ผิวเด้งฉ่ำน้ำไปกับ Kiehl’ s Calendula Serum -Infused Water Cream

Jayskennedy

Jayskennedy

ดู Profile

กลับมาคราวนี้เราจะมาพูดถึง Calendula Serum -Infused Water Cream จากแบรนด์ Kiehl’ s นั่นเอง ซึ่งเราตื่นเต้นมาก ตั้งแต่ได้มาใช้ และได้ทำการลองใช้มาแล้ว 1 อาทิตย์เต็ม ๆ เช้า-เย็น ก่อนที่เราจะไปอ่านรีวิวกัน เรามาทราบความเป็นมาและคุณสมบัติของเขากันก่อน


ในทุก ๆ กระปุกของ Calendula Serum -Infused Water Cream มีสารที่เค้าสกัดจากกลีบของดอก Calendula และกลีบดอก Calendula บดละเอียด ถึง 100 กลีบ ซึ่งสารตัวนี้ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ซึ่งความไปถึงความไม่เรียบเนียน ความเหนื่อยล้าของผิว และริ้วรอยเล็ก ๆ เพื่อให้ได้สารสกัดที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ทาง Kiehl’ s สกัดโดยใช้อุณหภูมิที่สูงมาก ๆ ก่อนที่จะผสมลงไปใน Water Cream

ขอบคุณภาพจาก Pinterest ด้วยครับ
"ขอบคุณภาพจาก Pinterest ด้วยครับ"

หลายคนคงสงสัยว่า Water Cream คืออะไร? Water Cream คือ มอยเจอร์ไรเซอร์ในรูปแบบเจลที่มีน้ำหนักเบา เป็นสูตรพิเศษของทาง Kiehl’ s เขา โดยพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บ Calendula Serum ที่เข้มข้นในรูปแบบน้ำ โดยในขณะที่เราทาลงบนผิวให้ความรู้สึกเหมือนระเบิดความชุ่มชื้น ความสดชื่น และนำ Calendula Serum ลงสู้ผิวโดยตรงในระดับความเข้มข้นที่สูงที่สุด  

Calendula ดีกับผิวจริงหรอ?

ดอก Calendula (คาเลนดูลา) หรือ ดอกดาวเรือง มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ว่าในแต่ละกลับของดอกคาเลนดูร่า มีส่วนประกอบ 5 ชนิด ได้แก่ Oleanic Acid, Lupeol, Quercetin, α Amyrin และ β Amyrin ซึ่งสารทั้ง 5 ตัวเป็นที่รู้กันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปลอบประโลมผิว ลดความไม่สบายของผิว

ขอบคุณรูปจาก Kiehl’ s ด้วยครับ
"ขอบคุณรูปจาก Kiehl’ s ด้วยครับ"

ประโยชน์ที่ได้จากดอก Calendula มีอะไรบ้าง สารประกอบที่อยู่ในดอกคาเลนดูลาช่วยปลอบประโลมผิวโดยการลดความไม่สบายของผิว ด้วยสูตรพิเศษของ Kiehl’ s สารสกัดและกลีบของดอกคาเลนดูลาซึ่ง Water Cream ตัวนี้มีคุณสมบัติดังนี้ 

- ช่วยเพิ่มกระจ่างใสใน 1 สัปดาห์

 - ช่วยลดรอยแดงบนผิวใน 2 สัปดาห์ 

- ช่วยแก้ไขความไม่เรียบเนียนของผิว ความเหนื่อยล้า และริ้วรอยเล็ก ๆ

 - ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมง

ดูเท็กเจอร์เขาสิ!!
"ดูเท็กเจอร์เขาสิ!!"

ทาง Kiehl’ s เนี่ยเขาบอกเลยนะว่า ทุกดอก ทุกกลีบที่นำมาเป็นส่วนผสม ใช่เวลา 9 - 10 เดือนในการเพาะปลูก และมีระยะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม โดยดอกทุกดอกจะถูกเก็บด้วย “มือ” เพราะว่าเขามีความบอบบาง และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับกลีบของเขา จากนั้นจะมีการคัดแยก และนำมาตากแห้งโดยใช้แสงอาทิตย์เท่านั้น ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้นำมาใช้จะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อไป

ตากแห้งเรียบร้อย ขอบคุณรูปจาก Pinterest ครับ
"ตากแห้งเรียบร้อย ขอบคุณรูปจาก Pinterest ครับ"

ทีนี้เราทราบข้อมูลการมาประมาณนึงแล้ว เรามาทราบผลการใช้ของเรากันดีกว่า

- ส่วนตัวเรานั้นมีสภาพผิวมัน รูขุมขนกว่าง มีรอยสิวทั้ง รอยดำและรอยแดง หลุมสิวบ้างประปราย ปัญหาครบเลย


- หลังจากการทดลองใช้ 7 วันเต็ม เราใช้ทั้งเช้าและเย็น พบว่า ...... ผิวได้รับความชุ่มชื้นแบบเต็มที่มาก ๆ ปกติเราไม่ค่อยใช้ครีมเท่าไร เพราะเขาให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างหนัก แต่ตัวนี้ไม่เป็น เขาให้ฟีลแบบเจลครีม เบา สบายหน้ามาก เท็กเจอร์จะลื่น ๆ แต่ให้ยังความชุ่มชื้น ชุ่มฉ่ำ เรารู้สึกว่าผิวมันค่อย ๆ ตื่นและนิ่มขึ้น บางวันเราแอบใช้เป็นสลีปปิ้งมาส์กด้วยนะ ก็คือในปริมาณมากกว่าปกติค่อย ๆ นวด ๆ ให้เขาซึมเข้าผิว แล้วนอนไปเลย ตื่นมาหน้าเด้ง แลดูเรียบเนียนอย่าบอกใครเชียววว! ส่วนเรื่องรอยแดง และริ้วรอย อาจจะยังเห็นผลไม่ชัดมาก ด้วยความที่เราเป็นคนมีรอยแดง ๆ ค่อนข้างชัด อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่โดยรวมแล้วผิวดูโอเคขึ้น ดูกระจ่างใส ชุ่มชื้น พวกรอยต่าง ๆ ก็เริ่มจางลง แต่ตัวนี้เข้าไม่ได้ช่วยเรื่องรอยดำนะครับ รีวิวก็ตามภาพเลยนะฮะ ในภาพ after นี่คือล้างหน้าตอนเช้าแล้วนะ จะเห็นว่าผิวดูดีขึ้น เหมือนจะดูแห้ง ๆ เพราะพึ่งล้างหน้าเสร็จ แต่จริง ๆ แล้วมันยังชุ่มชื้นอยู่ 

ทั้งนี้ผลการรีวิวขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนนะครับ   

  เราก็ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้นะครับถ้าใครสนใจสามารถไปทดลองได้ที่ Kiehl’ s ทุกสาขาได้เลย ราคา 1800 บาท และสุดท้ายขอขอบคุณ Jeban ด้วยนะครับ ที่ส่งมาให้เราลองใช้ และได้เป็นส่วนหนึ่งในการรีวิวครั้งนี้



 


ไว้เจอกันใหม่โพสต์หน้านะครับ สัญญาว่าจะพยายามลงให้บ่อยขึ้น บ๊ายบายย 👋🏼

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย