เซรั่ม La Roche-Posay 3 สูตร เพื่อลดเลือนริ้วรอย แต่ละสูตรดียังไง? ชวนเลือกใช้ให้เหมาะกับผิวตัวเอง


เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมบางคน พอเริ่มเข้า 20 ปลายๆ จะยิ้ม หัวเราะแต่ละทีก็ต้องเกร็งหน้าซะ แค่เห็นรอยที่หางตาบางๆ หรือร่องข้างแก้มแล้วต้องกรี๊ด? ก็เพราะว่าจริงๆ แล้ว ริ้วรอยมันมาเร็ว และทำร้ายผิวเรามากกว่าที่เราคิดอีกน่ะสิพวกเธ๊อออว์ !

แต่ช้าก่อนค่ะคุณณ.. แม้ว่าเราจะกังวลเรื่องริ้วรอยเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเหมาะจะใช้สกินแคร์ลดเลือนริ้วรอยตัวเดียวกัน เพราะริ้วรอยมาได้จากหลายสาเหตุ และบางคนอาจจะมีปัญหาผิวอื่นๆ ที่กังวลไม่เหมือนกันอีก ไหนจะจุดด่างดำ ผิวไม่ชุ่มชื้น มีรอยสิว โอ้ยย มีสารพัดปัญหาที่มาพร้อมกับริ้วรอย

เพราะแบบนี้แหละค่ะ~ เขาจึงมีเซรั่มลดเลือนริ้วรอยพลังโมเลกุลตัวดังจาก La Roche-Posay ที่มีถึง 3 สูตร เพื่อจัดการริ้วรอยที่แตกต่างกันจากสาเหตุการเกิดริ้วรอย และปัญหาผิวที่แตกต่างกัน
เซรั่มพลังโมเลกุล La Roche-Posay ได้แรงบันดาลใจพลังโมเลกุลมาจากศาสตร์ทางการแพทย์ โมเลกุลเหล่านี้จะช่วยเน้นเรื่องการลดเลือนริ้วรอย + โมเลกุลที่อ่อนโยนต่อผิว เพราะปกติแล้วเราอาจจะพบกับส่วนผสม Anti-Ageing ที่ใช้แล้วระคายเคืองได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะวิตซีเอง หรือเรตินอล แต่เซรั่มขวดนี้ออกแบบมาช่วยเรื่องปลอบประโลมผิว ให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อให้ทุกคนใช้ได้  อ่ะๆ ใครเป็นคนผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ต้องลองมาใช้เซรั่มขวดนี้เลย!

ผิวของเราเหมาะกับเซรั่มสูตรไหน เลือกยังไงดี?

เห็นมา 3 สูตรแบบนี้ หลายคนอาจจะมึนไปเลยว่าแล้วผิวแบบฉันจะต้องใช้สูตรไหนกันแน่คะเนี่ยย! มาเรามาหาทางออก และช่วยเลือกให้

เซรั่ม La Roche-Posay ทั้ง 3 ขวด จะเน้นฟื้นบำรุง "ลักษณะริ้วรอยที่แตกต่างกัน และริ้วรอยที่แตกต่างกันเนี่ย.. จะทำให้เกิดจะปัญหาผิวที่แตกต่างกันตามไปด้วย" 
ดังนั้นแล้วหากอยากรู้ว่าตัวเราเองเหมาะจะใช้เซรั่มสูตรไหน ให้เริ่มจากการสังเกตตัวเองก่อนตามนี่เลยค่าาา

1. ปัญหาผิวของเราเป็นแบบไหน?

ส่องกระจกเห็นตัวเองทุกวัน ลองเช็คการเปลี่ยนแปลงของเราดู เช่น แค่โดนแดดแปบเดียวผิวก็ดูหมองคล้ำ / บำรุงผิวเท่าไหร่ก็ดูแห้งๆ ครีมไม่ซึมลงผิว อาจจะเป็นเพราะผิวเราขาดความชุ่มชื้นหรือเปล่า? หรือบางคนรู้สึกว่าแก้มห้อยๆ อาจจะไม่ใช่เพราะแก้มเยอะ แต่ผิวขาดความกระชับหรือเปล่า!

2. ลักษณะริ้วรอยเป็นแบบไหน?

อันนี้อาจจะต้องสังเกตดูจากริ้วรอยที่เกิด +พฤติกรรมของเรา เช่นเจอแดด เจอมลภาวะเยอะ เป็นสายปาร์ตี้หนักหรือเปล่าควบคู่ด้วย เพราะริ้วรอยไม่ได้เกิดจากอายุที่มากขึ้นอย่างเดียวนะจ๊ะ  ซึ่งยังมีทั้งริ้วรอยตื้น ริ้วรอยร่องลึก หรือแม้แต่ริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดดอีกด้วย

ผิวแห้งขาดน้ำ ไม่นุ่มอิ่มฟู ขาดความยืดหยุ่น

ขอมือคนมีปัญหาผิวแบบนี้หน่อยแง้  อย่าเพิ่งมองข้ามปัญหา "ผิวแห้งขาดน้ำ" ไปนะ เพราะเคยได้ยินกันมั้ยว่า "ผิวชุ่มชื้นคือจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดของการมีผิวสุขภาพดี" 

ดังนั้นเมื่อผิวของเราผิวแห้งขาดน้ำ สูญเสียความอิ่มฟู ความยืนหยุ่น และความเด้งกระชับของผิวแล้ว ปัญหาผิวที่จะตามมาคือมีริ้วรอยแรกเริ่ม และริ้วรอยที่เกิดจากผิวขาดน้ำได้ โอ้ยรู้แบบนี้จะยังปล่อยให้ผิวแห้ง ไม่ชุ่มชื้นอีกหรอ.. ไม่ได้แล้วว ต้องจัดการด่วน!

กักเก็บ - เติมเต็ม - ฟื้นบำรุง

การมีผิวชุ่มชื้นขึ้น ไม่ใช่แค่ว่าเราทาครีม หรือเซรั่มแล้ว จะรู้สึกว่าผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นแค่ช่วงที่ทาเท่านั้น แต่เมื่อใช้แล้วมันจะต้องสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นอยู่บนผิวอีกด้วย

HYALU B5 SERUM

เหมาะกับปัญหาผิว : ผิวแห้งขาดน้ำ ผิวไม่ยืดหยุ่น ไม่กระชับ ขาดความอิ่มฟู
มีริ้วรอยแบบไหนควรใช้? : 
ริ้วรอยแรกเริ่ม และริ้วรอยที่เกิดจากผิวขาดน้ำ

ผิวแห้งขาดน้ำต้องมาทางนี้เลย เพราะนี่คือ เซรั่มเข้มข้นเพื่อเติมความชุ่มชื้น ไฮยาลู บี5 เป็นเซรั่มนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากลา โรช-โพเซย์ที่เราเห็นคุ้นหน้าคุ้นมาสักพักแล้ว เพราะเป็นกระแสที่มีคนรีวิวเยอะมากกกกก  เจ้าตัวนี้เป็นเซรั่มที่ถือว่าเป็นพื้นฐานสกินแคร์ที่ควรเริ่มใช้เลยทีเดียว หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นสกินแคร์สามัญประจำบ้าน เพราะเน้นเรื่องความชุ่มชื้นที่ทุกสภาพผิวควรมี 

  • คืนผิวให้รู้สึกนุ่มเด้ง
  • ลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูแน่นฟู รู้สึกเด้งกระชับ
  • มอบความชุ่มชื้นให้กับผิว พร้อมเติมน้ำเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึก และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้บนผิว
ความไม่ธรรมดาในขวดนี้คือลา โรช-โพเซย์ ได้นำโมเลกุลจากศาสตร์การแพทย์ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน มารวมตัวกัน เพื่อผลลัพธ์ในการดูแลปัญหาผิว พร้อมลดอาการระคายเคืองผิวในขวดเดียว จึงเป็นเซรั่มที่ผิวบอบบางระคายเคืองง่ายใช้ได้ด้วย *

ไฮยาลูรอนโมเลกุลใหญ่ + เล็ก 

ส่วนผสมยอดฮิตในสายเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่าง ไฮยาลูรอน (Hyaluron) เป็นส่วน
ในขวดนี้ไม่มาแบบธรรมดาๆ นะจ๊ะ เพราะเป็นครั้งแรกของการผสาน 2 อนุภาพไฮยาลูรอน มีทั้งเมโลกุลเล็ก และโมเลกุลใหญ่อยู่ในขวดเดียว ซึ่งไฮยาลูรอนทั้ง 2 ขนาดจะมีประสิทธิภาพในการบำรุงที่แตกต่างกัน

  • ไฮยาลูรอนโมเลกุลใหญ่ (Hyaluron High Molecular Weight) 
    ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และเติมเต็มผิวบนชั้นบน เพื่อผิวเปล่งปลั่ง รู้สึกอิ่มฟู
  • ไฮยาลูรอนโมเลกุลเล็ก (Hyaluron Low Molecular Weight) 
    ซึมซาบสู่ผิวอย่างล้ำลึก เพื่อเติมเต็มผิวชั้นใน ให้ผิวรู้สึกแน่นกระชับ
มีส่วนผสมเพื่อลดอาการระคายเคืองผิว ช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ด้วย 2 ส่วนผสม ที่จะฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้าน ให้กับมาดูเด้งกระชับขึ้น + พร้อมลดเลือนริ้วรอยไปด้วยครบๆ จบๆ ในขวดเดียว

  • Vitamin B5 วิตามิน บี5 
    เสริมสร้างปราการปกป้องผิว ลดปัญหาผิวร่วงโรยให้น้อยลง ให้ผิวกลับมารู้สึกมีชีวิตชีวา
  • Madecassoside มาเดคาสโซไซต์ 
    ปลอบประโลม และฟื้นบำรุงผิว มีส่วนช่วยเสริมสร้างการเผยเซลล์ผิวใหม่

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ใช้ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน แต่แนะนำว่าถ้าใช้ตอนกลางวัน ก็ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าการปกป้องสูงทุกครั้งไม่ว่าจะออกจากบ้าน หรืออยู่ในบ้านก็ตามนะจ๊ะ อย่าลืมว่ารังสียูวีมีอยู่ในทุกที่น้าา

ผิวเหนื่อย หมองคล้ำ ไม่สดใส แถมมีจุดด่างดำอีก?

ผิวไม่ได้โดนของ แต่หน้าหมองจนมีคนทัก ใครเป็นแบบนี้ก็คงต้องเซ็ง! ยิ่งใครสายซีรีส์นอนดึกทุกวัน ปั่นงานจนถึงเช้า จนหน้าเหนื่อยๆ ไม่สดใส เหนื่อยงานแล้ว ผิวยังมาเหนื่อยอีก ต้องรีบแก้ด่วน!

เพราะผิวที่ขาดความกระจ่างใส มีจุดด่างดำ ดูหมองคล้ำ เหนื่อยล้า มีหลายสาเหตุมากก นอกจากจะมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว รังสียูวีจากแดดที่เราเจอในทุกวันก็เป็นตัวการร้ายทำผิวหมองคล้ำ และเป็นส่วนนึงที่จะก่อให้เกิดริ้วรอยร่องลึก และเส้นริ้วต่างๆ ได้อีกด้วย 

PURE VITAMIN C10 SERUM

เหมาะกับปัญหาผิว : ผิวหมองคล้ำ ดูผิวโทรมและเหนื่อย ไม่กระจ่างใส มีจุดด่างดำ
มีริ้วรอยแบบไหนควรใช้? : ริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น และริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด


นอนดึก ดูซีรีส์หนัก ทำงานจนเช้าแค่ไหน แนะนำตัวช่วยของคนผิวเหนื่อยโทรม หมองคล้ำ!! เป็นเซรั่มผสานโมเลกุลที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย + ให้ผิวที่ดูโกลวกระจ่างใสขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอ ผิวนุ่มขึ้นดูเรียบเนียน  และยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย

วิตามินซีบริสุทธิ์ 10% + ส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิว

  • วิตามินซีบริสุทธิ์ 10% 
    ส่วนผสมหลักในขวดนี้ที่มาพร้อมกับ Anti-Oxidant และสามารถช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว
  • Salicylic Acid
    ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และลดซากเซลล์ผิวต่างๆ ได้อีกด้วย
  • Hyaluronic Acid
    ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • Neurosensine
    ส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคือง ไม่สบายผิว
  • Physiological pH
    มีค่า pH5.5 ที่ใกล้เคียงกับผิวจึงอ่อนโยน

วิตามินซีบริสุทธิ์ดีต่อผิวยังไงบ้าง?

เจอสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากวิตซีก็บ่อย แต่รู้มั้ยว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อผิว แต่ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้ด้วยตัวเองได้ จึงจำเป็นต้องมีวิตามินซีภายนอกอย่างวิตามินซีบริสุทธิ์ (L-Ascorbic Acid) มาช่วยเสริมการบำรุง
  • ช่วยสร้างคอลลาเจน และเพิ่มอีลาสตินเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
  • ลดเลือนริ้วรอย และเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก
  • ลดการสร้างอนุมูลอิสระที่ทำลายผิว
  • ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ด้วยการปรับสภาพผิว และลดความหยาบกร้านของผิว 

ทำไมใช้วิตซีแล้วแสบผิว?

อย่าลืมว่าวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน และมีค่า pH ที่ต่ำ ดังนั้นคนที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย หรือผิวที่แห้งจึงมักจะเกิดอาการแสบคัน ระคายเคืองได้ ดังนั้นไม่ใช่แค่วิตซีอะไรใช้แล้วได้ผลเหมือนกันนะคะซิส ต้องเลือกใช้ด้วย

เซรั่มวิตามินซี pH ตามธรรมชาติของผิว จึงอ่อนโยน

ผิวระคายเคืองง่ายต้องมาทางนี้! เพราะลา โรช-โพเซย์เขาออกแบบให้วิตามินซีในเซรั่มขวดนี้คงค่า pH 5.5 ตามธรรมชาติของผิวเรา แต่ยังมีประสิทธิภาพการบำรุงสูงสุด แต่ไม่ระคายเคืองต่อผิว

ดังนั้นสำหรับใครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยเฉพาะจะคันยุบยิบบ่อยเวลาใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตซี แนะนำเซรั่มขวดนี้ เพราะอ่อนโยนต่อผิว ใช้ได้แม้จะเป็นคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย* แต่ยังไงเพื่อความชัวร์ และปลอดภัยแนะนำให้เทสต์ก่อนการใช้จริงทุกครั้ง

ใช้ได้ทุกวันในช่วงเช้า และกลางคืน แนะนำว่าทาควบคู่กับครีมกันแดดในตอนกลางวัน และช่วงที่ใช้เซรั่มวิตามินซีควรงดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวจะดีกว่าน้าา เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่ายมากๆ

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล


มีริ้วรอยลึก ผิวไม่เฟิร์ม ไม่กระชับเหมือนเคย?

อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าอ้วนขึ้น แก้มเลยย้วยมากขึ้นหรือเปล่า! เพราะเวลาส่องกระจกทีไร เริ่มรู้สึกว่าผิวของเราไม่เฟิร์ม ไม่กระชับเหมือนเมื่อก่อน

แถมยังมีริ้วรอยให้เห็นตามหางตา ร่องแก้ม หรือเส้นริ้วต่างๆ บริเวณริมฝีปาก หรือหน้าผากเองก็ตาม แถมบางจุดยังเป็นริ้วรอยร่องลึกอีกต่างหาก จนอยากจะกรี๊ดดด!! ยิ่งอายุน้อยๆ ยิ่งเครียด เพราะริ้วรอยไม่ได้ถามอายุก่อนจะมา แต่แค่เจอแสงแดด หรือพฤติกรรมเสี่ยงๆ ก็มาได้เหมือนกันนะรู้ยัง!

RETINOL B3 SERUM

เหมาะกับปัญหาผิว : ผิวมีริ้วรอยร่องลึกรอบๆ ใบหน้า รู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์ม ไม่กระชับ และไม่เรียบเนียน
มีริ้วรอยแบบไหนควรใช้? : ริ้วรอยร่องลึก และร่องแก้ม เส้นริ้ว

หน้าย้อยๆ ผิวไม่กระชับ ริ้วรอยต่างๆ ไม่ต้องกังวลแล้ว แต่ต้องจัดการด้วยเซรั่มผสานโมเลกุลที่ได้แรงบรรดาลใจจากการแพทย์สูตรใหม่ล่าสุด ที่เน้นจัดการเรื่องลดเลือนริ้วรอยร่องลึก (ที่อยู่บนผิวชั้นนอก) ริ้วรอยก่อนวัย ที่อาจจะเกิดจากรังสียูวีจากแสงแดด ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ด้วยส่วนผสมหลักอย่างเพียวเรตินอล 0.1%  และส่วนผสม Gradual Release Retinol 0.2%  เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยที่ดียิ่งขึ้น

ลดเลือนริ้วรอย + อ่อนโยนต่อผิว

ส่วนผสมหลักในขวดนี้คือ Retinol ที่เรามักจะคุ้นเคย และพบบ่อยในสกินแคร์ Anti-Aging จับคู่มากับวิตามิน บี3 (Niacinamide) ซึ่งเป็นส่วนผสมดูโอ้ที่ดี ที่จะช่วยให้การทำงานของเรตินอลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย
  • Retinol
    ช่วยให้ผิวดูกระชับ พร้อมลดเลือนริ้วรอย
  • Vitamin B3 (Niacinamide)
    ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมฟื้นปราการผิว
  • Glycerin
    ช่วยให้ความชุ่มชื่นให้กับผิว มอบผิวดูชุ่มชื่นอิ่มน้ำ

ใช้เรตินอลยังไงให้ได้ผลดีที่สุด

จะเลือกใช้เซรั่มแต่ละทีเราก็ต้องมั่นใจว่าใช้แล้วผิวจะดีขึ้นใช่มั้ย? ในขวดนี้มีเรตินอล บี3 เซรั่ม มีส่วนผสมของเรตินอลบริสุทธิ์

ดังนั้นอาจจะเจอกับเนื้อเซรั่มที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองขึ้นได้ เมื่อผลิตภัณฑ์ถูกอากาศภายนอก แต่ใช้ต่อได้โลดดด.. เพราะไม่มีผลต่อการทำงานของเซรั่ม ใช้ได้เหมือนเดิม 

เรตินอลไวต่อแดด ใช้ตอนกลางคืนดีที่สุด!

ใช้กันแดดทุกครั้งเมื่อใช้สกินแคร์ที่มีเรตินอลนะ ด้วยความเป็นห่วง! เพราะเรตินอลเป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด และควรใส่เสื้อผ้าที่ป้องกันแดดมิดชิด หมวยเอย แว่นเอยต้องมา แต่ถ้าที่แนะนำมากกว่าคือให้ใช้ตอนกลางคืนอย่างเดียวไปเลย จะได้ไม่ต้องกังวล

ไม่ควรใช้คู่กับสกินแคร์อื่นๆ ที่มีส่วนผสมเรตินอล

ขวดนี้ก็พอแล้ว! เพราะในขวดนี้มีส่วนผสมของเรตินอลที่เข้มข้นมากพอ ถ้าหากเราไปใช้สกินแคร์ตัวอื่นที่มีเรตินอล จากที่กะว่าจะให้เขาช่วยกันทำงาน x2 เผลอๆ อาจจะทำให้เซรั่มใช้ไม่ได้ผลมากกว่า

เทสต์อาการแพ้ก่อนเริ่มใช้

เรตินอลเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างแรง จึงควรเทสต์บนผิวจริงของตัวเองก่อนเริ่มใช้จริง หรือใช้แล้วเกิดอาการระคายเคืองในครั้งแรก ก็ควรหยุดการใช้เพื่อให้ผิวปรับสมดุลให้เข้ากับเรตินอลก่อน 

ใช้ทั้ง 3 สูตรพร้อมกันเลยได้มั้ย?

รู้จักทั้ง 3 สูตรแล้ว หลายคนอาจจะบอกขอเหมา 3 ขวดเลย อุ้ยยย..เดี๋ยวก่อนใจเย็น มาอ่านตรงนี้ก่อนเริ่มใช้!! :P

เรารู้นะว่าปัญหาผิวที่กังวลของแต่ละคน อาจจะไม่ได้มีแค่เพียงอย่างเดียว บางคนอาจจะมีปัญหาผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น + ผิวหมองคล้ำพร้อมๆ กัน หรือบางคนอาจจะมีปัญหาริ้วรอยร่องลึก และยังมีผิวที่ดูเหนื่อยไม่สดใส เลยอาจจะแก้ปัญหาผิวทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันใช่มั้ย?

เซรั่มทั้ง 3 สูตรสามารถใช้ด้วยกันได้ แต่! แนะนำว่าให้เลือกใช้คนละช่วงเวลา หรือเลือกโฟกัสทีละปัญหาผิวก่อน และแบ่งใช้ตามช่วงเวล
า เช่นกังวลเรื่องผิวหมองคล้ำและริ้วรอยร่องลึก ให้เลือกใช้สูตร Vitamin C10 ตอนกลางวัน ตามด้วยครีมกันแดด และใช้ Retinol B3 ตอนกลางคืน แค่นี้! เราก็จะได้ดูแลครบๆ ทั้ง 2 ปัญหาผิวเลยค่า

เห็นมั้ยล่ะว่าไม่ใช่ผิวมีริ้วรอยเหมือนกัน แล้วจะมาใช้ได้เหมือนกันนะเอ้อออ ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเราด้วย เมื่อใช้แล้วจะได้เห็นผลลัพธ์ตามที่หวังไว้

เซรั่มพลังโมเลกุล La Roche-Posay ทั้ง 3 สูตรมีวางจำหน่ายแล้ว ขนาด 30 มล. ราคาขวดละ 1,500 บาท มีให้ช้อปแล้วที่ Boots, Watsons, EVEANDBOY, Beautrium, และเคาน์เตอร์ ลา โรช-โพเซย์ที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศค่า :)

รู้แบบนี้ลองบอกกันหน่อยสิ้ คิดว่าผิวของเราเหมาะกับเซรั่มพลังโมเลกุลขวดไหนกัน :D

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย