รีวิว 5 รองพื้นปกปิดหน้าพังจากสงครามสิว

saisamorn

saisamorn

ดู Profile

          สวัสดีค่าาา วันนี้เราขอเริ่มต้นรีวิวตัวแรกของปีด้วยการรีวิวรองพื้นปกปิดที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เสียงรีวิวต่างๆนาๆว่าปกปิดดีอย่างงั้นดีอย่างงี้ ก็เลยลองของด้วยการไปซื้อมาลองใช้บ้าง ไอ้ที่เขาว่ามันปกปิดดีนักหนาเนี่ย อยากจะรู้นักว่าหน้าอย่างเราที่ผ่านการเป็นสิวมามากมายแล้วทิ้งรอยดำรอยแดงไว้ให้ดูต่างหน้าแบบนี้รองพื้นที่ว่าปกปิดขั้นเทพนี่ยังจะปกปิดรอยสิว(และสิวบางส่วน)ของเราอยู่มั้ย    

          ขอเล่าอย่างนึงก่อนว่า เราเป็นคนที่เป็นสิว ช่วงก่อนหน้านี้เราก็รักษาสิวด้วยตัวเองนี้แหละ หานู่นนี่นั่นมาใช้จนหน้าเราดีขึ้น จนในที่สุดมันก็น้อยลง (แต่ยังไม่หมดนะแค่ดีขึ้น) มันก็ดีใจแหละที่สิวน้อยลงแต่มันดันทิ้งรอยเอาไว้อ่ะดิ ก็ค่อยๆรักษารอยกันต่อไป แต่เวลาแต่งหน้าแล้วเห็นรอยเห็นสิวบนหน้าแล้วมันน่าเกลียด เข้าใจกันช้ะ เราก็ขี้เกียจใช้คอนซีลเลอร์ไง เราคิดว่ามันยุ่งยากเกินไป เสียเวลา ถ้าเราหารองพื้นที่ปกปิดพวกรอยสิวได้ ก็ไม่ต้องไปเสียตังซื้อคอนซีลเลอร์เพิ่มเลย นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่เราตามหารองพื้นปกปิดขั้นเทพเพื่อปกปิดสิวของเรานั่นเอง

          เราก็เอารองพื้นที่เราใช้มาทั้งหมด ย้ำ !! ว่าทั้งหมด มารีวิวค่ะ เราอาจจะไม่ใช่นักรีวิวที่มีรองพื้นราคาแพงๆเยอะๆหลายๆขวดเหมือนคนอื่น แต่เราก็อยากเอาเท่าที่เรามีมารีวิวให้เพื่อนๆที่มีปัญหารอยสิวแบบเราได้มีทางเลือกในการซื้อรองพื้นไว้ใช้กัน

          บังเอิ๊ญญญญ บังเอิญว่าตอนทำรีวิวอ่ะ หน้าเราเป็นสิวอุดตันพอดี มีรอยแดงๆด้วยนิดหน่อย ก็ถือโอกาสทดสอบการปกปิดสิวไปด้วยเลยในตัวเน๊าะ
Wet n Wild Cover All Foundation
          เราว่าอันนี้ต้องเคยเห็นกันบ้างแหละ กับ Wet n Wild Cover All Foundation ใครที่เคยเข้ากูเกิ้ลหารองพื้นที่ปกปิดดีๆ ต้องเจออันนี้ติดโพลแน่นอน ถึงจะมีรีวิวว่าปกปิดได้ดีแค่ไหนแต่ก็เป็นแรร์ไอเทมหายากอยู่นะคะ เพราะวัตสันบางสาขาก็มีโทนสีให้เลือกไม่ครบ บางสาขาก็ไม่มีรุ่นนี้แล้ว บางสาขาบอกว่า wet n wild ไม่ส่งของมาให้แล้ว ก็คือใครที่อยากได้อยากลองรุ่นนี้ถ้าไม่อยากเสี่ยงดวงกับวัตสันก็ไปตามหาได้ที่ shop wet n wild สาขาสยามพารากอน ชั้น M ได้เลยค่ะ มีแน่นอน รองพื้นรุ่นนี้ของ wet n wild เค้าบอกว่าช่วยเรื่องปกปิดได้ดี ปกปิดรอยหมองคล้ำ ติดทน  
เทกเจอร์ : ค่อนข้างเข้มข้น เกลี่ยง่าย ถ้าไม่ถนัดใช้แปรง ใช้ฟองน้ำหรือใช้มือเกลี่ยได้ค่ะ เซ็ตตัวเร็วอยู่นะ แต่โทนสีมันจะออกไปโทนชมพูมากกว่า อย่างเราเป็นคนผิวออกเหลือง ใช้แล้วหน้าดูดรอปอ่ะ ขนาดซื้อเบอร์ที่ขาวกว่าหน้าตัวเองไปสีนึงแล้วนะ แล้วก็เรื่องแพคเก็จเค้าอ่ะ เป็นหลอดไม่พอนะ รูใหญ่มาก บีบออกมาแล้วมันออกมาเยอะมาก มันกะปริมาณในการบีบยากมาก บางทีก็พรวดออกมาเลอะกางเกงอีก คือถ้าปรับปรุงตรงนี้ได้ก็โอเคแหละ แต่เค้าคงไม่ปรับปรุงแล้วแหละ เพราะมันเป็นรุ่นที่หายากแล้วอ่ะ

ปกปิด : เรื่องปกปิดคือ...เฉยๆอ่ะ ไม่ได้ปกปิดได้ดีอะไรมากมายขนาดนั้น ทั้งๆที่ชื่อมันกก็ cover all อ่ะนะ เหมือนจะเน้นไปลุคแบบธรรมชาติมากกว่า ใครที่มีปัญหาเรื่องหน้าคล้ำ รอยสิวหนักๆแนะนำให้หลีกเลี่ยง ไม่งั้นไม่รอดนะคะ เตือนละนะ

ความมัน : เลยเที่ยงวันไปได้ไม่เท่าไรก็เยิ้มแล้ว เยิ้มกว่าตัวอื่น ต้องใช้วิธีซับหน้าเอา แต่บางคนที่หน้ามันมากๆ แบบ 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงหน้าก็มันแล้ว ตัวนี้จะเอาไม่อยู่

หมองคล้ำระหว่างวัน : เนื่องจากว่า สีมันโทนออกชมพูๆ แดงๆ มันก็หมองนิดๆตั้งแต่แต่งหน้าแล้วค่ะ เวลาหน้ามันแล้วซับผิวก็คือหมองไปเลยยยย

สรุป : คงไม่ซื้อซ้ำ หรืออาจจะไปลองเป็นรุ่นอื่นของเค้าแทนค่ะ เพราะอยากได้ที่ปกปิดดีกว่านี้ คุมมันดีกว่านี้หน่อย แต่ถ้าใครผิวแห้ง หรือว่าผิวผสม ก็คิดว่าใช้ได้เลยค่ะ
Revlon Colorstay Makeup Foundation  
          อันนี้ก็ชื่อเสียงเลื่องลือเหมือนกัน นั่นคือ Revlon Colorstay Makeup Foundation บตบก.แทบจะทุกคนแล้วมั้งหยิบนางไปรีวิว เพราะตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่อง ความปกปิด ความติดทนต่างๆ ก็เลยอยากลองบ้าง แต่ต้องระวังในการเลือกเฉดนิดนึง (รองพื้นแบรนด์ฝรั่งก็แบบนี้แหละ) เพราะสีที่ undertone เหลือง มีแค่ 2 เฉด (ใน 5 เฉด) ที่เหลือ ชมพูหมดเลย ถ้าคนผิวคล้ำแล้วเลือกเบอร์ผิดเลือกเฉดนะ คือพลาดไปเลยอ่ะ หน้าเธอจะลอยเลยนะ เหมือนเฉดมันจะไปทางฝรั่งมากกว่าจะเหมาะกับคนเอเชียแบบเราอ่ะ  เพราะฉะนั้น..ถ้าจะซื้อรุ่นนี้ต้องระวังเรื่องการเลือกเฉดให้ดี  
เทกเจอร์ :  เนื้อข้นแล้วก็เหนียวกว่าตัวทุกเลย หนักหน้าค่ะ แต่เกลี่ยง่ายอยู่นะ ใช้มือเกลี่ยได้ถ้าอุปกรณ์ไม่พร้อม แต่ต้องไวนิดนึง ไม่งั้นแห้งแล้วจะเกลี่ยไม่ได้ ถ้าใครผิวหน้าดีๆอยู่แล้วก็แทบจะไม่ต้องทาแป้งตามเลย ใครที่ไม่ชอบเทกเจอร์หนาๆก็ใช้น้อยๆหน่อย แต่ประสิทธิภาพเรื่องการปกปิดก็จะน้อยลงด้วยเหมือนกัน แล้วตัวนี้จะเห็นหน้าเราดรอปเพราะว่า..เราซื้อผิดเฉด

ปกปิด : ด้วยความที่เนื้อหนา ก็เลยให้ผลลัพธ์เรื่องการปกปิดดี โอเคเลยนะ ใครที่มีปัญหาเรื่องรอยสิวตัวนี้ปกปิดดีค่ะ แต่...แต่ด้วยความหนาอ่ะ มันก็แต่งให้เป็น every day look ยาก แล้วก็ข้อแนะนำจากเราอีกอย่างก็คือ...ไม่ควรใช้ทุกวันอ่ะ เพราะมันจะทำให้เป็นสิวอุดตันได้ ไม่อย่างนั้นก็ใช้คลีนซิ่งล้างให้สะอาด เช็ดหลายๆครั้ง

ความมัน : เรื่องคุมมันถือว่าโอเคในระดับนึง พึงพอใจค่ะ ก็มีหน้ามันบ้างในระหว่างวัน อันนี้ก็ซับหน้ากันไป แต่พอซับแล้วหน้าก็ไม่หมองนะคะ ยังผ่องอยู่

หมองคล้ำระหว่างวัน : ในระหว่างวันก็มีดรอปบ้าง คนที่ผิวมันมากๆก็จะมีหลุดบ้างเล็กน้อยถึงปลานกลาง เพราะเราเองก็หน้ามันนะ มันก็หลุด แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก อยู่ในระดับกลาง ๆ

สรุป : ถือว่าเป็น high-end brand ในราคาที่จับต้องได้ เน้นออกงานที่ต้องเมคอัพแบบแน่นๆ ถ้าเป็น every day look มันจะหนักเกินไป
Merrez'ca Excellent Covering Skin Perfecting Foundation  
          ตัวนี้คือยกให้เป็นไอเทมลูกรักเลยจริงๆ ได้แต่อ่านรีวิว อ่านๆๆ จนมันแบบ ต้องลองแล้วป้ะ สุดท้ายก็ไปจัดมาแล้วแบบ...ดีเกินคาด จริงๆค่ะ คือรองพื้นของ Merrezca มันมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็จะให้ผลลัพธ์ที่่ต่างกัน ตัวนี้ชื่อเต็มมันคือ Merrez'ca Excellent Covering Skin Perfecting Foundation (ยาวมาก) รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เค้าเคลมว่า เน้นปกปิด คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่เป็นคราบ ไม่คล้ำระหว่างวัน คุณสมบัติมันก็ตรงกับที่เราต้องการพอดีเลยคือเน้นเรื่องปกปิด แล้วด้วยความที่เป็นแบรนด์ไทย เฉดค่อนข้างที่ตรงกับสีผิวคนไทย แล้วอีกอย่างคือ ตัวนี้ให้ค่า SPF มาสูงที่สุดในบรรดารองพื้นที่หยิบมารีวิวเลย  
เทกเจอร์ : เข้มข้น ไม่เหลวเป็นน้ำ เม็ดสีรองพื้นเข้มข้น  เกลี่ยง่าย ตัวนี้ใช้มือก็ได้นะคะ ผลลัพธ์ออกมาดีอยู่เหมือนกัน หลังลงรองพื้นหน้าก็ไม่แมทเกินไป แอบมีความผิวสุขภาพดี ไม่โป๊ะ ไม่หนักหน้า

ปกปิด : เรื่องปกปิดก็อยู่ในระดับดีนะ พวกรอยอะไรพวกนี้ปกปิดได้ดีเลย ปกปิดพวกรูขุมขนก็โอเคอยู่ ใช้เวลานานเหมือนกันนะตัวนี้กว่าจะเริ่มหลุดอ่ะ

ความมัน : คุมมันได้ดีเลย เราแต่งตั้งแต่เช้า ซับอีกทีก็เย็นโน่น แต่ข้อดีคือซับออกแล้วเนื้อรองพื้นไม่หลุดไปกับกระดาษซับหน้านะ

หมองคล้ำระหว่างวัน : เราว่าตัวนี้ไม่ดรอปนะ เพราะฉะนั้นเลือกเฉดสีที่ตรงกับผิวของตัวเองได้เลย ใครยังไม่แน่ใจ ไปเทสสีที่ช้อปเค้าก่อน หรือว่าจะลองแบบซองก่อนก็ได้น้า

สรุป : ให้เป็นความงานผิวแต่ก็ปกปิดได้ดีในเวลาเดียวกัน แต่ที่พิเศษของตัวนี้ก็คือ ทาแล้วมันไม่แห้งไม่แมทจนเกินไป ยังมีความผิวสวยอยู่ ทำให้รู้สึกว่าหน้าไม่หนา
L'oreal Infallible 24 Fresh Wear
          L'oreal Infallible 24 Fresh Wear ตัวนี้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าชอบมากเหมือนกัน เป็นของ L’oreal อีกรุ่นนึงที่เราชอบนะ ฮอตฮิตในหมู่บตบก.อยู่เหมือนกัน ทั้งรีวิวทั้งคำเคลมเค้าก็บอกว่า เป็นรองพื้นปกปิด ติดทน กันเหงื่อ ไม่หนา ไม่แห้ง พอเห็นว่าปกปิดได้ดีเราก็ซื้อมาลองอีกเหมือนเดิม ตัวนี้ราคาไม่แพงมาก แต่คุณภาพก็ตามราคานะคะ (เดี๋ยวจะรีวิวให้ฟังในระดับต่อไป) มีให้เลือกทั้ง 8 เฉด แถมเฉดที่เค้าก็ปรับมาให้เหมาะกับผิวของคนไทย แต่ว่าตัวนี้อ่ะ มีแอลกอฮอล์ มีน้ำหอมในส่วนผสมมาด้วย ตอนทานี่กลิ่นน้ำหอมฟุ้งเลย ใครที่แพ้ง่ายแนะนำให้เทสก่อนใช้นะคะ ส่วนใครที่เคยใช้รุ่นนี้แบบหลอดขอเตือนว่าอย่าคาดหวังค่ะ เพราะผลลัพธ์ต่างกันค่ะ
เทกเจอร์ : เหลวค่ะ ถ้าบีบออกมาเยอะๆ มันไหลเลยนะ เม็ดสียังมีความเข้มข้นอยู่ บางเบา กลิ่นน้ำหอมแรงมาก ใครแพ้น้ำหอมอาจมีการระคายเคืองได้ ใช้แล้วยังมีความเป็นงานผิวอยู่ ตัวนี้ก็จะให้ฟีลแบบ ปกปิดแต่ก็ยังมีความเป็นงานผิวอยู่นะ อะไรทำนองนี้

ปกปิด : พอทาเสร็จใหม่ๆรู้สึกว่าปกปิดได้โอเคเลยนะ แต่พอผ่านไปสักพัก สัก 3-4 ชั่วโมงอ่ะ เริ่มหลุดละ เริ่มเห็นรอยสิวเริ่มชัดขึ้น แต่ขอชื่นชมเรื่องรูขุมขนค่ะ ปกปิดได้ดีในระดับนึงเลยนะ

ความมัน : เรื่องคุมมันก็ทำได้ดีค่ะ อันนี้สำหรับเรานะ เพราะรู้สึกว่าหน้ามันช้าลง มีเป็นคราบบ้าง ตอนซับมันออกมาก็มีคราบรองพื้นติดมาที่แผ่นซับมันด้วย แต่ใครที่หน้ามันมากๆ อาจจะไม่ปลื้มเพราะเอาไม่อยู่แน่ๆ

หมองคล้ำระหว่างวัน : หน้าดรอปลงค่ะ ดรอปลงเร็วด้วย ประมาณ 3 ชั่วโมงหน้าก็จะไปละ แต่ว่าจะค่อยๆดรอปลงนะคะ พวกรอยดำที่เราปกปิดไว้ก็จะค่อยๆชัดขึ้น

สรุป : ปกปิดได้โอเคในระดับนึงแต่ เน้นไปทางงานผิวมากกว่า ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างค่ะ ส่วนตัวคิดว่า (อาจจะ) ซื้อขวดที่ 2 มาใช้ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอีกสักพักค่ะ
NYX Total control drop foundation
          NYX Total control drop foundation อ่านรีวิวมาไรมาเค้าก็ว่าดี อยากลองว่ามันจะสมคำล่ำลือแค่ไหน แต่อีกใจก็แบบ...ถ้าซื้อมาแล้วมันเฟลอ่ะ เสียดายแย่เลยน๊าาาา แต่ยิ่งคิดนาน  กิเลสความอยากมันก็ยิ่งมี ยิ่งเจอรีวิวก็ยิ่งอดใจไม่ไหว ในที่สุดก็ไปสอยมาจนได้ค่ะ ขวดเล็กกระทัดรัด  
เทกเจอร์ : เป็นน้ำเหลวๆเลยค่ะ คือทาเอามาทาบนหน้าแล้วหันไปหยิบฟองน้ำคือไหลเลยนะคะ แต่ข้อดีของการที่มันเป็นน้ำคือมันเกลี่ยง่าย ใครไม่ถนัดแปรง ไม่ถนัดฟองน้ำใช้มือเกลี่ยได้เลย ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไร

ปกปิด : ปกปิดได้ในระดับดีค่ะ โอเคเลย ถึงจะเป็นน้ำเหลวๆแต่ก็ไม่ได้แย่นะคะ รอยสิวจางๆ รูขุมขุนเล็กๆ ตัวนี้เอาอยู่ค่ะ ส่วนใครที่ผิวหน้าดีอยู่แล้วใช้ตัวนี้แล้วแทบจะไม่ต้องตบแป้งตามเลยค่ะ

ความมัน : รู้สึกว่ามันไม่ได้คุมมันอะไรขนาดนั้นอ่ะ ความมันบนหน้าเราก็เป็นปกตินะ มันเหมือนเดิมทุกๆวันที่เป็นค่ะ ก็ใช้วิธีการซับหน้าเอา แต่ตัวนี้ซับแล้วก็แอบมีหลุดเยอะพอสมควรนะคะ แต่โดยรวมถือว่าโอเคค่ะ

หมองคล้ำระหว่างวัน : ไม่หมอง ไม่ดรอป แต่หลุดง่ายไปหน่อย

สรุป : ใช้ดีค่ะ ถ้าหมดขวดก็คงซื้อต่อ เหมาะกับวันสบายๆ อยากแต่งหน้าใสๆ
          เอาเป็นว่า แต่ละขวดเค้าก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ให้ผลลัพธ์ต่างกัน แต่ทั้ง 5 ขวดที่เราเอามารีวิวในวันนี้ก็คือเป็นรองพื้นที่เน้นเรื่องการปกปิดเป็นพิเศษ ราคาก็ไม่ได้ถือว่าแพงมากถ้าเทียบกับการใช้งานเพราะรองพื้นขวดนึงก็ใช้ได้หลายเดือนอยู่ สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิว รอยสิว แล้วไม่อยากจะเสียเงินซื้อคอนซีลเลอร์เพิ่มก็ลองไปเทส ลองไปถามพนักงานที่เคาท์เตอร์แบรด์นั้นๆได้เลยค่ะ  

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย