รวม 10 Skincare ตัวเด็ดสำหรับผิวแพ้ง่าย by Bakingmill

Bakingmill Makeup Artist

Bakingmill Makeup Artist

ดู Profile

สวัสดีค่าาา 
วันนี้วินโกยเอาสกินแคร์ตัวเด็ดที่คัดมาแล้วด้วยหนังหน้าตัวเอง หนังหน้าคนรอบข้าง และเสิชซาวเสียงชาวเนตแล้วว่าเป็นเลิศศศ และเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ใช้แล้วเสี่ยงต่อการแพ้น้อยมากกกกก แต่ก็อาจขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยเนอะ 

ขอเกริ่นก่อนละกัน คำว่า “ผิวแพ้ง่าย” เนี่ย ก็คือคนที่ผิวเซนท์ซิทีฟ แพ้นู่นแพ้นี่ แพ้ฝุ่น แพ้เหงื่อ เอะอะผดขึ้น สิวเห่อ แต่มันไม่ได้แปลว่าคนผิวแพ้ง่ายจะเหมือนกันทุกคนเนอะ แต่ละคนก็แพ้ต่างกันไป ใครรู้แล้วว่าตัวเองแพ้อะไรก็เลี่ยงๆกันไป  

ดังนั้นกระทู้นี้แต่ละตัวที่วินหยิบมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นตัวที่เค้าเคลมมาว่าไม่มีสารเสี่ยงต่างๆ และเป็นตัวที่วินใช้แล้วไม่แพ้ ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง ใช้จริงรีวิวจริงเท่านั้นนน ส่วนผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลมั๊ยก็เป็นอีกเรื่องนึงเนอะตามที่ได้กล่าวไป

แล้วก็ Skincare แต่ละตัวก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไปทั้งในเรื่องของสรรพคุณและการลงลึกในแต่ละชั้นผิว การทา Skincare ก็ควรทาให้เหมาะสมทั้งสภาพผิวและช่วงเวลาด้วย ยิ่งถ้าเป็นก่อนนอนคือสำคัญมากโบกได้โบกนะ อย่าขี้งก ผิวดีๆขุดได้ด้วยตัวเองเด้ออ ใครตามวินจะรู้เลยว่าก่อนนอนบางคืนวินโบกเกินสิบตัวอ่ะ 555555
และบุคคลที่บอกว่าตัวเองผิวมันแล้วก็ไม่ทาเพราะบอกว่าหน้ามันแล้วเนี่ย น่าตีมือนะคะ! ที่ผิวต้องผลิตน้ำมันออกมาเยอะขนาดนั้นเป็นเพราะผิวมันชุ่มชื้นไม่พอ เราบำรุงให้ผิวไม่พอ ยิ่งผิวพยายามผลิตน้ำมัน ผิวเราก็จะยิ่งโทรม รูขุมขนยิ่งกว้าง และหน้าก็จะมันขึ้นเรื่อยๆ แถมแต่งหน้าไม่ค่อยติดด้วย เป็นคราบหลุดร่อนง่าย หรือบางคนบอกว่าผิวมันกรรมพันธุ์จริง อันนั้นก็โบกสกินแคร์ช่วยได้เหมือนกันน้า แค่เราต้องเลือกสกินแคร์ที่เหมาะสม เน้นเป็นพวกเติมน้ำให้ผิวก็ได้ ไม่ต้องเอาตระกูลออยล์มาทา (แต่บางคนทาตระกูลออยล์แล้วผิวดีก็มีนะ แต่ส่วนตัวผิววินไม่ถูกกับออยล์ต่างๆค่ะ 55555)

กระทู้นี้วินก็จะหยิบมารีวิวให้ดูทั้งหมด 10 ตัวเลยยย

ไปดูทีละตัวกันเลยดีกว่าค่า

ตัวแรกกก ตัวเด็ดตัวดัง ไม่หยิบมาร่วมวงด้วยก็คงจะไม่ได้ 

1. น้ำตบเห็ด The Origin Mega-Mushroom นั่นเองงงงง เด็ดดังไปทั่วทุกสารทิศเลยจริงๆ 

เป็นทั้งโทนเนอร์ ทั้งน้ำตบ ลดผด ลดสิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น กระชับรูขุมขน ช่วย cool down ผิวได้ดี เนื้อเป็นน้ำใสๆ (ถ่ายรูปมาแทบมองไม่เห็น 55555) วินใช้เป็นขั้นตอนแรกของการลงสกินแคร์เลย 

พรีฯมา 980 บาท เดี๋ยวนี้จัดโปรเยอะขึ้นบวกกับเรื่องค่าเงินด้วย ราคาเลยลง เมื่อก่อนนี่พันอัพทุกรอบ พอราคาลงก็เลยตำมาลองขวดแรก ตอนนี้ก็เกือบครึ่งขวดละ 
2. Hada Labo ขวดขาว นี่ก็สกินแคร์ในตำนานเช่นกัน อยู่มายาวนานเหลือเกิน 
ใช้หมดไปเกิน 5 ขวดแล้วอ่ะ ตัวสีขาวนี่ช่วยเรื่องชุ่มชื้นโดยเฉพาะ ตอนนี้เค้าออกรุ่น light มาด้วย เนื้อมันก็จะเบากว่าเดิม หลายๆคนน่าจะชอบ โดยเฉพาะผู้ชายที่ไม่ชอบความเนื้อสกินแคร์ น้องชายวินก็ชอบ 5555 จริงๆวินชอบรุ่นปกติมากกว่าเพราะวินผิวแห้ง แต่ช่วงก่อนเจอโปรรุ่น light 1 แถม 1 ก็เลยจัดมาคู่กับน้องชาย 

เนื้อน้ำๆ ใสๆ แต่ใสไม่มาก มีขาวขุ่นนิดๆ ใช้เป็นน้ำตบก็ได้ ใส่ขวดสเปรย์พ่นระหว่างวันก็ได้ แช่ทำ Sheet Mask ก็ได้ 

ช่วยเรื่องชุ่มชื้นพอประมาณ ใช้เป็นขั้นตอนแรกๆได้ดี ใช้ง่าย ซึมง่าย 

ราคาเต็มในไทยน่าจะประมาณ 5 ร้อยบาท ราคาที่ญี่ปุ่นก็น่าจะ 2-3 ร้อยนะ 
3.Orzenic Concentrate เซรั่มออแกนิค เป็นตัวที่ช่วย cool down ผิวได้ดีมากกกกกก 

คือส่วนประกอบหลักๆเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น  เช่นพวก ใบบัวบก, pepper mint, เปลือกมังคุด, ว่านหาง, บีทรูท, Squalane ลดการอักเสบของผิว ลดสิว ลดผดผื่นพวกยุบยิบหน้าอ่ะ ใครผิวแพ้ง่ายจะเข้าใจดี ความยุบยิบหน้าเวลาเจอฝุ่นเจอควัน มันทรมานน ละก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ลดรอยแดงรอยดำ ริ้วรอย aging ต่างๆด้วย นี่ทาตอนสิวเมนส์เห่อ นางก็ยุบลงด้วยนะ เลิศเว่ออแม่ 

เนื้อครีมสีขาวขุ่น ที่ดูเหมือนเนื้อหนัก แต่เกลี่ยไปคือซึมดีมากกก ซึมเข้าผิวไปเลย ประเด็นคืออ แบรนด์เค้าแนบในวิธีใช้ไว้ว่าทารอบดวงตาได้ด้วยจ่ะ 

ราคา 690 บาท คือนับว่าถูกมากนะเทียบกับสารสกัดกับผลลัพธ์อ่ะ คนผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไม่แพ้แน่นอนน 
4. Laneige Cream Skin Refiner เป็นสกินแคร์ที่ว้าวมากก วินหวีดตั้งแต่ที่เค้าออกมาใหม่ๆ มีพี่ที่รู้จักกันเอามาให้ลอง คือวันนั้นวินแพ้ซัมติงแล้วผดขึ้นหน้า คันมากก พี่เค้าให้โบกตัวนี้ แปปเดียวคือผดหายหมดด แล้วหน้าฉ่ำอิ่มน้ำมากก ไม่มันเมือกด้วยนะ เป็นผิวฉ่ำๆอ่ะ ช่วย cool down ผิวได้ดีจริงๆ สบายผิวมากก 

เห็นแบรนด์เคลมมาว่ารวมเอาสกินแคร์หลายขั้นตอน หดมาไว้เป็นตัวนี้ตัวเดียวเลย 

เนื้อเป็นน้ำๆ มี texture พอประมาณ สีขาวขุ่น เป็นน้ำตบก็ได้ ใส่ขวดสเปรย์พ่นระหว่างวันก็ได้ แช่ทำเป็น sheet mask ก็เลิศ 

ใช้หมดไปขวดนึงแล้ว อันนี้ขวดที่สอง 
ราคาเต็มในไทยน่าจะพันกว่ามั้ง วินพรีมาขวดละ 5 ร้อยปลายๆ- 6 ร้อยปลายๆ
5. D’ORA Vitarium Serum เซรั่มดอกกุหลาบและสารพัด Anti-Aging
ตัวนี้ไปถูกใจตอนนั้นวินป่วยเข้าโรงพยาบาลนอนซมอยู่ครึ่งเดือน แล้วพึ่งได้ตัวนี้มา พออาการเริ่มดีขึ้นก็ลองเอามาทาแค่ตัวเดียวเลย คือผิวฟูขึ้นไวมากกก จากผิวโทรมๆ แห้งๆ จากการนอนป่วยเป็นศพ เป็นเลิศศ 

เนื้อเหลวใสแทบจะเป็นน้ำ แต่ซึมดีมากก ผิวนุ่มชุ่มชื้นอิ่มน้ำแบบมากๆๆ กระชับรูขุมขนได้ดี ลดริ้วรอยตั่งต่างง ซึ่งงแบรนด์เค้าก็เคลมมาว่าเป็นเซรั่มอนูจิ๋วมากก แถมช่วยให้ผิวสังเคราะห์ไฮยาได้เอง เหมือนเติมน้ำให้ผิวตลอดเวลา เลิศมากแม่ 

แต่... ราคากรีดเลือดมาก เฉียด 2 พันบาท... 
6. Simple Hydrating light Moisturiser สกินแคร์สัญชาติอังกฤษ ตัวนี้ตัวโปรดมาเนิ่นนานหลายปี แพคเกจดูไม่น่าดึงดูดในการซื้อก่อนรู้จัก แต่เรารู้จักกันด้วยการเซลของ Watsons 55555555 และจากนั้นเราก็หมดกันไปเกินสิบขวดแล้ววว 

เป็นมอยซ์เจอร์เพียวๆ เนื้อสีขาวซึมง่ายมากก ไม่มีกลิ่นอะไรเลย แถมนางสามารถพาสกินแคร์ตัวอื่นซึมเข้าผิวได้ดีขึ้นด้วย 

ซื้อตปทถูกเหมือนซื้อน้ำเปล่า แต่ซื้อใน Watson ไทย ราคาเต็ม 299 บาทจ่ะ ก็รอเซล 1 แถม 1 เอา 55555 
7. Glow Mori Plankton Essence เป็นเอสเซ้นส์แพลงตอน ใช้แล้วรอยดำรอยสิวต่างๆก็จางลงยอะมาก ช่วยเติมน้ำให้ผิว ลดการเกิดสิวได้ดี ในรูปอาจจะมองไม่เห็น แต่จริงๆในเนื้อมันมีสีทองจิ๋วๆกระจายทั่วเซรั่มเลย แบรนด์บอกว่าเป็น micro capsule สีทอง เกลี่ยแล้วจะแตกตัวเป็นน้ำนมหายไปกับผิว ซึมไว ไม่มัน ไม่เหนียวหน้า 

ตอนนั้นวินเทสด้วยการทาครึ่งหน้า แล้ววินก็ลืม เลยทาครึ่งหน้าอยู่เป็นอาทิตย์ ปรากฏว่า หน้าข้างที่ไม่ทาอ่ะ สิวเมนส์เห่อหลายเม็ดเลย 55555555

ราคาเต็ม 250 บาท แต่บางที Boots ก็จัดโปรนะ 
หลอดจิ๋วมาก ใช้แปปเดียวก็หมด ฮือออ 
8. Iberis 
ตัวนี้คุณอาจจะคิดว่าไทน์อินชัว! แต่บอกตรงๆ นี่ซื้อมาใช้เองจริงๆ โว้ยย 
คือรู้จักกับน้องเจ้าของแบรนด์มาตั้งแต่มอปลายแหละ น้องเค้าแพ้เอวรี่ติงบนโลกนี้ ทาอะไรไม่ได้เลย เลยทำครีมใช้เอง แบบไม่ใส่สารเสี่ยงแพ้ใดๆลงไปเลยย ปรากฏว่าผิวน้องดีขึ้นแบบมากๆๆๆ จนน้องก็เออทำขายด้วย นี่ก็ลองซื้อมาใช้ดู 

ปรากฏแม่งดีจริงงง ผิวฟู ฉ่ำ อิ่มน้ำมากกกก แต่งหน้าติดดี ผิวดูฉ่ำประกายมีชีวิตชีวาขึ้นมากก เนื้อครีมสีขาวขุ่นเจ้มจ้น แต่ซึมดี ซึมไวมากก 

กระปุกละ 690 บาท ขนาดทาแบบคนขี้งก เพราะแอบแพง นางก็ยังให้ผลลัพธ์โคตรรดี ต้องยอม
9. Hyaluron ญี่ปุ่นน 
เห็นเค้าแห่กันรีวิวว่าเด็ด คือนางเด็ดจริง แม่เอ๊ยย ใช้ไม่ต้องเยอะ ทารวมไปกับสกินแคร์เลย ซึมไว ไม่เหนียวหน้า ผิวฟู เด้ง อิ่มน้ำมากกกกกกก แต่งหน้าติดแม้ไม่ได้นอน ใช้บูสท์ผิววันสำคัญๆได้เลย ใช้ได้หมดทั้งผิว หน้า ผม
เนื้อใสๆ ไม่เหลว ดูจากในรูปได้ว่ามันไม่ค่อยไหล 

เราซื้อจากญี่ปุ่นตอนไปเที่ยวเป็นแพคขวดใหญ่ 1 (80 ml.) + ขวดเล็ก 2 (10 ml.)  2575 เยน ค่าเงินตอนที่วินไปมันดีด้วยแหละ ตีเป็นเงินไทย 860 บาท สอยมาหลายแพคเลย 5555555 

ปล. ขวดใหญ่กับขวดเล็กคือตัวเดียวกันนะ ไม่เข้าใจว่าจะทำแพคเกจมาสองสีให้คนงงทำไม เราจุ้มปุ๊กงงอยู่ที่เชลฟ์นานมากก พนงก็พูดอิ๊งไม่ได้ 
10. Sebamed ขอมัดรวมสองกระปุกนี้ไว้ด้วยกันนะ เพราะใช้คู่กันมาตลอด 
สองตัวนี้ซื้อมาจากเยอรมัน ภาษาที่กระปุกมันเลยจะแปลกๆหน่อย ใครว่างกด dic แปลดูได้ 55555 

ตัวนึงช่วยเรื่อง Anti-Aging มี Q10 + Vit A อีกตัวเค้าเขียนว่าสำหรับผิวแห้งโดยเฉพาะ (อ่านแล้วสรรพคุณจะคล้ายกับตัว Physiogel AI แต่เราว่าตัวนี้ซึมเข้าผิวได้ดีกว่าเยอะ) 

เนื้อครีมดูเจ้มจ้น แต่ทาแล้วซึมนะ โบกก่อนนอน ตื่นมาหน้าฟูมากก 
แต่ถ้าทาก่อนแต่งหน้าก็เบาๆมือหน่อย 5555 

แบรนด์นี้ในไทยก็มีขาย เราก็รู้ๆกันว่าเป็น drug store ที่ดีและปลอยภัยต่อร่างมาก (แต่ทางเรายังหาซื้อสองตัวนี้ในไทยไม่ได้ 55555) 
ราคารู้สึกจะประมาณ 300 บาท บวก-ลบ 

จบกันไปแล้วววว กับ 10 skincare สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ 


เป็นเหนื่อยมากแม่ นี่ขนาดยังไม่เปิดกรุ skincare นะ ก็เลยไม่เปิดกรุ เพราะคนรีวิวขี้เกียจ 555555 มีตัวไหนถูกใจใครบ้างมั๊ยย จะดีใจมากถ้ากระทู้นี้ป้ายยากระเป๋าตังใครเข้าจังๆ จะได้มาละลายทรัพย์ไปด้วยกัน 55555 

หรือใครเคยใช้ตัวไหน เป็นยังไง มาเม้ามอยกันได้น้า 

ขอบคุณที่อ่านมากันจนจบ 

ฝากติดตาม ฝากให้กำลังใจกันด้วยนะคะ จุ๊บจุ๊บบบ <3 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย