Impressive with La mer :)

bobogambum

bobogambum

ดู Profile

Impressive with Lamer :)


ก่อนที่จะมาเล่าถึงความประทับใจกับการไปทดลองเนื้อ moisturizer ทั้ง 5 เนื้้อของ Lamer และใช้บริการนวดมือที่เคาเตอร์ ต้องขอขอบคุณทาง jeban มากๆเลยคะ ที่เปิดโอกาสให้สาวสาวได้ไปรับบริการ เพราะหลายคนรวมถึงตัวโบเอง ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้สัมผัสกับแบรนด์นี้ (ได้ยินกิตติศัพท์มาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ได้ลองเทสแล้วคะ)


และก่อนที่จะไปรับบริการ โบ ก็ทำการโทรนัดจองคิวกับทาง

สาขา และไปรับบริการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ห้างเดอะมอลล์บางกะปิคะ ซึ่งเคาเตอร์จะอยู่ชั้นล่างสุด ตรงข้ามกับเคาเตอร์ MAC ประทับใจตั้งแต่โทนการแต่งเคาเตอร์ที่ดูเรีบยง่าย แต่ก็ดูสะดุดตา และ BA คุณบี ก็ให้การต้อนรับ และให้ความรู้เป็นอย่างดีมากมากเลยคะ




Moisturizing cream ทั้ง 5 เนื้อสัมผัสที่จะมาลองกันคะ
"Moisturizing cream ทั้ง 5 เนื้อสัมผัสที่จะมาลองกันคะ"

จากการที่พูดคุณกับทาง BA คุณบี  โบก็ได้ความมาว่า moisturizer ทั้ง 5 ตัวนี้นั้นมีคุณสมบัติที่เหมือนกันก็คือ ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวอันบอบบางของเราๆได้อย่างล้ำลึก ให้ผิวเรียบเนียน ฟื้นบำรุงผิวด้วยคุณค่าจากน้ำสกัดเข้มข้นของ Miracle Broth ที่ได้จากสาหร่ายสีเขียว ซึ่งสารสกัดตัวนี้ถือเป็นหัวใจ และเคล็ดลับสำคัญในการช่วยฟื้นบำรุงผิวของแบรนด์เลยคะ :)  ...


... ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันของ moisturizer ทั้ง 5 ตัวนี้ ก็คือ เนื้อสัมผัส และ finished look ของผิวที่เราได้รับหลังจากทาครีมนั่นเอง 

moisturizer พระเอก นางเอก ทั้ง 5 คะ มาทั้งรูปแบบกระปุก และแบบขวดปั๊ม เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อครีมที่บรรจุคะ ^ ^
"moisturizer พระเอก นางเอก ทั้ง 5 คะ มาทั้งรูปแบบกระปุก และแบบขวดปั๊ม เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อครีมที่บรรจุคะ ^ ^"
เนื้อครีมที่ 1 , Cream หรือ CREME DE LA MER (คุณแม่บังเกิดเกล้าในตำนานคะ)
"เนื้อครีมที่ 1 , Cream หรือ CREME DE LA MER (คุณแม่บังเกิดเกล้าในตำนานคะ)"

เนื้อครีมเนื้อแรกที่ทางคุณบี ปาดมาโชว์ นั่น ก็คือ Cre'me de la mer   เนื้อครีมต้นกำเนิดในตำนานของ moisturizer นะคะ  สัมผัสแรกที่รู้สึกได้เลย คือ เนื้อครีมมีความเข้มข้น หนักแล้วก็แน่นมากคะ (ตอนปาดปุ๊ป ยังนึกในใจ เอิ่มนี่จะซึมเข้าผิวนานมั้ย แล้วถ้าต้องแต่งหน้าต่อจะมีพื้นที่ให้รองพื้นได้สัมผัสกับผิวหน้าเรารึเปล่า) แต่เหมือนคุณบี จะได้ยินเสียงในใจนะคะ 555 ... เลยบอก วิธีสำหรับการลงครีมตัวนี้ จะพิเศษมากกว่าตัวอื่นๆเลย คือ เราจะต้องมีการวอร์มเนื้อครีมกันก่อน  โดยหลังจากใช้ไม้พาย ปาดเนื้อครีมลงบนนิ้วของเราแล้ว ก็ใช้นิ้วมือของเรานี่แหละคะ วนๆเนื้อครีมจนรู้สึกว่า เนื้อเริ่มจะใสขึ้น ไม่ขาวหนามาก จากนั้นก็ใช้นิ้วมือที่มีเนื้อครีมที่เราวอร์มอยู่ ค่อยๆ กดลงบนใบหน้า และลำคอของเราเป็นอันเสร็จพิธี (แต่วันนี้ โบ ลองที่หลังมือแทนคะ รู้สึกได้เลยว่า ผิวมีความชุมชื้น และพอเวลาผ่านไปสักระยะนางก็เหมือนจะซึมเข้าผิว แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยของความชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำเอาไว้คะ ไม่ได้แบบแห้งซึมเข้าผิวไปเลย)

เนื้อครีม Soft cream , Cool gel cream , Soft lotion , Matte lotion
"เนื้อครีม Soft cream , Cool gel cream , Soft lotion , Matte lotion"
เนื้อครีมตัวที่ 2 : Soft cream  เนื้อสัมผัสนี้จะคล้ายกับเนื้อ Cream เลยคะ แต่จะให้สัมผัสเนื้อครีมที่เบากว่า ไม่แน่นเท่ากับเนื้อ Cream แลtยังคงต้องอาศัยการวอร์มเนื้อครีมนะคะ แต่ก็จะใช้เวลาในการวอร์มน้อยกว่าเนื้อที่ 1 คะ 

เนื้อครีมตัวที่ 3 : Cool gel cream เนื้อสัมผัสนี้จะคล้ายกับชื่อเลยคะ คือ สัมผัสบางเบา เย็นสบาย สไตล์เนื้อเจล สามารถลูบไล้ลงบนใบหน้าและลำคอได้เลย ไม่ต้องวอร์มเนื้อครีมเลยคะ  ส่วนตัวคิดว่า เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยมากๆ เพราะ ก่อนกลับ คุณบี แจกเนื้อ Cool gel มาให้ลองใช้ ทาง โบ เลยนำไปแช่ตู้เย็นแล้วหยิบมาทา ฟินแบบสุดๆไปเลยคะ เหมือนผิวได้รับการผ่อนคลาย เย็นจากด้านในผิวออกมาเลย สดชื่นแบบขั้นสุด

เนื้อครีมตัวที่ 4 : Soft lotion ในส่วนของ Soft lotion นี้ จะเปลี่ยน package ที่บรรจุกันแล้วนะคะ เพราะ โบ คิดว่า น่าจะมาจากเนื้อสัมผัส ที่ค่อนข้างจะเหลวขึ้น ในความรู้สึกของโบ คือ เนื้อ Soft lotion นี้ค่อนข้างซึมซับเข้าสู่ผิวได้เร็วกว่าทุกๆเนื้อที่สัมผัสมา แต่ยังให้ finished ของผิวที่ยังดูมีความฉ่ำ และชุ่มชื้นอยู่คะ

เนื้อครีมตัวที่ 5 : Matte Lotion เนื้อครีมนี้ นอกจากจะให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าทุกๆเนื้อ คือ เวลาเราทาลงไปจะคล้ายๆกับมีฟิล์มมาเคลือบ ไม่ได้ให้ความฉ่ำวาว แต่ให้ความแมทเนียนไปกับผิวแล้ว ตัว package ก็ถูก design มาเป็นหัวปั๊มและผิวสัมผัส package ก็ยังให้ความรู้สึกแมทท์ ไม่เงาเลยคะ เรียกได้ว่า Lamer พิถีพิถันแม้กระทั่งการเลือก Packaging เลยทีเดียว คุณบี แอบบอกมาว่า หนุ่มๆส่วนใหญ่จะชอบเลือกซื้อเนื้อ Matte นี้มากกว่าเนื้ออื่นนะคะสาวสาว  นั่นอาจจะเป็นเพราะให้ความแมทท์ ผิวหน้าไม่มันด้วยรึเปล่า (แต่ถ้าใครอยากเอาใจหนุ่มคนไหน ลองเลือกเนื้อแบบนี้เป็นของขวัญพิเศษให้ก็น่าจะถูกใจนะคะ) 
นวดมือกันคะ ^ ^
"นวดมือกันคะ ^ ^"

มาถึงอีกหนึ่งสิ่งที่ โบ รอคอยนั่นคิอ การนวดมือคะ :)


step แรกของการนวดมือก็คือ การเช็ดด้วย Toner ของทาง Lamer ซึ่งคุณบี บอกว่า ปกติแล้ว เราก็ใช้ Toner ตัวนี้กับใบหน้าของเราคะ โดยจะใช้เป็นขั้นตอนในการทำความสะอาดผิว ช่วยให้ผิวมีความสมดุล สะอาดสดชื่น พร่อมที่จะได้รับการบำรุงในขั้นตอนต่อๆไป ซึ่งจะบอกว่า แค่คุณบี ทาไปที่แขน ก็รู้สึกถึงความสะอาด สดชื่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จริงๆคะ  (นี่ ถ้าเช็ดบนใบหน้าจะฟินขนาดไหนนะคะ 555)

step 2 ชโลม Body Cream กระปุกสีเขียวคะ ต้องใช้คำว่า ชโลมเลย เพราะคุณบี ปาดมาเยอะมาก ก่อนที่จะค่อยๆนวดแขนและมือให้คะ อันนี้รีเควสแบบนวดคลายเส้นแบบผ่อนคลายไป 555 ซึ่งคุณบี จัดให้ได้คะ เพราะเค้าบอกว่า พนักงานของ lamer ต้องผ่านการอบรมฝึกการนวดมาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะมานวดจริงให้ลูกค้าคะ
ซึ่งต้องบอกเลยว่า เนื้อ body cream มีความแน่น และความชุ่มชื้นมากจริงๆคะ เพราะระหว่างคุณบีนวดแขนให้ โบ เรื่อยๆ ตัวครีมก็ค่อยๆซึม ไม่มีเป็นขุยครีมออกมาให้เห็นเลย

step 3 : ทา Hand cream คะ ซึ่งมีความชุมชื้นสูงมากจริงๆ เรียกว่า ขนาดตอนจับปากกาเซนต์ชื่อสมัครเป็นสมาชิกทาง Lamer ให้คุุณบีนั้น ต้องใช้ทิชชู่ มาซับครีมที่มือออก ไม่อย่างนั้น จับปากกาแล้วลื่นมากๆเลยคะ ^ ^
อันนี้ คุณบี นวดให้แบบผ่อนคลายคะ
"อันนี้ คุณบี นวดให้แบบผ่อนคลายคะ"
แชะภาพหน่อยคะ แต่ขออภัยที่ด้านหล้งติดแบรนด์อื่นมานะคะ ^ ^
"แชะภาพหน่อยคะ แต่ขออภัยที่ด้านหล้งติดแบรนด์อื่นมานะคะ ^ ^"

สนุกเพลิดเพลินกับการรับบริการที่ Lamer มากๆเลยคะ ^ ^ 


สุดท้ายขอสรุปเลยนะคะ ว่า จริงๆแล้วเนื้อสัมผัสทั้ง 5 เนื้อนี้ ประทับใจทุกเนื้อเลยจริงๆ เพราะรู้สึกได้ถึงหัวใจหลักสำคัญของเนื้อครีมที่มอบความชุ่มชื้น และปลอบประโลมผิว ...


... แต่ส่วนที่จะแตกต่างนั้น คงขึ้นอยู่กับโอกาสและสถานการณ์ในการเลือกใช้เนื้อครีมว่า จะหยิบมาใช้ในโอกาสไหน แต่ส่วนตัวแล้ว ที่ โบ ประทับใจมากที่สุด คงเป็นเนื้อ cool gel ที่น่าจะเหมาะกับอากาศบ้านเรา เพราะรู้สึกผิวได้รับการผ่อนคลาย เย็นสดชืนจากข้างในผิวออกมาผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นเลยคะ :) 


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย