Review : Clinique ID สูตรสีฟ้า มันจะช่วยได้จริงหรอแก???

and.ann.ans

and.ann.ans

ดู Profile

แก๊!!!!!! เราได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดี 30 คนที่ได้ไปร่วมงาน JebanxCliniqueID แหละ พูดเลยว่าดีใจมากอ่ะ เพราะตัวเราเองก็พยายามเฟ้นหาสกินแคร์ที่ถูกกับจริตและสภาพหนังหน้าที่มีปัญหาของเราอยู่ตลอด ก็ได้แต่หวังว่านวัตกรรมจะช่วยให้เราสวยขึ้นได้ พอรู้ว่าจะได้มางานนี้ก็กรี๊ดสิคะ รออะไร
หลังจากที่เราไปลงทะเบียนที่หน้างานเสร็จแล้ว ก็มีน้อง BA พุ่งเข้าชาร์จเราทันที ไม่ปล่อยให้เรายืนเคว้งเล่นน้ำลายอยู่คนเดียว 😆😆 น้องก็ได้มีการสอบถามเราถึงสกินแคร์ที่ใช้อยู่ สภาพผิวคร่าวๆ ของเรา และความสนใจในผลิตภัณฑ์

พอคุยกันจนได้ข้อมูลเป็นที่พอใจกันแล้ว น้องก็ทำการแสกนใบหน้าเรา เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาสภาพผิวที่แท้ทรูของเราค่ะ ซึ่งมันเริ่ดมากแม่!!! คือแอพตัวนี้นางรู้ปัญหาในชีวิตของเราดีกว่าตัวเราอีก และน้องก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ประหนึ่งนางเป็นร่างอวตารของพี่อ้อย พี่ฉอดยังไงอย่างงั้นเลย อุ๊ย หยอกๆ จ้าาาา อ้อ แต่แนะนำสาวๆ ที่อยากจะไปรับการวิเคราะห์สภาพผิวนิดนึงนะคะ ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดคือควรจะแต่งหน้าอ่อนๆ หรือไม่แต่งหน้าเลยจะดีที่สุดค่ะ เพราะเราจะได้รู้ถึงปัญหาที่แท้จริงของเรามากที่สุด เพราะนี่ดิชั้นน้าาานนนน ปัดแก้มแดงเป็นตูดลิงเลยค่ะ เอาว่าคนมองมาจากฝั่งสยามร้อนยังเห็นว่าปัดแก้มมา เครื่องเลยวิเคราะห์ว่าปัญหาของเราคือสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่พอเช็ดแก้มออกแล้วตรวจใหม่ ก็ได้ความว่ารูนั้นกว้างมากค่ะ 555
พอหลังจากที่เราได้รับการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างครบถ้วนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปลองผลิตภัณฑ์กันแล้วค่ะ ใจนี่ก็อยากจะลองให้ครบทั้งเคาท์เตอร์ เอาแบบลบหน้าแล้วแต่งใหม่หมดเลย แต่โชคดีที่คำสอนของแม่ดังขึ้นมาในหัวว่าความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี อย่าเห็นแก่ของฟรีจนไม่คิดเกรงใจใคร 5555 เราก็เลยได้แต่ลองจุ๊บจิ๊บๆ ไป ซึ่งทางเรานั้นก็ค้นพบว่าาาาาา เฮ้ย แก๊!!! มันดีหลายอย่างเลยนะ
เดินเล่นเอ๊าะแอ๊ะกันพอหอมปากหอมคอ ก็เข้าสู่ช่วงที่มีสาระประโยชน์มากๆ ของงาน นั่นก็คือการบรรยายสรุปค่ะ 555

และจากการที่เราเป็นคนตั้งใจฟังคนอื่นพูดมากๆ เราก็ได้ความดังนี้ค่ะ

- Clinique ID คือสินค้านวัตกรรมนะคะคู๊นนนน บ้าบออออออ นวัตกรรมตั้งแต่แพ็คเกจแล้วอ่ะ เพราะเป็นการที่ให้เรา customize สกินแคร์ที่เหมาะกับผิวเราได้เอง โดยให้เราเลือกตัวเบสที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ตามสภาพผิว และเลือกบูสเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาผิวที่ตรงจุดมากขึ้น แล้วก็เอามาประกอบร่างเป็นสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวเรามากที่สุด โดยที่เวลาเรากดตัวผลิตภัณฑ์ออกมา เราจะได้ตัวเบส 90% และบูสเตอร์อีก 10% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ทาง Clinique เค้าคิดมาแล้วว่าดี

- ตัวเบสมอยส์เจอร์ไรเซอร์มีให้เลือก 3 แบบ คือ
1. Moisturizing Lotion เหมาะกับคนผิวแห้ง
2. Oil-Control Gel เหมาะกับคนผิวมัน
3. Hydrating Jelly เหมาะกับคนผิวขาดน้ำ

- ในส่วนของบูสเตอร์นั้นมีให้เลือกถึง 5 สูตร คือ
1. สีฟ้า เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ไม่เรียบเนียน
2. สีเขียว เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้และระคายเคืองง่าย ผิวอ่อนแอ
3. สีส้ม เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวอ่อนล้า ไม่เฟรช นอนน้อย
4. สีม่วง เหมาะสำหรัวคนที่กังวลเรื่องริ้วรอย
5. สีขาว เหมาะสำหรับคนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา มาถึงช่วงท้ายของงาน หลังจากที่เราได้ความรู้แบบจุกๆ กันไปแล้ว ก็ถึงเวลาของการถ่ายภาพหมู่เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงเราได้มาเจอกัน (จะเล่นใหญ่เพื่อ?) 555
ผลลัพธ์ : หลังจากที่ใช้ Clinique ID Moisturizing Lotion สูตรสีฟ้ามาเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม บุญบาป รูขุมขุนเล็กลงอยู่นะแก๊!!!!! คือมันก็ไม่ถึงกับกระชับตึงเหมือนรูของสาวอายุ 18 หรอกนะ เพราะนี่คือสกินแคร์ไง ไม่ใช่ยาผีบอก ได้ระดับนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว สำหรับชะนีที่มีปัญหาผิวระดับรุนแรงอย่างเรา คือรุนแรงแบบอีกนิดก็จะเป็นปัญหาสังคมแล้วอ่ะ ทั้งหลุมสิว ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนหย่อนยาน แล้วผิวเลยพาลไม่เรียบเนียน

สรุปคือ ดจียยยยย์!!!!!!!!! ไปซื้อมาใช้ซะ จบ แยกค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย