แนะนำสกินแคร์เพื่อผิวแห้งลอก อุดตันง่าย รอยดำเยอะ | Smindstyle

Smindstyle

Smindstyle

ดู Profile

Skincare for 

Super dry, Ance and Sensitive skin

___________________

  แนะนำสกินแคร์เพื่อผิวแห้งลอก อุดตันง่าย รอยดำเยอะ  

By smindstyle


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ มายกลับมาแล้ว ที่หายไปไม่ใช่อะไร แต่ว่าแต่งหน้าเพราะผิวหน้ามายคือแห้งหนัก ขาดน้ำหนัก แห้งจนมีลอกและแดง ประมาณว่าผิวอักเสบ ทำให้แต่งหน้าไม่ได้เลย รองพื้นไม่เกาะหน้า แต่ตอนนี้หน้าหายดีแล้ว เลยอยากมาแนะนำสกินแคร์ตัวเด็ดที่ทำให้หน้ามายหายและกลับมาแข็งแรง ตอนนี้เริ่มแต่งหน้าได้แล้ว ดีใจมาก ก่อนจะเม้ายาวมากกว่านี้ เราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...

อย่างที่เรารู้กันว่าผิวหน้าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เราจึงต้องดูแลเป็นพิเศษและควรเลือกใช้สกินแคร์ให้เข้าผิวของเรา เพื่อนๆที่มีผิวแห้งและอุดตันง่าย ต้องเลือกสกินแคร์ให้ดีนะคะ อย่างตัวมายเองตามหาสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นและลดอาการลอกแดงของผิว เพราะฉะนั้นเนื้อครีมที่มายเลือกใช้ค่อนข้างจะมีเนื้อที่หนักและบางปนกันไป แต่สกินแคร์ทั้งหมดนี้ที่มายเอามาแนะนำให้เพื่อนๆ เป็นสกินแคร์ที่ใช้ทุกวันและที่สำคัญคือไม่อุดตันผิว ช่วยทำให้ผิวมายชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้นค่ะ


การดูแลผิวที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดผิวนะคะ โดยครั้งนี้มายมีตัวช่วยดีๆสำหรับผิวที่อ่อนแอ บอบบางและแพ้ง่ายมาฝาก

ตัวแรกก็คือ Ainterol Micellar Cleasing Waters เป็นคลีนซิ่งรูปแบบน้ำ ที่ช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้า ตัวมายเองใช้ทุกวันก่อนจะล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นวันที่แต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า ซึ่งมายแนะนำให้เพื่อนๆเช็ดหน้าทุกวันแบบนี้นะคะ เพราะจะช่วยลดการอุดตันของผิวได้ ซึ่งตัวนี้มายแนะนำมากๆ เพราะเค้าอ่อนโยน แต่สามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้ดี เป็นออแกนิคอีกด้วย (ซื้อตุนหนักมาก) ราคา 300 กว่าบาท มาในขนาด 500 ml. พิกัด all about you แต่ว่ากลิ่นของน้องเค้านั้น… อาจจะทำให้รู้สึกสะดุดเบาๆ เพราะเค้าไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ 


อีกตัวที่มายใช้มาสักพัก ก็คือ Caudalie Gentle Cleansing Milk เป็นคลีนซิ่งที่มาในรูปแบบของเนื้อครีม เนื้อสัมผัสเบาๆ มายจะใช้ในวันที่แต่งหน้า นวดคลีนซิ่งให้ทั่วหน้า และเช็ดออกด้วยลำสี หลังจากนั้นใช้ cleansing water ซำ้อีกครั้งเพื่อ re-check ว่าหน้าของเราสะอาดจริงๆ สำหรับตัวนี้บอกตรงๆว่า ในว่าที่เราแต่งหน้าแบบค่อนข้างเต็ม น้องไม่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด ต้องใช้คลีนซิ่งต่อ เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า ก็ถ้ายังต้องใช้ตัวอื่นอีกจะใช้ตัวนี้เพื่อ? คำตอบคือมายไม่อยากจะเช็ดหน้าเยอะ การใช้ตัวนี้ เค้าช่วยให้มายใช้สำลีเช็ดหน้าน้อยลง ก็เท่านั้นค่ะ อีกหนึ่งความพิเศษที่ชอบคือ เค้าช่วยให้หน้าของมายชุ่มชื้น ตัวนี้ไม่ใช่แค่ทำความสะอาด แต่รู้สึกว่าหน้าได้รับบำรุงไปด้วย ราคา 1000 ต้นๆ ขนาด 200 ml. พิกัด Sephora ถือว่าราคาเค้าค่อนข้างแรงพอตัวเลยค่ะ


แนะนำสำหรับคนที่แต่งหน้าน้อยๆบางๆ อยากหาอะไรที่มากกว่าแค่ใช้ cleansing water ช่วยทำให้หน้าชุ่มชื้นไปในตัว แต่ถ้าใครแต่งหน้าแน่น ตามหา cleanser ที่ล้างออกได้ครั้งเดียวหมด ตัวนี้มองข้ามไปได้เลยค่ะ 


สำหรับ cleanser ล้างหน้าช่วงนี้มายยังไม่ได้รู้สึกว้าวกับอะไรมากมาย เลยขอข้าม step ไปนะคะ แนะนำว่าหลักจากที่เช็ดหน้าด้วย cleansing แล้วให้ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้ง ตัวมายเองอย่างที่บอกไปหลายๆครั้งว่า จะล้างหน้าด้วยโฟมในตอนเย็นเท่านั้น ตอนเช้ามายจะล้างหน้าโดยใช้แค่น้ำเปล่า เพื่อให้หน้ายังคงมีน้ำมันอยู่บ้าง 55555 เพื่อนๆที่ผิวมันอาจจะคิดว่า แบบนี้ก็ได้หรอ ใช่แล้ว!แบบนี้แหละค่ะ 


หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว มายจะตามด้วยการมาร์คหน้า โดยเลือกใช้เป็น sheet mask มาร์คหน้าแผ่นๆนั่นเองค่ะ การมาร์คหน้าจะช่วยฟื้นฟูหน้าของเราแบบเร่งด่วน เพราะมาร์คเค้าจะมีส่วนประกอบที่เข้มข้นมากกว่าตัวครีมที่เราใช้อยู่ในทุกๆวัน  ซึ่งความถี่ของการมาร์คหน้านั้นก็ขึ้นอยู่คำแนะนำของมาร์คแต่ละประเภทเลยค่ะ

ชีทมาร์ค Faith in Face เป็นแบรนด์ที่เพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเราจะเห็นน้องเค้ามีวางขายในหลายๆที่ ซึ่งมีให้เลือกหลายสูตร และครั้งนี้มายเลือกเป็นสูตร Missing Pore มาค่ะ เพราะความหน้าแห้ง รูขุมขนก็จะกว้างตามมา เพราะงั้นขอมาร์คดักไว้ก่อนเลยค่ะ ความพิเศษของชีทมาร์คตัวนี้คือแผ่นมาร์คแบบไฮโดรเจล เป็นแผ่นมาร์คเนื้อยุ่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหน้าได้มากกว่าแผ่นมาร์คแบบปกติ แผ่นมาร์คแบบนี้กักเก็บ serum ไว้ได้ดี ระหว่างที่มาร์คแผ่นมาร์คจะค่อยๆติดแนบผิวขึ้น นี้แหละเป็นสิ่งที่มายชอบมาก มาร์คแล้วรู้สึกสบายผิว ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ ถือเป็นคุณสมบัติพิเศษของแผ่นมาร์คแบบ hydrogel มาร์คทิ้งไว้ 15 นาทีแค่นั้นพอ หลังมาร์คแผ่นมาร์คจะบางลงเป็นสัญญาณที่ทำให้รู้ได้เลยว่าตัว serum นั้นได้ซึมเข้าสู่ผิวทั้งหมดแล้ว  ลอกออกได้เลย แนะนำให้แช่ในตู้เย็นก่อนมาร์ค จะช่วยเพิ่มความฟินในเวลามาร์ค นอกจากนั้นความเย็นนี้จะช่วยในการกระชับรูขุมขนได้อีกน้า หลังการมาร์ครู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้นขึ้น ผิวที่แห้งและขาดน้ำดูสุขภาพดีมากขึ้น รูขุมขนแลดูกระชับมากขึ้น หลังใช้มาร์คตัวนี้มายก็แต่งหน้าต่อเลย เมื่อหน้าเราชุ่มชื้นบำรุงมาอย่างเต็มที่ ก็ช่วยทำให้เมคอัพของเราสวยและติดทนมากขึ้น แนะนำมากๆสำหรับคนที่ผิวแห้งขาดน้ำ และมีความกังวลเรื่องรูขุมขน ราคา 129 บาท เค้าจัดโปรบ่อยมาก บอกเลยซื้อตอนโปรคุ้มสุด


หลังการมาร์คหน้า เราก็มาบำรุงกันต่อค่ะ อยากผิวสวยเราต้องไม่หยุด...ไปต่อกันเลยค่ะ

สำหรับตัวนี้มายพึ่งใช้มาได้ไม่นาน แต่น้องเค้าช่วยเติมความชุ่มชื้นให่หน้ามายได้ดี เลยขอเอามาพูดกันซะหน่อยกับ SOS hyaluron concentrate serum X3 เป็นเซรั่มขวดจิ๋วที่แจ๋วมากๆ เพราะเค้ามีส่วนผสมของ hyaluron ถึง 3 โมเลกุลที่จะเข้าไปซึมลึกเข้าไปถึงผิวชั้นใน เพราะคำเคลมเลยตัดสินใจซื้อมาแบบ เห้ยของมัยต้อง! ราคาน้องเค้าอยู่ที่ 299 หรือ 199 บาทประมาณนี้ มายซื้อมาจาก Tops ซึ่งมายคิดว่าน้องก็ไม่ได้ถูกมาก เพราะมาในปริมาณที่น้อยนิดเพียง 10 ml. เท่านั้น หลังจากการใช้ครั้งแรก รู้สึกเลยว่า เห้ย!หน้ามายชุ่ทชื้นขึ้น หน้าที่แห้งมากจนผิวหน้าดูไม่โอเค กลับมาดูชุ่มชื้นขึ้น ซื้อรู้สึกดีใจที่ซื้อมาค่ะ โดยส่วนตัวชอบที่น้องเค้าไม่แต่งอะไรเยอะ ชอบความที่ simple แบบว่าเป็นเซรั่มที่มีแต่สารที่เติมความชุ่มชื้นอย่าง hyaluron ไม่มีสีและกลิ่น ซึมเข้าผิวได้ค่อนข้างดี แต่สำหรับคนที่หน้ามันอาจจะรู้สึกว่าน้องมีความเหนอะๆบนผิวค่ะ 


หลังจากเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ข้อกังวลอีกเรื่องของผิวมายคือ เรื่องของรอยสิวนั่นเอง!

ไม่มีใครไม่รู้จัก Clearly Corrective Dark Spot Solution เซรั่มลบรอยตัวดังจาก Keihl’s ขวดนี้เป็นขวดที่ 2 แล้วค้าบ ตัวมายเองเป็นคนที่เป็นสิวเยอะมาก่อน มีการกดสิว สิวทิ้งรอยดำรอยแดงเอาไว้อยู่เยอะพอสมควร เท่าที่มายใช้ผลิตภัณฑ์ที่เคลมเอาว่าช่วยลดรอยแดงรอยดำมาหลายแบรนด์ มายชอบ Keihl’s ที่สุด ไม่ใช้ว่าน้องเค้าลบได้เหมือนเอายางลบมาลบ แบบทาวันนี้พรุ่งนี้หาย ทุกอย่างต้องใช้เวลา อย่างมายเองเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ตัวนี้จริงๆหลังจากใช้มาแล้วประมาณ 2 เดือน คือรอยสิว รอยดำ รอยแดง หน้าดูคลีนๆเคลียร์ๆ เพราะรอยต่างๆจางลง ใช้มาต่อเนื่องรอยก็ดีขึ้นๆเรื่อยค่ะ ขวดแรกมายใช้เช้าและเย็น แต่ว่าตอนนี้ลดปริมาณการใช้ลง แค่ตอนกลางคืนอย่างเดียว ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ผิวหน้ามีปัญหาหนัก ลดการใช้น้องลง เพราะไม่อยากให้อะไรไปกระตุ้นผิวมาก แต่สำหรับคนที่ผิวหน้าปกติ ก็ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นจ้า


จัดการกับความลำคาญใจอย่างเรื่องรอยสิวไปแล้ว งานผิวหน้าชุ่มชื้นและแข็งแรงต้องตามมาค่ะ

สำหรับแบรนด์นี้ Placentor Fluide hydratant แบรนด์สกินแคร์จากฝรั่งเศส ถือว่าใหม่สำหรับมายมากๆ รู้จักน้องเค้าจากพี่ที่ร้าน all about you แนะนำมาค่ะ เพราะเข้าไปขอให้เค้าช่วยแนะนำครีมที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมทำให้ผิวแข็งแรง เอาหน้าสดๆที่มีปัญหาอยู่ไปให้เค้าดูเลยจ้า ซึ่งเค้าก็แนะนำตัวนี้มา ราคาน้องอยู่ประมาณ 850 บาท ปริมาณ 40 ml. เป็นครีม moisturizer ที่เนื้อบางเบา ซึมเร็ว กลิ่นหอมอ่อนโยน แบบว่าผ่อนคลายๆ ที่สำคัญเค้าเป็น Plant origin ที่มายเข้าใจคือส่วนประกอบมาจากพืชเป็นหลัก สิ่งนี้แหละที่ทำให้มายตัดสินใจซื้อ ตอนที่หน้าอ่อนแอมากๆ อยากใช้อะไรที่มากจากธรรมชาติๆ เพราะคิดว่าน่าจะดีกับผิวมากกว่า ซึ่งตัวนนี้ก็เป็นครีมตัวนึงที่ทำให้ผิวหน้าของมายค่อยๆดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นค่ะ 


ตัวสุดท้ายขออยู่ในหมวดเติมความชุมชื้นและเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวอยู่น้า

แบรนด์ Cera Ve เป็นแบรนด์ที่เราๆอาจะไม่ได้รู้จักกันนัก ตัวมายเองก็พึ่งจะมารู้จักน้องเค้าไม่นานมานี้ จากการแนะนำจากพี่ร่วมงาน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายทั่วไปเลยค่ะ มายคิดว่าอารมณืเดียวกับ physiogel เลย แต่ว่าน้องคนนี้มาในราคาที่ถูกว่ามากกกก หลอดนี้มายซื้อ 165 บาท (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) ปริมาณ 50 ml. ซึ่งเค้าจะช่วยในเรื่องการเติมความชุ่มชื้น เพราะเป็น Moisturising cream for dry to super dry skin กันเลย ขอบอกตรงๆเลยว่าครีมตัวนี้มีส่วนช่วยมากๆที่ทำให้ผิวที่ลอกแดงของมายดีขึ้น หลังจากการใช้ 3 วัน เนื้อครีมค่อนข้างหนัก แต่ไม่ทำให้ผิวอุดตันนะคะ สำหรับมายตอนนี้ใช้คำว่าโบกครีมเลยดีกว่า หลังจากโบกมาตอนนี้ก็อาทิตย์กว่าๆ ผิวหน้าเริ่มจะกลับมาโหมดปกติที่พอจะมีน้ำมันบนหน้าอยุ่บ้าง โดยส่วนตัวรู้สึกดีนะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ หน้าแห้งจนดึง แสบหน้าเป็นบางครั้ง รู้สึกผิวหน้าแย่มาก ตอนนี้เลยรู้สึกดีที่อาการเหล่านั้นหายไป แต่มายคิดว่าสำหรับคนที่หน้ามัน ตัวนี้อาจจะไม่เหมาะนะคะ เพราะอาจจะทำให้หน้ามันกว่าเดิมได้ค่ะ 

ทั้งหมดนี้ก็คือขั้นตอนและสกินแคร์ที่มายใช้อยู่ในช่วงนี้ เพื่อนๆจะเห็นได้ว่าเป็นสกินแคร์หลักร้อย ราคาไม่แรงมาก มายจะบอกว่ามีสกินแคร์ราคาหลักร้อยหลายตัวที่มีคุณภาพดีมาก แต่หลายๆครั้งที่เราก็จะมองข้ามน้องๆไป เพราะความที่มันหายง่ายเกินไป แบบว่าเห็นจนชินตานั่นเอง ถ้าเพื่อนมีสกินแคร์ที่หาซื้อง่าย ราคาหลักร้อย ช่วยเติมความชุ่มชื้นแบบสุด ก็มาแนะนำกันบ้างน้า 


วันนี้ก็จบเท่านี้ก่อนน้า ไว้มายมีอะไรเด็ดอีก จะมาแนะนำเล่าสู่กันฟังแบบนี้

หวังว่าจะเป็นประโยคกับเพื่อนๆนะคะ ขอบคุณค่ะ

________________________________

บาย!

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย