สกินแคร์คนไทยที่เราใช้ตั้งแต่สมัยมัธยม😍

bellecptrck

bellecptrck

ดู Profile

ใช้หมดแล้วต้องขอมารีวิวเลย บอกเลยว่าใครที่หาตัวตายตัวแทนของ OMS ในเวอร์ชั่นที่ราคาถูกกว่า แต่คุณภาพเท่าๆกัน เราขอนำเสนอ Medileenthailand แบรนด์คนไทยเราเลยค่ะ??
*ขอเกริ่นก่อนว่าแบรนด์นี้เราเคยใช้มาแล้วตอนอยู่มัธยมปลาย เป็นสกินแคร์แบรนด์แรกๆที่เราใช้
แล้วชอบเพราะช่วยเรื่องสิวเราและความแข็งแรงผิวได้ดีเลยและเราลองใช้หลายๆตัวของเขาแล้วประทับใจมาก ปัจจุบันเขามีการปรับปรุง พกจ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ใครที่ผิวเป็นสิวอักเสบสิวผดอุดตันมีรอยสิวผิวไม่เเข็งแรงเหมือนเรา*

.
♡จริงๆตอนนี้เราใช้ของ Medileen หลายตัวมาก ทั้ง Cleanser / Black MUD / body lotion / เจลอาบน้ำ แล้วชอบทุกตัวแบบจริงจังคือซื้อเองด้วยแบรนด์ให้มาลองด้วยนะคะ แต่ความชอบคือถ้าใช้แล้วชอบก็จะเอามารีวิวเองเลย?♡
?ก่อนจะลองตัวอื่นๆเราอยากให้ลองMedileen 2 ตัวนี้ก่อน
1.Revive Factor
2.Anti Blemish
ส่วนตัวเราใช้มาเดือนนึงแล้ว เราบอกความต่างได้เลยว่า ผลลัพธ์ทั้ง2ตัวค่อนข้างชัดเจน แต่อาจจะต้องใช้ติดต่อกัน 10 วันขึ้นไปถึงจะเห็นผลแบบชัดเจนจริงๆและใช้แบบ เช้า-เย็น เลยนะคะ

มาพูดถึงทีละตัวดีกว่าว่าจากการที่ได้กลับมาใช้แบรนด์โปรดเรารู้สึกยังไงและชอบขนาดไหนในตอนนี้
☆ ตัวแรก Medileen Revive Factor Plus ☆
(เป็นสกินแคร์ที่ยืน1ใน แบรนด์ Medileen มานาน7ปี อันนี้เรากล้าคอนเฟิร์มให้เพราะเราเคยใช้สูตรเก่าตอนอยู่มัธยม เขามีการเปลี่ยนชื่อจาก S Factor เป็น Revive Factor )
•ไม่พูดพร่ำทำเพลง ใครชอบใช้ EGF เราแนะนำตัวนี้เลยเป็น Growth Factor ที่มาในราคาที่เบากว่า(แบรนด์ทั่วๆไป) เกือบครึ่งนึง ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณแบบจัดเต็มแน่นๆ ขวดนี้สำหรับเราคือคุ้มมากถ้าให้เทียบกัน ตัวนี้ใช้ได้ทุกวัน ไม่ว่าสภาพผิวจะย่ำแย่แพ้ง่ายขนาดไหนก็ใช้ได้สบายเลยค่ะ
•ส่วนตัวคือ เราชอบมากๆ เพราะเขาช่วยทำให้ผิวเรากลับมามีสมดุลและทำให้ผิวแข็งแรง จากผิวล้มแบบหัวทิ่มหัวตำ แน่นอนว่าตัวนี้เขามีส่วนผสมของ Growth Factor และตัวทีเด็ดอื่นๆ อยู่แน่นมากค่ะ เพราะสูตรที่เขาทำผ่านการคิดค้นจากแพทย์ผิวหนังที่อเมริกามาแล้ว
•ใครที่เคยใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มี Growth Factor 
จะรู้เลยว่าเขาให้ผลลัพธ์ที่ดีมากต่อผิวเรา 
-ช่วยทั้งกระตุ้นเซลล์ผิว 
-กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน 
-ช่วยเรื่องผิวอักเสบแพ้ง่าย 
-ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว 
-ลดอาการผิวแดงง่าย 
-ช่วยซ่อมแซมผิวจากชั้นในสู่ชั้นนอก 
-ช่วยสมานรอยสิว 
แต่อีกอย่างนึงหลังจากที่เราใช้แล้วสังเกตุได้คือเนื้อเขามีความลื่นทาแล้วรู้สึกชุ่มชื่นที่ผิวด้วยนะ เป็นฟีลที่ดีมากเวลาทาค่ะ 
•ฟังดูอาจจะเวอร์รึเปล่าแต่นี่คือประสิทธิภาพจริงๆของเจ้า Revive Factor
•และในส่วนเนื้อสัมผัสคือจะเป็นน้ำๆเหลวๆ
เหมือนเซรั่ม มีสีใสๆเหลืองๆ เนื้อเบามากๆ ทาแล้วซึมฉึบไปเลยไม่ต้องมานั่งพัดเลย กลิ่นเป็นกลิ่นที่ไม่หอมแต่ก็ไม่แย่นะคะแต่กลิ่นไม่ตีจมูกแน่นอนทุกคนใช้ได้แน่นอนค่ะ 
☆ ตัวที่2 Anti Blemish Clearing Booster Serum ☆
สายผิวเป็นสิวอักเสบ สิวผดแพ้ สิวอุดตัน 
เซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ เขาช่วยผลักหัวสิวขึ้นมาให้เรากดออกได้ง่ายมากๆ บางทีแค่สกิดๆก็หลุดออกมาแล้ว เราเริ่มใช้พร้อมกับ Revive Factor แล้วเขาส่งเสริมประสิทธิภาพกันได้ดีมากๆ 
ตัวนี้ถ้าจะให้พูดถึงเลยคือเขาเป็นเซรั่มที่ช่วยรักษาสิวได้อ่อนโยนมากๆ ไม่ทำให้ผิวเราแสบยิ๊บๆหรือมีอาการระคายเคืองเลย และยังสามารถเสริมความแข็งแรงให้ผิวเราด้วย อีกทั้งยังมี LHA ที่ช่วยในการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยนและยังช่วยลดการอักเสบได้ดีอีกด้วยค่ะ และยังมีสารสกัดต่างๆที่ช่วยในเรื่อง Anti-Aging ลดการระคายเคือง ลดอาการแดงของผิว ลดการเกิดสิว ลดเลือนจุดด่างดำได้ดีอีกด้วย *ในกรณีที่เราใช้ติดต่อกันมากกว่า 7-10 วัน*
อันนี้เราต้องบอกไว้ก่อนนะคะและขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ 
•ในส่วนของเนื้อเซรั่มเขาจะเป็นลักษณะใสๆขาวขุ่นๆ เนื้อเหลวแต่กึ่งเจลกึ่งครีมนิดๆ แต่เนื้อเบาสบายและซึมลงผิวง่ายมากทาแล้วมีความลื่นๆสบายผิวเลย แต่บอกเลยว่ากลิ่นไปในทางที่ดีไม่แย่แน่นอนค่ะ เราใช้ทั้งเช้า-กลางคืน เลยค่ะ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน *ตัวนี้ถ้าใช้ตอนเช้าอย่าลืมทากันแดดนะคะสำคัญมากๆเลย* 

♡สุดท้ายที่จะบอกคือว่า ทั้ง Revier Factor Plus และ Anti Blemish เราลองใช้ก่อนแต่งหน้าแล้วนะคะ สามารถใช้ได้สบายๆเลยโดยที่ไม่ทำให้รองพื้นเป็นคราบหรือเป็นขุยๆเลย เริ่ดมาก! ♡

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย