แชร์การดูแลผิวหลังหน้าไหม้จากที่ม้วนผมมมมม

allearth

allearth

ดู Profile

สวัสดีค่าทุกคนนนน
วันนี้เอิร์ธจะมาแชร์วิธีการดูแลผิวไหม้จากของร้อนๆ ฮอทๆ แบบ Now Burn Baby Burn ! กันค่าาา

เรื่องมันมีอยู่ว่า อาทิตย์ที่แล้วโดนที่ม้วนผมแนบหน้ามาจ้า ผลคือแหกเป็นแผลรอยใหญ่อยู่ที่หน้า โชคดีไม่ลึก แต่ก็แสบร้อนถึงทรวงและแผลใหญ่เลย แต่ก็รักษาจนหายได้ กระทู้นี้เลยขอมาบอกต่อไอเท็มกันหน่อยค่า


รูปหลังโดนทันที > หลังโดน 2-3 ชม. > 3 วัน > 8 วัน
"รูปหลังโดนทันที > หลังโดน 2-3 ชม. > 3 วัน > 8 วัน"
คร่าวๆ เอิร์ธใช้ 3 ตัวนี้จ้า
Step 1 : ดูแลตัวเองหลังผิวไหม้

หลังจากโดนเสร็จปุ๊บ หน้าร้อนมากก กำลังจะพอง + ไหม้เลยรีบไปซื้อว่านหางจระเข้มาทาเพื่อ cool down ผิว เค้าบอกว่าขั้นตอนนี้ควรรีบทำน้า เพราะยิ่งถ้าเราปล่อยผิวให้เบิร์นมาก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการเกิดแผลจ้า


เอิร์ธซื้อเจลว่านหางของยี่ห้อนี้มาจ้า เพราะเภสัชที่ร้านบอกว่าเป็นว่านหาง100% ไม่มีแอลเจอปน ซึ่งเอิร์ธว่าโอเคนะ จะได้ไม่แสบ ก็โป๊ะอยู่ทั้งวันทั้งคืนหนาๆ ไป 1 คืน ขยันทา หน้าแสบก็เข้าไป แล้วมันก็เย็นลง เริ่มไม่แสบค่า
Step 2 : ทำให้แผลแห้งไวๆ

หลังจากนั้นก็ใช้ 2 ตัวทาคือ  Lamer The Concentrate ได้เทสเตอร์มา
 เพราะซื้อไม่ไหวจ้า แพงมากก 555 ตัวนี้หลายคนแนะนำว่าใช้รักษาแผลไหม้ พองได้ดีมากกก เพราะเค้ามีตัวMiracle Broth หรือสารสกัดจากสาหร่ายค่อนข้างเข้มข้น ช่วยฟื้นฟูผิวได้เร็ว ก็เลยเอามาลอง 

ตัวลาแมร์จะเป็นเจล ก็โป๊ะไป วันละ 3-4 รอบ เฉพาะตรงที่เป็นแผล ระหว่างนั้นเอิร์ธไม่ล้างหน้า + เลี่ยงแต่งหน้าเลยค่า คือแต่งนะ แต่ไม่ให้รองพื้นหรืออะไรมายุ่งกะแผลเลย ส่วนหน้าตรงอื่นก็ใช้ไมเซลล่าเช็ดเอาให้สะอาด แล้วก็ใช้น้ำเกลือเช็ดให้ทั่วทั้งหน้า ตรงแผลก็เช็ดเบาๆ จ้า


คลีนซิ่งที่ใช้ช่วงนี้  เอิร์ธใช้ Sulwhasoo Gentle Cleansing Water เช็ดค่า แต่ความจริงใช้อะไรก็ได้ตามสะดวก เอิร์ธบังเอิญมีอันนี้ใกล้ตัวพอดี
ที่ไม่อยากให้ล้างหน้าเพราะไม่อยากให้แผลโดนน้ำแล้วจะแห้งช้า ยิ่งแผลแห้งไวโอกาสเกิดรอยแผลเป็นก็น้อยลงค่า เลยยอมยุ่งยากนิดนึง
อีกตัวที่ใช้ก็คือเซรั่มของ ณ หทัย ตัวนี้หลายคนบอกใช้แล้วหายไว ไม่เป็นรอย แล้วเอิร์ธใช้อยู่แล้วก็เลยเอามาทาทั้งหน้าแล้วโป๊ะที่แผลหนาๆ ตัวนี้จะเป็นเซรั่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ ซึ่งในกาแฟอะมีคุณสมบัติที่ช่วยฟื้นฟูผิวเยอะมาก ทั้งคาเฟอีนที่ช่วยลดอาการบวมไรงี้

เอิร์ธถามเจ้าของแบรนด์ว่าทำไมเซรั่มถึงช่วยได้ คือเค้าบอกว่าด้วยส่วนผสมของเค้าเป็นธรรมชาติไม่มีสารอันตราย ก็เลยใช้กะผิวที่บอบบางหรือเป็นแผลได้มีโอกาสแพ้ได้น้อย แล้วส่วนผสมที่ใส่มันก็เข้มข้นมากพอที่จะช่วยดูแลผิวได้ เค้าเลยช่วยให้แผลแห้งไว+ไม่เป็นรอยได้ แต่!! มันไม่ใช่การรักษานะ

มันไม่ใช่ยา แก้ปัญหาไม่ได้เป็นเหมือนกันช่วยบำรุงผิวแบบเข้มข้นเท่านั้นจ้า เอิร์ธก็ทำทุกอย่างวนไปเรื่อยๆ จนวันที่ 4-5 แผลก็เริ่มแห้ง+ลอก ซึ่งไวมากกก ดีงามม อ้อ! ตอนที่แผลลอกอย่าแกะนะ เพราะอาจจะทำให้เป็นแผลได้ ปล่อยไปตามธรรมชาติให้เค้าค่อยๆ หลุดเลยจ้า
นอกจากนี้เอิร์ธมีกินยาของ Tob1 ที่คุณหมอนพจ่ายมาด้วยก็ยิ่งช่วยให้แผลแห้งไวขึ้นค่าา
Step 3 : สะเก็ดหลุด - ผิวลอก

พอแผลหลุดก็เกิดเป็นผิวใหม่ขึ้นมาค่ะ ยังมีรอยแดงๆ นิดหน่อย ก็ทาครีมต่อไป แต่ของเอิร์ธไม่เป็นแผลนูน สิ่งที่เราต้องทำคือทาครีมกันแดดและระวังอย่าให้โดนแดดจัด

เพราะผิวตรงนั้นยังอ่อนแออ่า ถ้าโดนแดดอาจจะไหม้หรือทำให้เป็นรอยได้ค่า ดังนั้นช่วง 3-4 วันแรกที่แผลเพิ่งลอกให้ระวัง ตอนนี้เราล้างหน้าได้แล้ว แต่อย่าเพิ่งใช้อะไรที่ผลัดเซลล์หรือกัดผิวค่า เพราะอาจจะระคายเคืองได้ พอแผลเริ่มเข้าที่ก็ทำตัวปกติได้เลยจ้าา จบ 555
นี่แหละค่าา การดูแลผิวของเอิร์ธ ใครที่เจ็บปวดมาเหมือนกันก็ลองเอาไปทำดูน้าาา แล้วเจอกันใหม่นะคะ

บ๊ายบายยยยย 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย