[EXFOLIATION] ผิวจะสวยต้องช่วยผลัดเซลล์

donut

donut

ดู Profile

ผิวจะสวยต้องช่วยผลัดเซลล์ 

 1 ในสาเหตุที่ทำให้ผิวหมอง หยาบกระด้าง ดูไม่สดใส ผิวไม่ชุ่มชื้นและรับการบำรุงเต็มที่ 
ไปจนถึงการเกิดสิวอุดตัน เกิดจากผิวที่ไม่มีความสมดุล  เซลล์ผิวจึงไม่ถูกผลัดออกไปอย่างเป็นปกติ

ซึ่งสาเหตุอาจมาจาก 
- ปัจจัยภายใน เช่น อายุ, ระบบของร่างกาย
- ปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ, ไลฟ์สไตล์

ซึ่งผิวที่สุขภาพดีจะมี Cycle การผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนผิวเก่าใน 28 วัน

แต่ถ้าไม่เกิดการผลัดออกจะเป็นยังไง 

  1. ผิวชั้นบนเริ่มหนาขึ้นๆ
  2. รูขุมขนถูกบล็อก เริ่มมีสิวอุดตัน สิวหัวดำ
  3. สกินแคร์ซึมลงลำบาก
  4. เลเวลความชุ่มชื้นลดลง

แล้วเราจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยทำให้เซลล์ผิวถูกผลัดออกไปอย่างเป็นปกติ ??

คำตอบก็คือ การเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างดี ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพอ

รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงมลภาวะค่ะ 

แต่ถ้าคิดว่าทำไม่ไหวแน่ๆ และอยากจะช่วยให้ผิวผลัดได้ดีขึ้น ก็มีวิธีที่เราสามารถทำเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วของเราออกไปเช่นกันนะคะ 

โดยการผลัดเซลล์ผิวจะมี 2 แบบค่ะ นั่นคือ              

  1. Physical Exfoliation เช่นการสครับ ขัดถู ต่างๆ
  2. Chemical Exfoliation เช่นการใช้ AHA และ BHA ค่ะ

และ สำหรับใครที่ชอบฟังคลิปเพลินๆ และดูภาพเยอะๆประกอบ โดนัทก็มีเวอร์ชั่นคลิปตรงนี้ด้วยนะคะ 

ซึ่งวันนี้โดนัทจะขอเน้นเรื่อง Chemical Exfoliation นะคะ 

 

"Chemical Exfoliation" แค่ได้ยินคำนี้ หลายๆคนคงคิดว่า มันเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่น่าจะไม่อ่อนโยนเลย มันต้องรุนแรง ต้องเป็นเคมี และผิวต้องบางแน่ๆ 


แต่จริงๆ แล้ว Chemical Exfoliation  ถือว่าเป็นวิธีการผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยนกว่าแบบ Physical Exfoliationนะคะ

เพราะวิธีการผลัดเซลล์ผิวแบบ Physical Exfoliation คือการใช้การขัดถู บางทีมีการใช้เม็ดสครับทั้งแบบสังเคราะห์และแบบที่มาจากธรรมชาติ ไปจนถึงใช้เครื่องมือต่างๆ เช่นใยบวบเพื่อขัดถูบนผิว

ซึ่งจริงๆแล้วบางทีเราควบคุมความแรงและน้ำหนักไม่ได้ 

ขัดหนักมือจนเกิดแผลบนผิว จนถึงบางกรณีอาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

 อีกอย่างคือแรงที่เราขัดเรากำหนดไม่ได้ ซึ่งก็จะทำให้การผลัดเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอด้วยนั่นเองค่ะ  

Physical Exfoliation
"Physical Exfoliation"

ซึ่งวันนี้โดนัทจะเข้าเรื่อง Chemical Exfoliation โดยเน้นใน Part ของ AHA นะคะ

เรามารู้จัก AHA กันค่ะ 

AHA (Alpha Hydroxy Acid)

มีความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวโดยการไปทำลายDesmosome หรือกาวเชื่อมเซลล์ 

ทำให้เซลล์หลุดจากกันและกัน และเมื่อส่วนกาวหลุดแล้วผิวชั้นขี้ไคลก็จะถูกผลัดออกไปค่ะ

Ingredients ในกลุ่ม AHA คือ 

Glycolic Acid

 Lactic Acid

 Malic Acid

 Mandelic Acid 

นั่นเองค่ะ 


ข้อดีของ AHA คือการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือที่เราเรียกว่าขี้ไคลออกไป โดยไม่ทำให้ผิวบาง  .. ย้ำว่า ไม่ทำให้ผิวบางนะคะ  

และยังทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น จุดด่างดำจางลง และยังมีความสามารถในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

AHA จะทำงานได้ดีที่ pH 3.5 และควรปล่อยให้ AHA ทำงานบนผิว 10-15 นาที ก่อนทาสกินแคร์ตัวอื่นๆทับค่ะ

ซึ่ง1 ใน AHA ที่โดนัทจะเล่า คือ Mandelic acid ค่ะ

Mandelic acid เป็น 1 ใน AHA ที่เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมาก 

หลังจากได้มีการใช้ลงในสูตรสกินแคร์เพิ่มมากขึ้น 


โดยจากข้อมูลที่อ่านมา พบว่า Mandelic acid ถูกใช้ในการรักษาสิวตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง

โดย Mandelic acid ก็ทำหน้าที่เป็น AHA ค่ะ นั่นก็คือช่วยเหนี่ยวนำให้ผิวชั้นบนสุด (Epidermis) ถูกผลัดออกไปจากการลดการเกาะติดของเซลล์ผิว (Corneocyte) 

ซึ่งข้อดีที่เด่นๆของ  Mandelic acid  คือ Mandelic acid เองมีขนาดโมเลกุลใหญ่ !! 

ทำให้ซึมลงสู่ผิวได้ช้า ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีนะคะ เพราะจะทำให้ผู้ที่ใช้รู้สึกว่าผิวไม่รู้สึกระคายเคืองเท่า Glycolic Acid 

ดังนั้นจึงสามารถพิจารณา ใช้ Mandelic acid แทน Glycolic Acid ได้ในคนที่ผิวระคายเคืองง่ายค่ะ

ซึ่งข้อมูลการศึกษาของ Mandelic Acid ยังค่อนข้างมีจำกัด เท่าที่โดนัทได้ไปหามา

ก็ได้ เจอการศึกษาที่วัดผลในด้านการเพิ่มการหลั่ง Sebum ในหญิงสูงอายุ 

โดยพบว่า  Mandelic Acid (40%)และ  Azelaic Acid (20%)  สามารถเพิ่มระดับ Sebum 

หรือน้ำมันที่หล่อเลี้ยงบนผิว ช่วง U-Zone แต่ไม่เพิ่มน้ำมันช่วง T-Zone 

ซึ่งส่วนนี้เป็นข้อดีที่หลายๆคนที่อายุเพิ่มขึ้น ผิวมักจะมันช่วง T-Zone แต่ช่วงแก้มแห้งมากๆ 

ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีที่ Mandelic Acid (40%)และ  Azelaic Acid (20%)  สามารถลดความแห้งช่วงแก้มได้นั่นเองค่ะ

และนอกจากนั้นก็จะเจอในการ Combine กับ Salicylic Acid เพื่อช่วยรักษาสิว 

เพราะนอกจากความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวแล้ว ทั้ง Mandelic acid และ Salicylic Acid ยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย (antibacterial) 


 ซึ่งจากข้อมูลโดนัทคิดว่า Mandelic Acid ถือเป็นทางเลือกที่ดี

สำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่าย และต้องการผลัดเซลล์ผิวค่ะ

และวันนี้โดนัทจะมาเจาะส่วนประกอบของ Skincare ที่มี Mandelic Acid ค่ะ 


ซึ่งมาจากแบรนด์ Dr.Wu  โดยมี 3 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันนั่นคือ

  1. Dr. Wu Renewal Cleansing Mousse With Mandelic Acid

  2. Dr. Wu Renewal System Daily Renewal Essence With Mandelic Acid 

  3. Dr. Intensive Renewal Serum With Mandelic Acid 18% 


ซึ่งโดนัทจะมาเจาะส่วนประกอบและเล่าผลลัพธ์ให้ฟัง ว่านอกจาก Mandelic Acid แล้ว

มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และใช้แล้วเป็นยังไงค่ะ

ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าแบรนด์ Dr.Wu เป็นแบรนด์ เวชสำอางอันดับ 1 จากไต้หวัน 

ก่อตั้งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ในไต้หวัน Dr.Wu มีชื่อเสียงว่าเป็น บิดาของเวชศาสตร์ความงาม  

โดยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ถูกพัฒนาโดยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการจดสิทธิบัตร 

โดยเค้า Aim ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Dr.Wu เปรียบเหมือนเราสามารถบำรุงผิวคล้ายไปคลินิก แต่สามารถทำได้ง่ายๆที่บ้าน

ซึ่งไลน์นี้ คือ Dr.Wu Mandelic Renewal System 

เค้าได้มีคำว่า MA3PEEL RENEWAL TECHNOLOGY เป็นคำจำกัดความของทางแบรนด์

ที่ได้รวบ 5 กลไกเอาไว้ตั้งแต่ 

  • ขจัดเซลล์ผิวชั้นขี้ไคล 

  • กระตุ้น Metabolism ของผิว  

  • กระตุ้นให้เซลล์ผิวชั้นที่ตายแล้วหลุดลอก 

  • เพื่อทำให้เกิดการหมุนเวียนของผิวใหม่ 

  • Restructure และซ่อมแซมผิว


ซึ่งในไลน์นี้มีเป้าหมายเพื่อ 3 ผลลัพธ์คือ 

1.             ปรับให้ Metabolism ของผิวเป็นปกติ

2.             รูขุมขนไม่มีการอุดตัน

3.             ทำให้ผิวกระจ่างใส 

ซึ่งในแต่ละผลิตภัณฑ์มีความเด่น และมี Active Ingredients ที่สามารถจัดการแต่ละกลไกได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

อันดับแรกสุด เรามาเริ่มการดูแลผิวกันที่การทำความสะอาดกันค่ะ 

สำหรับในไลน์นี้คือ Dr. Wu Renewal Cleansing Mousse With Mandelic Acid 


โดยในส่วนประกอบของสูตรนี้ เน้นการทำความสะอาดโดยใช้ Sufactants ที่อ่อนโยน  

Cocamidopropyl betaine  ,Decyl Glucoside 

และ TEA cocoyl glutamate ที่เป็นสารทำความสะอาดที่กลุ่มอะมิโนที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาก

ในด้านการเสริมความนุ่มลื่น

ในสูตรยังมีกลุ่มที่เป็นอะมิโนเลียนแบบเซราไมด์อย่าง ELDEW® PS-203

 ที่ทางผู้ผลิตสารเคลมว่า งานวิจัยคอนเฟิร์มว่า ELDEW® มีความสามารถเทียบเคียงเซราไมด์เลยทีเดียว 

โดยมีข้อมูลจากทางผู้ผลิตสารว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นได้หลังทาทันทีและคงความชุ่มชื้นได้ต่อเนื่องยาวนาน

และยังมี Active Ingredients ซึ่งเป็นสารสกัดชนิดหนึ่งจากแพลงตอนทะเลทรายทีมีความสามารถในการทนรังสี และสภาวะแวดล้อมอันโหดร้ายได้ดีมาก  โดยสารสกัดนี้มีชื่อการค้าว่า  Bioplasma™ BG 

ซึ่งมีความสามารถในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยมีการวิจัยว่าสามารถลดการสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL)

โดยผู้ผลิตยังเคลมว่าช่วย Detoxify โดยการเพิ่ม ATP หรือเพิ่ม Metabolism ให้แก่ผิวและลดริ้วรอยนั่นเองค่ะ

ลักษณะ Texture มูสของ Dr. Wu Renewal Cleansing Mousse With Mandelic Acid

ลักษณะมูสโฟมจะเป็นมูสโฟมนุ่มๆที่ปั๊มออกมาล้างแล้วยังมีฟองคงตัวอยู่ และสามารถ work ให้ฟองเยอะขึ้นได้  ทำให้ลดการเสียดสีของมือกับหน้าได้ดีมาก ถือว่าฟองเยอะแต่อ่อนโยน 

และหลังล้างไม่ดึง และไม่เอี๊ยด ถือว่าเป็นโฟมที่ทำออกมาดีมากๆ โดนัทชอบมากเลยค่ะ

ขั้นตอนต่อมา เรามาต่อกันที่การ Tone ผิวค่ะ

สำหรับ Product ชิ้นนี้คือ   Dr. Wu Renewal System Daily Renewal Essence With Mandelic Acid

สำหรับชิ้นนี้ถือว่าพิเศษ และโดนัทชอบมากเลย

เพราะนอกจากจะมี Mandelic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้ว

ยังมี Tri- Probiotics Formula ที่มี Probiotics 3 ชนิดคือ 

1.  Bifida Ferment Lysate 

โดยสารสกัดเค้าใช้มีชื่อการค้าว่า   Propiobalance CLR ซึ่งโดนัทถือว่าเป็นสารสกัดจากบริษัทระดับโลก มีผลการศึกษารับรอง โดยในข้อมูลผู้ผลิตสารเค้าบอกว่าสารสกัดตัวนี้ช่วยเรื่องการกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วโดยการ Autophagy และทำให้เกิดการ Repair ผิวและพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันผิว

2.  Lactococcus Ferment Lysate 

ที่มีการศึกษาจากผู้ผลิตสารว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่เกราะป้องกันผิว และเพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวสุขภาพดี

3. Saccharomyces Lysate 

โดยมีข้อมูลจากทางผู้ผลิตว่าช่วย Boost Oxygen uptake ซึ่งสามารถทำให้เมตาบอลิซึมผิวเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้ผิวมีการผลัดออกไปอย่างธรรมชาติ

ด้านการเสริมความชุ่มชื้น ยังมี PENTAVITIN ที่มีข้อมูลจากผู้ผลิตว่าสามารถเสริมความชุ่มชื้นแบบยาวนาน 72 ชั่วโมงแก่ผิวโดยความชุ่มชื้นจะยังคงอยู่แม้ว่าจะล้างหน้าออกไปแล้ว 

และมี Tinocare GL ที่เป็น polysaccharide ในกลุ่มของ β-glucan โดยมีความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยมีฤทธิ์เติมความชุ่มชื้น ลดอาการระคายเคือง และลดความหยาบกร้านของผิวค่ะ

TINOCARE GL
"TINOCARE GL"
สำหรับ Texture ของ  Dr. Wu Renewal System Daily Renewal Essence With Mandelic Acid
จะหนืดกว่าน้ำเล็กน้อย โดยตอนใช้จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้น หนึบผิวนิดๆตอนแรกแล้วก็จะหายไปค่ะ หลังจากซึมแล้วเราก็สามารถใช้สกินแคร์ตัวต่อไปได้เลยค่ะ
โดยให้เราทาลงบนผิวหน้า และลำคอ นวดวนเบาๆ เช้า และเย็น 

และสำหรับพระเอกของไลน์นี้คือเซรั่มชิ้นนี้ค่ะ 

Dr. Wu Intensive Renewal Serum With Mandelic Acid 18% 

ซึ่งในสูตรใช้ Mandelic Acid ถึง 18% เลยทีเดียว 


เค้าวาง Product ชิ้นนี้ให้เราสามารถใช้ได้เป็น Home spa facial treatment ทรีทเม้นท์เองได้ที่บ้านเลย 

วิธีใช้คือจะใช้หลังจากล้างหน้าเป็นอันดับแรก (ก่อนโทนเนอร์ด้วยนะคะ) โดยให้ทิ้งช่วงก่อนที่จะทาสกินแคร์ชิ้นถัดไปสัก 15 นาทีค่ะ  

โดยจะให้ใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งในเวลากลางคืนเท่านั้น  

สงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมต้อง 18% 

คือทางแบรนด์ Dr.Wu เค้ามีข้อมูลว่า 18% เป็น Golden concentration proportion เพื่อ 2 ไฮไลท์นั่นคือ

  1.  ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง
  2. ซึมลงผิวได้ดีที่สุด 

โดยส่วนนี้เค้ามีการทำการทดลองทางคลินิก ตั้งแต่ที่ 10% จนถึงมากกว่า 25% โดยพบว่า

ที่ 18% มีการซึมลงสู่ผิวและรูขุมขนได้ดีที่สุด  ดีกว่าที่ %สูงๆซะอีกค่ะ

และก็ที่ 18% จะไม่กระตุ้นผิวมาก สามารถใช้ได้อย่างสบายใจนั่นเองค่ะ 

โดยส่วนประกอบต่างๆในขวดเดียวมี 3 Skin Renewal Effects นั่นคือ

  • เพิ่ม skin metabolism เพื่อการซ่อมแซมและการทำงานผิว
  • ทำให้รูขุมขนไม่เกิดการบล็อก เพื่อเคลียร์สิวอุดตัน สิวหัวดำ 
  • ลดจุดด่างดำ และทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น

โดยนอกจากจะมี Mandelic Acid 18% แล้ว 

ในกลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้น ยังมี Tinocare GL ที่เป็น polysaccharide ในกลุ่มของ β-glucan โดยมีความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยมีฤทธิ์เติมความชุ่มชื้น ลดอาการระคายเคือง และลดความหยาบกร้านของผิว 

และมีการเสริมความชุ่มชื้นอุ้มน้ำให้ผิวด้วย NASHA Sodium Hyaluronate หรือไฮยาลูรอนที่ไม่ได้มาจากแหล่งของสัตว์  

และยังมี Biophytex ที่เป็นส่วนประกอบของสารสกัดจากยีสต์ Saccharomyces cereviciae และพืชอีก 5 ชนิดคือ

- Butcher’s broom (Ruscus aculeatus) root extract 

 - Hydrocotyle (Centella asiaticia) leaf extract

 - Marigold (Calendula officinalis) flower extract

 - Horse Chestnut (Aesculus Hippocastanum) seed extract

- Ammonium glycyrrhizate from licorice (Glycyrrhiza glabra) roots

ที่มีสารสำคัญคือ saponosides and flavonoids 

โดยมีข้อมูลว่ามีประโยชน์ด้านการเพิ่ม Microcirculation หรือการไหลเวียนของเลือดใต้ผิว 

และยังช่วยลดอาการระคายเคือง ทำให้ผิวสงบได้อีกด้วยค่ะ

สำหรับ Texture ของเซรั่ม Dr. Wu Intensive Renewal Serum With Mandelic Acid 18% 

สำหรับชิ้นนี้ให้เราใช้ตามปัญหาผิวนะคะ โดยสามารถปรับใช้ได้ตั้งแต่ 2-4 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ 

โดยสามารถกะปริมาณ เพื่อใช้ทาทั้งหน้าและคอ เว้นดวงตา (ปริมาณไม่เกิน 7 หยด) โดยนวดเบาๆจนซึมหมด แล้วค่อยทาสกินแคร์อย่างอื่นเพิ่มต่อไปค่ะ 

สุดท้ายนี้โดนัทขอรวม 2 FAQ มาตอบไว้ให้นะคะ  ^^


1. ทำไมถึงไม่ให้ใช้ทุกวัน ? 

คำตอบ 

การผลัดเซลล์ผิวต้องทำแต่พอดี ไม่เร่งร้อน ไม่มากไม่น้อยเกินไป จึงแนะนำให้ใช้แค่อาทิตย์ละ 2-4 ครั้ง ตามสภาพผิว โดยตัวเราสามารถเช็คได้จากความชุ่มชื้นที่เพิ่มขึ้น หรือถ้ารู้สึกว่าผลัดมากเกินไปจนอาจรู้สึกไม่สบายผิว ก็ให้ปรับลดลงเพื่อให้เข้ากับผิว แต่ที่สำคัญคือไม่ให้ใช้ทุกวัน


2. ใช้แล้วสิวผุดคืออาการแพ้ใช่ไหม ?  

คำตอบ

หลังจากการผลัดเซลล์ชั้นขี้ไคลออก สิวอุดตันที่ค้างอยู่แล้ว จะหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น บางเม็ดก็จะหลุดระหว่างการล้างหน้า

บางเม็ดอาจมีการผุดและมีหนองบ้างจากแบคทีเรียบนผิวเราเอง สามารถใช้ยารักษาตามปกติ จะหายไปไม่นาน ดีกว่าเก็บสิวอุดตันเอาไว้ใต้ผิว

ซึ่งสิวที่มักผุดจะผุดได้ในคนที่มีสิวอุดตันเป็นทุนเดิม และอาการสิวผุดนั้นไม่ได้ถือเป็นอาการแพ้ แต่เป็นการออกฤทธิ์ตามกลไกผลัดเซลล์ผิวตามปกติค่ะ

สำหรับราคาของแต่ละผลิตภัณฑ์คือ 

1. Dr. Wu Renewal Cleansing Mousse With Mandelic Acid - 1,250 บาท

2. Dr. Wu Renewal System Daily Renewal Essence With Mandelic Acid - 1,450 บาท

3.Dr. Wu Intensive Renewal Serum With Mandelic Acid 18% - 1,100 บาท 


สามารถหาซื้อได้ทาง
Watsons, Lazada,Shopee Mall,
Line@ drwuthailand
และสามารถตามเพจ Dr.Wu เพื่อข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมได้เลยนะคะ


ครบแล้วค่า สำหรับเรื่องการผลัดเซลล์ผิว ไปจนถึงรีวิวผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Dr.Wu  


กระทู้นี้อาจจะยาวไป (มาก)หน่อย แต่อยากให้ทุกคนได้รับข้อมูลครบจริงๆค่ะ 

ยังไงถ้าใครมีคำถาม หรือข้อเสนอแนะ สามารถพิมพ์ไว้ได้เลยนะคะ 

ขอบคุณมากๆนะคะ บ๊าย บาย  


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย