Review Laneige Neo Cushion Matte คุชชั่นติดทน แต่ไม่ติดแมสก์!!!

arpamas.s

arpamas.s

ดู Profile

สวัสดีค่ะทุกๆคน วันนี้เรากลับมาพร้อมกับการรีวิวคุชชั่นค่าาาา
ซึ่งหลายๆคนก็น่าจะเคยเห็นคุชชั่นรุ่นนี้และหวีดกันไปสนั่นโซเชียลแล้ว
และคุชชั่นตัวนั้นก็ครือออออออ....

Laneige Neo Cushion Matte SPF 50 PA+++
ไอ่ต้าวคุชชั่นตัลล้ากมั่กๆ :3
"ไอ่ต้าวคุชชั่นตัลล้ากมั่กๆ :3"
คุชชั่นตัวนี้เขาออกมาด้วยกันสองรุ่นค่ะ
นั่นก็คือรุ่น NEO MATTE - สีเขียวมิ้นท์ กับรุ่น NEO GLOW - สีชมพู ค่ะ
ซึ่งแน่นอนว่าคนหน้าเยิ้มแบบเราก็ต้องถอยรุ่นแมตต์มาอยู่แล้ว
คุณเขาสวยทั้งภายนอกและภายในนะคะ ต้องยอมให้แพคเกจจิ้งเขาจริงๆค่ะ
"คุณเขาสวยทั้งภายนอกและภายในนะคะ ต้องยอมให้แพคเกจจิ้งเขาจริงๆค่ะ"
นอกจากความคลีนและน่ารักของแพคเกจแล้ว
คุชชั่นรุ่นนี้เขายังมีสีให้เลือกมากถึง 6 สีด้วยกันค่ะ
มีตั้งแต่เบอร์ 13N สำหรับผิวขาวไปจนถึงเบอร์ 35N สำหรับผิวสองสีเลยค่ะ
เพื่อนๆคนไหนสนใจก็ไปลองสีกันได้เลยนะคะ พี่ๆที่ลาเนจใจดีมากค่ะ

ส่วนทางเราได้ถอยเบอร์ 23N มาค่ะ เป็นสีที่พอดิบพอดีกับผิวมากๆเลยค่ะ
เราหวังผลเรื่องการปิดรอยสิวด้วย เลยไม่เอาเฉดที่ขาวมากมา
ถึงแม้ว่าพี่ที่เคาน์เตอร์จะบอกว่าเราใช้เบอร์ 21N ได้ก็ตามค่ะ
ภายในกล่องจะมีคุชชั่นตลับจริงพร้อมรีฟีลให้ 1 ชิ้นค่ะ
"ภายในกล่องจะมีคุชชั่นตลับจริงพร้อมรีฟีลให้ 1 ชิ้นค่ะ"
ข้างในคุชชั่นจะมีพัฟให้ 1 อันนะคะ
ซึ่งพัฟของคุชชั่นลาเนจรุ่นนี้จะมีรูจิ๋วๆ
ช่วยเก็บและปล่อยคุชชั่นออกมาอย่างสม่ำเสมอค่ะ

ตัวพัฟก็นุ่มนิ่มดีค่ะ ไม่บาดหน้าเลย
แต่ที่เราชอบสุดๆคือตรงที่สอดนิ้วของพัฟค่ะ
เขาจะใช้เป็นสายคาดที่สามารถยืดหยุ่นได้ตามขนาดนิ้วของผู้ใช้
หมดปัญหาสายพัฟคุชชั่นขาดสำหรับคนนิ้วตุ้ยแบบเรา
มาดูกันที่เนื้อคุชชั่นกันบ้างค่ะ
เนื้อคุชชั่นของเขาเราว่าเกลี่ยง่ายและปกปิดดีเลยนะคะ
เราแตะคุชชั่นเบา แล้วตบๆไปทั่วหน้า รอยสิวที่หน้าแก้มก็หายไปเลย
แต่ถ้ารอยศึกสงครามหนักๆ ยังไงก็ขอให้ใช้คอนซีลเลอร์นะคะ

และด้วยความที่เป็นแมตต์คุชชั่น เนื้อผลิตภัณฑ์ของเขาจะแห้งค่อนข้างไวค่ะ
ในรูปที่ปาดบนแขนของเรา เราปาดทิ้งไว้แป๊บเดียว ก็เกลี่ยเกือบไม่ทันแล้วนะคะ
หน้าหลังจากลงคุชชั่น+แป้งฝุ่นในตอน7โมงเช้า VS หน้าตอน 4 โมงเย็นค่ะ
"หน้าหลังจากลงคุชชั่น+แป้งฝุ่นในตอน7โมงเช้า VS หน้าตอน 4 โมงเย็นค่ะ"
สำหรับเรื่องของความติดทนนั้น เราว่าคุณเขาก็ค่อนข้างติดทนเลยค่ะ
วันนี้เราใช้คุชชั่นตอน 7 โมงเช้า แล้วออกไปไถนาทำงานในห้องแอร์
มีแวะไปกลางแจ้งอีกนิดหน่อยช่วงเที่ยง และกลับห้องมาอีกที ตอน 4 โมงเย็น
คุณลาเนจนีโอแมตต์เขามีหลุดไปแค่ตรงส่วนของจมูกเองค่ะ
((แต่ยังง๊ายยยยย ยังไงก็ตรงลงแป้งเซ็ตคุณเขาหน่อยนะคะ ความอากาศเมืองไทยอะค่ะเพื่อนๆ))

ในเรื่องของคุมมัน เราว่าก็ยังไม่กริบขนาดนั้นค่ะ
ความคุชชั่นเนาะ จะมาหวังให้หน้าแมตต์ทั้งวันทั้งคืนก็คงไม่ได้
ผ่านไปซักครึ่งวันข้างจมูกก็มีเยิ้มนิดๆ ตามสไตล์คนหน้ามันอะเนาะ

แต่ที่เราชอบมากสุดๆก็คือความสบายผิวค่ะ
เราไม่รู้สึกหนักหน้าใดใดเลยค่ะกับการใช้คุชชั่นตัวนี้
ถ้าเป็นคุชชั่นเกาหลีตัวอื่น ช่วงบ่ายจะต้องรู้สึกหนึบๆแล้ว
แต่นี่หลังซับหน้าไป 1 ทีช่วงบ่าย หน้าเราก็ยังแห้งสบายอยู่เลยค่ะ
เลิฟมากๆๆๆ
ผลประกอบการแมสก์กันโควิดวันนี้ค่ะ
"ผลประกอบการแมสก์กันโควิดวันนี้ค่ะ"
ส่วนที่เคลมว่าไม่ติดแมสก์นั้นนนนนนน

ปรากฎว่าาาาาาาาา คุณเขาก็ไม่ค่อยติดจริงๆค่ะ

จะเห็นได้จากในรูปเลยนะคะว่ามีเลอะเทอะอยู่บ้าง
แต่ก็น้อยมากๆค่ะ เราค่อนข้างว้าวกับผลลัพธ์นี้เลยค่ะ
ถ้าพกใส่กระเป๋าไประหว่างวันอาจหยิบสลับกับแอร์พอดได้นะคะ
"ถ้าพกใส่กระเป๋าไประหว่างวันอาจหยิบสลับกับแอร์พอดได้นะคะ"
สรุปกันเลยนะคะ สำหรับเราแล้ว
เราค่อนข้างประทับใจกับ Laneige Neo Cushion Matte มากค่ะ
ทั้งแง่ของคุณสมบัติของตัวคุชชั่นและแพคเกจจิ้ง
คุชชั่นเบาสบายหน้า ติดทน และปกปิด ทำได้ดีตามที่แบรนด์เคลมไว้ค่ะ
ส่วนแพคเกจจิ้งก็อย่างที่เห็นเลย น้อลมุนสุดๆ♥︎
แล้วราคาก็น่ารักนะคะ 1350 บาทได้รีฟีล 1 ตลับ

ที่ประทับใจไม่แพ้คุชชั่นเลยก็คือ
พี่พนักงานของบูธโปรโมชั่นลาเนจที่เซ็นลาดในวันนั้นค่ะ
พี่กุ้งน่ารักมากๆ ชวนให้ลองสีก่อน ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แล้วยังแนะนำดีมากๆๆๆๆ
เราได้ของแถมเยอะเลย 😆😁
อวดของแถม 1 Griptok สุดคิ้วทึค่าาาา
"อวดของแถม 1 Griptok สุดคิ้วทึค่าาาา"
โพสนี้ยาวมากเลย 55555 ยังไงถ้าเพื่อนๆสนใจ Laneige Neo Cushion Matte
ลองไปสอบถาม ลองสี กันที่เคาน์เตอร์ลาเนจได้เลยนะคะ
เขามีโปรโมชั่นเยอะมากๆทั้งออฟไลน์และออนไลน์ค่ะ
กระซิบเลยว่าเราได้มาในราคาประมาณ 1000 เองค่ะ
หรือถ้าใครสงสัยอยากถามอะไรเรา
ก็คอมเม้นต์มาคุยมาถามกันได้เลยนะคะ
เจอกันรีวิวหน้าค่ะ♡︎♡︎

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย