[TRAVEL] แจกแพลนเที่ยวเกาหลี 6 วัน 5 คืน ถ่ายรูปสวย กินดี เที่ยวสบาย

BbyOnn

BbyOnn

ดู Profile

สวัสดีค่า

วันนี้มาแจกแพลนเที่ยวเกาหลี 6 วัน 5 คืน
ฉบับเน้นถ่ายรูปสวย คาเฟ่น่ารัก กินดี และเที่ยวสบาย 💕🇰🇷

เดือนก่อนที่ไปเกาหลีกับคุณแม่มา ออนตั้งใจจะทำ Vlog แน่นๆ
แต่สุดท้ายถ่ายไม่ครบจริงๆ เพราะไปกัน 2 คน ไหนจะรูป ไหนจะวีดีโอ
ไหนจะดูทาง ก็เลยตัดสินใจรวบรวมข้อมูลมา เผื่อใครมีแพลนไปเกาหลี
และอยากตามรอยร้านต่างๆที่ออนไปรอบนี้ค่ะ

ออนเน้นไปสถานที่ๆถ่ายรูปสวย คาเฟ่คิ้วท์ๆน่ารักๆ และพวกปิ้งย่าง
รวมถึงการกิน Omakase และไปตามเก็บ Michelin Stars ร้านดังของเกาหลี

ลองดูแพลนและปรับเอาตามสะดวกได้เลยนะคะ 🥰
ขอกำลังใจกด Like กด Share หรือจะ Tag เพื่อนก็ได้นะคะ ตั้งใจเขียนมาก
ตั้งใจทำข้อมูลมาก
Day 1
“Myeongdong - Hongdae”

 10.30 - ถึงสนามบิน Incheon International Airport 

ออนจะเลือกบินไฟลท์ดึกของไทย เพื่อให้มาถึงที่เกาหลีช่วงเช้า และมีเวลาเที่ยวต่อช่วงบ่าย

12.00 - Check in ที่โรงแรม รอบนี้ออนเลือกพักที่ Lotte City Hotel ตรงเมียงดง เนื่องจากเป็นโรงแรม 4-5 ดาว ใกล้แหล่งช็อปปิ้งอย่างเมียงดง ที่สำคัญเป็นโรงแรมใหม่ ห้องพักดี เดินทางสะดวก เดินออกมาจากโรงแรม ก็จะเจอ Subway สาย Euljiro เลย

14.00 - นัดเจอ Rachel เพื่อนสนิทคนเกาหลี คบกันตั้งแต่สมัยเรียน High School ที่ Australia ด้วยกัน ปกติเพื่อนจะอยู่แต่ Gangnam นานๆจะเข้ามาแถวนี่ เพื่อนเลยตัดสินใจพาไป Afternoon tea ที่โรงแรม L’escape ใกล้ๆกับเมียงดง โดยนั่ง Taxi ไป 5 นาที จากตรง Myeongdong Station (Exit 9) ที่นี่เป็นร้านที่มีแต่คน Local ตัวโรงแรมมีความตกแต่ง Vintage ปน Classic เบาๆ สำหรับ Afternoon tea ที่นี่ รสชาติอร่อย ไม่ได้แฟนซีมาก แต่ถือว่าโอเค ที่สำคัญในร้านมีมุมรถฟักทองให้ถ่ายรูปเก๋ๆ (Afternoon tea กินกัน 3 คน ประมาณ 2700-3000 บาท)

16.00 - ต่อด้วยการนั่ง Taxi ไป Hongdae แหล่งช็อปปิ้งเด็กวัยรุ่น เด็กมหาลัย ออนอยากไป 2 คาเฟ่นี้มาก ก็คือ Carin Hongdae Lounge และ Arriate

สำหรับ Carin Hongdae Lounge จะเป็นคาเฟ่โทนสีขาว-ชมพู ตกแต่งด้วยหินอ่อน เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปโทนพาสเทล โทนฟริ้งๆ เครื่องดื่มน่ารัก และ Macaroon อร่อย จริงๆที่นี่เค้าเป็นร้านขายแว่นตาแบรนด์ Carin ที่ออนใส่ แต่เค้าแยกมาทำส่วนคาเฟ่เพิ่ม ใครชอบโทนชมพูแนะนำเลย

ต่อกันที่คาเฟ่ดอกไม้ชื่อดังอย่าง Arriate ที่นี่มีประมาณ 3 ชั้น มีมุมถ่ายรูปดอกไม้ต่างๆ แนะนำให้ไปช่วงกลางวัน เพราะแสงธรรมชาติจะสวย แต่โดยรวมออนว่าไม่ได้สวยขนาดนั้น (ถ้าไปรอบหน้า จะลองไปคาเฟ่ดอกไม้ร้านอื่นดู)

18.30 - นั่งรถแท็กซี่มากิน Loco Quan 401 (สาขา Hongdae) ร้านนี้เค้ามีหลายสาขาอยู่ แต่เนื่องจากวันนี่ออนอยู่แถว Hongdae แล้ว ก็เลยมาที่นี่ค่ะ ร้านนี้เป็นของ Haha จาก Running Man เมนูจะเน้นเนื้อเป็นส่วนมาก รสชาติใช้ได้ ราคาไม่แพง เน้นกินชิวๆ

20.30 - กลับโรงแรมพักผ่อน เนื่องจากวันนี้ลงเครื่องมาก็ไม่ได้พักเลย เลยอยากพักให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้จะได้ไม่เหนื่อย

สรุป : วันแรกเน้นเที่ยวแถง Myeongdong และ Hongdae โดยเลือกร้านคาเฟ่ที่คุมโทนหวาน โทนชมพู ทำให้ออนเลือกใส่เสื้อโทนขาว-ชมพู เพื่อคุมโทนกับบรรยากาศร้าน
Day 2
“Gyeongbokgung - Cheongdam - Gangnam - Sinsa”

 09.00 - มาถึงร้าน Seowha ร้าน Hanbok ที่ออนทำการจองไว้ (ออนจองผ่านทางอีเมล์นะคะ) เหตุผลที่จองร้านนี้ เพราะร้านนี้อยู่ติดกับพระราชวัง Gyeongbokgung เลย เดินเลี้ยงซ้ายออกมาจากร้าน ข้ามถนนถึงเลย ที่สำคัญร้านนี้มีชุดสวยๆให้เลือกเยอะเลย (ส่วนตัวรู้สึกว่าสวยกว่าร้านอื่นที่เห็น) ค่าเช่าชุด พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ (เครื่องหัว กระเป๋า ฯลฯ) ตกคนละ 600 กว่าบาท/4 ชั่วโมง

 12.00 - นั่งแท็กซี่มาแถว Sinsa-Dong เพื่อเจอเพื่อน รอบนี้บอกเพื่อนว่าอยากมากิน Omakase ที่เกาหลี เพราะได้ยินมาว่าปลาสด ในราคาไม่แพง เพื่อนเลยจองร้าน 스시코마츠 (Sushi Komatsu) แถว Sinsa-Dong ให้ แต่ความพีคคือ Taxi ไม่รู้จักร้าน พอให้คุยกับเพื่อนก็เหวี่ยงใส่เพื่อน เพื่อนพิมพ์ภาษาเกาหลีให้อ่าน ทั้งโทร ทั้ง Voice ก็ไม่ฟัง เถียงจนเหนื่อย สรุป Taxi เอามาปล่อยไว้แบบ In the middle of no where มาก เพื่อนก็รอที่ร้าน นี่ก็หลงทาง อยู่ไหนไม่รู้ จนกระทั่งเจออปป้าคนนึงยืนอยู่ ก็เข้าไปคุยกับเค้า ให้เค้าคุยกับเพื่อน จนเค้าต้องพาเดินไปส่งที่ร้านอาหาร กราบอปป้างามๆ

 ร้าน 스시코마츠 อยู่ในซอกตรอกแบบหายากมากกกก แต่คนเต็มเลย ขนาดไปมื้อกลางวัน ถ้าจำไม่ผิด Lunch course ประมาณ 17 ไอเท็ม ราคาตกคนละ 3000 กว่าบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกกกก ทั้งความสดของปลา ความอร่อย เชฟ(หน้าตา)ดี และปริมาณคำที่ได้

 14.30 - ไปตัดผมต่อแถว Cheongdam-Dong ที่ร้าน Chahong Academy ร้านทำผมร้านนี้เป็นร้านดังที่มีดารา เซเล็บ บล็อกเกอร์และไอดอลเกาหลีมาทำหลายคน ที่ร้านจะแต่งแนวเรียบๆ แต่ดูคลีนๆ ที่สำคัญเค้ามีผลิตภัณฑ์ของตัวเองด้วย ออนอยากลองตัดหน้าม้าแตกแบบสาวเกาหลีดู เลยมาให้ที่นี่ตัด เสียดายมาก ที่ไม่ได้ถ่าย VDO ไว้ เพราะเค้าไม่ให้ถ่ายขั้นตอนต่างๆ โดยรวมประทับใจการตัด การบริการ และสถานที่ ค่าตัดผมหน้าม้า+ตัดเข้าทรง (รวมสระ) และค่าทำเล็บคุณแม่ บวกกับ Kerastaste ใส่ผมที่ออนซื้อกลับ ประมาณ 5000 บาท

 16.30 - ไป Cafe Dior by Pierre Herme กัน เพราะรอบก่อนไป Herme Cafe มาแล้ว ดังนั้นรอบนี้มาที่นี่กันบ้าง แน่นอนว่าที่นี่เป็นหนึ่งใน IG Worthy Spot ที่ต้องมาสำหรับสายคาเฟ่ สั่งขนม เครื่องดื่ม พร้อม Selfie และ Check in สวยๆ จะบอกว่า Hot chocolate ที่นี่อร่อยมากกก ต้องโดนเลย

 18.30 - นั่ง Taxi มาที่ร้านปิ้งย่างกันต่อ กับร้าน Samwon Garden ร้านนี้จะเป็นแนว Premium ขึ้นมากว่า Loco Quan 401 คนในร้านจะเป็นผู้ใหญ่ และส่วนมากเป็น Local แต่ร้านนี้ไม่มีเมนูหมูนะคะ ใครจะกินปิ้งย่างหมู ต้องผ่านนะ มีแต่เนื้อเท่านั้น นอกจากจะสั่งอาหารอื่นๆ เช่นแพนเค้กเกาหลีอะไรแบบนี้ แต่รสชาติดี เครื่องเคียงแน่น เนื้อคุณภาพ

 20.00 - ไปเดินเล่นต่อแถว Gangnam พร้อมกับไปช็อปปิ้ง Jungsaemmool หนึ่งในเครื่องสำอางที่ทริปนี้ตั้งใจมากว่าต้องมาให้ได้ และจด List มาหลายสิ่ง ออนเลยมาที่สาขาตรง Gangnam เพราะเป็น Flagship Store ใหญ่

 สรุป : วันนี้ด้วยความที่ตอนเช้าใส่ฮันบกไปแล้ว ก็จะมีรูปลง 1 เซ็ต แต่สำหรับระหว่างวันที่อยู่แถว Gangnam เป็นหลัก ก็เลยขอคุมโทนดำ-ลายเสือ ให้ดูชิคๆขึ้นมา เพื่อให้เข้ากับสถานที่
Day 3
“The Garden of Morning Calm - Nami Island”

08.00 - มาที่จุดนัดพบตรง Myeongdong Station (Exit 2) ซึ่งเป็นจุดนัดพบสำหรับ One Day Trip Tour ในครั้งนี้ค่ะ เนื่องจากออนไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี เลยคิดว่าลองออกนอก Seoul ไปที่สวยๆกัน และคุณแม่อยากไปเกาะนามิ คุณแม่ชอบดอกไม้ ออนเลยลองหาทัวร์แบบเช้า-เย็นกลับที่จะพาไป หาข้อมูลไปมา จบที่ว่าจะไป The Garden of Morning Calm และ Nami Island

ออนจองทัวร์ของ Klook ซึ่งเค้าเหมือนเป็นบริษัททัวร์ที่มีในหลายประเทศ (น่าจะเน้นเอเซีย) และมีตารางทัวร์เยอะมาก พวกสถานที่ท่องเที่ยงต่างๆ ตั๋วเข้าชมสถานที่ในราคาโปรโมชั่น เค้ามีหมด และสามารถจองผ่านทางเค้าได้เลย ตอนแรกก็แอบกลัวว่าจะหลอกมั้ย แต่ทาง Klook ก็มีส่งอีเมล์ยืนยัน พอใกล้วันก็มี Reminder เบาๆ สรุปพอถึงวัน ก็มีคนมารอเต็มเลย (อุ่นใจละ) และก็ออกเดินทาง

10.30 - ถึง The Garden of Morning Calm สวยดอกไม้ที่ใหญ่มากกกกกก และเป็นสวนที่มีดอกไม้ทั้งปี โดยเค้าจะจัดดอกไม้ลงตามฤดูกาล ทำให้ไปตอนไหน ก็จะมีดอกไม้ของแต่ละฤดูนั้น สวนนี้มีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะมากกกกกก ทั้งเนินเขา ต้นบอนไซ มุมโซนดอกไม้ต่างๆ ที่สำคัญที่นี่เคยถ่ายซีรีย์เกาหลีมาก่อนด้วย ออนกับคุณแม่ถ่ายรูปกันเยอะมากกก ลัลล้าสุด

13.30 - นั่งรถต่อมาถึงเกาะนามิ ซึ่งออนเลือกเช่าจักรยานขี่รอบเกาะไว้ด้วย (แนะนำเลย สบายมาก ไม่งั้นเดินหนักแย่) ที่เกาะก็มีมุมถ่ายรูปสวย มีทางให้ขี่จักรยาน หรือจะไปรูปปั้นเบยองจุน จาก Winter Sonata ก็ได้ เกาะนี้จริงๆไม่มีอะไรมาก ฟีลเล็กๆแบบเกาะเกร็ดบ้านเรา แต่ด้วยอากาศบ้านเค้า พร้อมต้นไม้สวยๆ เลยทำให้ถ่ายรูปได้สวย

18.00 - เดินทางกลับถึง Seoul โดยรถบัสก็จะมาส่งตามจุดที่นัดพบ ซึ่งของออนก็คือ Myeongdong Station เหมือนเดิม ด้วยความที่วันนี้เหนื่อยมาก เลยตัดสินใจหาอะไรกินง่ายๆแถวเมียงดง เดินช็อปปิ้งเครื่องสำอางต่างๆ และกลับที่พัก

สรุป : เนื่องจากช่วงที่ออนไปเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ออนเลยเลือกชุดโทนส้ม-อิฐไป เพื่อให้ใส่แล้วเด่น คุมโทนเข้ากับใบไม้ แถมแอบเอาเสื้อโค้ทไปเปลี่ยนด้วย ถ่ายรูปมาจะได้ไม่ซ้ำ แต่ถ้าช่วงหน้าหน้าหนาว ลองแต่งโทนสีแดง หรือดำก็สวยเลยค่ะ
Day 4
“Lotte World - Gangnam”

09.00 - มารับตั๋วเข้า Lotte World ที่จองผ่าน KKDay ไว้ ซึ่งได้ในราคาลดไปประมาณ 40% จากราคาของทางเว็ป เพราะเป็นราคา Group Admission (ต้องไปรับตั๋วที่ห้อง Group Admission โดยตรง แต่หาไม่ยาก) รอบนี้ก็ซื้อเครื่องหัวกับคุณแม่ พร้อมไปถ่ายรูปนั่นนี่ตามที่ต่างๆ พอถ่ายรูปเหนื่อย ก็นั่งพักกินของว่าง พอกินเสร็จก็เดินถ่ายรูปกันต่อ

13.00 - นั่ง Subway มาลงแถว Gangnam และต่อ Taxi มาที่ร้าน Jungsik ร้านอาหารเกาหลีประเภท Fine-Dining ที่ได้ Two-Michelin Stars ⭐️⭐️ ตอนแรกแอบกลัวว่าจะไหวมั้ย เพราะนอกจากปิ้งย่างแล้ว ก็ไม่กินอาหารเกาหลีอย่างอื่นเลย แต่จากที่ปรึกษาเพื่อนเกาหลี เพื่อนบอกว่ามากินเถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน ออนเลยตัดสินใจจองล่วงหน้า 1 เดือน โดยจองเป็นตอนกลางวัน เพื่อให้ถ่ายรูปสวย มีแสงธรรมชาติ และ Request ขอนั่งติดหน้าต่าง อาหารออนสั่งเป็น 4-Course Menu จะบอกว่าดีงามมากกกกกก คือหลายอย่างที่ไม่กิน แต่ที่นี่ทำให้อร่อย ทุกเมนูคือไม่ธรรมดา ขนาดคุณแม่ที่ไม่กินปลาดิบ ยังยอมกินที่นี่ครั้งแรก และถึงขั้นติดใจอยากกินอีก สำหรับอาหารกลางวัน ตกราคา 2000 กว่าบาท/คน แต่ถือเป็นมื้อที่คุ้มค่ามากกกกกก

15.00 - นั่งแท็กซี่ไป Bistopping หนึ่งในคาเฟ่สุดคิ้วท์ที่ใครๆก็ต้องมา และเป็นหนึ่งใน IG Worthy Spot ที่พลาดไม่ได้ เพราะที่นี่เราจะได้เลือกโคนและของตกแต่งไอศกรีมของเราได้เองแบบน่ารักสุดๆ มีทั้งหัวใจ ดาว ฟลามิงโก้ ปลาดาว หางนางเงือก ฯลฯ ซึ่งออนก็เลือกมาแบบ Under the sea มากๆ ที่สำคัญรสชาติเค้าอร่อย ไม่หวานเกินไป ออนกินจนหมดเลย

16.00 - ถ่ายรูป เดินเล่นชิวๆแถว Gangnam เนื่องจากทริปนี้แอบทำงานด้วย เลยวุ่นวายกับการถ่ายรูปขนเฟอร์และหมวกเพื่อขายของสุดๆ

18.00 - นั่ง Taxi ไปที่ร้าน Lawry’s Prime Rib หนึ่งในร้าน Fine-Dining ที่ออนจองไว้สำหรับทริปนี่ ออนไปกินที่ LA และ Singapore มาแล้ว ดังนั้นมาที่นี่ก็จะพลาดไม่ได้กับ California Cut จานโปรด เนื้อฉ่ำๆ เกรวี่เน้นๆ มันบดนุ่มๆ และสำหรับใครไม่กินเนื้อ ที่นี่เค้าก็มีอาหารจำพวกซีฟู้ด สปาเก็ตตี้ต่างๆให้สั่ง ออนรักที่นี่มากกกกก ต้องไป พลาดไม่ได้ ราคาประมาณ 3000 กว่าบาท/2 คน (คุณแม่สั่งสเต็กปลาแซลมอน)

สรุป : ข่วงเช้าจะเห็นว่าออนใส่ชุดคุมโทน Pastel เข้ากับ Lotte World มาก โดยเลือกข้างในเป๋นเดรสสรดำ และใส่ Jacket โทนสี Pastel ฟ้า-ชมพู แต่พอมาที่ร้านอาหาร ด้วยความที่เป็น Fine-dining ออนเลยเก็บเสื้อโค้ท และเอาขนเฟอร์ออกมาแทน จะได้เปลี่ยน Look จากแบ๊วๆให้ดู Formal ขึ้ตมา
Day 5
“Itaewon - Myeongdong”

09.00 - ไปกิน Brunch ที่ร้าน The Flying Pan แถว Itaewon (Exit 2) คือลงมาจากสถานี แล้วเดินเจอเลย ร้านนี้เป็น All-Day Brunch เน้นพวกเมนูอาหารเช้าฉ่ำๆอย่าง Egg Benedict หรือ Pancake ทั้งแบบคาวและหวาน ออนกับคุณแม่สั่งกันมาคนละจาน โอ้โหหหหหห จานใหญ่มาก จานแบบไซส์ฝรั่งกิน (แต่ก็กินหมด..5555) ถ้าจำไม่ผิด ราคาประมาณ 1500 บาท/2 คน

11.00 - นั่ง Subway ไปลงสถานี Hanganjin (Exit 4) ซึ่งอยู่ถัดจาก Itaewon ไป 1 สถานี เพื่อจะไป 사유 (Sayoo Cafe) แต่ก่อนจะถึง จะเจอสวนเล็กๆ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ก็เลยแวะไปถ่ายรูปกับคุณแม่ใหญ่ ช่วงนั้นใบไม้เปลี่ยนสีพอดี โอ้โหหห ดีงามมากกกกก

12.00 - ไปถึง 사유 (Sayoo Cafe) คาเฟ่สุดฮิตที่เป็น IG Worthy Spot เพราะทุกคนต้องขึ้นไปถ่ายตรงมุมดาดฟ้าเนี่ยแหละ ไม่รู้ทำไม แต่ออนเบก็บ้าไป ที่นี่มีกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆไม่เยอะมาก แต่ถือว่าได้รูปสวยๆก็คุ้ม

14.00 - กลับมาเจอเพื่อนที่ Myeongdong เพราะเพื่อนพึ่งมาถึงจากไทย ก็ไปเดินเล่น ช็อปปิ้ง ไป O’Sulloc หรือคาเฟ่ชาชื่อดังของเกาหลี ซื้อของฝากนั่นนี่

16.00 - เดินไป Stylenanda Pink Pool Cafe อีกหนึ่งคาเฟ่คิ้วท์ๆ ที่ออนมาซ้ำ 2 รอบแล้ว รอบนี้เค้ามีเมนูของหวานและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น แถมอากาศดี แดดดี ก็เลยได้รูปถ่ายบนดาดฟ้าแบบสวยๆ

18.00 - ไปกิน Haidilao หรือ Hot Pot ชื่อดังที่มีสาขาใน Myeongdong (ตัวร้านจะอยู่ในตึก ใกล้ๆกับ Innissfree Green Cafe หายากหน่อย แต่อยู่ชั้น 3) ร้าน Hot Pot ที่ออนรักมากตั้งแต่ตอนไปเรียนเซี่ยงไฮ้ กินได้ทุกวัน จะเนื้อหรือแกะก็มาเถอะ จะบอกว่าร้านนี้หลายคนเรียกว่าร้านเจ้าหญิง เพราะเค้าจะบริการเราดีมาก เวลารอคิวเข้าร้านมีบริการทำเล็บ บางที่มีโต๊ะปิงปอง บางที่มีบริการขัดรองเท้า หรือผลไม้สดให้กิน และพอเข้าไป พนักงานก็จะแจกผ้ากันเปื้อน ถ้าผมยาวก็จะแจกยางมัดผมอะไรแบบนี้ การบริการต้องยอมเค้านะ ที่สำคัญที่นี่เค้ามีเนื้อ มีผักให้เลือกเยอะมากกกก และจุดเด่นอีกอย่างคือเราสามารถปรุงน้ำจิ้มเองได้ กินไปแบบแน่นๆจุกๆ ประมาณ 2700-3000 บาท/2 คน
Day 6
“Myeongdong - Incheon International Airport”

10.00 - Check out จากโรงแรม โดยฝากกระเป๋าไว้ และนัดให้โรงแรมจอง Taxi เพื่อมารับไปส่งแอร์พอร์ท

10.30 - ไปกินอาหารเช้าที่ Innissfree Green Cafe ตรงเมียงดง และช็อปปิ้งนิดหน่อย

11.30 - กลับโรงแรม พร้อมกับรอ Taxi มารับไปสนามบิน

——————————————————

ทั้งหมดนี้คือแพลนคร่าวๆสำหรับ 6 วัน 5 คืนของออน ด้วยความที่ออนไปกับคุณแม่ สิ่งที่ออนให้ความสำคัญมากคือความสบาย เนื่องจากคุณแม่เคยลื่นล้ม หลังหัก จะเดินเยอะ หรือแบกของหนักไม่ได้ ดังนั้นจึงเลือกโรงแรมเพื่อที่เค้าจะได้มีบริการอะไร

ต่างๆให้เรา หรือการนั่ง Taxi สลับกับ Subway เพื่อความสะดวก สบาย และไม่เหนื่อย
 

จบทริปพาคุณแม่เที่ยวประจำปีนี้ ปีหน้าไปไหน มาดูกัน

ใครชอบแนวนี้ ลองปรับแพลนเอาดูนะคะ
 หวังว่าจะถูกใจกันค่ะ 💕💕

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย