รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม เซรั่มและครีมตัวใหม่ในกลุ่ม Milk thistle repair line ของแบรนด์ Banobagi แบรนด์เครื่องสำอางจากโรงพยาบาลความงามชั้นนำของเกาหลี

LadyMiyeon

LadyMiyeon

ดู Profile

สวัสดีค่ะ

วันนี้มี่มีรีวิวสกินแคร์จากเกาหลีที่น่าสนใจมาฝากกันอีกแล้วค่ะ

เป็นเซรั่มตัวใหม่ในกลุ่ม Milk thistle repair line ของแบรนด์ Banobagi เจ้าเก่าของเรานั่นเองค่ะ

ขอกล่าวถึงแบรนด์ Banobagi ซักหน่อยนะคะ

เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินกับชื่อ Banobagi มาแล้วนะคะ Banobagi เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ค่ะ และทางรพ.เองก็มีเครื่องสำอางออกมากมายหลายชิ้น ซึ่งก็ผ่านการพัฒนาสูตรต่างๆมาโดยทีมแพทย์ผิวหนังของรพ.นั่นเอง

สำหรับวันนี้ตัวที่มี่จะเอามารีวิวเป็นเซรั่มและครีมในไลน์ Milk thistle มาด้วยคอนเซปท์ “จบทุกปัญหาผิว ด้วยชุดฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายอย่างเร่งด่วน” ค่ะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้ในรพ. เพื่อฟื้นฟูผิวของคนไข้หลังทำศัลยกรรม นอกจากนี้ยังปราศจากสารระคายเคืองผิวทั้ง 11 ชนิดและไม่มีน้ำหอม ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยน ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือคนท้อง สามารถใช้ตัวนี้ได้ค่ะ

มีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ
Banobagi milk thistle repair cream และ serum
"Banobagi milk thistle repair cream และ serum"
เริ่มกันที่ตัวเซรั่มเลยนะคะ
แกะกล่องเซรั่ม
"แกะกล่องเซรั่ม"
เซรั่มมาในขวดแก้วมีหลอดหยด หรือ Dropper เป็นแก้วใสสีม่วงดูสวยงาม ค่ะ
ขวดเซรั่ม
"ขวดเซรั่ม"
เนื้อเซรั่มเป็นแบบโปร่งแสง หรือกึ่งใสกึ่งขุ่น ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมเลยจะได้กลิ่นเบสอยู่จางๆค่ะ
เนื้อเซรั่ม
"เนื้อเซรั่ม"
เกลี่ยง่าย ซึมไว แห้งไว ให้สัมผัสบางเบา ไม่เหนอะหนะ
ค่า pH อยู่ที่ราวๆ 4 – 5 ค่ะ ถือว่าใกล้เคียงกับผิวดี
pH
"pH"
อีกตัวจะเป็นตัวครีมนะคะ

ครีมมาในหลอดบีบสีขาว
cream
"cream"
ตัวครีมนี้นางได้รับรางวัลมากมายมาการันตีถึงความปังด้วยนะคะ
(Image from Banobagi)
"(Image from Banobagi)"
เนื้อครีมนุ่มกำลังดี ไม่หนักผิวมากจนเกินไป และด้วยความที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมเช่นกัน เลยจะได้กลิ่นของเบสจางๆค่ะ
เนื้อครีม
"เนื้อครีม"
เกลี่ยได้ง่าย ให้สัมผัสค่อนข้างลื่นผิวเหมือนมีฟิล์มบางๆเคลือบปกป้องผิวเอาไว้
หลังเกลี่ยครีม
"หลังเกลี่ยครีม"
ตัวครีมไม่เปียกกระดาษวัด pH เลยไม่เกิดการเปลี่ยนสี มี่เลยไม่ได้วัดค่าให้นะคะ

มาดูส่วนผสมกันบ้างนะคะ

ในกลุ่มนี้ทั้งเซรั่มและครีมมีส่วนผสมของสารบำรุงที่คล้ายกันค่ะ มี่เลยขอหยิบยกเอาเซรั่มมาเป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ส่วนผสมนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ
ส่วนผสม
"ส่วนผสม"
จากส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายเฉดสีนะคะ

มาดูรายละเอียดกันดีกว่าค่ะ
  • ขอเปิดประเดิมด้วยสีเขียวแก่ เป็นสารบำรุงต่างๆ  มีมากมายหลายชนิด ตัวที่น่าสนใจได้แก่
    • สารสกัดจากเมล็ดของ Milk thistle ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมัน Linoleic ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Barrier ผิว
    • วิตามินบี 3 มีประโยชน์กับผิวมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเชิง Whitening, การลดการอักเสบระคายเคือง และการเสริมสร้าง Barrier ของผิว
    • สารสกัดจากบัวบก และ Madecassoside ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีบริสุทธิ์จากบัวบก มีรายงานถึงประโยชน์ในเชิงด้านริ้วรอย ชะลอวัย และเสริมการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของผิว
    • Adenosine มีประโยชน์ในเชิงด้านการชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย
  • สีฟ้า Arctium lappa root extract เป็นสารสกัดจาก Burdock ส่วนของรากมีรายงานว่าสามารถเพิ่มการไหลเวียนเลือด รักษาโรคผิวหนังอักเสบบางชนิด มีคุณสมบัติเป็น Antioxidant และ Anti-inflammatory ส่วนของใบมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก (Inflammopharmacology. 2011; 19(5):245-54.) สารสกัดจากพืชนี้ (ไม่ได้ระบุชิ้นส่วน) ให้ผลเป็นสารต่อต้านการแพ้ และการอักเสบ ที่อาจจะได้ผลในโรคผิวหนังอักเสบได้ (Clin Mol Allergy. 2011; 9(1):4.) สารสกัดของผล มีสาร Arctiin สามารถกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ลดริ้วรอย ในอาสาสมัครที่ใช้ครีมผสมสารสกัดเป็นเวลา 4 สัปดาห์พบว่ารอยตีนกาดูตื้นขึ้น (J Cosmet Dermatol. 2008; 7(4):281-9.) สาร Arctiin ยังมีรายงานว่าสามารถปกป้องเซลล์ Fibroblast ในผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะรังสี UV ได้ (Int J Mol Med. 2014; 33(3):640-8.) ซึ่งจุดเด่นของเซรั่มก็คือใช้สารสกัดจาก Burdock แทนน้ำในสูตรเลยทีเดียว
  • สีชมพู สูตรผสมของ Octyldodecanol, Echium Plantagineum Seed Oil, Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil Unsaponifiables, Cardiospermum Halicacabum Flower/Leaf/Vine Extract, Tocopherol รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Defensil ซึ่งผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าให้คุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง ลดความรู้สึกไม่สบายผิว อาการคัน และเสริมสร้าง Barrier ของผิว
  • สีเขียวมะกอก เป็น peptide 2 ชนิด ได้แก่
    • Argireline หรือ Acetyl hexapeptide-8 มีคุณสมบัติในการคลายริ้วรอยให้แลดูตื้นขึ้น
    • Copper tripeptide-1 เป็นเปปไทด์ที่เอามาจับกับแร่ธาตุ Copper ซึ่งว่ากันว่ามีคุณสมบัติในการชะลอวัยและการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของผิว นอกจากประโยชน์ในเชิงการลดเลือนริ้วรอยแล้ว ยังมีรายงานการวิจัยทดสอบถึงการซึมผ่านผิว พบว่าสารนี้ซึมผ่านผิวได้ในระดับที่ดีพอที่จะออกฤทธิ์เป็นสารต่อต้านกระบวนการอักเสบได้ (inflamm Res. 2011;60(1):79–86.)
ในภาพรวมถือว่าเป็นเซรั่มที่ทำมาได้ค่อนข้างดี มีสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง ฟื้นฟู Barrier ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย และ Whitening ไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกปัญหาของผิวตามคอนเซปท์ที่แบรนด์เคลมไว้เลย

ที่สำคัญอีกจุดคือ ทางแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับผิวตามมาตรฐาน EWG Green Class โดยปราศจากสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

  • ไม่มี Paraben 6 ชนิด (Methylparaben, Ethylparaben, Propylparaben, Isopropylparaben, Butylparaben, Isobutylparaben), Benzophenone, Triethanolamine, Benzyl Alcohol, Sorbic Acid, Benzoic Acid)
  • ส่วนผสมทุกตัวอยู่ใน EWG คะแนน 1 – 2 ซึ่งหมายถึงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระดับต่ำค่ะ
ว่าแต่ EWG คืออะไร?

EWG ย่อมาจาก Environmental working group ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงของสารเคมีต่างๆ ที่อาจจะมีต่อร่างกายคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งสารเคมีออกเป็น 10 เกรดตามคะแนน 1 – 10 ยิ่งตัวเลขมากๆ ก็คือสารนั้นมีความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสูงค่ะ

ซึ่งครีมนี้มีแค่ส่วนผสมที่เป็น EWG เกรด 1 - 2 สมกับเป็นเซรั่มที่พัฒนามาโดยโรงพยาบาลด้านความงามจริงๆค่ะ

สำหรับครีมก็ทำมาคล้ายๆกัน แต่ไม่มีส่วนผสมของ Argireline ค่ะ

มาให้คะแนนกันดีกว่า วันนี้แบ่งเป็น 3 หมวดนะคะ
  1. สารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปด้านบนว่า ตัวเซรั่มใช้ส่วนผสมของสารบำรุงมากมายหลายชนิด ให้ประโยชน์โดยรวมไปในเชิงด้านของการลดการอักเสบระคายเคือง ฟื้นฟู Barrier ผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอย และ Whitening ไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกปัญหาของผิว ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ปราศจากสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยไม่มีจุดให้หักคะแนน ให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ได้ลองใช้มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม จนตอนนี้ก็ราวๆ 2 – 3 สัปดาห์ ส่วนแรกที่เห็นได้จะเป็นเรื่องของความชุ่มชื้น และผิวแข็งแรง สังเกตจากพวกรอยแดง การระคายเคืองลดลงค่ะ ส่วนเรื่องผิวกระจ่างใส + ริ้วรอยนั้นอาจจะยังไม่ได้ชัดเจนมาก แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ดีค่ะ แต่ตัวเซรั่มนั้นอาจจะยังเบาไปสำหรับคนผิวแห้งนะคะ อาจจะต้องทาครีมเสริมทับอีกชั้นหนึ่งจะกำลังดีค่ะ จุดนี้ขอให้ไป 5 ฟลาสก์
คะแนน
"คะแนน"
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ Banobagi ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆมาให้มี่ได้ทดลองใช้ และขอบคุณทุกๆท่านด้วยค่ะที่ติดตามรับชมมาจนจบ

พบกันใหม่โอกาสถัดไป สวัสดีค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากทางแบรนด์ Banobagi การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้าและไม่ได้รับค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย