ไปต่อหรือพอแค่นี้? Clarins Skin illution SPF 15 รองพื้นงานผิว บนผิวผสม/รูขุมขนกว้าง

4th

shiki

shiki

ดู Profile

สวัสดีค่ะสาวๆ 🙏 ป้าอบกลับมาอีกแล้วววว มาดึกๆ ดื่นๆ เพราะหนีจากการเตรียมตัวสอบมา 55+ ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างเพราะป้าสุ่มตัวอ่านหนังสืออยู่นะฮ่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า! วันนี้ป้าจะมารีวิวรองพื้นตัวใหม่ ที่ป้าสอยมาลองเร็วๆ นี้
นั่นก็คือออออ

 Clarins Skin Illusion Foundation  SPF 15 

นั่นเอง เอง เอง เอง เอง 😁😁

โดยรองพื้นตัวนี้จะเป็นเนื้อเซรั่ม บางเบา โดยทางแบรนเคลมมาดังนี้
  • ทำให้สีผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมออย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีประกายชิมเมอร์มุกละเอียด จับแสง กระจายแสง ให้ผิวดูสว่างกระจ่างใส
  • อำพรางทุกจุดบกพร่อง บำรุงผิวด้วยออยล์แบบไร้ความมัน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
หลังจากที่อ่านคำเคลมต่างๆ แล้ว ป้าก็พบว่ารองพื้นอันนี้มันไม่น่าจะเหมาะกับผิวเรา 55+ แต่ก็นะ ด้วยความที่เป็นทาสการตลาด และอยากลอง ประกอบกับได้มาในราคาที่ลดมากกว่าครึ่ง! ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ขอลองหน่อยเถอะ ว่าจะผ่านหรือได้ไปต่อ!

*สภาพผิวของอบ : ผิวผสม รูขุมขนกว้าง มีฝ้าที่โหนกแก้มและช่วงที่ทดลองใช้ยังมีสิวขึ้นมาอีกเพราะไปต่างจังหวัด นอนไม่พอ หน้าแย่มากเว่อร์

***กระทู้นี้อบใส่ภาพที่ค่อนข้างความละเอียดสูงมา เพื่อว่าทุกคนจะได้เห็นงานจริงบนผิวอบ สาวๆ สามารถคลิกขวาบนรูปแล้วจิ้ม view image เพื่อดูภาพ (และรูขุมขน 😭) ขนาดใหญ่ได้ เพื่อประกอบการพิจารณานะจ่ะ ❤



หน้าตาเค้ามาในขวดแก้วแบบนี้ อบได้สี 114 Cappuccino มาลองจ้า
"หน้าตาเค้ามาในขวดแก้วแบบนี้ อบได้สี 114 Cappuccino มาลองจ้า"
เนื้อ : เนื้อค่อนข้างเหลว บางและไหล เกลี่ยง่ายมาก กลืนไปกับผิวได้ดีมากๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามสไตล์ Clarins ไม่ฉุน อบลองหลายครั้งก็ไม่ได้แพ้อะไร

สี : เข้าไทยทั้งหมด 8 สี อบได้สี 114 Cappuccino มาลอง ซึ่งแบบเป็นโทนสี Natural ไม่เหลือง ซึ่งเราเป็ยคนผิวเหลืองไงเลยแอบเฟล นิดๆ แถมแอบเข้มว่าผิวอบด้วย เบอร์ 111 Auburn ก็แอบขาวไปอีก 😭 (**สีนี้แอบเข้มกว่า NC42 นะคะสาวๆ คนไหนจะไปซื้อดูดีๆ ก่อนเด้อ)
เนื้อไหลเลยละ รูล่างคือเอานิ้วปาดปืดเดียวเดียว จะเห็นว่าเนื้อเค้ากระจายตัวได้ดีมากๆ เอาจริงๆ แอบชอบเนื้อเค้านะ
"เนื้อไหลเลยละ รูล่างคือเอานิ้วปาดปืดเดียวเดียว จะเห็นว่าเนื้อเค้ากระจายตัวได้ดีมากๆ เอาจริงๆ แอบชอบเนื้อเค้านะ"
เกลี่ยบนผิวให้ดู คือเกลี่ยง่ายมากๆ ให้ฟินิชบนผิวที่สวยเลย ฉ่ำๆ รูปล่างทดลองเอาน้ำสาด (สาดจริงๆ) รองพื้นไม่ขึ้นคราบใดๆ กันน้ำได้ด้วยเด้อ
"เกลี่ยบนผิวให้ดู คือเกลี่ยง่ายมากๆ ให้ฟินิชบนผิวที่สวยเลย ฉ่ำๆ รูปล่างทดลองเอาน้ำสาด (สาดจริงๆ) รองพื้นไม่ขึ้นคราบใดๆ กันน้ำได้ด้วยเด้อ"
ทีนี้ลองซับน้ำออกด้วยทิชชู่เบาๆ มีรองพื้นติดออกมากับทิชชู่เล็กน้อย (ไม่ได้เซ็ตด้วยแป้งใดๆ) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรองพื้นเค้าต้องการความฉ่ำวาวละ เนื้อเค้าเลยไม่เซ็ตตัวเอง แต่ไม่เป็นคราบ รูปล่างลองเอาทิชชู่ปาดๆ แรงๆ 4-5 ทีตรงใต้เส้นประ มีรองพื้นหลุดออกมาเยอะเหมือนกัน แต่ก็ยังเหลือติดบนผิวอยู่ไม่ได้หายไปเลย แอบประทับใจความติดทนนะ เมื่อเทียบกับตัวเนื้อและฟินิชที่ได้
"ทีนี้ลองซับน้ำออกด้วยทิชชู่เบาๆ มีรองพื้นติดออกมากับทิชชู่เล็กน้อย (ไม่ได้เซ็ตด้วยแป้งใดๆ) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรองพื้นเค้าต้องการความฉ่ำวาวละ เนื้อเค้าเลยไม่เซ็ตตัวเอง แต่ไม่เป็นคราบ รูปล่างลองเอาทิชชู่ปาดๆ แรงๆ 4-5 ทีตรงใต้เส้นประ มีรองพื้นหลุดออกมาเยอะเหมือนกัน แต่ก็ยังเหลือติดบนผิวอยู่ไม่ได้หายไปเลย แอบประทับใจความติดทนนะ เมื่อเทียบกับตัวเนื้อและฟินิชที่ได้"
เอาละลองกับแขนไปแล้วมาลองกับหน้ากัน จริงๆ อบทดลองใช้อยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่ง โดยสลับๆ ใช้กับแป้ง+primer ต่างๆ ที่มีอยู่ แต่วันนี้จะนำมาลงให้ดูกัน 2 วัน คือวันแรกที่อบลองใช้ และวันสุดท้ายที่อบคิดว่าอบหาวิธีใช้น้องเค้าให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดแล้วกันน้า กลัวจะยาวเกิน 55+

 DAY 1  


อบเลือกใช้เทียบกันระหว่างข้างที่ใช้ primer และไม่ใช้ primer โดย primer ที่อบใช้วันนี้คือตัว Clarins sos primer ซึ่งอบใช้ primer ตัวนี้อยู่แล้วเพื่อช่วยอำพรางรูขุมขน และเซ็ตทั้งสองข้างด้วยแป้ง Urban decay velvetizer (ช่วยคุมมันและพรางรูขุมขนเช่นกัน) อบใช้ฟองน้ำในการลงจ้า
คลิกขวาบนรูป แล้วจิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวาบนรูป แล้วจิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
จะเห็นได้ว่าแม้ primer จะช่วยพรางรูขุมขนไปบ้าง แต่เนื่องจากความวาวของเนื้อรองพื้นเอง เค้าเลยดูเหมือนไปเน้นรูขุมขน 😭 ดูไกลๆ มันก็ดูฉ่ำวาวดีหรอก แต่ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นรูขุมขนเบิกบานเลยจ้า แต่ไม่เป็นไร เราแก้ด้วยแป้งพรางรูขุมขนของเรา
คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
เอาจริงๆ เราชอบฟินิชนะ ฉ่ำสวย ปกปิดได้ประมาณกลางๆ ถ้าผิวเราดี เค้าจะสวยมาก แต่ผิวเรารูขุมขนกว้างไป  ฮรือออ ลงแป้งแล้วโอเค รอด! (ขออภัยสิวเม็ดนั้น น้องจู่ๆ ก็ขึ้นมา 55+)
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
ผ่านไป 6 ชม กับการออกไปนั่ง bts ขึ้นรถเมลล์ ไปเดินห้าง เดินตามหาร้านนม อากาศ ครึ้มฟ้าครึ๊มฝน ไม่ค่อยมีแดด แต่อบอ้าวเล็กน้อย ถือว่ายังโอเคอยู่ ไม่ได้เยิ้ม เราแอบโดนฝนหน่อยๆ กลับมาเลยต้องซับหน้า เลยลองเติมแป้งดู กลับไปสวยเหมือนเดิม ไม่เป็นคราบ ผ่าน!!!
คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
ผ่านไป 11 ชม ตรงจมูกและรอบๆ จมูกนั้นอาจจะหลุดไปบ้างแล้วเพราะตรงนั้นเค้ามัน แต่ที่อื่นมันยังโอเคเลยนะ ถ้าเทียบกับเนื้อมันไม่น่าจะอยู่รอด บอกเลยประทับใจจจจจ คือใช้ รองพื้น Clarins + ไพรเมอร์ Clarins + แป้ง UD รอดดดดด

มาดูอีกข้างที่ไม่ได้ใช้ไพรเมอร์ แต่อบเซ็ตด้วยแป้งฝุ่นตัวเดียวกันนะ
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู"
แน่นอนว่าเห็นรูขุมขนมากกว่า ก็เนื้อเค้าฉ่ำขนาดนี้ จะรอดได้ไง (ไม่เจียมเอง😭)
คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้ม view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู"
แป้งช่วยชีวิตจริงจังงงง

คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อการ zoom ที่แท้ทรู"
ด้านที่ไม่ใช้ไพรเมอร์หลังผ่านไปแล้ว 6 ชม. มันกว่าด้านที่ใช้ไพรเมอร์นิดหน่อย ซับหน้าแล้วเติมแป้ง ก็ไม่ได้เป็นคราบแต่อย่างใด กลับไปเนียนเหมือนเดิม เฮ้ยดีต่อใจ!
คลิกกว่า จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกกว่า จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
ด้านที่ไม่ได้ใช้ไพรเมอร์หลังผ่านไป 11 ชม. ถามว่าแย่ไหม ก็ไม่ได้แย่ แต่รองพื้นหลุดออกไปมากกว่าด้านที่มีไพรเมอร์ และแอบมันกว่าหน่อยๆ ไม่มีคราบ หรือตกร่องใดๆ เราให้ผ่านนะ

ต่อไปเป็นการทดสอบวันที่ 2-3-4 ที่อบทำไว้แต่ไม่ได้เอามาลงเด้อ (มันจะยาวเกินและขี้เกียจทำรูปด้วยประเด็น 555+) ถ้าข้องใจขอดูได้ จะเอามาอัพให้ กร้ากกก

 DAY 2  

ทดสอบโดยการใช้ไพรเมอร์ clarins ครึ่งหน้า และไม่ set แป้งใดๆ อย่าให้ said เลย วันนั้นทั้งวันเยิ้มมมมมมมม 😭 ผิวผสม/ผิวมันอย่าลองแบบเค้านะ

 DAY 3  

ทดสอบโดยการใช้ไพรเมอร์ clarins ทั้งหน้า ด้านหนึ่ง set ด้วยแป้ง LM อีกด้าน set ด้วยแป้ง Hourglass
- ด้านแป้ง LM แอบเห็นรูขุมขนมากกว่าตอนใช้แป้ง UD เซ็ต ต้องเติมแป้งระหว่างวันเหมือนกัน แต่ไม่เยิ้ม อยู่ได้ยันเย็น
- ด้านแป้ง Hourglass ไม่ช่วยเบลอรูเลยยยย 😭 ต้องเติมแป้งระหว่างวัน แถมยังดูหนาๆ ตกเย็นมาแอบตกร่องน้ำหมากเล็กน้อย หน้าแอบมัน ตัวนี้น่าจะเหมาะกับรองพื้นคุมมันมากกว่าเด้อ

 DAY 4  

ทดสอบด้วยการใช้ไพรเมอร์ของ Hourglass ครึ่งหน้า และ ไพรเมอร์ smash box ครึ่งหน้า ฝั่ง Hourglass ตบด้วยแป้งฝุ่น Hourglass อีกด้านใช้แป้ง THREE รุ่น Translucent
- ฝั่งไพรเมอร์ Hourglass + แป้ง Hourglass ให้ฟินิชที่แมทขึ้น รูขุมขนไม่เบิกบานเหมือนวันที่ 3 แต่ก็ไม่ได้เนียนเท่าตอนใช้แป้ง UD ต้องเติมแป้งระหว่างวันอยู่ดี ยังแอบมีตกร่องน้ำหมากตอนเย็น
- ฝั่งไพรเมอร์ smashbox + แป้ง THREE รูขุมขนดูเบลอกว่าฝั่ง Hourglass แอบชอบแป้ง Three ที่ทำให้ดูเป็นผิวมากกว่า ยังต้องเติมระหว่างวันอยู่ แต่ตอนเย็นมันน้อยกว่าฝั่ง Hourglass และไม่ตกร้อง

 DAY 5  

ทดสอบโดยใช้การผสมรองพิ้น Clarins กับ Nami ฺBB ซองดำ อบชอบผสมรองพื้นใดๆ ที่ฉ่ำเกิน หรือเข้มเกินกับตัวนี้ เพื่อทำให้รองพื้นสีสว่างเข้ากับผิวมากขึ้นและช่วยให้รองพิ้นคุมมันมากขึ้น ฝั่งหนึ่งใช้ไพร์เมอร์ Clarins + แป้ง UD อีกฝั่งใช้ไพรเมอร์ smashbox + แป้ง THREE และวันนี้นี่เองที่เราค้นหาวิธีใช้รองพื้นตัวนี้สำเร็จ!!!
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
จากรูปจะเห็นได้ว่า ไพรเมอร์ smashbox นั้นสามารถพรางรูขุมขนได้ดีกว่า ไรเมอร์ clarins พอตบแป้งไปแล้ว ฝั่ง smashbox+แป้ง THREE นั้นดูเนียนกว่า แต่ฝั่งไพรเมอร์ Clarins + แป้ง UD ก็ดูเป็นผิวกว่าเช่นกัน
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
ผ่านไป 6 ชม ฝั่ง ไพร์เมอร์ smashbox+ แป้ง THREE มีความมันและรูขุมขนเริ่มโผล่ เลยจัดการซับด้วยทิชชู่เบาๆ แต่ไม่ได้เติมแป้งเพิ่ม ตกเย็นมาผิวยังดูโอเค แต่แอบเป็นรอยกรอบแว่นตารอบขอบตาเพราะเราใส่แว่นนั่นเอง 🤣
คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู
"คลิกขวา จิ้มไปที่ view image เพื่อความ zoom ที่แท้ทรู"
ผ่านไป 6 ชม. ฝั่งไพรเมอร์ Clarins + แป้ง UD ไม่ได้มันจนคิดว่าต้องเติมแป้ง เลยปล่อยยาวไป 11 ชม มาดูอีกทีผิวยังโอเคอยู่ มีหลุดไปตรงจมูกและรอบๆ จมูก มีความมัน แต่อย่าลืมว่าทั้งวันเราไม่ได้ซับหน้าและไมได้เติมแป้งเลย เมื่อเทียบกับที่เนื้อเค้าฉ่ำขนาดนั้น ถือว่าดีเลยละ
สิ่งต่างๆ ที่เราใช้ ไม่ได้ถ่ายแป้งและไรเมอร์ของ Hourglas มาเด้อ

เอาละมาสรุปกัน

ความรู้สึกหลังใช้ - ชอบที่ฟินิช สวย เกลี่ยง่าย เบาหน้ามากเหมือนไม่ได้ลงรองพื้น ปกปิดปานกลาง ปิดฝ้าเราไม่มิด แต่เราใช้คอนซีเลอร์ปิดได้ แต่เนื่องจากผิวเรามันรูขุมขนกว้าง + ผิวผสม เลยต้องวุ่นวายหาอะไรต่อมิอะไรมาช่วยพรางรู+คุมมันเพิ่ม ซึ่งปกติเราก็ต้องทำกับรองพื้นเกือบทุกตัวอยู่แล้ว (ไม่เว้นแม้แต่ esstee duble wear ที่เรายังต้องใช้ไพรเมอร์ช่วยพรางรูขุมขน) เราเลยไม่รู้สึกว่ามันยุ่งยากอะไร ผลการทดลองของเราพบว่าใช้ รองพื้น Clarins + nami bb ซองดำ + ไพรเมอร์ clarins + แป้ง ud บนผิวเราให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด ยังไม่ได้ลองไพร์เมอร์ smash box แทน ไพรเมอร์ Clarins เพราะมันหมดค่ะ! 555+ แต่คิดว่าไม่น่าให้ผลลัพท์ที่แตกต่างกันมากหนัก ส่วนตัวจะเอาไปลองใช้ที่เนเธอแลนด์ช่วงหน้าหนาว ผลลัพท์ที่ได้น่าจะแตกต่าง

หมาะกับใคร - สาวผิวดี ผิวแห้งไปผิวผสมค่อนข้างแห้ง หรือผิวธรรมดา ที่ไม่มีปัญหารูขุมขน สาวผิวผสมที่ค่อนข้างมันอาจจะต้องใช้ตัวช่วยเยอะหน่อย ส่วนสาวผิวมันเราว่าไม่เหมาะ โดยเฉพาะในอากาศบ้านเราและต้องออกมาเดินถนน ใช้ชีวิต ไม่น่ารอด แต่ถ้าวันๆ อยู่แต่ในห้องแอร์ เปิดแอร์ตลอดเวลาอาจจะรอดก็ได้นะ

คะแนน
เนื้อ 5/5 - เกลี่ยง่ายมากๆ เบา สบายผิวสุด
ความปกปิด - 3/5 ปกปิดกลางๆ ก็เนื้อเค้าเบาๆ บางๆ เนอะ
ฟินิช 4/5 - สวย ขนาดเราไม่ชอบความฉ่ำบนผิวเรา เรายังชอบเลย แอบหักนิดหนึ่งที่ไม่ช่วงพรางรูขุมขนเราเลยยยย
ติดทน 3/5 - ทนกลางๆ
คุมมัน 1/5 - ไม่ค่อยคุมมันเท่าไหร่เลย ต้องใช้ไพรเมอร์+แป้งช่วย

ทิ้งท้าย
ทำไมต้องทดลองหลายครั้งให้มันวุ่นวาย --> เพราะรองพื้นนอกจากจะขึ้นกับผิวหน้าคนใช้แล้ว ยังเกี่ยวกับสภาพอากาศ ของที่ใช้ร่วมกัน และปัจจัยอื่นๆ มากมาย ไหนๆ ก็ซื้อมาแล้วอยากลองให้หมดจะได้รู้ว่าต้องใช้ยังไง อันไหนใช้คู่กับอันไหนเวิร์คไม่เวิร์คบ้าง ที่อบลองให้ดู เป็นแค่ไกด์ไลน์เผื่อสาวๆ ที่มีผิวประมาณเดียวกันจะได้พอมีคำตอบว่าเค้าจะรอดบนผิวเราไหม รองพื้นตัวนี้อาจจะไม่ได้ดีสำหรับอบ 100% แต่อาจจะดีงามมากสำหรับสาวๆ อีกหลายคน ยังไงก็ลองไปเลือกไปเทศดูก่อน เผื่อจะเข้ากับสภาพผิวของสาวๆ นะจ้า

สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่อ่าน/ผ่านมาถึงตรงนี้ 55+ มีข้อคิดเห็น แนะนำติชมใดๆ ทิ้งไว้ได้เลยจ้า ตอนนี้ป้าขอพักเหนื่อยแป๊บ พิมพ์นาน พิมพ์ยาวเหลือเกิน กร้ากก XOXO
ปิดท้ายไปด้วยภาพนี้ละจ้า ภาพนี้ก็ซูมได้น้า 555+
"ปิดท้ายไปด้วยภาพนี้ละจ้า ภาพนี้ก็ซูมได้น้า 555+"

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย