คนดังที่เคยถูกแบรนด์ไฮเอนด์เมิน

candy

candy

ดู Profile

.
Kim Kardashian
ว่ายังไงนะ ? เจ้าแม่อินเทอร์เน็ทที่มีผู้ติดตามหลักร้อยล้านคนนี้เคยถูกดีไซน์เนอร์แห่งแบรนด์หรูเริ่ดเชิดใส่ด้วยเหรอ ?? เรื่องนี้ฝ่าย costume ของ magazine ดังและแม้กระทั่งตัวKanye West ก็เคยยืนยันมาแล้วว่านางเคยถูกกีดกันจากวงการ fashion ชั้นสูงมาก่อน

คุณอาจจะคุ้นเคยกับ Kim ที่ดูสนิทสนมกับ Karl Lagerfeld ,Olivier Rousteing     Donatella Versace ,Riccardo Tisci ดีไซน์เนอร์ดังหลายคนต้องการให้นางไปนั่ง front row ใน fashion week เพื่อสร้างกระแสความสนใจให้กับแบรนด์

แต่ดูเหมือนว่าก่อนที่จะเริ่มต้นความรักกับ Kanye West ชื่อของ Kardashian นั้นไม่ได้เป็นที่ชื่นชมในชุมชน fashion ชั้นสูงนัก เจ้าตัวอาจจะโด่งดังในฐานะ TV personality แต่ก็ไม่ได้เป็นทายาทมหาเศรษฐีเหมือน Paris Hilton ที่มีเทปอื้อฉาวกรุยทางเข้าสู่วงการเหมือนกัน

พูดง่ายๆ ก็คือ KimK ในตอนนั้นก็ดังในระดับดารา reality show ที่อยู่ในกระแสได้เพียงไม่กี่ปีแล้วก็กระแสตกไม่ต่างกับ Jersey Shore หรือ The Real Housewives  Kim มีเงินจะซื้อข้าวของแบรนด์เนมได้สบายๆ แต่ก็ไม่ใช่ชุดที่ส่งตรงจาก runway หรือเป็นชุดที่ดีไซน์เนอร์เต็มใจตัดเย็บตามไซส์เว้าโค้งเหมือนกับในตอนนี้
เมื่อเกือบสิบปีก่อนที่ได้รับเชิญไปในงานพรมแดงระดับยักษ์อย่าง Emmy เป็นครั้งแรก ผู้ที่ดูแลเรื่องชุดให้กับ Kim คือ Ina Soltani และปีต่อมาคือ Marchesa แต่ถ้านึกเล่นๆ ว่าถ้าได้รับเชิญไปในงานเดียวกันในตอนนี้ ตัวเลือกของเจ้าตัวอาจจะอยู่ระหว่าง Lanvin ,Balmain ,Versace หรือ Roberto Cavalli (อาจจะไม่ใช่ Givenchy คอลเลคชั่นล่าสุดเพราะ Riccardo Tisci โบกมือลาตำแหน่ง creative director ไปแล้ว)


Nicola Formichetti ผู้ทำหน้าที่ fashion director ให้กับ Uniqlo เคยร่วมงานกับ Kim ในการถ่ายแบบ Elle Magazine  ได้ยอมรับว่า  

"คนพวกนั้นไม่ยอมให้ผมยืมเสื้อผ้ามาให้เธอใส่ถ่ายแบบครับ มันคือความหยิ่งยโสของโลก fashion "

ดีไซน์เนอร์หนุ่มไม่ระบุว่ามีแบรนด์ใดบ้างที่ปฏิเสธไม่ให้คิมใส่เสื้อผ้าของตัวเองถ่ายแบบ magazine ดัง แต่เขาก็ได้รับความร่วมมือจาก Tom Ford และ Oscar de la Renta ที่ส่งชุดมาในการถ่าย fashion ครั้งนี้


Benjamin Wallace บรรณาธิการ  New York  mahazine และ Vanity Fair ได้อธิบายสาเหตุที่แบรนด์ fashion ชั้นสูงไม่ต้อนรับ KimK ว่า  

"จุดมุ่งหมายอันแรงกล้าของบ้าน Kardashian นั้นอยู่ตรงข้ามกับโลกแห่ง fashion  พวกเค้าสร้างกำแพงแบ่งแยงชนชั้นกันอย่างเข้มงวด fashion นำเสนอลักษณะเพศที่ไม่ชัดเจน ความผอมเหมือนกับเจ็บป่วยเป็นโรคปฏิเสธอาหาร  การลงโทษตัวเอง   ตั้งการ์ดปกป้องตัวเองด้วยความเย่อหยิ่ง วงการนี้ต้องการแสดงให้เห็นว่าอยู่เหนือชั้นความนิยมระดับท้องตลาด แม้จะขาย sex แต่ก็ทำท่ารังเกียจ sex และก็เกลียดเนื้อหนังมังสาด้วย"


"คิม คาร์แดชเชียน ดาวยั่วที่มาพร้อมกับสัดส่วนเว้าโค้งและบั้นท้ายโหฬาร เธอเป็นชาวเมืองที่หลงไหลวัตถุนิยมเต็มขั้น มันจึงเป็นการดูแคลนทุกสิ่งที่วงการนี้ยึดมั่น"


Riccardo Tisci ได้เล่าความรู้สึกหลังจากที่ทำให้วงการฮือฮาด้วยการเปลี่ยนลุคให้กับ Kim ไว้ว่า

"ตอนนั้นไม่มีใครยอมรับเธอเลยครับ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากเลยนะ นี่เป็นผลงานที่ Kanye กับผมร่วมมือกัน ตอนนี้ดีไซน์เนอร์ทุกคนอยากจะทำชุดให้เธอแทบเป็นแทบตาย ผมไม่เคยสนเลยว่าคนอื่นจะมองเธอเป็นยังไง ตอนแรกที่ผมพบกับเธอน่ะเป็นเพราะว่าผมเกรงใจ Kanye เท่านั้น แล้วผมก็ชอบเธอขึ้นมา เรากลายมาเป็นเพื่อนกัน ผมถูกด่าแหลกที่ร่วมงานกับเธอ แต่ผมไม่สนสักนิด"

"ชั้นเชื่อมั่นมาตลอดว่าตัวเองมีสไตล์สุดเริ่ดจนได้มาพบสามี และเขาบอกว่า ชั้นมีรสนิยมห่วยสุดๆ เขาช่วยเหลือชั้นเต็มที่เลยค่ะ ล้างตู้เสื้อผ้าหมดเกลี้ยง ชั้นมีรองเท้า 250 คู่ แล้วพอเค้ามาจัดการ ก็ทิ้งกางเกงไว้ให้ชั้นแค่ 2 ตัว ชั้นปล่อยโฮเลย"

Kim ได้บรรยายความรู้สึกที่ Kanye นำนางไปสู่โลกแห่ง fashion ชั้นสูงว่า
"เค้าเปลี่ยนราวเสื้อผ้าให้เป็นแบรนด์ที่ชั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน อย่าง Lanvin และ Givenchy Kanye เอาหนังสือตัวอย่าง fashion ของ Carine Roitfeld มาให้ดูและบอกว่า วันหนึ่ง Carine จะมาช่วยดูแลเรื่องสไตล์ให้เธอนะ และชั้นก็แบบว่า อ๋อเหรอ ชั้นไม่เห็นจะรู้จักเธอคนนี้สักหน่อย แต่ตอนนี้เธอกลายมาเป็นเพื่อนชั้น ชั้นอยากเรียนรู้เรื่อง fashion ค่ะ ชั้นไม่โกรธ Kanye ที่บอกว่าชั้นรสนิยมห่วย เขาทำไปเพราะอยากจะช่วยชี้ทางสว่างให้กับชั้น"


Carine Roitfeld  คืออดีตบรรณาธิการบริหารของ Vogue Paris    สื่อfashion ยักษ์ใหญ่ที่หลายคนปรามาสว่าไม่มีทางเชื่อมโยงกับ KimK  แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนแปลงเป็นคนละเรื่อง
"Carine Roitfeld คืออดีตบรรณาธิการบริหารของ Vogue Paris สื่อfashion ยักษ์ใหญ่ที่หลายคนปรามาสว่าไม่มีทางเชื่อมโยงกับ KimK แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนแปลงเป็นคนละเรื่อง"
"ชั้นเดินทางไปแพรีสแล้วพยายามติดต่อกับห้องเสื้อต่างๆ แต่ตอนแรกไม่มีใครยอมทำเสื้อผ้าให้ชั้นเลย แล้วในที่สุดก็มีคนเปิดทางให้ Riccardo แห่ง Givenchy ยอมร่วมงานกับชั้น เขาเป็นคนแรกที่ยอมเสี่ยงกับตัวชั้นและยังสอนเรื่องการตัดเย็บและไซส์ที่เหมาะสมว่าชั้นควรจะต้องแต่งตัวยังไงจึงจะดูดี"  

"จากนั้นชั้นก็เริ่มสนิทสนมกับ Olivie แต่พวกชุด sample size นั้นไม่มีพอดีกับชั้นเลยสักตัว เขาจึงเริ่มออกแบบชุดที่เข้ากับรูปร่างเว้าโค้งแบบชั้น"





Beyonce

ในยุค 2000s ที่ Destiny's Child เป็นเกิร์ลแบนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด กวาดทั้งยอดขายและรางวัลมากมาย แต่สิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อคือ แม้จะดังถล่มทลายขนาดนั้น แต่ยามที่ต้องออกงานสำคัญ แม่ของ Beyonce ก็ยังต้องเป็นผู้ดูแลเรื่องการตัดเย็บชุดแบบ theme เดียวกันให้พวกเธอ ทั้งๆ ที่ศิลปินในระดับเดียวกันได้รับข้อเสนอจากดีไซน์เนอร์โด่งดัง  

"ตอนที่อยู่ใน Destiny's  Child แบรนด์ไฮเอนด์ไม่ต้องการร่วมงานกับเด็กสาวผิวดำที่มีรูปร่างอวบอิ่ม เราไม่มีเงินมากขนาดจะซื้อชุดกูตูร์ พอติดต่อไปหา ทุกโชว์รูมที่ New York ก็บอกปัดแม่ของชั้นหมดเลยค่ะ แต่แม่ใช้พรสวรรค์ในการตัดเย็บช่วยเหลือพวกเราให้มุ่งไปสู่ฝัน แม่และลุงของชั้นช่วยกันตัดชุดให้พวกเรา ปักคริสทัลนับร้อยนับพัน พวกท่านทุ่มเทแรงใจให้กับทุกรายละเอียด"

"ตอนที่ชั้นได้ใส่ชุดที่แม่ตัดให้ ชั้นรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็น Khaleesi เหมือนกับมีเกราะป้องกันตัวเป็นพิเศษ มันให้ความรู้สึกลึกล้ำมากกว่าใส่แบรนด์เนมซะอีก"

นั่นคือเหตุผลที่อธิบายอย่างชัดเจนว่าเพราะอะไร ควีนบีจึงขอให้แม่เธอออกแบบชุดเจ้าสาวให้ ทั้งๆ ที่เธอก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดกลายเป็นซุปตาร์ที่ไม่ว่าดีไซน์เนอร์คนไหนก็อยากจะทุ่มฝีมือตัดเย็บชุดให้เธอใส่เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์ แต่การจับมือฟันฝ่าเรื่องราวมากมายในชีวิตมาด้วยกันทำให้เธอเลือกความลึกซึ้งภายใจจิตใจมากกว่าการจะเข้าไปอยู่ใน list ชุดเจ้าสาวงามเริ่ดตลอดกาลในสายตาชาว fashion ชั้นสูง

ถามว่า ตอนนี้มีใครไม่อยากตัดเย็บเสื้อผ้าให้ Beyonce บ้าง ??

พูดง่ายๆ ก็คือ ควีนบีสามารถใช้ celeb power แนะนำให้รู้จักดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกด้วยวิธีการตลาดแบบ break the internet เหมือนกับชุดสีทองอลังการผลงานของดีไซน์เนอร์ชาวอินเดีย Falguni และ Shane Peacock ที่ทำให้ชาวเน็ทฮือฮา สื่อ fashion ทุกเจ้ารีบเสาะหาข้อมูลของผู้ออกแบบมานำเสนอ และยกกลุ่มเป้าหมายให้กับแบรนด์ให้กว้างไกลระดับอินเตอร์
หรือจะเป็นตอนที่เธอเปิดตัวลูกแฝดเป็นครั้งแรก สื่อก็ต่างแข่งงขันชิงหาข้อมูล id ของชื่อแบรนด์ชุดลายดอกสีม่วงที่กลายเป็น trending ไม่ว่าจะเป็น Vogue หรือ Time ก็ชื่นชมในชุด Palomo Spain ของดิว่าคนดัง


"มีดีไซน์เนอร์ตั้งหลายคนที่ปฏิเสธชั้นค่ะ พวกเค้าไม่อยากร่วมงานกับชั้น มันทำให้ชั้นบอกตัวเองว่า รู้อะไรมั้ย ชั้นจะควักกระเป๋าซื้อเสื้อผ้าที่พวกเค้าออกแบบเองไปจนกว่าพวกเค้าจะอยากเข้าหาชั้นเอง ชั้นจะพิสูจน์กับพวกเค้าว่าชั้นนี่แหละตัวแม่ของ fashion"
ปัจจุบัน Cardi เฉิดฉายไปตามงานพรมแดงด้วยชุดดีไซน์เนอร์ดังหลากหลาย เธอแย่งซีนใน American Music Awards ด้วยชุด Dolce & Gabbana แบรนด์ดังยังพัวพันกับดราม่าจิกตีใน fashion week หลังจาก Cardi ใส่ชุดแดงกรุยกรายส่งตรงจากรันเวย์กระโดดจู่โจม Nicki Minaj เมื่อไม่นานมานี้
Kollin Carter (คนซ้าย) stylist คู่ใจของเธอเล่าว่า "มันมีช่วงที่การตอบรับจากแบรนด์ต่างๆ ค่อนข้างแย่ครับ ผมเฝ้าวนเวียนกลับไปหาพวกเค้าและถามซ้ำๆ ว่า ผมขอถามได้มั้ยว่าทำไม ผมอยากรู้เหตุผล เธอไม่ใช่แนวของคุณรึไง หรือว่าเป็นเพราะ theme งาน มันถึงจุดที่ผมจะต้องแรงใส่เพื่อเค้ากับพวกเค้าว่า จู่ๆ เสื้อผ้า sample size ถึงหายไปหมด วิธีนี้ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ผมทุ่มสุดตัวเพื่อจะทำให้ลุคของเธอออกมาดูดีที่สุด"


*sample size คือเสื้อผ้าที่แบรนด์ส่งไปให้กับคนดัง (ไซส์ 0-4 ไม่น่าจะเกิน 6)  ทั้งให้ยืมชั่วคราวและเป็นของกำนัลเพื่อให้พวกเค้าใส่ประชาสัมพันธ์ให้  



"ผมว่าตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีนะครับ เห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนจากในตอนต้น Roberto Cavalli เริ่มให้เรายืมชุด Versace ให้ยืมมาสองสามครั้งแล้ว แบรนด์ดังกำลังเข้าหาเราเพราะพวกเค้ารับรู้ถึง power คนดังของเธอ แต่ก็ยังมีดีไซน์เนอร์อีกหลายคนที่ต้องเปิดใจกว่านี้" stylist ของ Cardi ยืนยัน
ชุดซินเดอเรลล่าจากการดีไซน์ของ Christian Siriano ที่หลายคนวิจารณ์ว่าเธอแต่งมาแย่งความสนใจไปจากเจ้าภาพงานอย่าง Rihanna   แต่ตัว Riri เองกลับออกปากชม Cardi เองว่าชุดเธอเริ่ดและทีมงานทำหน้าที่ได้เยี่ยมมาก
"ชุดซินเดอเรลล่าจากการดีไซน์ของ Christian Siriano ที่หลายคนวิจารณ์ว่าเธอแต่งมาแย่งความสนใจไปจากเจ้าภาพงานอย่าง Rihanna แต่ตัว Riri เองกลับออกปากชม Cardi เองว่าชุดเธอเริ่ดและทีมงานทำหน้าที่ได้เยี่ยมมาก"
ทีมของ Cardi ใช้เวลาไม่นานสร้างให้เธอเป็นจุดรวมความสนใจ  มีโมเมนท์ขโมยซีนทั้งบนพรมแดงและ fashion week เจ้าตัวมีประเด็นร้อนแรงฉาวติดๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าเธอดึงดูดดีไซน์เนอร์ดังๆ ได้อีกหลายคน
รองเท้าพื้นแดงจากMV   Bodak Yellow
"รองเท้าพื้นแดงจากMV Bodak Yellow"
Cardi เคยเล่าว่า แม้แต่แบรนด์เสื้อผ้าบน Instagram ยังบอกปัดเธอ  และให้เหตุผลว่าเธอไม่ใช่ It girl   แต่เธอก็ไม่ได้ถือสา  และคิดว่ามันก็เหมือนกับเรื่องดนตรีที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ามีดีพอ   หลังจากที่ Bodak Yellow ขึ้นอันดับ 1ของชาร์ท จากเนื้อแร็พ  These expensive, these is red bottoms/ These is bloody shoes/ Hit the store, I can get ’em both/I don’t wanna choose อันเป็นการประกาศว่า เธอเจ๋งพอที่จะซื้อรองเท้าพื้นแดงแพงๆโดยไม่ต้องเลือกเอาคู่ใดคู่หนึ่ง แต่ซื้อได้ตามที่ใจต้องการ กลายเป็นว่ายอดขายของรองเท้าChristian Louboutin นั้นสูงขึ้นถึง 217 % หรือมูลค่ากว่า 4.5 ล้านเหรียญ แม้แต้ตัวดีไซน์เนอร์เองที่ไม่รู้จักเธอมากเท่าใดก็ยังอยากจะพบกับ Cardi ตัวเป็นๆ
อดีตของ Cardi ที่เป็น stripper นั้นกลายมาเป็นประเด็นให้ผู้คนวิพาดษฺวิจารณ์เสมอ  แต่ดูเหมือนว่าดีไซน์เนอร์ดังจะไม่มีอคติกับอาชีพเก่าของเธอแต่อย่างใด มันกลับทำให้เขานึกถึงจุดเริ่มต้นของตัวเองเช่นกัน "มันทำให้ผมนึกถึงจุดเริ่มต้นของการออกแบบของผมครับ รองเท้าคู่แรกที่ผมออกแบบนั้นทำให้โชว์เกิร์ลผู้แสดงบนเวทีสวมใส่ พวกโชว์เกิร์ลนั้นมีเสน่ห์และพลังแรงดึงดูดมาก"    


Stylist เล่าความเป้นมาของรองเท้าพื้นแดงที่ Cardi ปลาบปลื้มมากจนนำมาแต่งแร็พว่า "เธอมีรองเท้านี้มากกว่า 90 คู่ครับ เธอจะซื้อใหม่ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ ก่อนเพลง Bodak จะดัง เธอจะใส่รองเท้าพื้นแดงเพื่อแสดงความเจ๋งในย่าน Bronx มันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงผู้หญิงที่ทุ่มเททำงานแล้วเก็บเงินเพื่อซื้อรองเท้าสุดเริ่ด Cardi ก็เคยเป็นแบบนั้น"  



Leslie Jones

เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ ค่ะ อยากจะให้ติดตาม
ตอนที่มีการประกาศ project หนัง Ghostbusters ว่าจะเปลี่ยนนักแสดงนำเป็นผู้หญิงยกทีม แฟนๆ ของหนังจำนวนมากรู้สึกต่อต้านไอเดียนี้และยังประกาศบอยคอตไม่ขอสนับสนุนเวอร์ชั่นทีมหญิง แต่คนที่ถูกผลกระทบรุนแรงที่สุดหนีไม่พ้น Leslie Jones ดาราตลกหญิงจาก SNL เธอถูก troll ตามราวีเหยียดผิวและรูปลักษณ์อย่างรุนแรงจนเจ้าตัวแทบถอดใจ

รูปร่างสูงใหญ่ที่ไม่ได้ผอมบางแบบนางแบบรันเวย์บวกกับบุคลิกเฮฮานั้นดูไม่เข้ากับ "มาตรฐานสูงส่ง" ของวงการ fashion ชั้นสูง แม้เธอจะมีผลงานหนังและ TV ก่อนจะมาเล่น Ghostbusters แต่ก็ไม่ใช่ดาราแม่เหล็ก จึงถูกแบรนด์ไฮโซเชิดใส่เมื่อ stylist ของเธอติดต่อเพื่อยืมชุดมาใส่เดินพรมแดงเปิดตัว Ghostbusters ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว พรมแดง premiere หนังฟอร์มยักษ์นั้นจะโน้มน้าวใจดีไซน์เนอร์เหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะนั่นหมายถึงโอกาสในการทำให้โลกได้ชื่นชมกับผลงานเลิศหรูของพวกเค้า เมื่อเซเลบได้รับเสียงชมเชยว่าสวยปิ๊งระดับ best dressed ก็จะกระตุ้นให้ลูกค้ากระเป๋าหนักติดต่อแบรนด์เพื่อสั่งซื้อชุดแบบสั่งตัดเช่นเดียวกัน

แต่ยิ่งดังเท่าใด ดีไซน์เนอร์ก็ดูจะเลือกลูกค้ามากเท่านั้น เมื่อ Leslie ถูกแบรนด์ปฏิเสธโดยถ้วนหน้า เธอก็ออกมาระบายอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า

"นี่มันตลกเหลือร้ายที่ไม่มีดีไซน์เนอร์คนไหนอยากจะช่วยทำชุดให้ชั้นใส่ออกงานเปิดตัวหนังเลย อืมม์ คอยดูเถอะว่าต่อไปนี้มันต้องเปลี่ยนแปลง ชั้นความจำดีซะด้วย"


เมื่อ Christian Siriano ได้เห็นคำตัดพ้อของ Leslie เขาก็ได้อาสาทำชุดให้เธอโดยพลัน! และมันยิ่งสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขาเพิ่มขึ้นไปอีก


* บางคนอาจจะจำไม่ได้ Christian Siriano คือผู้ชนะที่ 4 ของรายการ Project Runway ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ สามารถก้าวข้าม stigma ของ reality show ที่มักถูกปรามาสว่าจะไปไม่รอด เซเลบระดับ A List หลายคนเลือกใส่ชุดงามจากฝีมือการออกแบบของเขาในงานสำคัญ Christian มีชื่อเสียงเรื่องการทำเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงในรูปร่างที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสาวพลัสไซส์ โครงใหญ่ หรือหุ่นกะทัดรัด เขาสามารถบันดาลให้พวกเธอสวยแบบที่ตัวเองเป็น

นี่คือดีไซน์เนอร์เลือดใหม่ที่สร้างเสียงฮือฮาเมื่ออดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 อย่าง Michelle Obama ไว้วางใจเลือกใช้บริการ ลูกค้าของเขามีตั้งแต่ Zendaya, lady Gaga, Taylor Swift,  Amy Adams, Jennifer Lopez,  Kelly Clarkson, Ophra และอีกมากมาย (หลายคนอวบอั๋นไม่ได้อยู่ใน "มาตรฐาน" ความผอมแบบ hollywood) ในงาน Oscar ปีนี้ มีเซเลบถึง 17 คนที่ใส่ชุดของเขาเดินพรมแดง   เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์เนอร์ที่พุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่ ผลงานของเขาเข้าแนวคิด body positive โดยไม่ใช่การจับเอากระแสสังคมมาเป็นจุดขายเท่านั้น นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าเพราะอะไรคนดังจำนวนมากจึงเรียกใช้บริการของเขา ทั้งๆ ที่สามารถเลือกร่วมงานกับห้องเสื้อ Haute Couture จากแพรีสได้
และนี่คือผลงานของ Christian ที่เนรมิตให้ Leslie เฉิดฉายในงานเปิดตัวหนัง ทั้งสีและ fitting นั้นเป๊ะดึงความมั่นใจจากคนใส่ออกมาได้เต็มที่


จากนั้นเป็นต้นมา Leslie ก็กลายเป็นลูกค้าขาประจำของ Christian Siriano ตัวดีไซน์เนอร์เองก็ชื่นชมเธอว่า หลังจาก Leslie ใส่ gown สีแดงเจิดจ้าออกงาน เขาก็ขายมันได้เป็นร้อยๆ ชุด

"ผมมั่นใจว่า Leslie ต้องตื่นตระหนกที่ตัวเองหาชุดใส่ไปงานเปิดตัวหนังไม่ได้และดีไซน์เนอร์ก็ไม่สามารถจัดหาชุดให้ ผมไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเธอถูกปฏิเสธเพราะไซส์ของเธอหรือเพราะว่าเธอไม่ใช่ตัวแม่บนพรมแดง ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่ได้ร่วมงานกับคนที่เป็นหน้าใหม่หรือมีความแตกต่างออกไป ผมเป็นหนึ่งในดีไซน์เนอร์คนแรกๆ ที่ร่วมงานตัดเย็บชุดให้กับ Lady Gaga ตั้งแต่หลายปีที่แล้ว ตอนที่เราทำให้ Leslie มีโมเมนต์สุดประทับใจบนพรมแดงนั้นมันสนุกสนานมากครับ"

"ผมตัดเย็บชุดให้กับผู้หญิงในไซส์ต่างๆ มานานมากแล้วนะครับ ในที่สุดผู้คนก็เริ่มสังเกตกันสักที ตอนที่ Leslie ทวีทว่าเธอหาชุดไม่ได้เลย หลายคนก็มาเล่าให้ผมฟัง พวกเค้าหวังดีครับ ผมอยากจะให้ทุกคนรู้ว่า แบรนด์ของผมมีไว้สำหรับทุกคน ผมไม่ได้รู้สึกตกใจกับกระแสตอบรับที่ล้นหลามเลยนะ ยกเว้นก็แต่คำพูดประมาณว่า ก็เธอมีเงินมากพอจะซื้อชุดใส่เอง ทำไมไม่ยอมจ่ายเงินซื้อชุดตัวเองไปเลยล่ะ มาเรียกร้องกับดีไซน์เนอร์ทำไม อันนั้นมันหลงประเด็นแล้วครับ"




"ผมมั่นใจว่า Leslie ต้องตื่นตระหนกที่ตัวเองหาชุดใส่ไปงานเปิดตัวหนังไม่ได้และดีไซน์เนอร์ก็ไม่สามารถจัดหาชุดให้ ผมไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเธอถูกปฏิเสธเพราะไซส์ของเธอหรือเพราะว่าเธอไม่ใช่ตัวแม่บนพรมแดง ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่ได้ร่วมงานกับคนที่เป็นหน้าใหม่หรือมีความแตกต่างออกไป ผมเป็นหนึ่งในดีไซน์เนอร์คนแรกๆ ที่ร่วมงานตัดเย็บชุดให้กับ Lady Gaga ตั้งแต่หลายปีที่แล้ว ตอนที่เราทำให้ Leslie มีโมเมนต์สุดประทับใจบนพรมแดงนั้นมันสนุกสนานมากครับ"

"ผมตัดเย็บชุดให้กับผู้หญิงในไซส์ต่างๆ มานานมากแล้วนะครับ ในที่สุดผู้คนก็เริ่มสังเกตกันสักที ตอนที่ Leslie ทวีทว่าเธอหาชุดไม่ได้เลย หลายคนก็มาเล่าให้ผมฟัง พวกเค้าหวังดีครับ ผมอยากจะให้ทุกคนรู้ว่า แบรนด์ของผมมีไว้สำหรับทุกคน ผมไม่ได้รู้สึกตกใจกับกระแสตอบรับที่ล้นหลามเลยนะ ยกเว้นก็แต่คำพูดประมาณว่า ก็เธอมีเงินมากพอจะซื้อชุดใส่เอง ทำไมไม่ยอมจ่ายเงินซื้อชุดตัวเองไปเลยล่ะ มาเรียกร้องกับดีไซน์เนอร์ทำไม อันนั้นมันหลงประเด็นแล้วครับ"



Christian ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องห้องเสื้อแบรนด์ต่างที่ยังไม่ยอมเปิดใจกับคนที่มีไซส์ใหญ่กว่า Sample size ว่า

"แบรนด์เล็กๆ ที่ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่นั้นไม่สามารถทุ่มเทกำลังเพื่อทำเสื้อผ้าให้ได้ครบทุกไซส์ครับ มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำได้ทัน แต่ถ้าเป็นแบรนด์ใหญ่ที่โด่งดังล่ะ   Dior เค้าจัดการยังไง แบรนด์ดังเค้าทำอะไรกันบ้าง สมมุติว่าผมเป็นเจ้าของแบรนด์เล็กๆ แต่สามารถทำชุดตามไซส์ของลูกค้าได้ ห้องเสื้อที่ใหญ่กว่าย่อมจะทำได้แบบสบายๆ มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเลือกที่ทำรึเปล่า"

"อีกเรื่องก็คือ ตอนที่ดีไซน์เนอร์ตัดชุด sample size มันคือการตัดเย็บดีไซน์นั้นเป็นครั้งแรก ผมก็เคยผ่านประสบการณ์พอเริ่มลงมือไปแล้วก็มองภาพออกว่าถ้าทำชุดไซส์ 10 ออกเป็นตัวอย่างโชว์แล้วมันอาจจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไร ตอนที่ออกแบบเราก็ไม่รู้หรอกครับ คือถ้า Leslie มีดีไซน์ชุดบางอย่างในใจอยู่แล้ว ผมก็อาจจะบอกเธอไปตามตรงว่า ถ้าทำชุดนั้นขึ้นมาจริงๆ มันอาจจะออกมาดูไม่ค่อยดีก็เป็นได้ มันเกิดขึ้นตลอดแหละครับ"


เราขอตีความว่า แบรนด์ดังอาจจะไม่อยากทำเสื้อผ้าไซส์ใหญ่เพราะมันดู "ไม่สมบูรณ์แบบ" ตามมาตรฐานวงการ fashion ชั้นสูงที่นำเสนอเสื้อผ้าไซส์ 0 บนร่างกายของนางแบบรูปร่างผอมบางราวกับพวกเธอเป็นไม้แขวนเสื้อที่ทำให้เสื้อผ้าดูดีมากที่สุด เมื่อตัดตามไซส์ของเซเลบที่มีเนื้อหนังเกินกว่าไซส์ 6 ภาพที่ออกมาจะแตกต่างกับลุคบนรันเวย์ไปคนละเรื่อง และต้องยอมรับว่า หากไม่ใช่คนดังที่ทรงอิทธิพลจริงๆ แบรนด์ดังทั้งหลายก็บอกปัดว่าไม่มีไซส์หรือตัดไม่ทัน ในขณะที่ Ophra สามารถใส่ชุด Atelier Versace หรือ Oscar De La Renta ออกงานได้อย่างสวยเลิศหรู แต่ Bryce Dallas Howard ยอมรับว่าเธอต้องซื้อชุดในช็อปที่มีไซส์ใหญ่กว่าไซส์ 6 เพราะสามารถเลือกชุดได้ดั่งใจ แตกต่างจากการติดต่อแบรนด์ดังที่มีตัวเลือกจำกัดมาก


Bryce ควัก $4,800 เพื่อซื้อชุด Jenny Packham ออกงานลูกโลกทองคำ ส่วนงาน Critic Choices' Awards ก็สั่งซื้อชุด Balmain ราคาดีมาจากในเน็ต เธอให้เหตุผลว่า อยากจะทำให้ตัวเองรู้สึกดี "ชั้นเคยพูดถึงเรื่องนี้เป็นนัยๆ มาแล้วล่ะ แต่ถ้าคุณไม่ใช่สาว sample szie และไม่ได้สนิทสนมกับดีไซน์เนอร์และไม่ได้โด่งดังอลังการ มันจะไม่มีเดรสไซส์ 6 รอให้คุณยืมใส่หรอกค่ะ"  


เพราะอะไรจึงต้องมีการยืมชุดและการตัดแบบ custom

Christian ได้อธิบายไว้ว่า "แบรนด์ทุ่มเงินให้กับโฆษณา การทำชุดให้กับนางเอกเพื่อเดินงานพรมแดงก็มีความคล้ายคลึงกันมากครับ ผมไม่เคยคิดว่านี่คือการได้ชุดมาฟรีๆ มันเหมือนหมูไปไก่มา บรรดานางเอกต่างก็รู้ครับว่า เดรสงามเริ่ดบนพรมแดง Emmy นั้นจะกลายเป็นโมเมนท์สร้างยอดขายยอดเยี่ยมให้กับดีไซน์เนอร์ มันจึงเป็นสิ่งที่เอิ้อกันอย่างมีสมดุล นี่ผมเริ่มจับทางได้เก่งขึ้นในแต่ล่ะดีล ปกติแล้วพวกเธอจะส่งชุดคืนกลับมาให้และผมก็ยังได้ประโยชน์จากการตลาดอันนี้"

"ความท้าทายก็คือการเสาะหาลุคที่ใช่ เวลาที่เราทำชุดให้กับหลายคน บางครั้งผลที่ออกมาคือยอดขายที่ดี บางทีมันก็เป็นเพียงกระแสฮือฮา แต่ก็มีที่ได้ทั้งเรื่องกระแสและขายได้ด้วย มันทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพราะทุกคนต่างลงภาพของคนดังพวกนี้ มันคือการทำให้คนได้เห็นผลงานของแบรนด์ นี่คือจุดยืนของวงการ ถ้าคุณถ้าผู้คนไม่เห็นว่ามีใครใส่ชุดของคุณ แล้วพวกเขาจะรู้ได้ไงว่าแบรนด์ของคุณมีตัวตนอยู่ เราสร้างโมเมนท์บนพรมแดงมาแล้วหลายครั้ง แต่มันไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น ลูกค้าเป็นคนจ่ายเงินซื้อชุดนะครับ ดีไซน์เนอร์บางคนอาจจะทำชุดให้ลูกค้ามาแล้วนับพันแต่ก็ยังลำบากกับเรื่องธุรกิจอยู่ คุณอาจจะเป็นคนดีไซน์ให้ Gwyneth Paltrow มาแล้วมากมายหลายครั้ง แต่ถ้าลูกค้าไม่อยากจะซื้อชุดดีไซน์เดียวกันกับที่เธอใส่แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร"

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย