จุล เจตนิพัทธ์: จากนักศึกษาสู่การเป็นเบื้องหลังที่แลกมาด้วยความพยายาม(Q&A)

bellenattha

bellenattha

ดู Profile


จุล เจตนิพัทธ์: จากนักศึกษาสู่การเป็นเบื้องหลังที่แลกมาด้วยความพยายาม


“สมัยนี้ ยิ่งใครอยู่ได้ด้วยตัวเองเร็วกว่าก็ยิ่งดี” คำพูดจากชายหนุ่มอายุ 22 ปีในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ พวกเขาหลายคนได้ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความรัก กิจกรรม ชมรม หรือแม้แต่ความสนุกสนานกับการได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น ยังมีนักศึกษาบางกลุ่มที่พยายามพัฒนาตัวเอง ขวนขวายหาความรู้ ดิ้นรนเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเองเพื่อคาดหวังอนาคตของตนเองที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน 
เพราะเหตุใดพวกเขาเหล่านั้นถึงต้องพยายามหนักมากกว่าคนอื่น ๆ 

แนะนำตัวกันหน่อยค่ะ

สวัสดีครับ ผมจุลครับ เจตนิพัทธ์ ทวีทรัพย์

ตอนนี้มีรายได้จากการทำงานด้านไหนหรือผลงานอะไรบ้า

มีรายได้จากเงินเดือนที่พ่อให้ด้วย ทำงานเสริมด้วย 
ก็มีรับตัดต่อหนังสั้น น้อง ๆ มัธยมปลายเขาก็มาจ้างทำ
รับถ่ายรูปบ้าง มีงานแสดงบ้าง
ผลงานก็จะเป็นพวกหนังสั้นนักศึกษาต่าง ๆ 
ร่วมถ่ายแบบโฟโต้บุ๊ค เคยประกวด KPN Award 
ร่วมแคสซีรี่ส์กับช่อง 3SD ทำยูทูบเป็นของตัวเอง

มีงานตลอดไหม

มันจะมาเป็นช่วงมากกว่าสำหรับงานตัดต่อ บางเดือนงานน้อยก็มีครับ

เริ่มทำงานพิเศษตอนไหน

แคสงานโมเดลลิ่งเริ่มงานตอนอายุ 13-14 ปี
เราเพิ่งเริ่มตัดต่อ 1-2 ปีหลังเพราะพึ่งทำเป็นตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเรียน

ทำไมถึงมาเริ่มหารายได้พิเศษ

รู้สึกว่าเราจะขอพ่อแม่ตลอดไปก็ไม่ได้
อยากอยู่ได้ด้วยตัวเองเร็ว ๆ
ในสมัยนี้ ยิ่งใครอยู่ได้ด้วยตัวเองเร็วกว่าก็ยิ่งดี ก็เลยคิดว่าอยากจะเลี้ยงตัวเองให้ได้เร็ว ๆ

อยากเรียนฟิล์มอยู่แล้วรึเปล่า

ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเราอยากเรียนอะไร เนื่องจากไปแคสต์งานหรือซีรี่ย์
พอเจอเบื้องหลังน่าสนใจก็เลยอยากเรียน ก็เลยหาคณะอะไรที่มันสอนแนวนี้

นำความรู้ที่เรียนอยู่มาประยุกต์ใช้อย่างไร

ก็อย่างตัวจุลเอง จุลเรียนคณะเกี่ยวกับภาพยนตร์
เอามาปรับกับงานได้ทุกอย่าง เช่น การไปแคสงานซีรี่ส์
บางทีเราก็รู้โดยอัตโนมัติเองว่าผู้กำกับต้องการงานตรงไหน
ชอบอะไรแบบไหน เราก็รู้ อย่างอาจารย์สอนการตัดต่อ
ก็สามารถทำให้รับงานนอกได้ด้วย ได้เงินเพิ่มด้วยครับ

อยากเปลี่ยนงานที่ทำอยู่ตอนนี้บ้างไหม

ความรู้สึกต่องานตอนนี้ยังสนุกอยู่
เคยคิดจะเปลี่ยนงานนะแต่ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอีกก็เลยไม่เปลี่ยน
ส่วนในอนาคตก็คงยังตอบไม่ได้เต็มปากว่าจะเป็นยังไง
อาจจะเจออะไรที่เราชอบกว่านี้ก็ได้เราอาจจะไปทำงานอย่างอื่นก็ได้
ซึ่งงานที่ทำอยู่ในตอนนี้มองว่าในอนาคตก็ยังมีคนที่ต้องการคนที่จะมาทำงานพวกนี้เยอะอยู่เหมือนกัน
อาจจะอยู่ได้ยาว ๆ ถ้าเราไม่เปลี่ยนงานไปก่อน

ท้อไหม

เหนื่อย ฮ่ะ ๆ (หัวเราะ) เหนื่อยมาก

ช่วงเราหมดไฟ

มีครับ เมื่อประมาณปีที่ผ่านมาอ่ะครับคือเรารู้สึกเหนื่อยกับการแคสงาน
เราเลิกแคสงานไปปีกว่าเลย เวลาเราไปพวกแคสงาน
มันต้องสู้กับคนเป็นร้อย มีคนที่เก่ง ๆ กว่าเราเยอะ
มันเหนื่อยมากจนเราหมดกำลังใจไปเลย
เคยคิดจะเลิกเลยนะแบบไม่เอาแล้ว
แต่ก็ยังอยู่ที่เดิมเพราะว่าเรารักที่ของเราตรงนี้ไปแล้ว

แล้วดึงตัวเองกลับมาทำงานต่อได้อย่างไร

กว่าจะมาได้ขนาดนี้ก็รากเลือด
ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังพยายามอยู่เรื่อย ๆ 
แต่คนรอบข้างก็สำคัญ
คำพูดจากหลายๆคนทำให้เราได้คิดว่าเราจะหนีไปจริง ๆ เหรอ
หลายคำพูดให้กำลังใจจนเราอยากสู้ต่ออีกครั้ง

เวลาเหนื่อยมากๆ เราจะทำอะไร

พักผ่อน(ยิ้ม) อยู่กับเพื่อนที่แบบเวลาเราเหนื่อยเราโทรไปปรึกษาเขา
เขาก็ให้กำลังใจเรา พูดอะไรแบบให้เรามีแรงทำงานเหมือนเดิม
ก็หลายอย่างอ่ะครับที่เพื่อนหรือคนรอบตัวเขาก็ช่วยเราด้วย

ยังอยากพัฒนาตัวเองอยู่รึเปล่า

เอาจริง ๆ ในเรื่องของการทำงาน
ก็มีเรื่องที่ต้องพัฒนาอีกเยอะมาก
อย่างที่เราทำหลัก ๆ ในตอนนี้ก็จะเป็นตัดต่อ
รับทำอะไรแบบนี้มากกว่า ก็ในการตัดต่อมีเทคนิค
ใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ ยังไงเราก็ต้องพัฒนาตัวเองมากๆตลอดเวลาอยู่ดี

คิดว่าตัวเราตอนนี้ดีพอหรือยัง

พูดตามตรงเลยก็คือยัง
บางอย่างเรามีโอกาสแต่เราแค่เหนื่อยแค่ขี้เกียจ
ก็เลยเลือกที่จะทิ้งไปในหลาย ๆ งาน หลายๆด้านในตัวเรา 
เราลืมที่จะทบทวนมันและปล่อยให้มันค่อย ๆ หดหายไป
 แรงกระตุ้นในการทำงานอย่างแรกเลยคือตัวเอง
คิดเสมอว่าถ้าไม่ทำอนาคตตายแน่ไม่มีเงินกินข้าว
ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวในอนาคตจะทำยังไง

เต็ม100% ตอนนี้คิดว่าตัวเองมาไกลเท่าไหร่แล้ว

ก็ฮ่ะ ๆ (ขำ) ไม่รู้อ่ะ น่าจะ 60-70 ประมาณนี้
เพราะว่าการทำงานแบบนี้มันไม่มีอะไรต็มร้อยอยู่แล้ว
มันจะมีอะไรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา

ควรเรียนอย่างเดียวหรือทำงานพิเศษด้วยดี

แล้วแต่มุมมองคนนะ
บางคนก็คิดว่าเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย
กับบางคน คนที่เขาพอจะมีกำลังทรัพย์อยู่แล้ว ไม่ต้องมากังวล
เขาก็ตั้งใจมาก ๆ แล้วค่อยไปทุ่มกับชีวิตหลังเรียนจบ แล้วแต่คน
แนะนำว่า ก็เรียนไปด้วยแล้วก็มีรับงานข้างนอกด้วย
ในสิ่งที่เราทำได้แบบเล็ก ๆ น้อยเป็นค่าขนมแต่ละเดือนแบบนี้น่าจะโอเคกว่า
เพราะบางงานมันหนัก แล้วเรายังต้องเรียนอีก ไม่อยากให้ทิ้งไป

แนะนำสำหรับคนที่อยากทำงานพิเศษช่วงวัยเรียน

อยากบอกว่า ให้อดทนและฝืนทำมันไปซักหน่อย
แต่ไม่ต้องฝืนมากนะ เพราะว่างานทางด้านนี้ ถ้าเราฝืนตัวเองมาก 
มันจะกลายเป็นงานที่ไม่มีคุณภาพ ทั้งราคาผลงาน ราคาเครดิตเรา 
ทุกอย่างจะร่วงหมดเลย มันต้องใช้ใจอย่างเดียว


Author: ณัฏฐนิชา ชมสา 

(นักศึกษาชั้นปีที่2 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควารสารศาตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ)

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย