ศึกสายเลือด!!! Cute press 1-2 beautiful​ Airy​ Matte​ foundation​ ปะทะ Cute press 1-2​ beautiful​ Airy​ Matte ​Chusion​ Foundation SPF​50​+ PA​+++​

Koch Nipa

Koch Nipa

ดู Profile

    สวัสดีเพื่อนๆชาว jeban ทุกคนค่าาาา  และในวันนี้เราก็มาตามชื่อกระทู้เลย นั่นก็คือการเปรียบเทียบรองพื้นของ cute press ระหว่าง รุ่น cute press 1-2​ beautiful​ Airy​Matte​ foundation กับ รุ่น cute press 1-2 beautiful​ Airy ​Matte​ Chusion​ Foundation​ SPF​50​+ PA​+++ นั่นเองค่ะ ต้องขอเกริ่นไว้ก่อนเลยนะคะว่าเป็นการเปรียบเทียบกันอย่างคร่าวๆเท่านั้น เพราะอยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาได้ว่า เอ้ยย เราก็มีรองพื้นรุ่นก่อนของแบรนด์นี่หว่าา ชื่อรุ่นก็มีความเหมือนกัน แล้วเนื้อผลิตภัณฑ์​มันจะเหมือนกันรึเปล่านะ? เลยตัดสินใจลองเปรียบเทียบเล่นๆ ดูค่ะ ถ้าอยากจะรู้ว่าเรามีความคิดเห็นที่เหมือนหรือต่างกันยังไงในผลิตภัณฑ์​สอง​ตัวนี้ล่ะก็ ตามมาดูกันได้เลยจ้าาาา...... 

แท๊นนนนนน และนี่ก็คือหน้าตาของผลิตภันฑ์ทั้งสองตัวที่เราจะนำมาเปรียบเทียบกันในวันนี้~
"แท๊นนนนนน และนี่ก็คือหน้าตาของผลิตภันฑ์ทั้งสองตัวที่เราจะนำมาเปรียบเทียบกันในวันนี้~"
วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น
"วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น"
วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++
"วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++"

    เอาล่ะค่ะ เราจะเริ่มเรื่องแรกด้วยเรื่อง แพ็กเกจกันก่อนเลย แล้วเราก็ต้องขออนุญาต​นำภาพจากอินเทอร์เน็ตของผลิตภันฑ์สองตัวนี้มาใช้ประกอบด้วยนะคะ เนื่องจากเราไม่มีศิลปะในการแต่งรูปใดๆทั้งสิ้น  555555555 อีกประเด็นคือ เราไม่มีขนาดจริงของตัวรองพื้นค่ะ มีแต่ขนาดทดลองแบบซองที่ขายในเซเว่น ซึ่งจะเอาแพ็กเกจขนาดทดลองมาเปรียบเทียบกับขนาดจริงของตัวคุชชั่นที่เรามีก็คงจะไม่ได้ค่ะ 555555 เข้าประเด็นแบบจริงจังกันเลย   ในเรื่องแพ็กเกจเรายกให้ตัวคุชชั่นได้คะแนนนำไปก่อน 1 แต้ม ค่ะ   เหตุผลที่ให้ชนะก็คือเราชอบลวดลายบนฝาตลับของคุชชั่นตัวนี้ที่มันดูมีความพาสเทลแล้วก็ดูมีสีสันกว่าแบบหลอดของรุ่นรองพื้น  นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อคุชชั่นมาอย่างไวแบบไม่ต้องรอให้ BA มาขายตรงเลยค่ะ 5555555  อ่ะ มากันที่ความสะดวกสบายในการใช้งาน เราว่าเรื่องนี้ผลิตภัณฑ์​ทั้งสองตัวมีความใช้งานได้ง่ายทั้งคู่ เหตุผลก็คือแบบคุชชั่นนั้นก็จะมีพัฟคุชชั่นมาช่วยให้เกลี่ยเนื้อผลิตภัณฑ์​ได้ง่ายขึ้น ส่วนแบบรองพื้นถึงจะเป็นแบบหลอดแต่ก็มีหัวปั๊มมาให้ ทำให้บีบเนื้อผลิตภัณฑ์​ออกมาได้ง่าย สะดวกต่อการใช้งานเหมือนกันค่ะ ต่อไปเป็นเรื่อง ความพกพาสะดวกค่ะ จริงๆแล้วเราก็ว่ามันพกพาสะดวกทั้ง2ตัวเลยนะคะ รุ่นรองพื้นถึงจะเป็นแบบหลอดแต่ก็ไม่ได้หลอดใหญ่มากจนจับไม่ถนัดมือ แถมมีแบบซองขนาดทดลองขายในเซเว่นด้วย ในวันที่เรารีบๆแล้วดันลืมหยิบรองพื้นพกใส่กระเป๋ามาด้วย ก็แวะเข้าเซเว่นไปซื้อแบบซองมาใช้กันตายได้ค่ะ  แต่เราก็ยังแอบเทใจให้ตัวคุชชั่นในเรื่องการพกพาสะดวกนะคะ เพราะตลับคุชชั่นเนี่ยมีทั้งพัฟมาให้ มีกระจกมาให้ในตัวถ้าเราจะหยิบขึ้นมาใช้ก็แค่ตัวเดียวจบเลย ไม่ต้องเสียเวลาหากระจกมาส่องอีก แถมในตลับของคุชชั่นรุ่นนี้นั้นมีความแบนบางกว่ารุ่นก่อนๆที่ทางแบรนด์เคยทำมา ทำให้มีความจับถนัดมือ ไม่ให้เทอะทะจนเกินไปค่ะ สรุปโดยรวมเรื่องแพ็กเกจเราก็เลยยกให้ตัวคุชชั่นชนะไปในยกแรกค่าา

วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น
"วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น"
วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++
"วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++"

   เริ่มยกที่สองด้วยเรื่องของเฉดสีเลยค่ะ ดูจากรูปภาพประกอบที่เรานำมา คิดว่าหลายๆคนคงเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในยกนี้  55555 ใช่ค่ะ นั่นก็คือตัวรองพื้นรุ่นก่อนของทางแบรนด์นั่นเอง ที่มีเฉดสีให้เลือกถึง5เฉด  ใช้ได้ตั้งแต่สาวๆที่มีผิวขาวยันผิวแทนแน่นอนค่ะ  ในส่วนของตัวคุชชั่น มีเฉดสีให้เลือก 3เฉดค่ะ  แต่ในวันที่เราไปทดลองเล่นหน้าร้านเห็นมีแค่2เฉดสีนะคะ คือสี 01 กับ 02 สงสัยพนักงานคงไม่ได้เอาเบอร์ 03 มาวางค่ะหรือเราอาจจะตาไม่ดีเอง 5555  ส่วนตัวคิดว่าในรองพื้นแบบคุชชั่นรุ่นนี้ เหมาะสำหรับสาวๆที่มีผิวขาวถึงผิวกลางโทนเหลืองมากกว่าค่ะ สาวๆที่มีผิวแทนหรือสีผิวที่เข้มกว่านี้ ใช้แล้วอาจจะยังดูสว่างกว่าผิวไปนิดส์ คงต้องอาศัยการแต่งหน้าเข้าช่วย อ้อ แต่ที่เราประทับใจในผลิตภัณฑ์​ทั้งสอง​ตัวนี้ก็คือ ทำสีรองพื้นได้ค่อนข้างที่จะอมเหลืองดีค่ะ เข้ากับสีผิวคนไทยส่วนใหญ่ได้ แต่โดยรวมเราก็ยังคงยกให้ตัวรองพื้นรุ่นก่อนชนะไปในเรื่ิองของเฉดสีค่ะ

    ขออนุญาต​คั่นยกที่สามด้วยเรื่องเฉดสีอีกนิดค่ะ ที่เราเกริ่นๆไว้ว่ารองพื้นทั้งสองรุ่นนี้ทำเฉดสีออกมาได้อมเหลืองดี เราก็เลยได้มีการถ่ายภาพเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบให้ได้เห็นของจริงกันแบบชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ เอาล่ะ ไม่พิมพ์เยอะ เมื่อยมือ ไปดูกันเลยค่ะ 5555555

นี่เลยค่า รูปสวอชสีรองพื้นทั้งสองรุ่นจากกล้องมือถือเราเอง ด้านบนจะเป็นของตัวรองพื้นรุ่นก่อนค่ะ สีเบอร์03 ส่วนด้านล่างจะเป็นของตัวรองพื้นคุชชั่นรุ่นล่าสุด สีเบอร์ 01ค่ะ จะสังเกตเห็นได้เลยค่ะว่าสีของเนื้อรองพื้นทั้งสองรุ่นมีความอมเหลืองเหมือนกัน แต่ถ้ามองใกล้ๆแล้วทางด้านของรองพื้นรุ่นก่อนจะมีความอมเหลืองมากกว่าอยู่นิดนึงค่ะ
"นี่เลยค่า รูปสวอชสีรองพื้นทั้งสองรุ่นจากกล้องมือถือเราเอง ด้านบนจะเป็นของตัวรองพื้นรุ่นก่อนค่ะ สีเบอร์03 ส่วนด้านล่างจะเป็นของตัวรองพื้นคุชชั่นรุ่นล่าสุด สีเบอร์ 01ค่ะ จะสังเกตเห็นได้เลยค่ะว่าสีของเนื้อรองพื้นทั้งสองรุ่นมีความอมเหลืองเหมือนกัน แต่ถ้ามองใกล้ๆแล้วทางด้านของรองพื้นรุ่นก่อนจะมีความอมเหลืองมากกว่าอยู่นิดนึงค่ะ"

   มาต่อในยกที่สาม คิดว่าน่าจะเป็นยกสุดท้ายสำหรับเราแล้วค่ะ 55555 ในยกนี้เราจะมาพูดในเรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์​ของทั้งสองรุ่นเลยรวมถึงการปกปิดกันด้วยค่ะ และเราก็ได้มีการถ่ายรูปภาพจากกล้องมือถือมาเสริมในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ถ้างั้น ไม่ควรรอช้าค่ะ  มาเบิ่งกันเลยเด้อพี่น้องงง

เนื้อรองพื้น วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น ที่เราทดลองบีบมาลงที่หลังมือค่ะ จะสังเกตได้เลยว่าเนื้อผลิตภัณฑ์​มีความจับตัวกันแน่น ไม่กระดิกไปไหน นั่นหมายถึงมันมีความเข้มข้นในตัวเนื้อผลิตภัณฑ์​ค่อนข้างมากค่ะ
"เนื้อรองพื้น วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น ที่เราทดลองบีบมาลงที่หลังมือค่ะ จะสังเกตได้เลยว่าเนื้อผลิตภัณฑ์​มีความจับตัวกันแน่น ไม่กระดิกไปไหน นั่นหมายถึงมันมีความเข้มข้นในตัวเนื้อผลิตภัณฑ์​ค่อนข้างมากค่ะ"
นี่เป็นรูปภาพหลังจากเกลี่ยเนื้อรองพื้นให้ทั่วหลังมือเรียบร้อยแล้วค่ะ ความรู้สึกตอนเกลี่ยก็คือไม่ได้ยากอะไรนะคะถึงแม้ว่าเนื้อรองพื้นจะมีความเข้นข้นก็เถอะ แต่ว่ามันแอบจะมีความเหนียวๆในช่วงแรกที่เกลี่ยลงหลังมืออยู่หน่อย สักพักก็ไม่เหนียวเหนอะหนะอะไรแล้วค่ะ
"นี่เป็นรูปภาพหลังจากเกลี่ยเนื้อรองพื้นให้ทั่วหลังมือเรียบร้อยแล้วค่ะ ความรู้สึกตอนเกลี่ยก็คือไม่ได้ยากอะไรนะคะถึงแม้ว่าเนื้อรองพื้นจะมีความเข้นข้นก็เถอะ แต่ว่ามันแอบจะมีความเหนียวๆในช่วงแรกที่เกลี่ยลงหลังมืออยู่หน่อย สักพักก็ไม่เหนียวเหนอะหนะอะไรแล้วค่ะ"
ต่อมาเป็นเนื้อรองพื้นรุ่น วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ ตอนใช้นิ้วมือกดไปที่ฟองน้ำ​ครั้งเดียวก็ได้เนื้อผลิตภัณฑ์​มาตามภาพเลยค่ะ ค่อนข้างเยอะเลยค่ะแล้วก็สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของเนื้อผลิตภัณฑ์​เช่นเดียวกัน
"ต่อมาเป็นเนื้อรองพื้นรุ่น วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ ตอนใช้นิ้วมือกดไปที่ฟองน้ำ​ครั้งเดียวก็ได้เนื้อผลิตภัณฑ์​มาตามภาพเลยค่ะ ค่อนข้างเยอะเลยค่ะแล้วก็สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของเนื้อผลิตภัณฑ์​เช่นเดียวกัน"
หลังจากเกลี่ยเนื้อคุชชั่นลงที่หลังมือแล้ว ก็ได้​ผลลัพธ์​ตามรูปภาพเลยค่ะ ความรู้สึกของตัวนี้ตอนใช้มือเกลี่ยก็เกลี่ยง่ายอยู่เหมือนกันค่ะ
"หลังจากเกลี่ยเนื้อคุชชั่นลงที่หลังมือแล้ว ก็ได้​ผลลัพธ์​ตามรูปภาพเลยค่ะ ความรู้สึกของตัวนี้ตอนใช้มือเกลี่ยก็เกลี่ยง่ายอยู่เหมือนกันค่ะ"
ไฮไลท์ของยกนี้ก็ต้องมาวัดกันที่ความปกปิดกันเลยค่าา และนี่ก็คือความปกปิดของเนื้อผลิตภัณฑ์​ทั้งสองรุ่น ด้านบนเป็นรุ่นก่อน ส่วนด้านล่างเป็นรุ่นล่าสุดของทางแบรนด์ค่ะ
"ไฮไลท์ของยกนี้ก็ต้องมาวัดกันที่ความปกปิดกันเลยค่าา และนี่ก็คือความปกปิดของเนื้อผลิตภัณฑ์​ทั้งสองรุ่น ด้านบนเป็นรุ่นก่อน ส่วนด้านล่างเป็นรุ่นล่าสุดของทางแบรนด์ค่ะ"

    ค่าา และจากที่ได้ดูภาพรวมของเนื้อผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นไปกันพอประมาณแล้ว ก็ดูเหมือนว่าเนื้อผลิตภัณฑ์และการปกปิดนั้นทำออกมาได้ดีออกมาทั้งสองรุ่นเลยนะคะ คือเกลี่ยง่ายและปกปิดค่อนข้างดี แต่มันจะส่วนที่แตกต่างกันอยู่ และเราจะมาเสริมให้ค่ะ

     ในเรื่องของเนื้อผลิตภัณฑ์อย่างที่เราเกริ่นไว้ด้านบนๆ ว่าตัวรองพื้นรุ่นก่อน หลังจากเกลี่ยมันจะมีความเหนียวๆในช่วงแรกสักพักมันจะเริ่มแมทท์ค่ะ  แต่ในส่วนของรองพื้นคุชชั่นรุ่นล่าสุด สำหรับเราแล้วคิดว่าตัวนี้หลังจากเกลี่ยไปแล้วจะไม่มีความเหนียวเหนอะหนะอะไรค่ะแต่จะแมทท์ไปเลย   การปกปิดถ้ามองเผินๆก็ดูจะปกปิดได้เท่าๆกัน แต่ถ้าดูใกล้ๆแล้ว ตัวรองพื้นรุ่นก่อนจะมีความปกปิดมากกว่านิดนึงค่ะ 

    และแล้วววววว ก็ต้องมีศึกล้างตาา ดวลกันรอบสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะที่แท้จริง ในรอบนี้เราเลยมาวัดกันที่ความติดทน ทดสอบโดยการตักน้ำมาราดแขนที่ปาดเนื้อผลิตภัณฑ์​ไว้ แล้วลองถูเนื้อผลิตภัณฑ์​ดูว่าผลจะออกมาเป็นยังไง และผลลัพธ์​ที่ได้จากการทดสอบไปหลายรอบก็ได้ออกมาตามนี้เลยค่ะ.. 

ด้านบนเป็นผลลัพธ์​ของ วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์  ฟาวเดชั่น และด้านล่างเป็นผลลัพธ์​ของ วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ หลังจากที่ทดสอบการกันน้ำด้วยการตักน้ำมาราดที่แขนแล้วถูบริเวณเนื้อรองพื้นที่ทาไว้ เราซ้ำแบบนี้ประมาณ 5รอบค่ะ
"ด้านบนเป็นผลลัพธ์​ของ วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ ฟาวเดชั่น และด้านล่างเป็นผลลัพธ์​ของ วัน-ทู-บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ หลังจากที่ทดสอบการกันน้ำด้วยการตักน้ำมาราดที่แขนแล้วถูบริเวณเนื้อรองพื้นที่ทาไว้ เราซ้ำแบบนี้ประมาณ 5รอบค่ะ"

      ได้เห็นกันไปแล้วนะคะ สำหรับประสิทธิภาพ​การกันน้ำของทั้งสองรุ่นจากการทดสอบแย่างคร่าวๆของเรา ในรอบนี้เราก็ต้องยกให้ตัวรองพื้นก่อนเป็นฝ่ายชนะไปค่ะ เพราะหลังจากทดสอบไปหลายรอบ เนื้อผลิตภัณฑ์​ยึดเกาะติดอยู่กับแขนเราเกือบ100%เลย ในขณะที่ตัวรองพื้นคุชชั่นมีหลุดไปบ้างค่ะ

     สรุปผลการเปรียบเทียบของเรากันเลยนะคะ สำหรับรองพื้นในสองรุ่นนี้  เรื่องแพ็กเกจเรายกให้ตัวรองพื้นแบบคุชชั่นรุ่นใหม่เป็นฝ่ายชนะไปค่ะ  ในส่วนของเรื่องเฉดสีก็ต้องยกให้รองพื้นรุ่นก่อนที่มีเฉดสีให้เลือกมากกว่าชนะไป  เรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์​และการปกปิดเราให้เสมอกันทั้งคู่ เนื่องจากทำออกมาได้ดีทั้งคู่ค่ะ ท้ายสุดในเรื่องการกันน้ำนั่นเราก็ต้องยกให้ตัวรองพื้นรุ่นก่อนของเขาชนะไปค่ะ................

     เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากที่เพื่อนๆได้ลองอ่านดูแล้วคิดว่าจะเชียร์ฝั่งไหนกันเอ่ยย? ระหว่าง รุ่น วัน-ทู บิวตี้​ฟูล​ แ​อร์รี่​ แม​ทท์ ฟ​า​ว​เดชั่น​ กับรุ่น  วัน-ทู บิวตี้ฟูล แอร์รี่ แมทท์ คุชชั่น ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ50+ พีเอ+++ ชอบรุ่นไหนคอมเมนต์กันเข้ามาได้เลยนะคะ~

      ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องย้ำอีกทีว่านี่เป็นการเปรียบเทียบกันอย่างคร่าวๆเท่านั้น ไม่ได้ละเอียดอะไรมากเท่าไหร่ เนื่องจากเรายังไม่ได้ทดลองด้วยการทาที่ใบหน้าแล้วออกไปใช้ชีวิตประจำวัน เจอกับสภาพอากาศค่ะ ไว้จะมาลองเทียบกันแบบละเอียดยิบให้ได้ดูกันในกระทู้หน้านะคะ และในกระทู้นี้เราก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์​ไท่มากก็น้อยค่ะ 

    สำหรับการเขียนกระทู้ในครั้งนี้ก็ต้องจบไว้เพียงเท่านี้ค่า ไว้เจอกันใหม่นะคะ~ ❤️❤️❤️❤️   

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย