สกินแคร์ที่ทำให้ผิวทุกวัน “สวยเหมือนช่วง Weekend” ✈️

donut

donut

ดู Profile

ถ้าไม่บอกก็คงดูไม่ออกเลยว่าเป็นสกินแคร์แบรนด์ไทยใช่มั้ยคะ 

เพราะโดนัทว่าสวยตั้งแต่แพคเกจจิ้ง มินิมอล แต่มีกิมมิค มีความเก๋ และดูมีเอกลักษณ์มาก 

แบรนด์นี้ชื่อแบรนด์ The Weekend Skin ค่ะ ซึ่งตามความเข้าใจของโดนัทคือช่วงที่เราไปเที่ยว 

ไปพักผ่อนช่วงนั้นแหละคือช่วงที่สภาพผิวเราดีที่สุดแล้ว เพราะเราทั้งได้พักผ่อน มีความสุข นอนหลับเพียงพอ และใช้สกินแคร์ที่จำเป็นเท่านั้น (เพราะพกเฉพาะสกินแคร์ชิ้นโปรดไป >_<)

แต่จริงๆแบรนด์ TWS มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ เพราะโดนัทได้อ่านข้อมูลจากทางแบรนด์มา 

พบว่าเค้า “ตั้งใจ” ออกแบบทั้งแบรนด์และผลิตภัณฑ์ให้เป็นสกินแคร์สามัญประจำผิว ใช้ได้ทุกวัน

และไม่ว่าใครมีปัญหาสิว ผิวไม่แข็งแรง ระคายเคือง หรือผิวดีอยู่แล้ว ก็สามารถเสริมสกินแคร์ที่มีส่วนประกอบจำเป็น เพื่อความแข็งแรงของผิวและยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะในสิ่งแวดล้อม 


ซึ่งนอกจากส่วนประกอบ ชัดเจน เรียบง่าย ออกฤทธิ์ได้จริงแล้ว ราคาต้องเป็นมิตร ทุกคนสามารถมีบนโต๊ะครื่องแป้งได้

โดยทางแบรนด์มี Concept ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องสามารถ

  1. Cleanse – ทำความสะอาด
  2. Hydration  - ให้ความชุ่มชื้น
  3. Strengthen – ทำให้ผิวแข็งแรง ทั้งป้องกันปัจจัย และลดปัญหาผิวระคายเคือง 

รวมกัน 3 ปัจจัย เพื่อพื้นฐานผิวที่แข็งแรง และลดโอกาสการเกิดปัญหาผิว

และสำหรับ 2 ผลิตภัณฑ์จาก TWS ที่โดนัทได้ทดลองใช้ คือ 

  1. Milk Me
  2. Commodity

เรามาดูตัวแรกกันเลยค่ะ นั่นคือ Milk Me Soothing Cleansing  Milk

 

ซึ่งเป็นครีมน้ำนมทำความสะอาดผิวเป็นขั้นตอนแรก ที่มีความสามารถคือ

  1. ทำความสะอาดหมดจด ทั้งสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และมลภาวะโดย เนื่องจากในสูตรใช้ Active Ingredients ที่ลดการเกาะติดของมลภาวะคือ EXO-P  
  2. กระบวนการทำความสะอาดจะอ่อนโยนเนื่องจากปราศจาก Sulfates ที่อาจก่อการระคายเคือง 
  3. มีส่วนประกอบกลุ่มน้ำมันเพื่อความนุ่มลื่น ลดอาการอักเสบของผิว เช่น Jojoba oil และ Olive Oil
  4. ปลอบประโลมผิวด้วย DEFENSIL PLUS

วิธีใช้คือ

เริ่มด้วยการนวดครีมบนผิวที่แห้งจนสิ่งสกปรกละลายออก แล้วจึง Remove ออก โดยการเช็ด และการล้างหน้าเพื่อให้ Complete ขั้นตอน Double Cleansing 

โดยส่วนประกอบของ Milk Me 

มี Emollient และ Oil ธรรมชาติ คือ  Olive oil, Jojoba oil เพื่อให้ความนุ่มลื่น และชดเชยความชุ่มชื้นในขณะล้างหน้า โดยมีตัวช่วยทำความสะอาดคือ Peg-6 Caprylic/Capric Glycerides 


และในส่วนประกอบที่เป็น Active Ingredients มี 2 ตัวที่เด่น คือ 

Alteromonas Ferment Filtrate หรือชื่อการค้าว่า EXO-P จาก Lucus Meyer ที่ทางบริษัทผู้ผลิตสารเคลมว่าเป็นเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะ และหมอกฝุ่น

โดย 4 กระบวนการสำคัญคือ 

  1. ลดการเกาะติดของฝุ่นและมลภาวะ
  2. จับกับโลหะหนัก
  3. มีฤทธิ์แอนตี้ออกซิแดนท์
  4. ลดปัญหาผิวที่เกิดจากกลุ่มโลหะหนักและ ไฮโดรคาร์บอน

เนื่องจากมลภาวะอยู่ทั้งนอกบ้านและในบ้าน ตั้งแต่ควันรถยนต์ การเผาไหม้จากการทำอาหาร หรือเผาขยะ เผาไม้ ควันบุหรี่ และอื่นๆ ดังนั้นการใช้ Active Ingredient ตัวนี้ ถือว่าน่าสนใจมากๆเลยค่ะ

นอกจากนั้นในสูตรยังมี Active Ingredient ตัวชูโรงที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมา คือ Defensil-Plus 

(ที่มี inci name ว่า Octyldodecanol, Ribes Nigrum Seed Oil, Helianthus Annuus Seed Oil Unsaponifiables, Cardiospermum Haliacacabum Flower/Leaf/Vine Extract , Tocopherol, Helianthus Annuus Seed Oil, Rosemarinus Officinalis Leaf Extract)


ซึ่งสรุปย่อๆคือ Defensil-Plus นี้มีส่วนประกอบและสรรพคุณคือ  

  1. Blackcurrant Seed Oil ที่มี Omega 3,6 ที่มีฤทธิ์ช่วยให้ Skin Barrier แข็งแรง และลดอาการอักเสบ
  2. Sunflower Oil Concentrate ที่มี Linoleic Acid มาก มีฤทธิ์ทำให้ Skin Barrier แข็งแรงและเสถียร ไม่ถูกรุกรานง่าย
  3. Ballon Vine Extract ที่มี Phytosterol หรือสาระสำคัญที่เป็นอาหารผิวมาก  มีฤทธิ์ลดอาการระคายเคืองได้ดีมากๆ โดยมีการทดลองว่าเทียบเคียงกับฤทธิ์ของสเตียรอยด์ (Hydrocortisone)แต่สามารถใช้ระยะยาวได้โดยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนสเตียรอยด์


โดย  Defensil-Plus มีการทดลองที่ 5% และพบว่าสามารถลดอาการได้ตั้งแต่ อาการคัน บวมแดง ผิวแห้ง และ Lichenification (ผื่นไลเค่น แนวผื่นเรื้อรัง เป็นปื้นหนาๆ)ได้ 

นอกจากนั้นการทดสอบการตุ่มยุงกัดก็ได้ผลดี การแดงและบวมผิวหนังยุบลงไว และอาการคันลดลงได้เป็นอย่างดี 

ดังนั้น Defensil-Plus ถือว่าเป็น Active Ingredient ที่น่าจะเหมาะมากๆสำหรับใครที่ผิวระคายเคืองง่าย และผิวไม่แข็งแรงค่ะ 

Texture : Milk Me Soothing Cleansing  Milk

เนื้อสัมผัสเป็น Emulsion เนื้อน้ำนม ที่ค่อนข้างเบา ไม่มัน ไม่ Waxy และล้างออกได้ง่าย 

เพราะว่าในขั้นตอนการล้างหน้านี้ต้องการให้มีการนวด และละลายเครื่องสำอางให้สะอาดจึงล้างออก

จึงมีการแต่งกลิ่นออกนม และรู้สึกว่ากลิ่นหวานเล็กๆเหมือนนมข้าวอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างการใช้ด้วยค่ะ

ตอนล้างจะไม่มีฟองนะคะ และหลังจากล้างแล้วก็รู้สึกผิวสะอาด และนุ่มชุ่มชื้นดีมาก 

Trick ส่วนตัวคือ โดนัทชอบใช้โฟมล้างหน้าล้างต่ออีกขั้นเนื่องจากโดนัทผิวผสม และอุดตันง่าย จึงไม่อยากให้มี Fatty Alcohol ค้างอยู่บนผิว แต่ถ้าใครที่ผิวแห้งน่าจะรู้สึกพอดี และไม่อยากล้างโฟมต่อค่ะ

ตัวที่ 2 ที่เป็นครีมบำรุงผิวแบบครอบจักรวาลเลยคือ Commodity Moisturizing Fluid ที่แปลว่าสินค้าที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว 

ดังนั้นเค้าจึงออกแบบมาให้ทุกสภาพผิวใช้ได้ ตัวนี้จะไม่มีแม้แต่น้ำหอมเลยเพื่อให้ Friendly สำหรับคนผิวแพ้ง่ายค่ะ 

โดยในสูตรจะเน้นปรับสมดุลผิว กระตุ้นให้ผิวสร้างความชุ่มชื้นเอง และ ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนเมื่อใช้ไปเรื่อยๆจะรู้ว่าผิวเราสวยขึ้น จุดด่างดำลดลง ผิวไม่มันเกินไป รูขุมขนไม่กว้างเหมือนก่อนแล้ว 

เนื่องจาก Active Ingredients ในสูตรนี้จะมี Niacinamide 10% , Panthenol 2% และ Defensil-Plus ชูโรง นอกจากนั้นยังมี Ceramide 3, สารสกัดจากใบบัวบก และ Sodium Hyaluronate 

โดยมี Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ซึ่ง Niacinamide มีประโยชน์รอบด้านต่อผิวเพราะตั้งแต่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ, กระตุ้นการสร้างเซราไมด์, ทำให้ผิวสว่างขึ้นเนื่องจากสามารถลดการส่งเมลาโนโซมขึ้นมาบนผิว, ที่ 5% มีการศึกษาว่าสามารถรักษาสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังสามารถลดความมัน ทำให้รูขุมขนดูกระชับได้อีกด้วย


Panthenol หรือวิตามิน B5 สามารถช่วยให้ความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว (TEWL)  และช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรง 


และจากส่วนประกอบต่างๆที่เสริมความชุ่มชื้นและความแข็งแรงอย่างเพียงพอ จึงส่งผลให้การสมานแผล และการซ่อมแซมผิวเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งจะลดการเกิดแผลเป็น ทำให้แผลจากสิวหายไว ผิวที่แห้ง แสบแดงต่างๆ มีอาการดีขึ้น  

Texture : Commodity Moisturizing Fluid

เป็นเนื้ออิมัลชั่นบางเบาค่ะ ทาแล้วไม่เหนอะหนะผิว ให้ความชุ่มชื้นได้ดีตลอดทั้งวัน 

ส่วนตัวโดนัทใช้ไม่มาก ก็ทาได้ทั่วหน้าแล้วค่ะ สามารถทาได้ทั้งเช้า และก่อนนอนเลยนะคะ 

โดนัทลองใช้แล้วสบายผิวดีมาก ไม่เจอปัญหา Ball up หรือเป็นขุยใดๆค่ะ สามารถใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นๆได้สบายมาก 

โดยไม่มีข้อห้ามในการใช้กับสกินแคร์ตัวอื่นๆ แค่เว้นห่างจาก AHA, BHA, Vitamin C ในรูปแบบ Ascorbic acid  สัก 10 นาที เพื่อให้ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้ได้ออกฤทธิ์เต็มที่ไปก่อนค่ะ 

สรุป 

ส่วนตัวโดนัทใช้ได้ทั้ง 2 ชิ้น ไม่แพ้ใดๆ   โดนัทชอบทั้ง Milk Me Soothing Cleansing  Milk และ Commodity Moisturizing Fluid เลยนะคะ

เนื่องจากใช้ง่าย สบายผิว ส่วนประกอบดีทั้งในด้านปลอบประโลม ลดอาการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น และลดอาการคัน แห้ง แสบแดงได้ด้วย 

แพ็คเกจจิ้งสวย สะอาด และป้องกันการ Contaminate หรือการปนเปื้อนได้ดี 

ซึ่งถ้าเป็นตัวโปรดเลยโดนัทให้ Commodity Moisturizing Fluid เพราะโดนัทใช้แล้วอาการแดงคันผิวบรรเทาลงได้จริง สบายผิวจริง ใช้เสริมสกินแคร์อื่นๆได้ไม่มีปัญหาด้วยค่ะ 

ในส่วนประกอบเค้าใส่ใจและเป็นมิตรกับผิวทุกคน

โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ปราศจาก SLS,SLEs ,Silicones, Mineral Oil, Alcohol, Color, Parabens  

และอย่างที่แบรนด์ตั้งใจคือ ทำให้ราคาเข้าถึงง่าย  ราคาของทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์คือ

Milk Me Soothing Cleansing  Milk 100 ml ราคา 520 บาท

Commodity Moisturizing Fluid 25 ml ราคา 850 บาท


ซึ่งเค้ามี The First Care Kit ที่รวม  Milk Me Soothing Cleansing  Milk 

และ Commodity Moisturizing Fluid ไว้ทั้งคู่ที่ราคา 1,275 บาท ค่ะ 

ใครสนใจหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแอดไลน์ไปที่ @theweekendskin ได้เลยนะคะ

ขอบคุณ The Weekend Skin ที่ส่งผลิตภัณฑ์และข้อมูลมาให้แน่นๆเลยนะคะ 


ที่สำคัญขอบคุณสาวๆที่รับชมนะคะ แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าค่ะ ขอบคุณค่า 


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย