อัปเดตคอนซีลเลอร์ 6 ตัวที่ใช้ประจำตอนนี้

Jayskennedy

Jayskennedy

ดู Profile

ขาดคอนซีลเลอร์เหมือนขาดใจ อัปเดตคอนซีลเลอร์ 6 ตัวที่ใช้ประจำตอนนี้กันหน่อย

 บนมนุษย์ผิวมัน เป็นสิว รอยดำ และใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ ....ไปดูกันเล้ยยย

Hourglass Vanish Airbrush Concealer สี Fawn (1450 thb) 

ตัวนี้เป็นตัวที่สีตรงเป๊ะกับผิวมากที่สุด และแนบไปกับผิวเลย คือแทบจะจับไม่ได้เลยว่าตรงไหน

คอนซีลเลอร์ตรงไหนผิว ให้การปกปิดระดับ medium ถึง full กลบสิว,ใต้ตามิด เนื้อลื่นมาก เกลี่ยง่าย เบาสบาย ฟินิชเป็นแบบผิวจริงเลย ไม่แมตต์ ไม่โกลว์ ‬ ‪จะเป็นตัวที่เราชอบใช้วันที่ต้องการลุคแบบ 

No makeup หรือวันไหนที่ต้องการหน้าแน่นปังก็ใช้นะครับ ตัวนี้เราประสบปัญหาตอนแรกคือบางวันใช้บิวตี้เบลนเดอร์เกลี่ยก็เป็นคราบ บางวันก็รอด เลยไปพึ่งแปรง อ่ะเป็นบ้าง เลยลองนิ้วก็ดีขึ้นอีก

แต่ยังไม่สุด เลยลองใช้พัฟป้าจองตัวโปรด อ่ะเริ่ดไม่หยุด‬ ‪เหมือนเจอเนื้อคู่ ที่ทำให้คอนซีลเลอร์แนบและเนียนไปกับผิวแบบไร้รอยต่อได้โคตรดี แต่เราว่าเค้ายังไม่ค่อยทนเท่าที่ควรสำหรับเราที่ผิวมันนะ 

เวลาซับหน้าแล้วมีติดทิชชู่ มีเป็นคราบบ้างนิดหน่อย แต่ไม่แคร้ก อยากให้ทนกว่านี้อีกหน่อยนะจะเป็นคอนซีลเลอร์ที่ไม่มีตัวไหนมาล้มได้แล้ว มัน “เวิร์ก”

Giorgio Armani Power Fabric Concealer เบอร์ 6 (1500 thb) 

ตัวนี้เราพรีมาเพราะในบ้านเราเหมือนจะสีขาวกว่าหน้าเราไป เราพรีมาเบอร์ 6 ใช้กับหน้าเปล่าไม่ได้ เป็นด่าง แต่ใช้กับรองพื้นแล้วรอดครับ เนื้อลื่นเกลี่ยง่าย ตัวนี้ให้ฟีลแบบมีความแมตน์นิดๆ นะ

สำหรับเรา แมตต์แบบเวลเวทไรงี้ แต่ไม่แห้งแคร้ก‬ ‪ตัวนี้บางแต่ให้การปกปิดระดับ medium 

บิ้ลด์ได้ถึง full อาจจะต้องลง 2 เลเยอร์ ถ้าใช้บิวตี้เบลนเดอร์เกลี่ยจะได้แบบ medium แต่ถ้าใช้พัฟหรือนิ้วเบิ้ลเลเยอร์ก็จะได้ full สำหรับใต้ตาเราไม่ได้ลองนะครับเพราะสีเข้มไป ระดับความติดทนพอ ๆ กับ Hourglass มีเป็นคราบบ้าง มีหลุดบ้างจากมาส์ก ‬ ‪ตัวนี้มีความเบาสบาย ไม่หนักหน้า ส่วนตัวแล้วก็ชอบนะครับ ให้ “เวิร์ก” อาจจะต้องไปหาสีที่พอดีกว่านี้ น่าจะหยิบมาใช้บ่อยเลยแหละ ‬

Giorgio Armani Luminous Silk Concealer เบอร์ 5.75 (38 usd) 

ยังไม่มาไทยแต่แอบมาลองก่อน บอกเลยว่า “ว้าวมากแม่” ทุกอย่างคือเกือบเหมือนกับตัว 

Power Fabric เลย แต่ลื่นกว่า และ! ตัวนี้ให้ฟินิชผิวที่โคตรสวยเลยแม่ คือดูผิวดี ผิวอิ่มน้ำมาแต่เกิด ฟินิชเวอร์มาก กระจายแสงได้ดีมากๆ ตั้งแต่เราใช้คอนซีลเลอร์มานะ‬ ‪ตัวนี้กระจายแสงได้ดีสุด ๆ

ใต้ตาดูเด้ง ดูตึง(หมายถึงไม่เหี่ยวน่ะ) ออกมาเลยใครชอบแต่งหน้าลุคฉ่ำ ๆ ผิวโกลว์ ๆ ใส ๆนะ 

ไม่ผิดหวังแน่นอน ตัวนี้มีความชุ่มชื้นอยู่ประมาณนึง เราชอบเอาไว้ลงตรงช่วงที่มันชอบลอกหลังจากแต่งหน้าด้วย ใช้แล้วไม่ลอก เหมือนตัวอื่น ตอนแรกกลัวว่าจะคัฟเวอร์ไม่พอแต่เฮ้ย‬ ... ‪มัน “เวิร์ก” ว่ะ แบบว้าวจริง ชอบความเบาของน้อง อยากให้มาไทยไว ๆอยากให้ทุกคนได้ลอง 

นี่กะว่ารอเข้าจะไปตำสีเข้มมาคอนทัวร์ สีอ่อนมาไฮไลท์อีก สีตัวนี้เกือบพอดีนะอีกนี้ดนึง 

แต่ก็ใช้ได้ครับไม่ด่าง‬

Pat Mcgrath Labs Skin Fetish Sublime Perfection Concealer เบอร์ LM 10 (1250 thb) 

ชื่อยาวลื้ม ตัวนี้เราบอกได้เลยว่าเป็นน้องของ Tarte Shape Tape ความแมตต์ การปกปิดอะไรงี้

คือสูสีมาก แต่ Tarte ทำได้ดีกว่านี้ดนึง ตัวนี้ให้การปกปิดแบบ medium ถึง full แน่นตึบ ปิดมิดชิด 

สิวเสิว ใต้ตาเอาอยู่ ‬ ‪ถ้าใครชอบแบบ No makeup นะขอให้ข้ามไป เว้นแต่ว่าหน้าดีต้องการปกปิดจุดเล็ก ๆไรงี้ อันนี้ผ่าน เราว่าเค้าค่อนข้างแมตต์เลยแหละ ใช้ใต้ตาบางวันมีแอบตึงหน่อย ๆ แต่ไม่แคร้ก 

ไม่ตกร่อง ส่วนตัวแล้วก็เคยเจออะไรแบบนี้มาแล้วอ่ะเนอะ แต่ที่ว้าวคือไม่ค่อยคิดมาส์กครับ 

เพราะทนมาก มีออกมานิดหน่อย ‬ ‪เราชอบใช้กับคุชชั่น Hera คือปังไม่หยุด ทนสุดอะไรสุด ตัวนี้แห้งไวนิดนึงต้องรีบเกลี่ยใช้นิ้วหรือบิวตี้เบลนเดอร์จะดีมาก และแอบมีความรู้สึกมีอะไรอยู่บนผิวนิดนึงนะ แต่ไม่ได้ว่าหนักหน้าขนาดนั้น สรุปเราให้ “เวิร์ก” ครับ เราใช้สี LM 10 นะ

ตรงกับ Nars Maccadamia พอดีเลย แอบบอก 555

YSL All Hours Concealer เบอร์ 3(1500 thb) 

คนนี้เหมือนเป็นลูกครึ่งปกปิดเหมือน Armani แต่ติดทนเหมือน Pat Mcgrath เป็นคอนซีลเลอร์

ที่ปกปิดระดับ medium สำหรับงานผิวบิ้ลด์ได้ถึง full วิธีการบิ้ลด์ก็เหมือน Armani เลยครับ 

ตัวนี้ปกปิดใต้ตาได้ดีมาก เนื้อเหลว ลื่น เกลี่ยง่าย ไม่แห้ง‬ ‪ไม่แคร้ก แต่ห้ามร้องไห้นะ เป็นคราบเลยแม่ บางวันเราฝุ่นเข้าตาน้ำตาไหลก็ห้ามขยี้เลย เอาทิชชู่ซับเบา ๆพอ ส่วนใหญ่เราชอบใช้กับใต้ตามมากกว่า แต่กับงานผิวก็ติดทนดี ไม่ค่อยติดมาส์ก เราว่าตัวนี้มีเค้างง ๆคือกะออนไลน์ไม่ได้เลยนะ ต้องไปเลือกที่เคาท์เตอร์อย่างเดียว สีค่อนข้างงง‬ ‪ส่วนตัวให้ “เวิร์ก” ครับ ชอบตรงที่ติดทนแต่ยังเบาสบาย แต่เราติดนิดนึงเวลาน้ำตาไหล แล้วเป็นคราบหน่อย ๆ ช่วงนี้ร้องไห้บ่อย 🤣 ปล. เราลืมถ่าย applicator ขออภัยครับ 

Chanel de Concealer เบอร์ 30 Beige (1500 thb)

ได้มาแบบงง ๆ เพราะกะจะไปเอาแป้ง ได้น้องเค้าติดมาด้วย ตัวนี้ปกปิดระดับ medium เลยครับ 

บิ้ลด์ได้แต่ไม่ค่อยขึ้นเท่าไร เน้นงานผิวแบบธรรมชาติ ไม่ได้ตั้งใจมาก เราใช้เฉพาะช่วงที่ผิวหน้าดีๆ หน่อย รอยไม่เข้มมาก แบบอ่ะเหลือ ๆไว้บ้างเนอะดูเบา ๆ ใช้กับ ‪แป้งผสมรองพื้น หรือเบสปรับสีผิวไรงี้ก็ดู No makeup ได้ไม่ยาก เนื้อเค้าจะครีมมี่กว่าตัวอื่น ๆ อันอื่นจะเหลวกว่า แต่เค้าไม่หนา ไม่หนักนะ เกลี่ยง่าย เบาสบายผิว แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้แนบกับผิวขนาดนั้น ในเรื่องของการปกปิดใต้ตาก็กลาง ๆ ครับ ดูไม่ได้ตั้งใจกลบมิด เหมาะกับเราเพราะเรา ‪เป็นคนไม่ชอบกลบใต้ตามิดชิดมันดูตาลอย ๆ แต่เราแอบงงว่า เราแต้ม ๆ ทิ้งไว้ละมาเกลี่ยทีหลังเป็นดวง ต้องแต้มไปเกลี่ยไป ไม่รู้มีใครเป็นมั้ย แต่โดยรวมให้ “เวิร์ก” ครับ

เราแต้มไลน์เนอร์แทนพวกรอยทำนะครับ

เทียบการปกปิดนะครับ จะเห็นได้ว่า Pat Mcgrath และ Hourglass ปกปิดแบบเต็มขั้นทั้งคู่ 

ส่วนที่เหลือยังพอเห็นมีบ้างจาง ๆ สามารถบิ้ลด์ได้อีก ตัว Armani Luminous Silk

 เราได้ลองใช้พัฟบิ้ลด์ให้ดูว่าสามารถบิ้ลด์ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วปกปิดพอ ๆ กับตัวอื่น ๆ ที่เหลือนอกจาก 2 ตัวแรก(ฟินิชสวยมาก)‬

สวอชเทียบสีนะครับ Hourglass เป็นสีที่พอดีเป๊ะกับผิวที่สุดช่วงนี้ ส่วน Power Fabric 

เข้มไปสำหรับผิวจริงแต่เวิร์กได้ครับ ตัวอื่นที่เหลือก็ใช้ได้ครับสีไม่โดด ไม่ด่าง‬ ‪

จบแล้วนะคร้าบบบ รีวิวนี้สอนให้รู้ว่า 

"เราจะมีคอนซีลเลอร์แท่งเดียวไม่ได้" 

ขอบคุณครับ 

ไว้เจอกันใหม่โพสต์หน้านะครับ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย