะแกะเกาสิว ถ้ายังทำอยู่รอยก็จะวนลูปอักเสบอีกนาน
4. ระดับการอักเสบ สิวเม็ดใหญ่ อักเสบมากก็อาจจะหาช้ากว่า หรือสิวเม็ดเล็กๆที่ระดับการอักเสบสูงก็เช่นกัน

#ลดรอยสิว แค่เข้าใจ ก็หายได้
#เภสัชกรรัก ???

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย