Everyday with a Flush Blush รีวิวบลัชทั้งหมด 24 ตัว จาก 18 แบรนด์

Jayskennedy

Jayskennedy

ดู Profile

‪เราเป็นคนผิว nc30-35 สภาพผิวมัน รูขุมขนขว้าง มีสิวบ้าง การเลือกบลัชจึงเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมาอีก เพราะบางตัวอาจจะไปเน้นรูขุมขน พื้นผิวหน้า รอยสิวแห้ง ให้ดูเป็นริ้ว หรือ เป็นก้อน ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับบลัชที่เนื้อค่อนข้างทึบเช่น บลัชที่เป็นแป้งแต่ให้สัมผัสแบบครีมมี่ หรือ มีชิมเมอร์‬

‪เราเป็นคนปัดบลัชมาจนถึงหน้าแก้ม ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราคอนเซิร์นนิดนึง เพราะรูขุมขนส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงหน้าแก้ม เราเป็นคนปัดแบบฟุ้ง ๆ จาง ๆ ระหว่างวันมันก็มีเฟดบ้าง ในรีวิวจะเห็นคำว่า “เฮลตี้” บ่อยหน่อย ถ้าปัดละไม่ดูเฮลตี้จะปัดทำไมจริงแมะ!! ที่นี้เรามาดูรีวิวกันเลย 😳👇🏼‬

1.‪Cover FX Monochromatic Matte+Shimmer Bronzer Duo สี Sunkissed Bronze และ Blush Duo สี Soft Peach (1700THB)

‪คอนเซ็ปของตัวนี้ ”ไม่ใช่พาเล็ตต์ทัวร์ไฮไลท์หรือบลัชไฮไลท์” ซะทีเดียว คำว่า Mono หมายถึง หนึ่ง และ Chromatic หมายถึง สี โดยรวมก็คือ “หนึ่งสี” หรือ “สีเดียว”‬

Soft Peach
"Soft Peach"
Sunkissed Bronze
"Sunkissed Bronze"

‪ดังนั้นสีที่มาในพาเล็ตต์จะเป็นสีที่ไปในทางเดียวกัน มีทั้งแมตต์และชิมเมอร์ คือ เราสามารถ custom เองได้ว่าอยากได้แมตต์ขนาดไหน โกลว์ขนาดไหน ที่เราใช้คำว่า “ไม่ใช่ซะทีเดียว” เพราะบางสีผิวสามารถนำฝั่งชิมเมอร์มาใช้เป็นไฮไลท์ได้อย่างเราใช้ Soft Peach ได้ แต่ Sunkissed Bronze ไม่ได้ ‬

‪เค้าแนะนำให้ลงฝั่งแมตต์ก่อนแล้วค่อยทับด้วยชิมเมอร์ หรือถ้าสะดวกจะแตะผสมกันก็ไม่ผิด เราชอบแบบแรกมากกว่า เท็กซ์เจอร์ฝั่งแมตต์จะเบา ลื่น เนียน ละเอียด แอบมีความแห้งนี้ดนึง พิกเม้นต์แน่นต้องระวัง ส่วนฝั่งชิมเมอร์นุ่มลื่น เบาและไม่เน้นรูขุมขน โกลว์กำลังดีใช้ไฮไลท์แล้วไม่ตกใจ‬

‪สี Soft Peach ที่หนึ่งในดวงใจ ฝั่งแมตต์สีน่ารักมาก ปัดแล้วดูสดใส ฝั่งชิมเมอร์ใช้ไฮไลท์หรือปัดทับแล้วหน้ามันดูสว่างขึ้น แก้มใสเลย 

Sunkised Bronze ฝั่งแมตต์น้ำตาลวอร์มโทนไม่ส้มไม่เหลืองไป ใช้คอนทัวร์หรือบรอนเซอร์ก็ได้ ฝั่งชิมเมอร์สีเข้มไปใช้ไฮไลท์ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะปัดทับฝั่งแมตต์‬

‪Cover FX ทำออกมาได้ดีมากแพ็คเกจสีอ็อฟไวท์ เรียบหรู ดูดีแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ตัวล็อกใช้แม่เหล็กเดี๋ยวนี้เขาไม่ใช้แบบกึ๊บ ๆ กันแล้วนะมันเอ้าท์แล้ว สรุปเลยตัวนี้เวิร์กมีเท่าไรเทใจให้หมด ชอบทุกอย่าง ยังไม่เข้าไทยนะครับ เขามีหลายสี น่าสนใจทุกสีเลย ถ้ามาแล้วต้องไปลองกันให้ได้นะ ‬

2. Lunasol Coloring Sheer Cheeks สี EX05 Pink Beige (1400 THB)‬

‪ ม้ามืดของเราคือน้องคนนี้เลยครับ ปกติไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของ Lunasol เลย ในใจคิดว่าแบรนด์ญี่ปุ่นอ่ะเนาะ มินิมอล นิ่ง ๆ ไม่น่าจะเหมาะ แต่ผิดคาดเลยอ่ะ เดินเข้าไปไม่ได้ตั้งใจจะเสียเงิน ในหัวแบล้งมากสำหรับแบรนด์นี้‬

‪แต่ได้น้องคนนี้มาเฉย ตัวนี้เป็นลิมิเต็ดนะครับ เป็นบลัชสีชมพูนู้ด ๆ สุภาพ สีละมุน เข้าได้กับทุกลุค บิ้ลด์ให้หนักขึ้นสำหรับวันที่ต้องการความเนี้ยบ หรือปัดจาง ๆ สำหรับวันสบาย ๆ ก็ได้เท็กซ์เจอร์ดี ลื่นเบา ไม่เป็นก้อน ชิมเมอร์ละเอียด และไม่เน้นรูขุมขน ต้องใช้แปรงขนแข็งในการจิกสีขึ้นมา‬

‪เวลาลองในไฟห้างมันอาจจะดูวิ้งนิดนึง อยากให้ลองเดินออกมาหาแสงแดดสักหน่อย ตัวนี้ตลับ (700THB) กับรีฟิล (700THB) แยกนะครับ ใครสนใจลองไปหาดูได้ เทใจให้อีกเช่นกัน บอกเลยตอนนี้เรากำลังเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ของเขาด้วย /จด wishlist เรียบร้อย ถ้าได้แล้วคงมี Hual ให้ดูกัน ‬

3. ‪Milani Baked Powder Blush สี Luminoso (690THB)‬

‪ คนนี้ซื้อตามคุณแม่โมเมเลย เห็นคุณแม่เรฟตั้งแต่ก่อนเขาเข้ามาไทยแล้ว จนมีโอกาสได้ไปลอง ก็พบว่า ดีสมคำร่ำลือ เท็กซ์เจอร์ลื่น ๆ แต่แอบมีความแห้งนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหา สีนี้ชิมเมอร์ละเอียดที่สุดในทุกสีที่เขามีและสีสวยที่สุดแล้ว‬

‪บนสีผิวเราเป็นสีส้มคอรอล แต่เพื่อนเราที่ขาวกว่าเขาโชว์อัพเป็นสีส้มเลย ควรไปลองนะครับ เขาให้ลุคเฮลตี้โกลว์แบบแก้มสดใส แอ๊บดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ฟินิชค่อนข้างวาวเลยแหละปัดตัวนี้ไฮไลท์ไม่จำเป็นแล้ว เราไม่ค่อยปัดเข้ามาถึงหน้าแก้มนะ เพราะกลัวจะดูมันไป เน้นตรงโหนกแก้มดีกว่า ‬

‪ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นบลัชที่น่าสนใจอีกตัว เพราะราคาไม่ได้แรงมาก คุณภาพดี ใครขอบบลัชแบบวาว ๆ เราแนะนำตัวนี้นะ ‬

4.‪ YSL Couture Blush No.05 สี Nude Blouse (2200 THB)‬

‪ตัวนี้ YSL ส่งมาให้ลองนะครับ ใช้แล้วชอบจริงสังเกตจากความบุ๋ม ตัวนี้เป็นบลัชที่สัมผัสเกือบจะเป็นครีมมี่แล้ว แต่ยังอยู่กลาง ๆ รู้สึกเนื้อแน่นขึ้นมาอีกนิดจากตัวข้างบน ๆ แต่บนหน้าไม่ได้ให้ความรู้สึกหนัก ไม่เน้นจุดบกพร่อง ‬

‪สีเป็นโทนนู้ด ๆ ส้ม ๆ ชิมเมอร์ละเอียดมาก แอบมีความเหลือบชมพูเหลือบเงินตรงนี้แหละที่ทำให้ต่างจากอันอื่น เพราะมันเล่นแสงแล้วให้เอฟเฟคต่างกับตัวอื่น มันเหมือนจะชมพู เอ๊ะ หรือส้ม หรือนู้ด คือชอบอ่ะ เราปัดมาถึงหน้าแก้มก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องไปเน้น Skin Texture นะ ทำได้ดีมาก ๆ ‬

‪เนื้อเขาค่อนข้างแข็งนิดนึงนะครับแรก ๆ อาจจะต้องใช้แปรงที่ขนแข็ง ๆ หน่อยเพื่อให้ตัวที่เคลืบมาด้านบนหายไปก่อน เราไม่ได้อวยเพราะเขาให้มาเลยนะครับ ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบบอกไม่ชอบ แต่ตัวนี้เวิร์กจริง ๆ ลองไปหาสีชอบกันดูที่เคาท์เตอร์ YSL นะครับ ‬

‪5. Burberry Tangerine Blush No.6 (1900  THB)‬

‪บลัชอีกตัวที่เรายกให้ขึ้นหิ้งคือตัวนี้เลย เพราะเป็นบลัชที่เนื้อนุ่ม และเนียนมาก สีออกน้ำตาลพีช ๆ ตุ่น ๆ ชอบมาก เป็นบลัชกันตายสำหรับเราเลย ด้วยสีที่ใช้ได้ทุกวัน เข้าได้กับทุกลุค เนื้อแมตต์ พอสัมผัสแล้วเนื้อเค้าเหมือนจะหนักนะ แต่ไม่เลย‬

‪พิกเม้นต์กลาง ๆ มือใหม่ใช้ได้ เม็ดสีไม่ทึบแสงจนดูเป็นก้อน ๆ ปัดแล้วไม่ดูแก่ สีติดขึ้นมาง่ายไม่จำเป็นต้องฝน แต่แอบมีฟอลเอ้าท์นิดหน่อย แปรงที่ให้มาก็สามารถใช้ได้จริง ไม่ได้มีไว้โชว์ คือหาคำติไม่ได้เลยเพราะใช้บ่อยมาก Burberry ก็เป็นแบรนด์เงีบบ ๆ อีกแบรนด์ที่มีของดีอยู่นะลองไปหาดูได้‬

‪6. Benefit Dallas (1250 THB)‬

‪บลัชสุภาพอีกสีนึงที่สามารถใช้เป็นทั้งบลัชและบรอนเซอร์เพราะสีเขาจะออกแบบ Rosy Bronze มีชิมเมอร์สีเงินผสมอยู่ ถ้าใครต้องการตัวเดียวจบ บลัช ไฮไลท์ บรอนเซอร์ ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเลยนะ เท็กซ์เจอร์ให้ความรู้สึกครีมมี่ เท็กซ์เจอร์กึ่งทึบ กึ่งโปร่ง‬

‪ชิมเมอร์ละเอียด ไม่เน้นรูขุมขน เราเห็นบางคนเอามาคอนทัวร์ด้วยนะ แต่ส่วนตัวเราปัดฟุ้ง ๆในวันขี้เกียจปัดอะไรหลายตัว เราว่าเค้าเท็กซ์เจอร์ดีกว่าบลัชตัวอื่นของเบเนฟิตนะ ตัวอื่นเรารู้สึกว่ามันเป็นก้อน ชิมเมอร์ไปเน้น Skin Texture ไม่ค่อยชอบ แต่ตัวนี้ไม่เป็น ลองเก็บไว้เป็นทางเลือกนะครับ‬

‪7.Hourglass Ambient Strobe Lighting Blush สี Brilliant Nude (1550THB) ‬

‪เป็นบลัชที่มีพิกเม้นต์ของสีผสมอยู่กับไฮไลท์ รุ่นนี้จะวาวกว่าตัวที่ผสมกับตัว lighting powder ให้ฟินิชแบบฉ่ำโกลว์ เนื้อเบาทำได้ดีตามมาตรฐานของแบรนด์ แต่เค้าแอบเน้น Skin Texture นิดนึง เพราะชิมเมอร์ค่อนข้างเยอะ‬

‪มีฟอลเอ้าท์ประมาณนึงเลย สีเค้าเหมือนกึ่งจะเป็นได้บรอนเซอร์เลย มันออกน้ำตาลส้ม ๆ พอขึ้นแก้มแล้วมันออกส้มนู้ด ๆ น้ำตาล บลัชแบบลายหินอ่อนแบบนี้คือโชคดีก็ได้แบบที่ตัวแป้งกับพิกเม้นต์สีถูกใส่มาในปริมาณที่พอ ๆ กัน แต่อย่างเรางี้ไฮไลท์กินไปเกินครึ่ง เวลาใช้ต้องแตะตรงที่มีพิกเม้นต์เยอะ ๆ‬

‪ส่วนตัวเราเฉย ๆ กับอันนี้นะ ไม่ได้ว้าว ไม่ได้แย่ ก็เป็นอีกทางเลือกนึงของบลัชแบบชิมเมอร์ ‬

8. Tom Ford Cheek Color เบอร์ 06 สี Inhibition (2450THB) 

บลัชที่เนื้อดีที่สุดแล้วล่ะสำหรับ เพราะเบามาก ๆ และเม็ดสีเขาโปร่ง แตะเบา ๆ ก็ติดแปรงแล้ว พิกเม้นต์กลาง ๆ มือใหม่ใช้ได้ไม่ต้องกลัว ปัดแล้วไม่ดูเป็นก้อน ๆ ตัวนี้มีชิมเมอร์ผสมมาด้วย แต่ไม่ได้เยอะ ปัดแล้วไม่ดูหลอกตา

ชิมเมอร์ไม่ได้โชว์อัพบนผิวเท่าไร ปัดมาถึงหน้าแก้มได้แบบสบาย ๆ ไม่ไปเน้นรูขุมขนแน่นอน สีเขาจะออกชมพูนู้ด ๆ น้ำตาล บนหน้าเราเป็นแบบนั้นนะ แต่ที่แขนมันออกน้ำตาลส้ม ๆ ไปหน่อย ... เป็นบลัชอีกตัวที่ถ้าใครไหวขอให้ลอง ให้แนะนำสี Inhibition ก็จะเป็นสีที่เราแนะนำเพราะสีสุภาพเหมาะกับทุกโอกาสทุกงานครับ 

9. Chalotte Tilbury Cheek To Chic Swish & Pop สี Pillow Talk (40USD) 

เนื้อบลัชนุ่มมาก ๆๆ ปัดแล้วโกลว์สุด เพราะเค้าผสมชิมเมอร์ สีวงนอกจะออกเป็นแบบแดงๆส้มๆหน่อย ๆ ชมพูนิด ๆ สีวงในจะเป็นแชมเปญ คือมันสวยมาก เรานิยามเองว่าเหมือนทานมะเขือเทศเยอะ ๆ เพราะดูมีเลือดฝาด 

จากล่างขึ้นบนนะครับ > Outter - Inner - Swirl
"จากล่างขึ้นบนนะครับ > Outter - Inner - Swirl"

แต่เราว่า บลัชเนื้อครีมมี่และผสมชิมเมอร์จัดเต็มแบบนี้ ค่อนข้างเสี่ยงที่จะไปขยายรูขุมขนและจับกับรอยแห้ง ๆ ลอก ๆ บนผิวได้ ถ้าหากปัดไม่ดี ติดทนประมาณนึงสำหรับเราที่หน้ามันก็มีหลุดบ้างเป็นเรื่องปกติ หมดวันก็ยังมีให้เห็นจาง ๆ ในส่วนแพ็คเกจคือตัวล็อคแน่นนะ ตัววัสดุที่ทำมันเบาก็จริง แต่บางครั้งเวลาเปิดปิดเราก็กลัวน้องเขาจะแตก เขามีหลายสีนะครับลองไปหาดูในเว็บไซต์ของเขาได้ สีสวย ๆ ทุกสีเลย 

10. Clinique Cheek Pop สี Nude Pop : No.05 และ สี Fig Pop : No.10 (1000THB) 

เห็นเขาจิ๋ว ๆ แบบนี้ แต่เป็นบลัชที่คุณภาพคับตลับมาก อย่างแรกเลยคือพกง่ายเพราะขนาดที่กระทัดรัด แพ็คเกจถ้ามองด้วยตาคือ “เห้ย ถ้าพกไปไหนจะแตกมั้ย” แต่จริง ๆ แล้วเข้าแน่นหนานะครับ ไม่ต้องกลัวพกได้สบาย 

อย่างที่สอง คือเท็กซ์เจอร์ดีงาม เนื้อนุ่ม ลื่น พิกเมนต์ชัด แต่ไม่หนา ค่อนข้างโปร่งแสง ส่วนสีเนี่ย ตอนนี้เราอินเลิฟกับ Fig Pop มาก เขาจะออกแดงที่มีติ่งส้มนิดนึง ส่วนใหญ่เราชอบเอามา pop ตรงหน้าแก้ม เพราะมันดูเลือดฝาด ดูสุขภาพดี 

ส่วนสี Nude Pop สีนี้เราซื้อเป็นแรก เค้าจะออกชมพูนู้ด ๆ ใช้ได้ทุกวัน ไม่ต้องกลัวโป๊ะ แต่ตัวนี้อาจจะต้องฝนสักหน่อย บนสีผิว nc30-35 แบบเรา เพราะพิกเมนต์ค่อนข้างจาง แต่ถ้าผิวที่สว่างกว่าไม่น่ามีปัญหา 

อย่างที่สามคือ ชิมเมอร์ที่ผสมมาในบลัชมันดีงามมาก เป็นชีนสีเงิน ๆ ขาว ๆ แบบที่ไม่เยอะเกินไป แต่ปัดแล้วยังทำให้ผิวดูโกลว์ขึ้นมานิดนึง แบบกำลังสวย ที่สำคัญคือเขาไม่ขยายรูขุมขนด้วย ... บอกแล้วว่าคุณภาพคับตลับ มีหลายสีมาก ๆ อีก 2 สีที่เก๋ ๆ อยากลองคือ black honey pop กับ cola pop ถ้าใครสนใจลองไปเทสสีที่ชอบ จะไม่ผิดหวังแน่นอน

11. M.A.C powder blush matte สี Coppertone (1000THB) 

น้องคนนี้คือบลัชตัวแรกที่เราซื้อเลย เพราะเราจะไปเที่ยวทะเล อยากได้บลัชที่ให้ความรู้สึกไหม้ ๆ นิดนึง แบบผิวเบิร์น บ่มแดด และไม่ผิดหวังจริง ๆ บนผิวหน้าเขาให้สีแบบบ่มแดดจริง ๆ เป็นแดง ๆ มีความส้มนิดนึง

ฟินิชเป็นแบบแมตต์ พิกเมนต์แน่นแต่ไม่ทำให้ผิวดูหนาขึ้นมาอีกชั้น เราเอาไว้ปัดหน้าแก้มเวลาไปทะเลอยากให้หน้าดู อ่ะวันนี้ตากแดดมานะ แต่อย่างนึงที่เราอยากบอกคือ ช่วงแรกอาจจะต้องใช้แปรงขนแข็ง ๆ สักนิด เพื่อให้ฟิล์มที่เขาเคลือบมาด้านบนหลุดออก

หลังจากนั้นก็จะเป็นพิกเมนต์สีแล้ว ตัวนี้เทียบได้กับ nudestix สี sunkissed แต่เป็นในเวอร์ชั่นแป้ง สำหรับบางคนที่ชอบสีโทนนี้แต่ไม่ชอบแบบครีมก็มาลองตัวนี้ดู แถมยังติดทนอีกด้วย ส่วนตัวใช้แล้วก็มีเฟดบ้าง แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด อยากให้ลองดูนะครับ 

12. Kylie Pressed Blush Powder สี Close to perfect (18USD) 

หลังจากที่ผิดหวังจากไฮไลท์มา ก็แอบหวั่นตอนลองครั้งแรก ๆ แต่ว่าคิดผิด เพราะเขาทำบลัชออกมาได้ดีเลยแหละ แต่เราว่าเนื้อแห้งไปนี้ดนึง ให้สัมผัสแบบเกือบจะแป้งไปแล้ว แต่ว่าให้ความรู้สึกดีตรงที่เบา และลื่น

สีเนี่ยเขาเคลมว่าเป็นสีแบบ dirty peach สีเขาจะออกพีชตุ่น เราว่าถ้าปัดหน้าแก้มจาง ๆ เนี่ยดูสวยดีนะ สีจะมีความสว่าง แต่พิกเมนต์ของความพีช มากกว่า Burberry ตัวนั้นจะติดน้ำตาลมากกว่า แต่ก็สวยทั้ง 2 อันเลยนะ 

แพ็คเกจดีงามนะ สีสันน่ารัก น้ำหนักเบา แน่นหนา ถ้าใครสนใจอาจจะต้องพรีออเดอร์เอานะครับ 

13. Wet n Wild Coloricon สี Meollow Wine E3282 (199THB)

ตัวนี้เป็นปัดแก้มถูกและดี มาในราคาที่น่าคบหา สีเค้าจะออกคอลรอลชมพูส้ม ๆ ปัดแล้วหน้ามันดูสดใสขึ้น ดูเลือดฝาดเบา ๆ  ดูในพาเล็ตต์อาจจะปรู๊ดปรี๊ดสักนิดนึงเนาะ ซึ่งก็จริง เพราะงั้นเวลาปัดควรระวังเรื่องน้ำหนักมือ

เท็กเจอร์ค่อนข้างดี แต่เสียตรงที่มันเป็นมีฟอลเอ้าท์เยอะไปหน่อย ใครใช้แปรงแข็ง ๆ ก็พยายามเบามือนิดนึง อีกเรื่องนึงคือแพคเก็จจิ้ง คือมันดูก๊องแก๊งไปหน่อย

ตัวล็อกมันแน่นหนานะ แต่เรื่องความเปราะบางนี่เสี่ยงมาก เวลาพก จริง ๆ เราเคยพกไปที่อื่นก็พกได้นะไม่ได้อ่อนแอร์ขนาดนั้น แต่ถ้าใครไม่ค่อยได้พกไปไหน ไม่ซีเรียสเรื่องความฟอลเอ้าท์ กำลังมองบลัชที่ถูกและดี ก็จัดไปเลยฮะ มันเวิร์ก !!! 

14. Nudestix All Over Face Color Matte สี In The Nude และ Sunkissed (1300THB/Piece) 

ครีมบลัชที่มีในรูปแบบแท่ง เน้นความใช้ง่าย ปาด ๆ เกลี่ย แล้วไปได้เลย สีที่เรามี In The Nude จะออกชมพูนู้ด และ Sunkissed จะออกแดงบ่มแดด ทั้ง 2 ตัวเราคิดว่าเป็นตัวที่สามารถใช้กับกลายสีผิวที่สุดแล้ว

การเลือกสีก็ง่าย ๆ ขึ้นอยู่กับว่าอยากให้ลุคไปในทางไหน จะบ่มแดด หรือ ลุคที่สามารถแต่งได้ทุกวัน  เนื้อครีมลื่น เกลี่ยง่าย เราแนะนำให้มีการวอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนใช้โดยใช้นิ้ววน ๆ หรือปาดกับหลังมือแล้วค่อยลงก็ได้

เพื่อไม่ให้เนื้อครีมฝืด และเบลนด์กลืนไปกับผิว ส่วนใหญ่เราชอบใช้แปรง Real Technique Expert Face Brush, Strippling Brush หรือไม่ก็ Beauty Blender ในการเกลี่ย 

สีติดทนตลอดทั้งวัน ถ้าให้เราแนะนำ เราชอบ Sunkisses ที่สุดจะทาเบา ให้ลุคธรรมชาติแก้มแดง หรือเพิ่มปริมาณเพื่อให้ได้ลุคที่ดูบ่มแดดมากขึ้น เราทำรีวิวแบบเต็มไว้ตามลิ้งก์นี้ 

จิ้มเบา ๆ ​​​

15. Nars Blush สี Orgasm (1250THB)

โด่งดังมากกกก สำหรับบลัชตัวนี้ ขายดีติดอันดับทั่วโลก ได้แรงบันดาลใจมาจากสีแก้มของผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด เป็นสีชมพูที่ผสมชิมเมอร์สีทอง ปัดแล้วเค้าให้ลุคแบบฉ่ำโกลว์ เนื่องจากเค้าผสมชิมเมอร์ค่อนข้างเยอะ

เราคิดว่าทำให้มันไปจับกับรอยแห้ง ๆ และรูขุมขนได้ เท็กซ์เจอร์ค่อยข้างแข็งนะสำหรับ แบบต้องใช้แปรงขนแข็ง ๆ ไม่งั้นไม่ค่อยติดแปรง ส่วนเรื่องสีนี่เราคิดว่าก็ไม่ได้ universal ฟิตกับทุกผิวขนาดนั้นอ่ะ โดยรวมแล้วเราเฉย ๆ 

เพราะเท็กซ์เจอร์แข็ง สีชมพูแปร๋น ๆ ชิมเมอร์จับกับรอยลอก แต่ตัวอื่น ๆ เท่าที่เคยลองเล่นก็ดีนะครับ แต่ตัวที่เป็นตัวชูโรงของเค้า เรากลับไม่ค่อยประทับใจเท่าไร 

แพ็กเกจนี่เป็นเรื่องที่บ่นกันประจำ ว่าเลอะง่าย แต่ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงทุกประการ เราว่าเค้าก็ควรปรับปรุงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

16. Bavarois Duo Blusher เบอร์ 3 (300THB)

คนนี้เป็นบลัชสีส้มเลย มีมาให้ 2 สี ฝั่งนึงสว่างที่สามารถใช้เป็นไฮไลท์ได้เลย ฝั่งนึงเข้มลีนไปทางบลัชมากกว่า พิกเมนต์แน่น แต่ส่วนใหญ่เราก็ปัดรวม ๆ ตัวนี้ให้ลุคฉ่ำโกลว์แบบสุด

ชิมเมอร์ที่ผสมเป็นสีเงินและค่อนข้างละเอียด เท็กซ์เจอร์เป็นแบบครีมมี่ คล้ายกับของป้าชาร์ล็อตต์ แต่หนักกว่า แน่นอน มีชิมเมอร์ย่อมต้องระวังเรื่องน้ำหนักมือ ทั้งความฉ่ำที่เกินไป กับรอยแห้งลอกบนหน้า 

เราว่าเค้าก็เป็นของถูกและดีอีกอันนึงนะ สำหรับใครที่ไม่ได้มีปัญหาผิวเช่นรูขุมขน หรือรอยแห้งลอก คุณภาพโอเคเลยแหละ

17. NYX OMBRE BLUSH สี Strictly Chic (445THB)

ก่อนอื่นขอชมเลยว่า NYX ทำได้ดี ในเรื่องการไล่สีของบลัช แต่เอาจริง ๆ เวลาใช้จริงเราก็ปัดแบบรวม ๆ นะ ตัวนี้พิกเมนต์แน่น ชิมเมอร์ค่อนข้างเยอะ แต่เทียบกับตัวอื่น ๆ แล้ว ตัวนี้ไม่ค่อยรบกวนเท็กซ์เจอร์บนผิว

ตอนแรกเห็นสีแล้วแอบตกใจ ส้มปรี๊ดเชียว แต่พอสวอชแล้วก็ใช้ได้ เท็กซ์เจอร์ดี เนื้อเนียน ที่สำคัญคือ .... สีมันคล้ายกับ YSL ตัวก้านบนเลยในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่า 

เรียงจากซ้ายไปขวา คือ L’oreal Paradise Enchanted สี Fantastical, YSL No. 5 Nude Blouse, NYX Strictly Chic เห็นเลยว่าคล้ายมาก แต่ NYX จะมีความส้มกว่า ชิมเมอร์จัดกว่า

ถ้าใครสนใจลองไปหาดูได้ที่เคาท์เตอร์ NYX ทุกสาขา เค้ามีหลายสีให้เลือกไปลองเล่นสีที่ชอบดูนะครับ

18. L’oreal Paradise Enchanted สี Fantastical และ Charming (12.99USD) 

ลอรีอัลทำได้ดีมาก ๆ สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ จริง ๆ น่าจะนำเข้ามาในไทย เพราสีสวยทุกสี และเท็กซ์เจอร์ดีมาก พิกเมนต์แน่นชัด เค้ามีกลิ่นด้วยออกจะพีช ๆ แต่กลิ่นสังเคราะห์ไปหน่อยนะสำหรับเรา

เราได้มา 2 สีเพราะอีก 2 สี Sold Out สี Fantastical นี่จะคล้ายกับ Nars Orgasm แต่มีความวอร์มขึ้นมา สี Charming นี่กึ่ง ๆ จะเป็นบรอนเซอร์กึ่งบลัช ออกน้ำตาลส้ม ๆ ทุกสีเค้าใส่ชิมเมอร์นะครับ 

แต่ชิมเมอร์เค้าละเอียดมากกกก ไม่รบกวนเท็กซ์เจอน์ผิว เนื้อเนียนลื่น และแพ็คเกจน่ารักมากกกก เราทำน้อง Fantastical ตกแตกไปอ่ะเสียใจ เห็นเลยว่าตัวแพ็คเกจยังอ่อนแอไปนิดนึง

เรียงจากซ้ายไปขวา Charming>Fantastical
"เรียงจากซ้ายไปขวา Charming>Fantastical"

ถ้าเค้านำเข้าเราอยากให้ทุกคนไปลองงง มันดีจริง ๆ แถมราคาก็ดีด้วย ถ้าใครอยากได้แนะนำให้พรีเอา ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เวิร์กมากกกก!

19. Benefit Cheekleaders Bronze Squad (2750THB)

มาในส่วนของพาเล็ตต์กันบ้าง เราขอเน้นไปที่บลัชเลยนะ เพราะบรอนเซอร์กับไฮไลท์ และพาเล็ตต์โดยรวม เรารีวิวไปแล้ว แปะลิ้งก์ให้

Bronzer
Highlight​​​
Cheekleaders Palette​​​

เรารู้สึกว่าพาเล็ตต์นี้ค่อนข้างครบและคุ้ม แต่ติดเรื่องเดียวคือน้ำหนัก ไม่เหมาะกับการพกอย่างแรง เท็กซ์เจอ์โดยรวมคือดี 

บลัชสี Gold Rush เค้าออกชมพูสดใส ส่วน Coralista จะมีความส้มกว่านิดนึง เราว่าเท็กซ์เจอร์เค้าค่อนข้างแข็ง พิกเมนต์กลาง ๆ มือใหม่ใช้ได้

โดยส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบเท็กซ์เจอร์แบบนี้เพราะมันเสี่ยงกับการจับตัวเป็นก้อน แต่ตัว Dallas ไม่เป็นนะตัวนั้นเราชอบมาก แต่พอมาเป็น 2 ตัวนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไร 

จากบนลงล่าง Coralist>Gold Rush
"จากบนลงล่าง Coralist>Gold Rush"

สังเกตว่าพอสวอชแล้วสีไม่ค่อยชัดเจน นี่คือเราสวอชหนักมากแล้ว แต่พอปัดที่แก้มแล้วเค้าโชว์อัพอยู่นะ ตัวเป็นพาเล็ตต์ลิมิเต็ดนะครับ ถ้าใครอยากได้ต้องรีบหน่อยแล้ว

20. Charlotte Tilbury Pretty, Glowing Skin Palette (75USD)

ตัวนี้บอกเลยว่าเกือบครบเหมือนกัน เพราะอะไรรอติดตามนะครับ สีแต่ละสีคือน่ารักสมกับชื่อพาเล็ตต์ อารมณ์แก้มชมพูสดใส เท็กซ์เจอร์นุ่มลื่นทุกตัวดีมากกกกก เริ่ดมากกกก

เริ่มกันที่แป้งก่อนเลย ตัวนี้ก็เอาไว้เซ็ตไม่ได้มีอะไรพิเศษ คอนทัวร์จะออกน้ำตาลเทา ๆ ถ้าใครมี Filmstar Bronze and Glow ตัวนี้สีจะเทากว่านิดนึงนะครับ 

สำหรับ Blush สี Pretty Blush (สีบน)ตัวนี้จะออกชมพูสดใส Summer Blush (สีล่าง) จะมีความคอรัลขึ้นมาอีกนิดนึง ทั้ง 2 ตัวมีชิมเมอร์สีทองผสมอยู่เล็กน้อย แต่ก็ควรระวังเรื่องไปเน้นเท็กซ์เจอร์ผิวด้วย

จากบนลงล่าง Glow สีล่าง >Glow สีบน > Summer Blush >Pretty Blush> Contour > Powder
"จากบนลงล่าง Glow สีล่าง >Glow สีบน > Summer Blush >Pretty Blush> Contour > Powder"

จากบนลงล่าง Glow สีล่าง >Glow สีบน > Summer Blush >Pretty Blush> Contour > Powder 

ส่วนไฮไลท์นี่แหละ ที่เราไม่ชอบ สีบน ที่ออกชมพูไม่ได้มีปัญหาอะไรสวยดี แต่สีล่างคือไม่ไหว มันเป็นทองแบบไม่สวยอ่ะ มันเหลืองไป พอปัดขึ้นหน้าแล้วมันเหลืองโดด ไม่ปลื้ม จริง ๆ แล้วป้าไม่น่าพลาดเรื่องนี้เลย เลยยังไม่ได้ใจเราไปเท่าไร จริง ๆ เราได้สอย Glowgasm Palette มาแล้วด้วยแต่จะเก็บไว้รีวิวแยกรอติดตามนะครับ 

โอเค จบแล้วนะครับ ขอโทษด้วยที่มาช้ามาก ๆๆๆ คือรู้ตัวนะครับ แต่งานเยอะมากจริง ๆ ไม่มีเวลาเขียนให้เลย ต่อไปเป็นรองพื้นนะครับ ขอรวบรวมของอีกนิดนึงนะ เดี๋ยวจะรีบทำให้ ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะครับ ไว้เจอกันโพสต์หน้า บ๊ายบายยยยย

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย