วงการ Facial oil เข้าแล้วออกไม่ได้ >_<

Chutikarn Wanchaitanawong

Chutikarn Wanchaitanawong

ดู Profile

วงการ Facial oil เข้าแล้วออกไม่ได้ >O<

ตอนแรกเราไม่กล้าใช้ Oil ทาหน้าเลยค่ะ เพราะกลัวว่าจะเกิดสิวอุดตัน
เนื่องจากเราเป็นคนที่เป็นสิวง่ายอยู่แล้ว


หลังจากที่ได้ลอง Cleansing oil และ Clarins Double serum ก็ทำให้หลงรัก oil มากขึ้น

เนื่องจาก เราเป็นคนหน้าแห้ง พอมาใช้ Oil แล้วรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้นมากขึ้นเยอะเลย

มาดูกันว่ามีตัวไหนบ้าง มาเริ่มกันเลยค่า ^^
ตัวแรกเป็น เซรั่มผู้โด่งดัง เรื่อง Anti-aging

นั่นก็คือ ... CLARINS Double Serum


ตัวนี้เราเริ่มใช้ตัวแรกก่อนที่จะมาใช้ Facial oil ต่างๆเลยค่ะ


ความดีงามของตัวนี้ คือ
เป็น เซรั่มที่แยก น้ำ และ น้ำมัน ออกจากกัน

ตัวหัวปั๊มจะปั๊มเนื้อเซรั่มออกมาในอัตราส่วน น้ำ : น้ำมัน = 2 : 1
ซึ่งอัตราส่วนนี้ ได้คิดค้นทดลองมาแล้วว่า เป็นสมดุลของผิวเราที่ต้องมีทั้งน้ำและน้ำมัน นั่นเอง

ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 21 ชนิด
ช่วยฟื้นบำรุงการทำงานของผิวที่สำคัญ 5 ประการ
1. การให้ความชุ่มชื้น
2. การบำรุงผิว
3. การหล่อเลี้ยงผิวด้วยออกซิเจน
4. การฟื้นบำรุงผิว
5. การปกป้องผิว

ความเห็นส่วนตัวหลังใช้
❀ ปรับสมดุลให้หน้าได้ดีมาก หลังใช้รู้สึกว่าหน้าไม่มันระหว่างวันเลย
(ปกติตอนใส่แว่น หน้ามันเยิ้มมาก)
❀ ผิวดูละเอียดขึ้นมากค่ะ รูขุมขนดูเล็กลง
❀ ที่ว้าวมากคือร่องแก้มของเราตื้นขึ้น 😆😆😆

ปล.ตัวนี้ตอนแรกเราใช้ในปริมาณเยอะเกินไป และไม่ได้วอร์มเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อน
คือประมาณปั๊มใหญ่ 1 และก็ปั๊มเล็ก 1 ทำให้เกิดสิวอุดตันบริเวณหน้าผาก

〠 จากนั้นเราเลยปรับใช้ ปั๊มใหญ่ 1 และวอร์มเนื้อผลิตภัณฑ์เยอะๆ ใช้การกดให้ซึมมากกว่าการถู สิวอุดตันที่หน้าผากไม่ค่อยขึ้นเท่าเดิมค่ะ 
ตัวนี้ดีจริง ใช้ซ้ำเรื่อยๆค่ะ
"ตัวนี้ดีจริง ใช้ซ้ำเรื่อยๆค่ะ"

ต่อมา ตัวที่สอง คือ 

GUERLAIN Abeille Royale Youth Watery Oil

Oil ทาหน้าตัวดังที่คุณแพร Vatanika ใช้นั่นเองค่ะ

ตัวนี้มีความวอแวอยู่นาน เราจึงตัดสินใจซื้อขนาดทดลองมาลองก่อน 
เพราะไซส์จริงน้องแพงมาก >O< 
ความดีงามของตัวนี้ 

❁ เป็น Oil ที่เนื้อบางเบามาก เหมือนน้ำเลย สมกับชื่อ Watery oil จริงๆ
❁ ผสานเทคโนโลยีใหม่ Black Bee Repair Technology
 และส่วนผสมจากผลผลิตของผึ้ง 3 ชนิด ได้จาก black bee
ซึ่งเป็นผึ้งสายพันธุ์หายากที่อาศัยในหมู่เกาะ Ouessant (เกาะอูซองเป็นเกาะที่มีอากาศบริสุทธิ์ อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส)จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมานุ่ม เรียบเนียน ยกกระชับ และลดเลือนริ้วรอย

ผลทดสอบทาง Clinic: จากการทดสอบกับผู้หญิงกลุ่มตัวอย่าง 60 คน
ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ครั้งต่อวันภายใน 1 เดือน
100% ของผู้หญิงกลุ่มตัวอย่างรู้สึกผิวเรียบเนียนขึ้น และแลดูอิ่มน้ำยิ่งขึ้น
100% ของผู้หญิงกลุ่มตัวอย่างรู้สึกผิวแลดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส


ความเห็นส่วนตัวหลังใช้
💍 รู้สึกว่ารูขุมขนกระชับขึ้นจริงๆ และใบหน้าดู Glow มากขึ้น
💍 เราว่าเหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้ Facial Oil เพราะเนื้อบางเบา(เหลวเหมือนน้ำเลย) และซึมเร็วมาก
💍 มีกลิ่นหอมมากๆ 
ตัวที่สามคือ 

L'Occitane Immortelle Divine Youth Face Oil


ตัวนี้ที่เราสนใจคือ คำเคลมของเค้า
บอกว่ามีคุณสมบัติในการต่อต้านสัญญาณแห่งวัย และ ปกป้องผิวจากมลภาวะ


ความเห็นส่วนตัวหลังใช้
🌻 รู้สึกว่าผิวหน้าดูชุ่มชื้น หน้าไม่ค่อยมันระหว่างวัน
🌻 ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเหลว ซึมง่ายมาก
🌻 ใช้ได้ค่อนข้างนาน เพราะใช้แค่ประมาณ 2 Drop ก็ทั่วหน้าแล้ว
🌻 รู้สึกผิวหน้าแข็งแรงขึ้น สังเกตจากสิวที่ไม่ค่อยขึ้นและผิวหน้าดูละเอียดขึ้นค่ะ
🌻 ที่ชอบที่สุดเป็นเรื่องของกลิ่น คือกลิ่นหอมมาก

ตัวถัดมา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องเซรั่มงัดผิวโทรม
นั่นก็คือ 

L'Occitane Immortelle Reset Oil-in-Serum

เป็นเซรั่มที่ขวดสวยมาก >O< 

และมี Capsule สีเหลือง 3000 ฟอง อัดแน่นอยู่ในขวด 
ฟองเหล่านี้บรรจุ น้ำมันของดอก Immortelle ไว้ เพื่อความสดใหม่ทุกครั้งที่ใช้ค่ะ

ที่น่าสนใจคือ คำเคลมของเค้าเริ่ดมาก 
🍄 เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีที่สุดอันดับ 1 ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 1 ขวดต่อนาที
🍄 ได้ผิวที่ดูอ่อนเยาว์ และสดใสเสมือนได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ (แค่คำว่าพักผ่อนเพียงพอ ทุกคนน่าจะโดนตกไปเรียบร้อยแล้ว >< )
🍄ริ้วรอยร่องตื้นดูเต็มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
🍄 รีเซ็ตผิวให้กระจ่างใส เปล่งประกายออร่าในทุกๆ วัน

ความเห็นส่วนตัวหลังใช้ 
🎆 ที่ชอบมากที่สุด คือกลิ่นหอมมาก
🎆 ให้ความชุ่มชื้นจัดเต็มมาก ที่น่าประหลาดใจคือลองบนหลังมือเหมือนเนื้อจะหนักแต่พอทาบนหน้าจริงๆซึมเร็ว (รู้สึกว่าซึมเร็วกว่า Youth oil อีก)
🎆 ทาก่อนนอนช่วงหน้าโทรมๆ ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าช่วยให้ผิวหน้าดูแน่นขึ้นค่ะ
(อาจจะไม่เท่ากับ คำเคลมเท่าไร แต่ผลลัพธ์โดยรวมชอบค่ะ )
🎆 เป็นเซรั่มที่หยิบมาใช้ง่ายไม่ต้องกลัวหกเหมือน Facial oil ตัวอื่นที่เป็น Dropper

ตัวสุดท้ายที่มีคือ เซรั่มผู้โด่งดังเรื่องการเติมน้ำให้ผิว

Clarins Hydra-Essentiel Intensive Bi-Phase Serum


ตัวนี้ที่น่าสนใจคือเป็นเซรั่มที่มีเนื้อ Bi-Phase คือมี 2 ชั้น ชั้นน้ำและน้ำมัน 
ต้องเขย่าก่อนใช้ให้เข้ากัน ก่อนที่จะปั๊มออกมาใช้

คำเคลมของตัวนี้บอกว่า
💞 ช่วยปกป้องเกราะกำบังของผิว 
💞 ล็อคความชุ่มชื้นให้กับผิวที่ขาดน้ำและให้ความรู้สึกสบายกับผิว 


ความคิดเห็นส่วนตัวหลังใช้
💟 เป็นเซรั่มที่เนื้อซึมง่ายมาก สามารถใช้ได้ในตอนเช้า
ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวันเลย
💟 เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีมาก 
💟 ชอบความพิเศษคือต้องเขย่าก่อนใช้ให้เนื้อเข้ากันก่อน
💟 ใช้งานสะดวกเพราะเป็นแบบปั๊ม 
💟 มีกลิ่นหอมมาก  
โดยสรุป

💘 เรียงลำดับความซึมลงผิวง่ายที่สุด

1. Guerlain youth watery oil
2. Clarins Hydra bi-phase
3. L'Occitane Devine youth oil
4. L'Occitane reset oil in serum
5. Clarins double serum




💘 ทุกตัวให้ความชุ่มชื้นได้ดีเหมือนกัน แต่ที่เห็นผลอย่างชัดเจน 
คือ Clarins Hydra bi-phase 



💘 เรื่องความหน้าแข็งแรง ปกป้องผิวจากมลภาวะ ยกตำแหน่งให้ L'Occitane Devine youth oil



💘 เรื่อง Anti-aging ยกมงให้กับน้อง Clarins Double serum ไปเลย รู้สึกว่าร่องแก้มจากการยิ้มเยอะๆของเรา ดูตื้นขึ้นค่ะ 



💘  ส่วนตัวชอบกลิ่นของ L'Occitane Devine youth oil มากที่สุดค่ะ 


💘 คะแนน Packaging ขอมอบให้น้อง Clarins Hydra bi-phase และ L'Occitane reset oil in serum เป็นขวดปั๊มใช้งานง่ายและมีฝาปิดรู้สึกสะอาดดีค่ะ
(แต่ตัว Clarins Double serum คือปั๊มออกมาแล้วพุ่งแรงและไกลมาก บางทีกระเด็นออกไปจากมือก็มี )


💘 สรุปแล้วหลังจากใช้ Facial oil รู้สึกว่าผิวหน้าดูละเอียดดูแน่นขึ้น ดูฟู และรูขุมขนดูเล็กลง หน้าชุ่มชื้น อย่างเห็นได้ชัดค่ะ



 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย